filler ปรับรูปจมูก/ปลายคาง ส่วน skin booster เหมาะพื้นที่กว้างเช่นโหนกแก้ม ขมับ แก้ม
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
ถ้าคุณส่องกระจกแล้วรู้สึกว่าหน้าแก้มหรือขมับดูตอบจนอยากหาหัตถการมาเติมเต็ม คำตอบแรกไม่ใช่ฟิลเลอร์นะครับ แต่เป็นคอลลาเจน skin booster ครับ แม้จะเป็นการเติมเต็มเหมือนกัน แต่ความธรรมชาติจะขึ้นอยู่กับว่าเราใช้ตัวไหนกับบริเวณใด บริเวณที่กว้างอย่างหน้าแก้มหรือขมับนั้น ไม่ค่อยเหมาะกับวิธีแบบฟิลเลอร์ที่เน้นฉีดอัดวอลลุมจากภายนอก วันนี้ หมอวี ยองจิน แห่ง Beautystone จะมาสรุปให้ฟังอย่างละเอียดครับว่า ทำไมบริเวณนี้ต้องเป็น skin booster เท่านั้น และตัวไหนที่เหมาะกับคุณ
บริเวณแก้มและขมับ ทำไมฟิลเลอร์ถึงไม่ค่อยตอบโจทย์
ฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิก (HA Filler) คือการ ฉีดเติมวอลลุมเข้าไปจากภายนอก เหมาะมากกับจุดที่ต้องการสร้างลายเส้นหรือจัดรูปทรงให้ชัดเจนอย่างเช่น จมูก หรือคาง แต่สำหรับบริเวณที่กว้างและ ต้องการการเติมเต็มอย่างเป็นธรรมชาติ เช่น หน้าแก้ม ขมับ แก้มตอบ หรือแก้มส้ม การฉีดอัดวอลลุมจากภายนอกมักจะไม่ค่อยเข้ากันครับ
สำหรับคลินิกความงามเกาหลี เราจะไม่มอง "โหนกแก้ม" เป็นก้อนเดียวทั้งหมด แต่จะแบ่งออกเป็น หน้าแก้ม (บริเวณที่ต้องเติมเต็ม/ลิฟติ้ง) และ ข้างโหนกแก้ม (บริเวณที่ต้องลดขนาด) เวลาพูดถึงการเติมเต็มแก้ม มักจะหมายถึงหน้าแก้ม ส่วนข้างโหนกแก้มจะเป็นจุดที่ต้องลดขนาดด้วยโบท็อกซ์ หรือ Double Slim ซึ่งเป็นการสร้างมิติใบหน้าสไตล์เกาหลีที่เน้นเติมด้านหน้าและกดด้านข้าง ไม่ได้เน้นทำให้โหนกแก้มพองโตทั้งหมดเหมือนสไตล์ตะวันตกครับ
สาเหตุมีอยู่ 2 ข้อหลักๆ ครับ ข้อแรก การจะเติมฟิลเลอร์ในบริเวณที่กว้างต้องใช้ปริมาณยาเยอะ ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปอาจเกิดการจับตัวเป็นก้อนหรือยุบตัวเป็นรอยบุ๋มได้ง่าย ข้อสอง ในระหว่างที่ HA สลายตัวภายใน 10 เดือนถึง 1 ปี ปริมาตรจะลดลง ทำให้จุดที่เคยตอบกลับมาดูตอบเร็วกว่าที่คิด เนื่องจากเป็น โครงสร้างแบบหักลบ ที่มีเพียงสารภายนอกไขเข้าไปแล้วสลายออก โดยไม่มีการฟื้นฟูคอลลาเจนของตัวเองเลย
จริงๆ แล้ว เคสที่ฉีด HA ฟิลเลอร์วอลลุมใหญ่ๆ ที่หน้าแก้ม แล้วผ่านไป 1 ปีเกิดรอยบุ๋มหรือดูไม่เป็นธรรมชาตินั้นพบได้ค่อนข้างบ่อย เนื่องจากตัว HA มีคุณสมบัติอุ้มน้ำ ทำให้รูปทรงเปลี่ยนได้ง่ายเมื่อเวลาผ่านไป และบริเวณที่ขยับตามการแสดงอารมณ์อย่างหน้าแก้มจะยิ่งเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ยิ่งเป็นจุดที่ต้องการความเป็นธรรมชาติ ขีดจำกัดของการเติมเต็มจากภายนอกก็ยิ่งเด่นชัดครับ

