"กำจัดขนรักแร้แล้วผิวกระจ่างขึ้น" จริงไหม สรุปทำไมโกนทำให้โทนเข้ม และเลเซอร์ช่วยโทนผิวอย่างไร
เวลาใส่เสื้อสายเดี่ยวหรือเสื้อแขนกุดทีไร เป็นต้องคอยเช็กใต้วงแขนในกระจกทุกทีเลยใช่ไหมคะ? ทั้งที่ขยันโกนขนอยู่ตลอด แต่ทำไมรอยหมองคล้ำดำๆ ก็ยังไม่ยอมหายไปซะที พอไปเสิร์ชดู บางที่ก็บอกว่า "ยิ่งกำจัดขน รักแร้ยิ่งขาวใส" แต่บางที่ก็บอกว่า "ยิ่งโกน ยิ่งดำ" ตกลงแบบไหนคือเรื่องจริงกันแน่นะ?
สรุปให้สั้นๆ ในบรรทัดเดียวเลยครับ: ถูกทั้งคู่เลย! เพราะวิธีที่คุณเลือกใช้ในการกำจัดขน จะส่งผลให้ผิวรักแร้ดูสว่างใสขึ้น หรือในทางกลับกันอาจจะดูคล้ำลงกว่าเดิมได้เลยครับ ตัวผิวของเรามองว่าการโกนกับการทำเลเซอร์นั้น เป็นสิ่งที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยล่ะครับ
ก่อนเข้าไปปรึกษาคุณหมอที่คลินิก เรามาปรับความเข้าใจผิดๆ ที่พบบ่อยกันก่อนดีกว่าครับ

จริงๆ แล้วความหมองคล้ำที่เห็น อาจจะเป็นแค่ "เงาของรากขน" ก็ได้นะ
หนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้รักแร้ดูคล้ำลง ก็คือเงาของเส้นขนที่หนาและฝังตัวอยู่ใต้รูขุมขนครับ การโกนขนที่ผิวชั้นนอกไม่ได้ช่วยเอาพิกเมนต์สีที่อยู่ใต้รูขุมขนออกไปด้วย ผิวใต้วงแขนก็เลยยังดูมืดๆ หมองๆ อยู่ ถ้ามองดูใกล้ๆ จุดดำๆ ที่เหมือนจุดกระ จริงๆ แล้วก็คือรูขุมขนของเราเนี่ยแหละครับ
ยิ่งถ้ามีเรื่องเม็ดสีเมลานินสะสม (hyperpigmentation) มาร่วมด้วย ก็จะยิ่งดูคล้ำเข้าไปใหญ่ เพราะรักแร้เป็นจุดที่เกิดการเสียดสีอยู่ตลอดเวลาระหว่างเสื้อผ้ากับผิวใต้วงแขน เมื่อผิวถูกกระตุ้นบ่อยๆ เมลานินก็จะสร้างตัวขึ้นมาเพื่อปกป้องผิวตามธรรมชาติ ทำให้รักแร้ค่อยๆ ดำคล้ำขึ้นครับ

ยิ่งโกนขนเองบ่อยๆ ผิวก็ยิ่งคล้ำลงนะครับ
ลำพังแค่การโกนอาจไม่ได้ทำให้เกิดรอยดำโดยตรง แต่ปัญหาจริงๆ คือการสะสมของรอยแผลเล็กๆ จากใบมีดโกน รอยถลอก รูขุมขนอักเสบ* ขนคุด รวมไปถึงการทาผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์เพื่อแก้คัน ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสิ่งเร้าที่ทำร้ายผิวครับ เมื่อผิวเกิดการระคายเคืองซ้ำๆ ก็จะกลายเป็นรอยดำหลังการอักเสบ (PIH) ที่ฝังลึกและชัดขึ้่น
*รูขุมขนอักเสบ: คือภาวะที่รูขุมขนเกิดการอักเสบข้างใน เมื่อได้รับแรงเสียดสีหรือมีเชื้อแบคทีเรียเข้าไป จะทำให้เกิดอาการบวมแดง และเมื่อยุบตัวลงก็มักจะทิ้งรอยแผลเป็นสีคล้ำไว้ครับ

