filler ปรับรูปจมูก/ปลายคาง ส่วน skin booster เหมาะพื้นที่กว้างเช่นโหนกแก้ม ขมับ แก้ม
ถ้าคุณส่องกระจกแล้วรู้สึกว่าหน้าแก้มหรือขมับดูตอบจนอยากหาหัตถการมาเติมเต็ม คำตอบแรกไม่ใช่ฟิลเลอร์นะคะ แต่เป็นคอลลาเจน skin booster ค่ะ แม้จะเป็นการเติมเต็มเหมือนกัน แต่ความธรรมชาติจะขึ้นอยู่กับว่าเราใช้ตัวไหนกับบริเวณใด บริเวณที่กว้างอย่างหน้าแก้มหรือขมับนั้น ไม่ค่อยเหมาะกับวิธีแบบฟิลเลอร์ที่เน้นฉีดอัดวอลลุมจากภายนอก วันนี้ หมอวี ยองจิน แห่ง Beautystone จะมาสรุปให้ฟังอย่างละเอียดค่ะว่า ทำไมบริเวณนี้ต้องเป็น skin booster เท่านั้น และตัวไหนที่เหมาะกับคุณ
บริเวณแก้มและขมับ ทำไมฟิลเลอร์ถึงไม่ค่อยตอบโจทย์
ฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิก (HA Filler) คือการ ฉีดเติมวอลลุมเข้าไปจากภายนอก เหมาะมากกับจุดที่ต้องการสร้างลายเส้นหรือจัดรูปทรงให้ชัดเจนอย่างเช่น จมูก หรือคาง แต่สำหรับบริเวณที่กว้างและ ต้องการการเติมเต็มอย่างเป็นธรรมชาติ เช่น หน้าแก้ม ขมับ แก้มตอบ หรือแก้มส้ม การฉีดอัดวอลลุมจากภายนอกมักจะไม่ค่อยเข้ากันค่ะ
สำหรับคลินิกความงามเกาหลี เราจะไม่มอง "โหนกแก้ม" เป็นก้อนเดียวทั้งหมด แต่จะแบ่งออกเป็น หน้าแก้ม (บริเวณที่ต้องเติมเต็ม/ลิฟติ้ง) และ ข้างโหนกแก้ม (บริเวณที่ต้องลดขนาด) เวลาพูดถึงการเติมเต็มแก้ม มักจะหมายถึงหน้าแก้ม ส่วนข้างโหนกแก้มจะเป็นจุดที่ต้องลดขนาดด้วยโบท็อกซ์ หรือ Double Slim ซึ่งเป็นการสร้างมิติใบหน้าสไตล์เกาหลีที่เน้นเติมด้านหน้าและกดด้านข้าง ไม่ได้เน้นทำให้โหนกแก้มพองโตทั้งหมดเหมือนสไตล์ตะวันตกค่ะ
สาเหตุมีอยู่ 2 ข้อหลักๆ ค่ะ ข้อแรก การจะเติมฟิลเลอร์ในบริเวณที่กว้างต้องใช้ปริมาณยาเยอะ ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปอาจเกิดการจับตัวเป็นก้อนหรือยุบตัวเป็นรอยบุ๋มได้ง่าย ข้อสอง ในระหว่างที่ HA สลายตัวภายใน 10 เดือนถึง 1 ปี ปริมาตรจะลดลง ทำให้จุดที่เคยตอบกลับมาดูตอบเร็วกว่าที่คิด เนื่องจากเป็น โครงสร้างแบบหักลบ ที่มีเพียงสารภายนอกไขเข้าไปแล้วสลายออก โดยไม่มีการฟื้นฟูคอลลาเจนของตัวเองเลย
จริงๆ แล้ว เคสที่ฉีด HA ฟิลเลอร์วอลลุมใหญ่ๆ ที่หน้าแก้ม แล้วผ่านไป 1 ปีเกิดรอยบุ๋มหรือดูไม่เป็นธรรมชาตินั้นพบได้ค่อนข้างบ่อย เนื่องจากตัว HA มีคุณสมบัติอุ้มน้ำ ทำให้รูปทรงเปลี่ยนได้ง่ายเมื่อเวลาผ่านไป และบริเวณที่ขยับตามการแสดงอารมณ์อย่างหน้าแก้มจะยิ่งเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ยิ่งเป็นจุดที่ต้องการความเป็นธรรมชาติ ขีดจำกัดของการเติมเต็มจากภายนอกก็ยิ่งเด่นชัดค่ะ

