• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

การกำจัดขนรักแร้ ช่วยเรื่องสุขอนามัยได้จริงไหม?

การกำจัดขนรักแร้ ช่วยเรื่องสุขอนามัยได้จริงไหม?

การกำจัดขนรักแร้ ช่วยเรื่องสุขอนามัยได้จริงไหม?

"ยิ่งขนเยอะยิ่งเชื้อเยอะ" จริงครึ่งไม่จริงครึ่ง สิ่งสำคัญคือวิธีตัด/เล็ม และพฤติกรรมประจำวัน

พอเข้าสู่ใจกลางฤดูร้อน ความเหนอะหนะใต้รักแร้และเสื้อผ้าที่แนบติดผิวจนน่าอึดอัดก็เริ่มเข้ามาใกล้ค่ะ ยิ่งเวลาไปออกกำลังกายกลับมาแล้วเห็นคราบเหงื่อตรงด้านในเสื้อยิ่งทำให้กังวลใจ จนอดคิดไม่ได้ว่า "ถ้าไม่มีขนแล้ว จะเหนอะหนะน้อยลงไหมนะ?"

ขอสรุปให้ฟังก่อนเลยค่ะว่า ในแง่ของสุขอนามัยแล้ว การกำจัดขนมีข้อดีอย่างแน่นอนค่ะ เพียงแต่ "การกำจัดขน = ความสะอาดเสมอไป" นั้นไม่จริงเลย เพราะเทคนิคการโกนหรือกำจัดขนบางวิธี อาจยิ่งทำให้เกิดปัญหาสุขอนามัยตามมาได้เช่นกันค่ะ

ก่อนที่จะเข้าไปปรึกษาคุณหมอ เรามาเคลียร์ความเชื่อผิดๆ ที่พบบ่อยกันก่อนดีกว่าค่ะ

 

เส้นขนสร้าง "สภาพแวดล้อมที่เชื้อแบคทีเรียโปรดปราน" นั้นเป็นเรื่องจริงค่ะ

รักแร้เป็นหนึ่งในบริเวณที่เชื้อแบคทีเรียเติบโตได้ดีที่สุดในร่างกายของเราเลยค่ะ เพราะทั้งอุ่น ชื้น และระบายอากาศได้ยาก ยิ่งพอมีขนมาสะสมด้วยแล้ว ก็ยิ่งเป็นการเพิ่มพื้นที่ผิว ทำให้เหงื่อและไขมันไปเกาะสะสมตามเส้นขน กลายเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยชั้นยอดของแบคทีเรียค่ะ

โดยเฉพาะหลังออกกำลังกายหรือในช่วงกลางฤดูร้อนที่เหงื่อไม่แห้งเป็นเวลานานๆ แบคทีเรียก็จะไปรวมตัวกันรอบรูขุมขน จนอาจนำไปสู่อาการรูขุมขนอักเสบ (folliculitis) หรือตุ่มหนองเล็กๆ ได้ค่ะ และเช่นเดียวกับรังแคบนศีรษะ เซลล์ผิวที่ตายแล้วก็สามารถสะสมรอบๆ รูขุมขนได้เช่นกัน ยิ่งมีขนหนาแน่น สิ่งสกปรกเหล่านี้ก็ยิ่งถูกกักเก็บไว้ข้างในได้ง่ายขึ้นค่ะ

 

 

การกำจัดขนช่วยเพิ่มการระบายอากาศ สภาพผิวจึงเปลี่ยนไป

เมื่อขนลดลง สิ่งแรกที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดคือการระบายอากาศค่ะ ถึงแม้เหงื่อจะออกในปริมาณเท่าเดิม แต่จะแห้งเร็วขึ้นมาก และพื้นที่ที่สัมผัสกับเนื้อผ้าก็ลดลง ทำให้เสื้อเปียกชื้นน้อยลงด้วย เนื่องจากเชื้อแบคทีเรียชอบความชื้น แค่ทำให้เหงื่อแห้งเร็วขึ้น ก็ช่วยลดการเติบโตของแบคทีเรียได้มากแล้วค่ะ

