• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

Trapezius Botox ทำไมยิ่งฉีดยิ่งอยู่นาน?

Trapezius Botox ทำไมยิ่งฉีดยิ่งอยู่นาน?

Trapezius Botox ทำไมยิ่งฉีดยิ่งอยู่นาน?

บ่าลิฟต์จนคอดูสั้น กดแค่จุดยอดไม่พอ ต้องออกแบบแนวระนาบถึงได้ไหล่ตั้งฉาก ช่วยให้ผลอยู่นานขึ้น

เผยแพร่ -

อัปเดต -

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist

เวลาส่องกระจกดูด้านข้างของตัวเอง บางครั้งเราจะเห็นว่าช่วงไหล่ดูยกนูนขึ้นมา จนทำให้ช่วงคอดูสั้นและอึดอัดเป็นพิเศษ ยิ่งถ้ามัดผมเปิดเผยช่วงลำคอ หรือใส่เสื้อผ้าที่เผยให้เห็นช่วงบ่า ก็จะยิ่งสังเกตเห็นได้ชัดเจนขึ้น นั่นทำให้หลายคนเริ่มมองหาตัวช่วยอย่าง Botox บ่า (Botox บ่า) แต่สิ่งที่ขัดใจอยู่ลึกๆ ก็คือ ความกังวลที่มากกว่าเรื่องผลลัพธ์ นั่นก็คือความรู้สึกที่ว่า "ถ้าลองฉีดครั้งหนึ่งแล้ว จะต้องฉีดไปตลอดชีวิตไหมนะ"

คำตอบสั้นๆ: Botox บ่า ไม่ใช่หัตถการที่คุณต้องฉีดในปริมาณเท่าเดิมไปตลอดชีวิตครับ ยิ่งฉีดซ้ำอย่างต่อเนื่อง กล้ามเนื้อที่เคยปูดนูนจะยิ่งลดขนาดลง ส่งผลให้ระยะเวลาในการคงผลลัพธ์ยาวนานขึ้น ทำให้ในอนาคตต่อให้ฉีดน้อยลงเรื่อยๆ ก็ยังสามารถรักษาทรงไหล่ที่สวยงามไว้ได้ครับ

 

ทำไมเวลาไหล่นูนขึ้นมา ถึงทำให้คอดูสั้นลง

กล้ามเนื้อทราพีเซียส* (Trapezius)* คือ กล้ามเนื้อแผ่นใหญ่ที่ครอบคลุมพื้นที่กว้าง ตั้งแต่บริเวณท้ายทอย ไหล่ ไปจนถึงหลังส่วนบน ซึ่งหากกล้ามเนื้อส่วนบนนี้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น (Hypertrophy) หรือมีความตึงเกร็งอยู่ตลอดเวลา แนวไหล่ก็จะดูยกสูงขึ้น ทำให้เส้นแบ่งระหว่างคอกับไหล่ดูเบลอหายไป ส่งผลให้คอดูสั้นและหนาขึ้น ทั้งที่จริงๆ แล้วโครงสร้างความยาวของคอไม่ได้เปลี่ยนไปเลยครับ

พฤติกรรมการนั่งทำงานเป็นเวลานานๆ, การสะพายกระเป๋าหนักๆ ไว้ข้างเดียว หรือความเครียดที่ทำให้เผลอเกร็งไหล่โดยไม่รู้ตัว ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนี้แข็งตึงสะสมขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น หัวใจสำคัญของการแก้ไขจึงไม่ใช่การไปผ่าตัดเหลาไหล่ แต่เป็นการลดแรงตึงเกร็งของกล้ามเนื้อที่นูนขึ้นมา เพื่อช่วยให้แนวไหล่คลายตัวและลาดต่ำลงอย่างเป็นธรรมชาติครับ

* กล้ามเนื้อทราพีเซียส (Trapezius): กล้ามเนื้อรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนขนาดใหญ่ที่คลุมตั้งแต่ท้ายทอย ไหล่ และหลังส่วนบน มีบทบาทหลักในการช่วยขยับยกไหล่ขึ้นลง

ทำไมเวลาไหล่นูนขึ้นมา ถึงทำให้คอดูสั้นลง

 

 

Botox ทำงานอย่างไรที่บริเวณไหล่

Botox ไม่ได้ทำงานโดยการไปสลายกล้ามเนื้อโดยตรงนะครับ แต่ทำงานโดยการสกัดกั้นสัญญาณชั่วคราวที่เส้นประสาทจะส่งไปยังกล้ามเนื้อเพื่อสั่งให้กำหมัดหรือเกร็งตัว ซึ่งบริเวณที่สัญญาณเหล่านี้เดินทางไปมาก็คือ จุดประสานประสาทและกล้ามเนื้อ* (Neuromuscular Junction)* นั่นเอง เมื่อสัญญาณสั่งการลดลง กล้ามเนื้อทราพีเซียสส่วนบนที่เคยปูดเกร็งก็จะเริ่มผ่อนคลายตัวลง และเมื่อเวลาผ่านไป ขนาดและปริมาตรของกล้ามเนื้อก็จะค่อยๆ ฝ่อเล็กลงตามธรรมชาติครับ