ทำไมคอลลาเจน skin booster ถึงเป็นคำตอบ
คอลลาเจน skin booster ใช้แนวทางที่ต่างออกไปค่ะ เป็นวิธีที่ กระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนของตัวเองขึ้นมาใหม่จากภายใน ดังนั้น หลังทำทันทีอาจจะยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่คอลลาเจนจะค่อยๆ เต็มตื้นขึ้นมาอย่างเป็นธรรมชาติตลอดช่วง 4-6 สัปดาห์ ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 1-2 ปีขึ้นไป และหากเป็น PCL booster จะอยู่ได้นานสูงสุดถึง 4 ปีเลยค่ะ
และนี่คือ 3 เหตุผลที่ skin booster คือคำตอบของบริเวณแก้มและขมับ:
เติมเต็มพื้นที่กว้างอย่างเป็นธรรมชาติ: ไม่ใช่การฉีดสารจากภายนอกเข้าไปค้างไว้ แต่เป็นการที่คอลลาเจนของเราเองตื้นขึ้นมา ผิวจึงไม่จับตัวเป็นก้อนเรียงกัน และได้ผลลัพธ์ที่เรียบเนียนเป็นธรรมชาติ
ฟื้นฟูทั้งเนื้อผิวและความยืดหยุ่น: เมื่อคอลลาเจนถูกสร้างขึ้นใหม่ เนื้อผิวและความยืดหยุ่นในบริเวณนั้นก็จะดีขึ้นพร้อมๆ กันด้วยค่ะ
โครงสร้างผลลัพธ์แบบบวกเพิ่ม: ผลลัพธ์ไม่ได้พุ่งไปที่ 100% ทันทีหลังทำ แต่จะค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลา ทำให้หลีกเลี่ยงปัญหาการเติมมากเกินไป (Overfilled) ในครั้งเดียวได้ดีเยี่ยมค่ะ

เปรียบเทียบ 2 หมวดหมู่ให้เห็นภาพชัดๆ
หัวข้อ | HA ฟิลเลอร์ | คอลลาเจน skin booster |
|---|---|---|
กลไกการออกฤทธิ์ | เติมวอลลุมจากภายนอก (เต็มทันที) | กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของตัวเอง |
ระยะเวลาเห็นผล | ทันทีหลังทำ | 4~6 สัปดาห์ (เห็นผลเต็มที่ในเดือนที่ 3) |
ความคงทนของผลลัพธ์ | 10 เดือน ~ 1 ปี | 1 ~ 2 ปี+ (PCL อยู่ได้สูงสุด 4 ปี) |
จำนวนครั้งที่ทำ | 1 ครั้ง (ทำซ้ำเมื่อสลายตัว) | 2~3 ครั้ง ห่างกันทุก 2~4 สัปดาห์ |
บริเวณที่เหมาะสม | จมูก, คาง, ปาก, หน้าผาก (เน้นกรอบหน้าและมิติชัด) | หน้าแก้ม, ขมับ, แก้ม (บริเวณกว้าง) |
ช่วงราคา | ประมาณ 200,000 ~ 500,000 วอน / 1cc | ประมาณ 700,000 ~ 1,200,000 วอน / 1 Vial |

ความต่างในหนึ่งประโยคของ 4 ตัวแม่เครื่องกลุ่ม Booster
Sculptra (Sculptra) — ส่วนผสม PLLA* มีพลังกระตุ้นชีวภาพสูงที่สุด ยิ่งเวลาผ่านไปวอลลุมจะยิ่งสร้างขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ คอร์สมาตรฐานคือทำ 3 ครั้ง ห่างกัน 1 เดือน ผ่านมาตรฐาน อย. เกาหลี และ US FDA
จูวีลุค — ส่วนผสม PDLLA* + โครงสร้างตาข่าย HA ตัวนี้ความเสี่ยงในการเกิดก้อนนูน (nodule) ต่ำกว่า PLLA เดี่ยวๆ ทำให้นิยมนำมาใช้ในคลินิกเกาหลีสูงขึ้นอย่างรวดเร็วมากค่ะ
Radiesse (Radiesse) — ส่วนผสม CaHA* มีความยืดหยุ่นสูง จึงเป็นคำตอบสำหรับจุดที่ต้องการพยุงโครงร่าง (เช่น แนวกราม, แก้มตอบลึก) เป็นตัวพิเศษที่ให้วอลลุมบางส่วนทันทีหลังทำพร้อมๆ กัน
Ellanse — ส่วนผสม PCL* ผ่านการรับรองจาก FDA ผลลัพธ์อยู่ได้นานที่สุด (สูงสุด 4 ปี) เนื่องจากสลายช้าที่สุด จึงใช้เวลาในการเข้าที่นานกว่าตัวอื่นเล็กน้อย
ถึงจะเป็น skin booster เหมือนกัน แต่ทั้ง 4 ตัวนี้มีความแรงในการออกฤทธิ์ ความยืดหยุ่น และระยะเวลาคงอยู่ต่างกันทั้งหมดเลยนะคะ เนื่องจากคำตอบที่ดีที่สุดจะเปลี่ยนไปตามบริเวณที่ทำและสภาพผิวเดิมของคุณ ตอนปรึกษาแพทย์อย่าลืมเช็กให้ชัวร์ว่าตัวไหนเหมาะกับเราที่สุดนะคะ

