ทำ Thermage ตอนตั้งครรภ์ได้ไหม?
ไม่แนะนำให้ทำช่วงตั้งครรภ์ค่ะ เพราะยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบความปลอดภัยในกลุ่มนี้โดยตรง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้เลื่อนออกไปจนกว่าจะคลอดและหยุดให้นมสมบูรณ์ก่อนค่ะ
ทำไม Thermage FLX ถึงต้องเลื่อนช่วงตั้งครรภ์และให้นม พร้อมไทม์ไลน์การกลับมาทำอย่างปลอดภัย
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
Thermage คือหัตถการที่ใช้พลังงาน RF แบบโมโนโพลาร์ส่งความร้อนลงไปที่ชั้นหนังแท้ เพื่อกระตุ้นความกระชับของผิว แต่ถ้าคุณกำลังวางแผนตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร ก็คงลังเลว่าตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมหรือเปล่า บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจอย่างใจเย็นว่า ทำไมช่วงตั้งครรภ์และให้นมบุตรจึงไม่แนะนำให้ทำ Thermage หลังคลอดหรือหลังหยุดให้นมแล้วควรเริ่มพิจารณาอีกครั้งเมื่อไหร่ดี และระหว่างนั้นสามารถดูแลผิวที่บ้านได้อย่างไรบ้าง
บทความนี้เป็นเนื้อหาที่รวบรวมข้อมูลหัตถการจากบิวตี้สโตนคลินิก ฮับจอง โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ มากกว่าจะชักชวนให้ทำหัตถการใดหัตถการหนึ่งเป็นพิเศษ
เข้าใจเหตุผลด้านความปลอดภัยที่ไม่แนะนำให้ทำ Thermage ในช่วงตั้งครรภ์และให้นมบุตร
พอจะเห็นภาพว่าหลังคลอดควรเริ่มพิจารณาทำหัตถการอีกครั้งเมื่อไหร่
เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างการหยุดให้นมบุตรกับช่วงเวลาที่เหมาะสมในการกลับมาทำหัตถการ
รู้วิธีดูแลผิวที่บ้านระหว่างรอช่วงเวลาที่เหมาะสม
เหตุผลสำคัญที่สุดคือยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะยืนยันความปลอดภัยได้อย่างชัดเจน แม้แต่ในงานวิจัยที่ทบทวนเรื่องหัตถการความงามระหว่างตั้งครรภ์ก็แนะนำให้เลื่อนหัตถการเพื่อความงามออกไปจนกว่าจะคลอด โดยสรุปว่าหัตถการที่ใช้เลเซอร์หรือพลังงานต่าง ๆ ยังมีข้อมูลด้านความปลอดภัยไม่เพียงพอ จึงควรหลีกเลี่ยงจนกว่าจะคลอด (งานทบทวนหัตถการผิวหนังและความงามระหว่างตั้งครรภ์, PMC)
แม้จะยังไม่มีการยืนยันว่าความร้อนจาก Thermage ส่งผลโดยตรงต่อทารกในครรภ์หรือน้ำนม แต่ในทางกลับกันก็ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะยืนยันว่าปลอดภัยเช่นกัน เมื่อข้อมูลยังไม่เพียงพอแบบนี้ การเลือกทางที่ปลอดภัยไว้ก่อนย่อมสมเหตุสมผลมากกว่าการรีบทำก่อนเวลาอันควร ลองดูภาพประกอบก่อนว่าพลังงาน RF ทำงานที่ชั้นหนังแท้อย่างไร จะช่วยให้เข้าใจง่ายขึ้น

ตรงนี้ขอพูดถึงคำว่าโมโนโพลาร์ RF กันก่อน
โมโนโพลาร์ RF*: วิธีการส่งพลังงานคลื่นความถี่สูงจากขั้วไฟฟ้าเดียว เพื่อส่งความร้อนลงไปถึงชั้นผิวที่ลึก

การคลอดลูกแล้วไม่ได้แปลว่าต้องรีบทำหัตถการทันที ร่างกายต้องการเวลาฟื้นตัวจากการเปลี่ยนแปลงในช่วงตั้งครรภ์และคลอดก่อน โดยทั่วไปแล้ว หากร่างกายหลังคลอดเริ่มคงที่และไม่ได้ให้นมบุตร ก็จะพิจารณากำหนดช่วงเวลาที่เหมาะสมผ่านการปรึกษาแพทย์ โดยดูจากระดับการฟื้นตัวเป็นหลัก แต่เนื่องจากความเร็วในการฟื้นตัวของแต่ละคนไม่เท่ากัน จึงควรตัดสินใจจากสภาพร่างกายจริง มากกว่ายึดตามวันที่กำหนดไว้ตายตัว
อย่างที่เห็นในกราฟด้านล่าง แทนที่จะรีบทำก่อนเวลา ควรเข้าใจว่ายิ่งร่างกายฟื้นตัวได้มากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีความพร้อมที่จะพิจารณาทำหัตถการมากขึ้นเท่านั้น