ข้อมูลจากแวดวงผิวหนังเกาหลีระบุว่า รอยดำที่เกิดขึ้นในลักษณะนี้ ส่วนใหญ่จะค่อยๆ จางลงเองตามธรรมชาติในเวลาประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปีครับ แต่ถ้าเรายังโกนขนต่อไปเรื่อยๆ ผิวก็จะโดนทำร้ายซ้ำๆ เม็ดสีก็เลยไม่ยอมจางลงสักที ดังนั้น ถ้าอยากให้รักแร้กลับมาขาวกระจ่างใส ขั้นตอนแรกสุดคือต้องหยุดวงจรการเสียดสีทำร้ายผิวนี้ให้ได้ก่อนครับ
เหตุผลที่แท้จริงว่าทำไม "เลเซอร์กำจัดขน" ถึงช่วยลดรอยดำได้
แม้ว่าเลเซอร์กำจัดขนจะเน้นไปที่การลดจำนวนเส้นขนเป็นหลัก แต่ก็จะได้รับผลพลอยได้เป็นผิวใต้วงแขนที่ดูขาวสว่างใสขึ้นด้วย ซึ่งมี 2 กลไกที่ทำงานร่วมกันครับ อย่างแรกคือ เมื่อเส้นขนที่หนาและพิกเมนต์สีใต้รูขุมขนลดลง เงาของรากขนที่เคยสะท้อนขึ้นมาบนผิวก็จะจางหายไปด้วย อย่างที่สองคือ เมื่อไม่ต้องโกนขนแล้ว การเสียดสีและระคายเคืองก็หมดไป รอยดำใหม่ๆ ก็เลยไม่เกิดขึ้นเพิ่มครับ
อย่างไรก็ตาม ต้องเข้าใจก่อนนะครับว่าเลเซอร์กำจัดขนไม่ใช่ทรีตเมนต์เพื่อผิวขาว (whitening) โดยตรง หากคุณมีรอยดำสะสมที่ฝังลึกอยู่แล้ว อาจต้องทำเลเซอร์โทนนิ่ง (Laser Toning) หรือใช้ครีมบำรุงเพื่อผิวขาวควบคู่กันไปด้วย ผลลัพธ์ความกระจ่างใสที่ได้จะช่วยคืนผิวให้สวยใสตาม "โทนสีผิวเดิม" ของคุณ เพื่อไม่ให้คาดหวังผลลัพธ์ที่เกินจริงครับ
อยากรักแร้ใส ต้องดูแลเรื่องรังสี UV และการเสียดสีควบคู่ไปด้วย
เม็ดสีเมลานินจะไวต่อการระคายเคืองและรังสี UV มากที่สุดครับ โดยเฉพาะในช่วงพักฟื้นหลังทำเลเซอร์ หลังทำเสร็จใหม่ๆ จึงควรหลีกเลี่ยงการเข้าซาวน่า, การออกกำลังกายหนักๆ, แอลกอฮอล์ และโรลออนที่มีน้ำหอมแรงๆ เพื่อให้รูขุมขนได้มีเวลาพักฟื้นและปลอบประโลมผิวอย่างเต็มที่ครับ
เรื่องเสื้อผ้าก็สำคัญเหมือนกันนะครับ หากใส่เสื้อที่ฟิตพอดีตัวจนเกินไป หรือเนื้อผ้าหยาบกระด้างเสียดสีกับรักแร้ตลอดเวลา ก็อาจทำให้ผิวกลับมาคล้ำได้อีก เพื่อให้ผลลัพธ์เลเซอร์อยู่ได้นานๆ ลองเช็กดูว่าเดย์ครีมทาตัวที่ใช้อยู่มีส่วนผสมของสารกันแดดด้วยหรือเปล่า