ทำไมคอลลาเจน skin booster ถึงเป็นคำตอบ
คอลลาเจน skin booster ใช้แนวทางที่ต่างออกไปครับ เป็นวิธีที่ กระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนของตัวเองขึ้นมาใหม่จากภายใน ดังนั้น หลังทำทันทีอาจจะยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่คอลลาเจนจะค่อยๆ เต็มตื้นขึ้นมาอย่างเป็นธรรมชาติตลอดช่วง 4-6 สัปดาห์ ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 1-2 ปีขึ้นไป และหากเป็น PCL booster จะอยู่ได้นานสูงสุดถึง 4 ปีเลยครับ
และนี่คือ 3 เหตุผลที่ skin booster คือคำตอบของบริเวณแก้มและขมับ:
เติมเต็มพื้นที่กว้างอย่างเป็นธรรมชาติ: ไม่ใช่การฉีดสารจากภายนอกเข้าไปค้างไว้ แต่เป็นการที่คอลลาเจนของเราเองตื้นขึ้นมา ผิวจึงไม่จับตัวเป็นก้อนเรียงกัน และได้ผลลัพธ์ที่เรียบเนียนเป็นธรรมชาติ
ฟื้นฟูทั้งเนื้อผิวและความยืดหยุ่น: เมื่อคอลลาเจนถูกสร้างขึ้นใหม่ เนื้อผิวและความยืดหยุ่นในบริเวณนั้นก็จะดีขึ้นพร้อมๆ กันด้วยครับ
โครงสร้างผลลัพธ์แบบบวกเพิ่ม: ผลลัพธ์ไม่ได้พุ่งไปที่ 100% ทันทีหลังทำ แต่จะค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลา ทำให้หลีกเลี่ยงปัญหาการเติมมากเกินไป (Overfilled) ในครั้งเดียวได้ดีเยี่ยมครับ

เปรียบเทียบ 2 หมวดหมู่ให้เห็นภาพชัดๆ
หัวข้อ | HA ฟิลเลอร์ | คอลลาเจน skin booster |
|---|---|---|
กลไกการออกฤทธิ์ | เติมวอลลุมจากภายนอก (เต็มทันที) | กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของตัวเอง |
ระยะเวลาเห็นผล | ทันทีหลังทำ | 4~6 สัปดาห์ (เห็นผลเต็มที่ในเดือนที่ 3) |
ความคงทนของผลลัพธ์ | 10 เดือน ~ 1 ปี | 1 ~ 2 ปี+ (PCL อยู่ได้สูงสุด 4 ปี) |
จำนวนครั้งที่ทำ | 1 ครั้ง (ทำซ้ำเมื่อสลายตัว) | 2~3 ครั้ง ห่างกันทุก 2~4 สัปดาห์ |
บริเวณที่เหมาะสม | จมูก, คาง, ปาก, หน้าผาก (เน้นกรอบหน้าและมิติชัด) | หน้าแก้ม, ขมับ, แก้ม (บริเวณกว้าง) |
ช่วงราคา | ประมาณ 200,000 ~ 500,000 วอน / 1cc | ประมาณ 700,000 ~ 1,200,000 วอน / 1 Vial |