ด้วยเหตุนี้ "ตำแหน่งในการฉีด" จึงเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์อย่างแท้จริง การฉีดจิ้มลงไปที่จุดที่นูนที่สุดเพียงจุดเดียว ไม่ได้ช่วยให้แนวไหล่เรียวสวยขึ้นมาได้หรอกนะครับ ในความเป็นจริง แพทย์จะต้องตรวจประเมินหาจุดที่กล้ามเนื้อมีการเกร็งตัวจริง แล้วกระจายตัวยาลงไปอย่างเหมาะสม เพื่อให้บริเวณที่ปูดนูนทั้งหมดค่อยๆ หยุบตัวลงอย่างสม่ำเสมอและเรียบเนียนครับ

* จุดประสานประสาทและกล้ามเนื้อ (Neuromuscular Junction): บริเวณที่เส้นประสาทและกล้ามเนื้อเชื่อมต่อกัน โดย Botox จะเข้าไปยับยั้งการหลั่งสารสื่อประสาท (Acetylcholine) ณ จุดนี้ เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อคลายความตึงเกร็งลง

Botox ทำงานอย่างไรที่บริเวณไหล่

 

 

ไม่ใช่การกระจายโบท็อกซ์ปริมาณเท่ากันไปทั่วๆ ไหล่

จุดสำคัญเริ่มจากขั้นตอนการออกแบบการรักษานี่แหละครับ แพทย์จะพิจารณาจากรูปทรงที่ปูดนูนและทิศทางการเคลื่อนไหวของไหล่ในชีวิตประจำวันเพื่อวางแผนตำแหน่งจุดฉีด หากไปกดเฉพาะบริเวณที่สูงที่สุดแบบเน้นๆ เพียงจุดเดียว บริเวณนั้นอาจจะยุบตัวฮวบลงไปในขณะที่กล้ามเนื้อด้านข้างยังคงหลงเหลืออยู่ ทำให้แนวไหล่ดูเป็นลูกคลื่นไม่สม่ำเสมอได้ แนวบ่าที่ลาดสวยได้รูปจากคอลงมาเกือบตั้งฉาก จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการเกลาและปรับสมดุลกล้ามเนื้อทั้งหมดในมุมกว้าง ไม่ใช่แค่จุดใดจุดหนึ่งครับ

จุดที่ฉีดบ่า

บทบาทหน้าที่และผลลัพธ์

จุดยอดที่ปูดนูนที่สุด

ปรับลดระดับความสูงของยอดกล้ามเนื้อ ช่วยให้แนวไหล่ลาดต่ำลง

บริเวณด้านข้างของยอดนูน

ป้องกันไม่ให้เกิดรอยต่อต่างระดับ เพื่อไม่ให้เนื้อส่วนอื่นนูนเหลือเป็นลอน

บริเวณรอยต่อคอกับไหล่

ชูแนวองศาที่ลาดจากคอไปไหล่ให้ดูชัดเจน ช่วยให้ลำคอดูระหงและยาวขึ้น

แม้จะใช้ตัวยาในปริมาณเท่ากัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงขึ้นอยู่กับการดีไซน์และการกระจายน้ำหนักของตัวยาครับ ดังนั้น หากไหล่สองข้างนูนหนาไม่เท่ากัน ปริมาณยาที่ใช้ในแต่ละข้างก็จะแตกต่างกันออกไป ในตอนที่ปรึกษาคุณหมอครั้งแรก คุณหมอจึงมักจะให้ลองยักไหล่ขึ้นลง เพื่อที่จะเห็นภาพได้ชัดเจนด้วยตาเปล่าว่า กล้ามเนื้อส่วนไหนที่ต้องทำงานหนักและรับแรงดึงไปมากที่สุดนั่นเองครับ

ไม่ใช่การกระจายโบท็อกซ์ปริมาณเท่ากันไปทั่วๆ ไหล่

 

 

ถ้าอย่างนั้น ต้องฉีดไปตลอดเลยใช่ไหม

ในการฉีดครั้งแรก ผลลัพธ์มักจะอยู่ได้นานประมาณ 3 - 6 เดือน แต่ถ้าหากคุณฉีดอย่างต่อเนื่อง เรื่องราวจะเปลี่ยนไปเล็กน้อยครับ เพราะกล้ามเนื้อที่ทำงานน้อยลงจากผลของ Botox จะค่อยๆ เกิดภาวะฝ่อลีบชั่วคราวจากการไม่ได้ใช้งาน (Disuse Atrophy) ซึ่งเหมือนกับกล้ามเนื้อทั่วไปที่เวลาเราไม่ได้ใช้ ขนาดของมันก็จะเล็กลงนั่นเอง ดังนั้นในการฉีดครั้งที่สองและสาม ระยะเวลาคงผลลัพธ์จึงมักจะยาวนานขึ้นเรื่อยๆ และบ่อยครั้งที่แพทย์สามารถปรับลดปริมาณยูนิตที่ใช้ลงได้ด้วยครับ