สิ่งที่ต้องเช็กให้ดีตอนปรึกษาคุณหมอ
มี 4 พอยต์สำคัญค่ะ ข้อแรก บริเวณที่จะเติม หากเป็นพื้นที่กว้างอย่างหน้าแก้ม ขมับ แก้มตอบ แนะนำเป็น skin booster ค่ะ แต่ถ้าต้องการเน้นกรอบหน้าหรือเพิ่มมิติจุดเฉพาะอย่างจมูก คาง ปาก หน้าผาก ฟิลเลอร์จะตอบโจทย์กว่า ข้อสอง จังหวะเวลาที่อยากเห็นผล หากต้องการสวยด่วนก่อนงานสำคัญ ฟิลเลอร์ให้ผลทันที แต่ถ้าเผื่อเวลาได้ 3 เดือนเพื่อผลลัพธ์ที่ค่อยๆ ละมุนขึ้น เลือก booster ค่ะ ข้อสาม ความถี่ในการทำซ้ำ ตัว booster อยู่ได้นานกว่า 2 เท่าขึ้นไป ระยะยาวจึงคุ้มค่ากว่าทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายและจำนวนครั้งที่ต้องเจ็บตัว ข้อสี่ ความละมุนเฉพาะเพศ สำหรับคุณผู้ชาย วอลลุมที่แน่นเกินไปของฟิลเลอร์อาจจะดูขัดกับกรอบหน้าชายไทย-เอเชีย โดยทั่วไปจึงมักแนะนำหัตถการที่ให้ความละมุนเป็นธรรมชาติมากกว่าอย่างเช่น skin booster, HIFU lifting หรือโบท็อกซ์ค่ะ
สำหรับบริเวณกว้างอย่างแก้มและขมับ skin booster ที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของตัวเองคือคำตอบที่ยั่งยืนกว่าฟิลเลอร์อัดแน่นจากภายนอกค่ะ การเลือกหมวดหมู่หัตถการให้ถูกต้องตรงกับบริเวณที่ทำ คือก้าวแรกสู่ผลลัพธ์ที่สวยธรรมชาติสะดุดตาค่ะ
* PLLA: Poly-L-Lactic Acid เป็นพพลิเมอร์สังเคราะห์จากกรดแลคติกพืช สลายตัวช้าๆ ในผิวเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ เป็นส่วนประกอบหลักของ Sculptra
* PDLLA: Poly-D,L-Lactic Acid เป็นไอโซเมอร์ผสมของ PLLA มีจุดเด่นด้านการสลายตัวที่เร็วขึ้น และลดความเสี่ยงในการเกิดตุ่มก้อนใต้ผิว เป็นส่วนประกอบหลักของ จูวีลุค
* CaHA: Calcium Hydroxyapatite เป็นอนุมูลแคลเซียมอนินทรีย์ชนิดเดียวกับส่วนประกอบของฟันและกระดูก มีความยืดหยุ่นสูง เหมาะกับบริเวณที่ต้องเสริมโครงสร้างผิว เป็นส่วนประกอบหลักของ Radiesse
* PCL: Polycaprolactone เป็นโพลีเอสเตอร์ที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพซึ่งใช้ในไหมละลายทางการแพทย์ด้วย สลายตัวช้าที่สุดเพื่อให้ผลลัพธ์อยู่ได้ยาวนาน เป็นส่วนประกอบหลักของ Ellanse
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. ฉีดฟิลเลอร์ร่วมกับ skin booster ได้ไหมคะ?
ทำได้แน่นอนค่ะ ขอแค่แยกบริเวณกัน เช่น ฉีดฟิลเลอร์ที่จมูกหรือคาง แล้วใช้ skin booster เติมเต็มบริเวณแก้มหรือขมับ การผสมผสานหัตถการที่เหมาะสมในแต่ละจุดจะช่วยสร้างผลลัพธ์ที่สวยสมดุลและเป็นธรรมชาติที่สุดค่ะ
Q. เคยฉีดฟิลเลอร์ที่แก้มแล้วเป็นก้อนๆ จะแก้ไขด้วย skin booster ได้ไหมคะ?
สามารถทำได้ค่ะ เมื่อฟิลเลอร์เดิมเริ่มสลายตัว คุณสามารถเปลี่ยนมาใช้ skin booster แทนเพื่อปรับเปลี่ยนหมวดหมู่หัตถการให้เนียนตาขึ้น หรือแม้ในช่วงที่ฟิลเลอร์ยังไม่สลายหมด ก็สามารถเติม booster ในจุดอื่นที่ไม่มีปัญหาได้เช่นกันค่ะ
Q. การที่ skin booster ต้องรอนานกว่าจะเห็นผล ถือเป็นข้อเสียไหมคะ?
ไม่เชิงเป็นข้อเสียค่ะ แต่มันคือคุณสมบัติเฉพาะตัว เนื่องจากกราฟผลลัพธ์ในช่วง 4~6 สัปดาห์ไปจนถึง 3 เดือนเป็นแบบสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เราสามารถประเมินผลลัพธ์เพื่อตัดสินใจเรื่องการทำซ้ำได้ง่าย และเลี่ยงปัญหาการอัดยาเกินขนาดจนหน้าล้น ซึ่งเป็ข้อดีอย่างมากในทางการแพทย์ค่ะ
Q. สำหรับหน้าแก้มและขมับ ควรเลือก skin booster ตัวไหนดีคะ?
เนื่องจากเป็นบริเวณกว้างที่ต้องการความนุ่มนวล คอลลาเจน skin booster ที่มีอณูละเอียดและให้วอลลุมละมุนเป็นธรรมชาติอย่าง จูวีลุค หรือ รีจูรัน จึงเหมาะมากค่ะ อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นกลุ่ม booster เหมือนกัน แต่รุ่นและปริมาณที่เหมาะสมจะต่างกันไปตามความหนาของผิวและระดับความตอบของแต่ละคน ดังนั้นควรให้คุณหมอตรวจวิเคราะห์สภาพผิวก่อนตัดสินใจนะคะ เกณฑ์การเลือกที่ดีที่สุดไม่ใช่ "ตัวไหนที่เขาว่าดี" แต่เป็น "ตัวไหนที่เหมาะกับจุดที่มีปัญหาของเรา" ค่ะ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