ความต่างในหนึ่งประโยคของ 4 ตัวแม่เครื่องกลุ่ม Booster
Sculptra (Sculptra) — ส่วนผสม PLLA* มีพลังกระตุ้นชีวภาพสูงที่สุด ยิ่งเวลาผ่านไปวอลลุมจะยิ่งสร้างขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ คอร์สมาตรฐานคือทำ 3 ครั้ง ห่างกัน 1 เดือน ผ่านมาตรฐาน อย. เกาหลี และ US FDA
จูวีลุค — ส่วนผสม PDLLA* + โครงสร้างตาข่าย HA ตัวนี้ความเสี่ยงในการเกิดก้อนนูน (nodule) ต่ำกว่า PLLA เดี่ยวๆ ทำให้นิยมนำมาใช้ในคลินิกเกาหลีสูงขึ้นอย่างรวดเร็วมากครับ
Radiesse (Radiesse) — ส่วนผสม CaHA* มีความยืดหยุ่นสูง จึงเป็นคำตอบสำหรับจุดที่ต้องการพยุงโครงร่าง (เช่น แนวกราม, แก้มตอบลึก) เป็นตัวพิเศษที่ให้วอลลุมบางส่วนทันทีหลังทำพร้อมๆ กัน
Ellanse — ส่วนผสม PCL* ผ่านการรับรองจาก FDA ผลลัพธ์อยู่ได้นานที่สุด (สูงสุด 4 ปี) เนื่องจากสลายช้าที่สุด จึงใช้เวลาในการเข้าที่นานกว่าตัวอื่นเล็กน้อย
ถึงจะเป็น skin booster เหมือนกัน แต่ทั้ง 4 ตัวนี้มีความแรงในการออกฤทธิ์ ความยืดหยุ่น และระยะเวลาคงอยู่ต่างกันทั้งหมดเลยนะครับ เนื่องจากคำตอบที่ดีที่สุดจะเปลี่ยนไปตามบริเวณที่ทำและสภาพผิวเดิมของคุณ ตอนปรึกษาแพทย์อย่าลืมเช็กให้ชัวร์ว่าตัวไหนเหมาะกับเราที่สุดนะครับ