จริงไหมคะที่ว่าปกติเรามักจะละเลยการทากันแดดที่รักแร้ไปเลย แต่ในฤดูกาลที่ต้องใส่เสื้อสายเดี่ยวบ่อยๆ ผิวต้องเผชิญกับแดดสะสม ดังนั้นการทากันแดดก่อนออกจากบ้านสัก 30 นาที จะช่วยชะลอไม่ให้รักแร้กลับมาดำคล้ำได้ดีมากๆ เลยล่ะครับ
ผลลัพธ์ที่ดีต้องใช้เวลาสักนิดนะครับ
การทำเลเซอร์กำจัดขนโดยทั่วไปแนะนำให้ทำประมาณ 5~8 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุกๆ 4~6 สัปดาห์ครับ และมักจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ในเรื่องความสว่างใสขึ้นตั้งแต่การทำครั้งที่ 3 เป็นต้นไป มีหลายคนที่ทำแค่ครั้งสองครั้งแล้วหยุดไปเพราะคิดว่า "ไม่เห็นจะขาวขึ้นเท่าไหร่เลย" แต่อยากบอกว่าวงจรรากขนต้องใช้เวลาในการฝ่อตัว และพิกเมนต์สีผิวก็ต้องใช้เวลาในการจางลงเฉกเช่นเดียวกันครับ
สำหรับผู้ที่มีสีผิวค่อนข้างเข้ม หรือเป็นคนที่เกิดรอยดำจากการเสียดสีได้ง่าย การทำเลเซอร์แบบความเข้มข้นต่ำแต่ทำบ่อยๆ จะปลอดภัยกว่าการใช้พลังงานแรงๆ ในครั้งเดียวครับ แม้บางโฆษณาจะบอกว่าพลังงานแรงๆ ครั้งเดียวช่วย "ลบรอยดำได้ทันตาเห็น" แต่อาจเกิดรอยดำหลังการอักเสบ (PIH) เพิ่มขึ้นได้ง่ายในผิวคนเอเชีย ดังนั้นในการปรึกษาครั้งแรก การประเมินความเร็วในการฟื้นตัวของผิวและแนวโน้มการเกิดรอยดำร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยวางแพลนการรักษาให้แม่นยำและปลอดภัยขึ้นมากครับ
*บทความนี้เป็นการให้ข้อมูลทั่วไป แนะนำให้ปรึกษากับแพทย์ผิวหนังโดยตรงเพื่อประเมินสภาพผิวและรอยดำจริงก่อนตัดสินใจรับการรักษาเพื่อความปลอดภัยสูงสุดครับ

ยกกระชับ
จองคิว Potenza แล้ว ต้องหยุดเรตินอลกับแว็กซ์ก่อนกี่วัน
ก่อนทำ Potenza ควรวางมือจากเรตินอล กรดผลัดเซลล์ผิว การแว็กซ์ และผลิตภัณฑ์ทาผิวสีแทนล่วงหน้ากี่วัน รวมกรอบเวลานับถอยหลังและสิ่งที่ควรแจ้งแพทย์ก่อนถึงคิว

ยกกระชับ
มีงานสำคัญต้องถ่ายรูป ควรทำ Oligio X ล่วงหน้ากี่สัปดาห์?
วางแผนทำ Oligio X ก่อนวันงานหรือวันถ่ายรูป ควรนับถอยหลังกี่สัปดาห์ถึงจะพอดี ชวนดูไทม์ไลน์หลังทำแต่ละช่วง พร้อมข้อควรระวังและค่าใช้จ่ายโดยประมาณ

ผิว
여름 지나 스킨부스터, 언제 시작하면 좋을까요
지금 피부가 회복 모드인지 자극 모드인지로 스킨부스터 시작 시점을 판단하는 방법과 상담 전 자가 점검 항목을 정리했어요.

ผิว
샤워와 세안 물 온도, 어느 정도가 좋을까요
뜨거운 물이 피지막에 어떻게 작용하는지부터 손등으로 미온수를 가늠하는 방법까지, 매일 반복되는 씻기 습관을 순서대로 정리했어요.

ยกกระชับ
ร่องแก้มและมุมปากตก Sofwave ช่วยได้แค่ไหน เช็กก่อนตัดสินใจ
เงาร่องแก้มและมุมปากอาจมาจากผิวหย่อนหรือวอลลุ่มที่ลดลง บทความนี้อธิบายว่า Sofwave ลงลึกถึงชั้นไหน คาดหวังอะไรได้ที่กลางใบหน้า และเมื่อไหร่ควรเลือกฟิลเลอร์ค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ขมับยุบฉีด Sculptra ต้องแบ่งกี่ครั้ง เว้นระยะเท่าไหร่ถึงพอดี
ขมับยุบไม่ได้มาจากการผอมลงอย่างเดียว บทความนี้อธิบายว่าทำไม Sculptra ถึงต้องแบ่งฉีดหลายครั้ง เว้นระยะกี่สัปดาห์ และระหว่างรอควรสังเกตอะไรก่อนตัดสินใจ



