• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

โกนขนรักแร้อย่างเดียว กลิ่นใต้วงแขนลดจริงไหม?

โกนขนรักแร้อย่างเดียว กลิ่นใต้วงแขนลดจริงไหม?

โกนขนรักแร้อย่างเดียว กลิ่นใต้วงแขนลดจริงไหม?

ต้นตอกลิ่นไม่ใช่เหงื่อ แต่คือแบคทีเรีย มาดูว่ากำจัดขนช่วยอย่างไร และสัญญาณไหนที่เป็นภาวะกลิ่นตัว

เคยไหมคะ? เวลาเปลี่ยนชุดออกกำลังกาย หรือตอนยกแขนบนรถไฟฟ้าที่คนแน่นๆ ถึงเราจะไม่ทันรู้ตัว แต่ก็แอบรู้สึกได้ว่าคนข้างๆ เริ่มขยับตัวหนีเบาๆ ทาเดโอโดรแรนท์ป้องกันอย่างดีแล้วแต่กลิ่นก็ยังไม่หายสนิท จนเริ่มคิดในใจว่า "หรือถ้าเราโกนขนรักแร้แล้วจะดีขึ้นนะ?" ความคิดแบบนี้เป็นเรื่องธรรมชาติมากๆ ค่ะ

ถ้าให้สรุปตั้งแต่เนิ่นๆ เลยก็คือ การกำจัดขนช่วยเรื่องกลิ่นตัวได้แน่นอนค่ะ! เพียงแต่ระยะเวลาของผลลัพธ์จะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงขึ้นอยู่กับว่าเลือกใช้วิธีโกนหรือเลเซอร์ และถ้าหากเป็นภาวะกลิ่นตัวแรง (Bromhidrosis)* จริงๆ แค่การกำจัดขนอย่างเดียวก็อาจจะยังเคลียร์ปัญหาได้ไม่หมดค่ะ

*ภาวะกลิ่นตัวแรง (Bromhidrosis): ในทางการแพทย์เรียกว่า Bromhidrosis ไม่ใช่แค่เรื่องเหงื่อออกเยอะธรรมดาๆ นะคะ แต่เกิดจากเหงื่อและซีบัมที่หลั่งออกมาจากต่อมอะโพครายน์ (Apocrine glands) ถูกแบคทีเรียบนผิวหนังย่อยสลาย จนทำให้เกิดกลิ่นเฉพาะตัวที่ค่อนข้างแรงค่ะ

ก่อนจะเข้าไปปรึกษาคุณหมอ เรามาเคลียร์ความเข้าใจผิดที่เจอบ่อยๆ กันก่อนดีกว่าค่ะ

 

ตัวการที่ทำให้เกิดกลิ่นคือแบคทีเรีย ไม่ใช่เหงื่อค่ะ

จริงๆ แล้ว เหงื่อที่หลั่งออกมาจากรักแร้แทบจะไม่มีกลิ่นเลยนะคะ ตัวการร้ายที่แท้จริงคือแบคทีเรียที่อาศัยอยู่บนผิวหนังของเราต่างหาก แบคทีเรียกลุ่ม Corynebacterium หรือ Staphylococcus จะเข้าไปย่อยสลายไขมันและโปรตีนในเหงื่อที่มาจากต่อมอะโพครายน์* จนเกิดเป็นกลิ่นเปรี้ยวๆ ฉุนๆ แบบที่เราคุ้นเคยกันค่ะ

*ต่อมอะโพครายน์ (Apocrine Glands): เป็นต่อมเหงื่อชนิดพิเศษที่รวมตัวอยู่ตามรักแร้ และขาหนีบ ซึ่งจะแตกต่างจากต่อมเหงื่อทั่วไปตรงที่มีโปรตีนและไขมันผสมออกมาด้วย จึงกลายเป็นแหล่งอาหารชั้นยอดให้แบคทีเรียเข้ามาย่อยสลายค่ะ

ดังนั้น คีย์สำคัญของการดูแลกลิ่นตัวจึงไม่ใช่ "การกำจัดเหงื่อให้หมดไป" แต่เป็นการ "สร้างสภาพแวดล้อมที่แบคทีเรียอาศัยอยู่ได้ยาก" และนี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมการกำจัดขนถึงเข้ามาช่วยตอบโจทย์ตรงนี้ค่ะ

 

 

ทำไมขนถึงกลายเป็น "แหล่งกบดาน" ของแบคทีเรีย

แม้ว่าขนจะไม่ได้สร้างกลิ่นโดยตรง แต่ขนช่วยสร้างสภาวะที่แบคทีเรียชอบมากๆ ค่ะ เพราะมันช่วยเพิ่มพื้นที่ผิว ทำให้เหงื่อและซีบัมเข้าไปสะสมอยู่ตามเส้นขน แถมยังบล็อกการระบายอากาศอีกด้วย ในตำราแพทย์บางเล่มยังระบุไว้ว่า ชีวฟิล์ม (Biofilm) ที่ก่อตัวขึ้นรอบๆ รูขุมขน ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุของการเกิดกลิ่นตัวเช่นกันค่ะ