หลังจากอาบน้ำเสร็จ ความเร็วในการเช็ดตัวให้แห้งก็ต่างกันด้วยค่ะ น้ำที่เคยขังอยู่ตามแนวขนหนาๆ จะหายไปอย่างรวดเร็ว ทำให้โรลออนหรือครีมบำรุงซึมเข้าสู่ผิวโดยตรง ในคอลัมน์ของคลินิกผิวหนังส่วนใหญ่ก็มักจะเน้นย้ำว่า การเลเซอร์กำจัดขนอย่างสม่ำเสมอ มีส่วนช่วยในการดูแลรักษาความสะอาดบริเวณใต้วงแขนได้ดี ซึ่งนี่ไม่ใช่เรื่องของการโฆษณาชวนเชื่อนะคะ แต่เป็นหลักการพื้นฐานในการดูแลสุขอนามัยค่ะ

 

 

การโกนขนอาจส่งผลเสียต่อสุขอนามัยได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม การโกนขนถือเป็นดาบสองคมในแง่ของสุขอนามัยค่ะ หากโกนอย่างถูกวิธีก็ช่วยเรื่องความสะอาดได้ แต่ถ้าโกนบ่อยเกินไปอาจเกิดปัญหาใหม่ตามมา เพราะเชื้อโรคสามารถเข้าไปตามรอยขูดขีดเล็กๆ ที่เกิดจากใบมีดโกน จนทำให้รูขุมขนอักเสบได้ นอกจากนี้ ขนคุด* ก็เป็นผลข้างเคียงที่พบบ่อยเช่นกัน ซึ่งส่งผลให้รูขุมขนอุดตัน การระบายอากาศแย่ลง และเกิดตุ่มหนองเล็กๆ ซ้ำไปซ้ำมาได้ค่ะ

ขนคุด*: คือปรากฏการณ์ที่ปลายขนที่ถูกตัด ม้วนตัวกลับเข้าไปโตใต้ผิวหนังภายในรูขุมขน หากผิวได้รับการระคายเคืองซ้ำๆ อาจทำให้เกิดรอยดำร่วมกับตุ่มหนองเล็กๆ ได้ค่ะ

ยิ่งถ้าใช้มีดโกนอันเดิมซ้ำๆ เป็นเวลานาน หรือแชร์ร่วมกับผู้อื่น สุขอนามัยก็จะยิ่งแย่ลงไปอีกค่ะ แถมการวางมีดโกนไว้ในห้องน้ำชื้นๆ โดยไม่ตากให้แห้งสนิท ตัวมีดโกนเองนั่นแหละที่จะกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค กลายเป็นความย้อนแย้งที่ว่า การโกนขนที่เริ่มต้นเพื่อความสะอาดกลับกลายมาเป็นตัวสร้างปัญหาสุขอนามัยเสียเอง

 

 

เหตุผลที่แท้จริงว่าทำไม "เลเซอร์กำจัดขน" ถึงดีต่อสุขอนามัยมากกว่า

เหตุผลที่เลเซอร์กำจัดขนมักได้รับคำแนะนำในแง่ของการดูแลสุขอนามัย ไม่ใช่เพียงเพราะเรื่องของ "ความสวยงาม" เท่านั้นค่ะ แต่เป็นเพราะขนาดของรูขุมขนจะค่อยๆ หดเล็กลง ทำให้โครงสร้างที่เอื้อต่อการเติบโตของแบคทีเรียลดลงไปด้วย และเนื่องจากไม่ต้องคอยโกนเพื่อกระตุ้นผิวหนังชั้นบนบ่อยๆ จึงช่วยลดโอกาสการเกิดรูขุมขนอักเสบ หรือรอยดำจากการโกนได้เป็นอย่างดีค่ะ