หากอยู่ในช่วงให้นมบุตร การเลื่อนหัตถการออกไปอีกสักหน่อยจะปลอดภัยกว่า เพราะอย่างที่กล่าวไปแล้วว่ายังไม่มีข้อมูลเพียงพอเกี่ยวกับผลกระทบต่อน้ำนม ดังนั้นโดยทั่วไปจะกำหนดช่วงเวลาที่จะกลับมาทำหัตถการอีกครั้งผ่านการปรึกษาแพทย์ หลังจากหยุดให้นมบุตรโดยสมบูรณ์แล้วและร่างกายเริ่มคงที่ นอกจากช่วงตั้งครรภ์และให้นมบุตรแล้ว หัตถการ RF ยังมีกลุ่มที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษด้วย เช่น ผู้ที่มีอุปกรณ์ฝังในร่างกายอย่างเครื่องกระตุ้นหัวใจ หรือผู้ที่กำลังรับประทานยาที่อาจส่งผลต่อการสร้างคอลลาเจน ควรแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้า (สรุปกลุ่มที่ควรระมัดระวังในการทำหัตถการ RF, PMC)
สรุปข้อควรพิจารณาตามแต่ละช่วงเวลาได้ดังนี้
ช่วงเวลา | การพิจารณาทำ Thermage | เหตุผล |
|---|---|---|
ระหว่างตั้งครรภ์ | ไม่แนะนำ | ยังไม่มีข้อมูลด้านความปลอดภัยเพียงพอ |
ระหว่างให้นมบุตร | ควรเลื่อนออกไปอีกสักหน่อย | ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอเกี่ยวกับผลต่อน้ำนม |
หลังหยุดให้นมบุตร | ตัดสินใจผ่านการปรึกษาแพทย์ | ระดับการฟื้นตัวแตกต่างกันไปในแต่ละคน |
หลังร่างกายฟื้นตัวคงที่ | สามารถพิจารณาทำได้ | ใช้สภาพร่างกายเป็นเกณฑ์หลัก |

แม้ระหว่างรอทำหัตถการ ก็ยังมีวิธีดูแลผิวได้อีกมากมาย การดูแลพื้นฐานอย่างสม่ำเสมอกลับเป็นประโยชน์มากกว่าการทำอะไรที่หักโหมเกินไป
บำรุงความชุ่มชื้น: ความยืดหยุ่นของชั้นหนังแท้เริ่มต้นจากความชุ่มชื้นที่เพียงพอ จึงควรบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอย่างสม่ำเสมอทุกวัน
ป้องกันแสงแดด: ช่วงตั้งครรภ์ผิวเกิดฝ้าหรือจุดด่างดำได้ง่าย การกันแดดจึงสำคัญเป็นพิเศษ
นอนหลับให้เพียงพอและดื่มน้ำให้เพียงพอ: เป็นพื้นฐานสำคัญของการฟื้นตัวและสภาพผิวที่ดี
ลดสิ่งกระตุ้นผิว: ในช่วงนี้ควรหลีกเลี่ยงการลอกผิวที่รุนแรงหรือการลองใช้ส่วนผสมใหม่ ๆ ที่ยังไม่คุ้นเคย
แค่ดูแลพื้นฐานเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยให้เมื่อถึงเวลาพิจารณาทำหัตถการในอนาคต ผิวและร่างกายอยู่ในสภาพที่ดีกว่าเดิม แน่นอนว่าสภาพผิวและร่างกายของแต่ละคนแตกต่างกัน หากมีข้อกังวลใด ๆ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัย

บิวตี้สโตนคลินิก ฮับจอง จะช่วยตรวจสอบร่วมกันก่อนว่าตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการทำหัตถการหรือไม่ หากเป็นช่วงที่ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอ เช่น ช่วงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ทางคลินิกจะแนะนำให้รอจนกว่าจะถึงช่วงเวลาที่ปลอดภัย แทนที่จะรีบทำโดยไม่จำเป็น โดยพิจารณาจากสภาพร่างกายและแผนการของแต่ละคน และให้ความสำคัญกับการไม่เร่งรีบเป็นอันดับแรก

ไม่แนะนำให้ทำช่วงตั้งครรภ์ค่ะ เพราะยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบความปลอดภัยในกลุ่มนี้โดยตรง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้เลื่อนออกไปจนกว่าจะคลอดและหยุดให้นมสมบูรณ์ก่อนค่ะ
โดยทั่วไปแนะนำให้รอประมาณ 1–2 เดือนหลังหยุดให้นม เพื่อให้ฮอร์โมน Prolactin ลดลงสู่ระดับปกติก่อน แต่ไทม์ไลน์ที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ควรให้แพทย์ประเมินโดยตรงค่ะ
ระหว่างทำจะรู้สึกร้อนและอาจมีความรู้สึกเหมือนถูกดึงเบา ๆ ค่ะ หลังทำอาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อย ซึ่งมักหายได้เองภายใน 1–3 วัน หากมีอาการผิดปกติควรรีบปรึกษาแพทย์ทันทีนะคะ
กลุ่มที่ควรแจ้งแพทย์ก่อน ได้แก่ กำลังตั้งครรภ์หรือให้นม มีเครื่องกระตุ้นหัวใจหรืออุปกรณ์โลหะในร่างกาย มีโรคผิวหนังบางชนิด หรืออยู่ระหว่างรับยาบางประเภท แพทย์จะประเมินเป็นรายบุคคลค่ะ

ผิว
Ellanse แต่ละประเภทอยู่ได้นานต่างกัน แล้วดูราคายังไงให้คุ้มจริง?

ยกกระชับ
Alltite เห็นผลช้าหรือเร็ว? ทำไมความรู้สึกหลังทำกับผลจริงถึงมาคนละเวลา

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ทำไมราคา Juvelook Volume ต่างกันทุกที่? ไวแอลและพื้นที่คือเหตุผล

ผู้ชาย
หลังรักษารูขุมขนจมูก ล้างหน้า แต่งหน้า ออกกำลังกาย ได้เมื่อไหร่?

ผิว
ลบรอยสักอายไลเนอร์ต้องกี่ครั้ง? ค่าใช้จ่ายต่างจากคิ้วสักยังไง

กำจัดขน
กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมลูก ทำเลเซอร์กำจัดขนได้ไหม?