ยกกระชับ
Ultherapy PRIME ทำไมต้องลงลึกถึงชั้น SMAS ถึงจะยกกระชับได้จริง?
ทำไมความลึกระดับชั้น SMAS ถึงสำคัญกับการยกกระชับด้วย Ultherapy PRIME พร้อมแนวทางดูแลจากคลินิกโซล

ยกกระชับ
Thermage FLX ร้อนขนาดนั้น ทำไมผิวชั้นบนถึงไม่ไหม้?
หัวทำความเย็นของ Thermage FLX ปกป้องผิวชั้นบนยังไงขณะส่งความร้อนลงชั้นหนังแท้ พร้อมแนวทางดูแลจากโซล

ผิว
Potenza มีหัวทิปหลายแบบ แต่ละหัวต่างกันยังไง แล้วผิวเราเหมาะกับหัวไหน?
หัวทิปแต่ละแบบของ Potenza ต่างกันยังไง เหมาะกับปัญหาผิวแบบไหน ทั้งรูขุมขนและหลุมสิว พร้อมแนวทางดูแล

โครงหน้า&วอลลุ่ม
Ellanse กับ Radiesse ต่างกันยังไง ทั้งที่ก็กระตุ้นคอลลาเจนเหมือนกัน?
Ellanse (PCL) กับ Radiesse (CaHA) ต่างกันที่ส่วนประกอบและวิธีกระตุ้นคอลลาเจน รวมถึงระยะเวลาอยู่ได้

ผิว
เลเซอร์โทนนิงแล้วทำไมสีผิวถึงเข้มขึ้นหรือเป็นด่างชั่วคราว?
เลเซอร์โทนนิงหลังทำแล้วเห็นสีผิวเข้มขึ้นหรือเป็นด่าง ทำไมถึงเป็นแบบนี้ พร้อมวิธีดูแลและข้อควรระวัง

ผิว
สกินบูสเตอร์สำหรับผิวมันหน้าร้อน เลือกตัวไหนดี?
หน้าร้อนผิวมันแต่ข้างในแห้ง เลือกสกินบูสเตอร์แบบไหนดี รวมชนิด จังหวะทำ และวิธีดูแลหลังทำ