ยิ่งทำจำนวนครั้งมากขึ้นเท่าไหร่ ความยุ่งยากในการดูแลตัวเองก็ยิ่งลดลง ซึ่งเป็นข้อดีอย่างมากในด้านสุขอนามัย จากที่เคยต้องโกนขนทุกวันหรือวันเว้นวัน ก็จะยืดระยะเวลาการดูแลออกไปเป็นทุกๆ หนึ่งหรือสองเดือนครั้ง เมื่อผิวโดนรบกวนน้อยลง สุขภาพผิวใต้วงแขนก็ฟื้นตัวได้ดียิ่งขึ้นค่ะ

อย่างไรก็ตาม ในช่วง 1-2 วันแรกหลังทำเลเซอร์ รูขุมขนจะยังเปิดอยู่ จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการอบซาวน่า การว่ายน้ำ และการออกกำลังกายอย่างหนัก พร้อมทั้งรักษาความสะอาดบริเวณที่ทำอย่างเคร่งครัด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและสุขอนามัยที่ปลอดภัยค่ะ

 

 

ไม่ว่าจะใช้วิธีใด การรักษาความสะอาดในทุกๆ วันคือหัวใจสำคัญ

อันที่จริงแล้ว สิ่งสำคัญยิ่งกว่าวิธีการกำจัดขนก็คือ นิสัยส่วนตัวในชีวิตประจำวันค่ะ แค่อาบน้ำให้เร็วที่สุดหลังออกกำลังกาย และทำความสะอาดด้วยน้ำอุ่นอีกครั้งก่อนนอน ก็ช่วยลดแบคทีเรียได้มากแล้วค่ะ แต่การใช้สบู่ฟอกบ่อยเกินไปอาจทำให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอลงได้ ดังนั้นจึงแนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสูตรอ่อนละมุนที่มีค่า pH และมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ (mild acidic) แทนค่ะ

เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็มีผลเช่นกันค่ะ การเลือกเสื้อผ้าที่ทำจากเนื้อผ้าฝ้าย (cotton) จะช่วยในเรื่องของสุขอนามัยได้ดีกว่าเส้นใยสังเคราะห์ที่ไม่ระบายอากาศ นอกจากนี้ ควรเปลี่ยนชุดออกกำลังกายให้เร็วที่สุด และไม่ใส่เสื้อผ้าที่เปียกชื้นซ้ำ ซึ่งจุดเล็กๆ เหล่านี้ช่วยสร้างความแตกต่างได้อย่างเหลือเชื่อเลยค่ะ รวมถึงเรื่องสุขอนามัยของผ้าเช็ดตัวและมีดโกนที่หลายคนมักมองข้าม หากใช้ผ้าเช็ดผืนเดิมซ้ำกันหลายวัน แบคทีเรียที่เช็ดออกไปเมื่อวานก็อาจจะกลับมาทำร้ายผิวได้อีกครั้ง ส่วนมีดโกนนั้น เพียงแค่ล้างผ่านน้ำไหลให้สะอาดหลังใช้งาน แล้วนำไปตากให้แห้งในที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก (ไม่ใช่ในห้องน้ำชื้นๆ) ก็สามารถลดโอกาสการเกิดรูขุมขนอักเสบได้อย่างเห็นได้ชัดเจนแล้วค่ะ

ข้อมูลในบทความนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลทั่วไป หากคุณมีอาการรูขุมขนอักเสบซ้ำๆ หรือเริ่มมีตุ่มหนองลึกขึ้น การเข้ารับการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางจะเป็นหนทางรักษาที่รวดเร็วที่สุดค่ะ

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ตั้งแต่อายุ 20 ถึง 50 ปี เราควรเริ่มทำโปรแกรมยกกระชับ (lifting) ตอนไหน และควรเริ่มจากตัวไหนดีในแต่ละช่วงวัย?

ยกกระชับ

ตั้งแต่วัย 20 ไปจนถึง 50 ปี ควรเริ่มทำโปรแกรมยกกระชับ (lifting) ตอนไหน และเริ่มจากตัวไหนดีนะ?