หากดูจากกรณีศึกษาทางคลินิก คนไข้ที่เคยฉีด Botox หน้าผากมาหลายๆ ครั้ง ต่อให้เว้นช่วงหยุดทำไปริ้วรอยเดิมก็มักจะไม่กลับมาลึกหนาเท่าเดิม เนื่องจากกล้ามเนื้อที่เคยขมวดตึงบ่อยๆ อ่อนกำลังลงและพฤติกรรมการแสดงสีหน้าได้เปลี่ยนไปแล้ว ซึ่ง Botox บ่าก็มีทิศทางที่คล้ายกันครับ ยิ่งทำอย่างต่อเนื่อง การประคองรักษาทรงไหล่ให้สวยงามก็ยิ่งเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นเรื่อยๆ

ถ้าอย่างนั้น ต้องฉีดไปตลอดเลยใช่ไหม

 

 

กรณีแบบนี้ ต้องพิจารณาให้ละเอียดอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม หากเร่งรีบอยากเห็นผลลัพธ์ไว จนฉีดตัวยาในปริมาณที่สูงเกินไป (High Dose) ด้วยความถี่ที่บ่อยเกินไป ก็อาจส่งผลให้ประสิทธิภาพในการตอบสนองลดลงได้ เนื่องจากอาจกระตุ้นให้เกิดอาการดื้อโบท็อกซ์* ดังนั้น การวางแผนระยะห่างและปริมาณตัวยาที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดครับ

นอกจากนี้ อาจมีความรู้สึกหน่วงๆ ตึงเกร็งที่ไหล่ในช่วงไม่กี่วันแรกหลังทำ ซึ่งถือเป็นอาการปกติชั่วคราวที่จะค่อยๆ หายไปเอง และในกรณีที่อาการไหล่ยกนูนไม่ได้เกิดจากกล้ามเนื้อ แต่เกิดจากโครงสร้างกระดูก พฤติกรรมท่าทาง หรือภาวะหมอนรองกระดูกคอเสื่อม การรักษาด้วย Botox เพียงอย่างเดียวก็อาจจะไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด ดังนั้น ขั้นตอนการประเมินวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริงตั้งแต่ตอนปรึกษาจึงเป็นสิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรกครับ

* การดื้อยา (Resistance): ปรากฏการณ์ที่ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันมาต้านทานตัวยาเนื่องจากการฉีดถี่ยิบเกินไป ส่งผลให้ผลลัพธ์ลดลงหรือไม่เห็นผล ซึ่งหลีกเลี่ยงได้โดยการเว้นระยะห่างในการฉีดอย่างเหมาะสม

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q. ฉีดแล้วบ่าจะลาดลงสวยทันทีเลยไหมคะ?

กล้ามเนื้อจะเริ่มคลายตัวและรู้สึกเบาลงในช่วง 3~5 วันแรก จากนั้นจะเริ่มสังเกตเห็นแนวไหล่ที่เปลี่ยนแปลงในสัปดาห์ที่ 2~3 และจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดในช่วงสัปดาห์ที่ 4~6 ครับ ไม่ใช่หัตถการที่ทำปุ๊บแล้วเปลี่ยนปั๊บในวันรุ่งขึ้นนะครับ

Q. จะทำให้แขนไม่มีแรง หรือยกของหนักไม่ได้เลยไหมคะ?

เนื่องจากเป็นการฉีดระบุตำแหน่งเฉพาะเจาะจงไปที่กล้ามเนื้อส่วนยอดบ่าด้านบนเท่านั้น โดยทั่วไปจึงไม่มีผลกระทบต่อกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันครับ แต่อาจมีความรู้สึกเมื่อยล้าหรือตึงเกร็งบริเวณบ่าได้บ้างในช่วงไม่กี่วันแรกครับ

Q. ถ้าหมดฤทธิ์แล้ว กล้ามเนื้อจะปูดตึงขึ้นมากกว่าเดิมไหมคะ?

ไม่เป็นความจริงครับ เพราะยิ่งฉีดอย่างต่อเนื่องขนาดของกล้ามเนื้อจะยิ่งมีแนวโน้มลดลง ดังนั้นเมื่อหมดฤทธิ์ของตัวยาแล้ว ไหล่จะไม่กลับมานูนหนามากกว่าสภาพบ่าเดิมก่อนเริ่มฉีดครั้งแรกแน่นอนครับ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1