สิ่งที่ต้องเช็กให้ดีตอนปรึกษาคุณหมอ
มี 4 พอยต์สำคัญครับ ข้อแรก บริเวณที่จะเติม หากเป็นพื้นที่กว้างอย่างหน้าแก้ม ขมับ แก้มตอบ แนะนำเป็น skin booster ครับ แต่ถ้าต้องการเน้นกรอบหน้าหรือเพิ่มมิติจุดเฉพาะอย่างจมูก คาง ปาก หน้าผาก ฟิลเลอร์จะตอบโจทย์กว่า ข้อสอง จังหวะเวลาที่อยากเห็นผล หากต้องการสวยด่วนก่อนงานสำคัญ ฟิลเลอร์ให้ผลทันที แต่ถ้าเผื่อเวลาได้ 3 เดือนเพื่อผลลัพธ์ที่ค่อยๆ ละมุนขึ้น เลือก booster ครับ ข้อสาม ความถี่ในการทำซ้ำ ตัว booster อยู่ได้นานกว่า 2 เท่าขึ้นไป ระยะยาวจึงคุ้มค่ากว่าทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายและจำนวนครั้งที่ต้องเจ็บตัว ข้อสี่ ความละมุนเฉพาะเพศ สำหรับคุณผู้ชาย วอลลุมที่แน่นเกินไปของฟิลเลอร์อาจจะดูขัดกับกรอบหน้าชายไทย-เอเชีย โดยทั่วไปจึงมักแนะนำหัตถการที่ให้ความละมุนเป็นธรรมชาติมากกว่าอย่างเช่น skin booster, HIFU lifting หรือโบท็อกซ์ครับ
สำหรับบริเวณกว้างอย่างแก้มและขมับ skin booster ที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของตัวเองคือคำตอบที่ยั่งยืนกว่าฟิลเลอร์อัดแน่นจากภายนอกครับ การเลือกหมวดหมู่หัตถการให้ถูกต้องตรงกับบริเวณที่ทำ คือก้าวแรกสู่ผลลัพธ์ที่สวยธรรมชาติสะดุดตาครับ
* PLLA: Poly-L-Lactic Acid เป็นพพลิเมอร์สังเคราะห์จากกรดแลคติกพืช สลายตัวช้าๆ ในผิวเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ เป็นส่วนประกอบหลักของ Sculptra
* PDLLA: Poly-D,L-Lactic Acid เป็นไอโซเมอร์ผสมของ PLLA มีจุดเด่นด้านการสลายตัวที่เร็วขึ้น และลดความเสี่ยงในการเกิดตุ่มก้อนใต้ผิว เป็นส่วนประกอบหลักของ จูวีลุค
* CaHA: Calcium Hydroxyapatite เป็นอนุมูลแคลเซียมอนินทรีย์ชนิดเดียวกับส่วนประกอบของฟันและกระดูก มีความยืดหยุ่นสูง เหมาะกับบริเวณที่ต้องเสริมโครงสร้างผิว เป็นส่วนประกอบหลักของ Radiesse
* PCL: Polycaprolactone เป็นโพลีเอสเตอร์ที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพซึ่งใช้ในไหมละลายทางการแพทย์ด้วย สลายตัวช้าที่สุดเพื่อให้ผลลัพธ์อยู่ได้ยาวนาน เป็นส่วนประกอบหลักของ Ellanse
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. ฉีดฟิลเลอร์ร่วมกับ skin booster ได้ไหมคะ?
ทำได้แน่นอนครับ ขอแค่แยกบริเวณกัน เช่น ฉีดฟิลเลอร์ที่จมูกหรือคาง แล้วใช้ skin booster เติมเต็มบริเวณแก้มหรือขมับ การผสมผสานหัตถการที่เหมาะสมในแต่ละจุดจะช่วยสร้างผลลัพธ์ที่สวยสมดุลและเป็นธรรมชาติที่สุดครับ
Q. เคยฉีดฟิลเลอร์ที่แก้มแล้วเป็นก้อนๆ จะแก้ไขด้วย skin booster ได้ไหมคะ?
สามารถทำได้ครับ เมื่อฟิลเลอร์เดิมเริ่มสลายตัว คุณสามารถเปลี่ยนมาใช้ skin booster แทนเพื่อปรับเปลี่ยนหมวดหมู่หัตถการให้เนียนตาขึ้น หรือแม้ในช่วงที่ฟิลเลอร์ยังไม่สลายหมด ก็สามารถเติม booster ในจุดอื่นที่ไม่มีปัญหาได้เช่นกันครับ
Q. การที่ skin booster ต้องรอนานกว่าจะเห็นผล ถือเป็นข้อเสียไหมคะ?
ไม่เชิงเป็นข้อเสียครับ แต่มันคือคุณสมบัติเฉพาะตัว เนื่องจากกราฟผลลัพธ์ในช่วง 4~6 สัปดาห์ไปจนถึง 3 เดือนเป็นแบบสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เราสามารถประเมินผลลัพธ์เพื่อตัดสินใจเรื่องการทำซ้ำได้ง่าย และเลี่ยงปัญหาการอัดยาเกินขนาดจนหน้าล้น ซึ่งเป็ข้อดีอย่างมากในทางการแพทย์ครับ
Q. สำหรับหน้าแก้มและขมับ ควรเลือก skin booster ตัวไหนดีครับ?
เนื่องจากเป็นบริเวณกว้างที่ต้องการความนุ่มนวล คอลลาเจน skin booster ที่มีอณูละเอียดและให้วอลลุมละมุนเป็นธรรมชาติอย่าง จูวีลุค หรือ รีจูรัน จึงเหมาะมากครับ อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นกลุ่ม booster เหมือนกัน แต่รุ่นและปริมาณที่เหมาะสมจะต่างกันไปตามความหนาของผิวและระดับความตอบของแต่ละคน ดังนั้นควรให้คุณหมอตรวจวิเคราะห์สภาพผิวก่อนตัดสินใจนะครับ เกณฑ์การเลือกที่ดีที่สุดไม่ใช่ "ตัวไหนที่เขาว่าดี" แต่เป็น "ตัวไหนที่เหมาะกับจุดที่มีปัญหาของเรา" ครับ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

ยกกระชับ
แก้มชาตื้อ ๆ หลังทำ Ultherapy Prime ปกติไหม อีกกี่วันหาย?

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฉีด Sculptra แล้วแก้มขึ้นข้างเดียว อีกนานไหมกว่าจะเท่ากัน?

ยกกระชับ
ลด Level พลังงาน Thermage เพราะกลัวเจ็บ ผลลัพธ์จะหายไปด้วยไหม?

ผิว
ขนคุดที่แขน ยิ่งขัดสครับยิ่งแดง เปลี่ยนวิธีดูแลยังไงดี?

ยกกระชับ
หลัง Onda Lifting แล้วสองข้างหน้าลดไม่เท่ากัน — ปกติหรือต้องกังวล?

ผิว
สกินบูสเตอร์หมดฤทธิ์แล้วจริงไหม หลังสองเดือนผิวเริ่มแห้งขึ้น