จุดเริ่มต้นของการทำ Lifting นั้น ขึ้นอยู่กับสัญญาณเตือนของผิวมากกว่าเลขอายุนะคะ วันนี้เรามาเช็กโรดแมปในแต่ละช่วงวัย พร้อมเกณฑ์ในการเลือกวิธีที่ใช่ และไขข้อข้องใจยอดฮิตกันค่ะ

เมื่อรู้สึกหนังตาหนักและคิ้วดูตก การทำอัลตราซาวนด์ลิฟติ้งบริเวณหน้าผากและคิ้ว (forehead and eyebrow lifting) จะช่วยได้ไหมคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

เมื่อรู้สึกหนักหนังตาและคิ้วดูตก การทำอัลตร้าซาวด์ 리프팅 (lifting) บริเวณหน้าผากและคิ้วจะช่วยได้ไหมคะ?

สำหรับผู้ที่มีปัญหาตาดูหนักและล้าซึ่งมีสาเหตุมาจากคิ้วและหน้าผากหย่อนคล้อย นี่คือข้อมูลสรุปเกี่ยวกับหลักการทำงานของการทำอัลตราซาวด์ยกกระชับ (Ultrasonic Lifting) เคสที่เหมาะกับการทำทรีตเมนต์นี้ รวมถึงสัญญาณการฟื้นฟูของผิวและระยะเวลาที่จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ค่ะ

เมื่อกังวลเรื่องริ้วรอยที่คอและไลน์คอที่ดูหย่อนคล้อยไม่ชัดเจน การทำ 고주파 리프팅 (High-frequency lifting) จะช่วยได้อย่างไรบ้างนะ?

ยกกระชับ

เมื่อกังวลเรื่องริ้วรอยที่คอและไลน์กรอบคอที่เริ่มหย่อนคล้อย การทำกิ๊ฟติ้งด้วยคลื่นวิทยุ (High-Frequency Lifting) จะช่วยได้อย่างไรบ้างคะ?

คู่มือนี้รวบรวมตั้งแต่สาเหตุของรอยเหี่ยวย่นบริเวณลำคอและกรอบคอที่ดูหย่อนคล้อย ไปจนถึงหลักการทำงานของคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) สำหรับการยกกระชับ รวมถึงการดูแลรักษาตามลักษณะริ้วรอยแต่ละประเภท และสัญญาณแห่งการฟื้นฟูผิวค่ะ

เมื่อขมับและหน้าผากเริ่มดูตอบลง Juvelook Volume จะสามารถช่วยได้อย่างไรบ้างคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

เมื่อเริ่มรู้สึกว่าบริเวณขมับและหน้าผากดูยุบตัวลง Juvelook Volume จะสามารถช่วยเติมเต็มได้อย่างไรบ้างคะ?

คู่มือสรุปสาเหตุของปัญหาขมับและหน้าผากตอบ พร้อมอธิบายหลักการทำงานของ Juvelook Volume ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้ค่อยๆ เติมเต็มผิวอย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึงเกณฑ์ในการพิจารณาว่าเหมาะกับเคสแบบไหน และสัญญาณการฟื้นฟูผิวหลังทำค่ะ

Onda microwave จะช่วยเรื่องเซลลูไลท์ด้วยไหมนะ? แล้วเครื่องนี้จะทำงานกับไขมันและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอย่างไรบ้าง?

ร่างกาย

ออนดาช่วยเรื่องเซลลูไลท์ได้ไหม ทำงานกับไขมันอย่างไร

ออนดา (ไมโครเวฟ) ทำงานกับไขมันและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอย่างไร เกี่ยวข้องกับเซลลูไลท์แค่ไหนค่ะ

ขนคุดหรือรูขุมขนอักเสบหลังเลเซอร์กำจัดขนด้วย GentleMax Pro เกิดจากอะไร และควรดูแลตัวเองอย่างไรดี?

กำจัดขน

รูขุมขนอักเสบหลังกำจัดขนเกิดจากอะไร ดูแลอย่างไร

รูขุมขนอักเสบหลังเลเซอร์กำจัดขนเกิดจากอะไร อาการทั่วไป สัญญาณที่ควรพบแพทย์ และวิธีดูแลค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1