แต่พอขนหลุดร่วงไปหรือสั้นลง สภาพแวดล้อมตรงนี้ก็จะเปลี่ยนไปทันที เหงื่อจะถูกเช็ดออกด้วยเสื้อผ้าหรือผ้าขนหนูได้ง่ายขึ้น การระบายอากาศดีขึ้น ทำให้แบคทีเรียไม่มีที่อยู่ แถมยังช่วยให้เดโอโดรแรนท์ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยค่ะ เพราะถ้าขนหนาทึบ ตัวยารักษาหรือผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นจะไปติดอยู่ที่ขนหมดก่อนสัมผัสถึงชั้นผิวหนังค่ะ

 

 

การโกน vs เลเซอร์ ให้ระยะเวลาผลลัพธ์ต่างกันอย่างสิ้นเชิง

แม้จะเรียกว่า "การกำจัดขน" เหมือนกัน แต่ระยะเวลาของผลลัพธ์นั้นต่างกันมากค่ะ มีงานวิจัยรายงานว่า คนที่เพิ่งเริ่มโกนขนครั้งแรกจะรักษาผลลัพธ์เรื่องลดกลิ่นได้ประมาณ 1 สัปดาห์ ส่วนคนที่โกนเป็นประจำจะคงผลลัพธ์ได้นานถึง 6 สัปดาห์ ทว่าข้อเสียของการโกนคือขนที่ขึ้นใหม่ค่อนข้างเร็ว และจะกลับมาสร้างสภาพแวดล้อมเดิมๆ ให้แบคทีเรียสะสมตัวได้ง่ายค่ะ

ในขณะที่เลเซอร์กำจัดขนเป็นการเข้าไปทำลายและลดขนาดของรากขนโดยตรง ยิ่งทำจำนวนครั้งสะสมมากขึ้นเท่าไหร่ ความเร็วและปริมาณของขนที่เกิดใหม่ก็จะยิ่งลดลงเท่านั้น แถมยังช่วยกระชับรูขุมขนและทำให้ผิวระบายอากาศได้ดีขึ้นอีกด้วยค่ะ แม้ทำเพียง 1-2 ครั้งอาจจะยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนนัก แต่โดยทั่วไปหลังจากทำไปประมาณ 5~8 ครั้ง จะเริ่มสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนมากๆ ค่ะ

ให้คิดง่ายๆ ว่า การโกนคือ "การดูแลเป็นรายสัปดาห์" ส่วนเลเซอร์คือ "การเปลี่ยนสภาพผิวในระยะยาวเป็นรายไตรมาสหรือรายปี" จะช่วยให้เราตั้งความหวังผลลัพธ์ได้ตรงจุดยิ่งขึ้นค่ะ

 

 

ถ้าทำทุกทางแล้วกลิ่นยังไม่หาย อาจต้องรักษาภาวะกลิ่นตัวแรง (Bromhidrosis) โดยเฉพาะ

หากกำจัดขนอย่างสม่ำเสมอแล้ว แต่ในระยะใกล้ๆ ยังคงมีกลิ่นตัวที่รุนแรงอยู่ เป็นไปได้ว่าต่อมเหงื่ออะโพครายน์ของคุณอาจจะทำงานดีเป็นพิเศษ ซึ่งในทางการแพทย์จะจัดอยู่ในกลุ่มอาการภาวะกลิ่นตัวแรง (Bromhidrosis) ค่ะ เคสแบบนี้ปัญหามักไม่ได้อยู่ที่เส้นขน แต่เป็นเพราะปริมาณเหงื่อที่ต่อมผลิตออกมามากเกินไป ลำพังแค่การกำจัดขนจึงอาจจะยังไม่เพียงพอ

ทางออกสำหรับเคสนี้มีตั้งแต่การฉีดโบท็อกซ์เพื่อระงับการทำงานของต่อมเหงื่อ, การใช้คลื่นไมโครเวฟหรือคลื่นความถี่สูง (RF) เพื่อเข้าไปทำลายและลดขนาดต่อมอะโพครายน์โดยตรง ไปจนถึงการผ่าตัดรักษาภาวะกลิ่นตัวแรง ซึ่งการจะเลือกรักษาในระดับไหนนั้นจะขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย ปริมาณเหงื่อ และผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละบุคคลค่ะ

 

 

นิสัยในชีวิตประจำวันที่ควรดูแลควบคู่ไปกับการกำจัดขน

หากอยากให้ผลลัพธ์ของการลดกลิ่นตัวอยู่ได้นานขึ้น เชื่อไหมคะว่าพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ช่วยได้เยอะมากเลยค่ะ การสวมเสื้อผ้าเส้นใยสังเคราะห์ที่รัดแน่นจนเกินไปจะไปขัดขวางการระบายอากาศ ทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่แบคทีเรียโปรดปราน หลังออกกำลังกายเสร็จ ถ้าเป็นไปได้ควรอาบน้ำภายใน 30 นาที หรืออย่างน้อยที่สุดก็ควรใช้ผ้าเปียกเช็ดทำความสะอาดผิวก่อนค่ะ

นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายจะมีทั้งแบบลดเหงื่อ (Antiperspirant) และแบบกลบกลิ่น (Deodorant) ซึ่งควรเลือกใช้ให้เหมาะกับสภาพผิวและปัญหาของตัวเองนะคะ หากประโคมทาแต่ผลิตภัณฑ์กลิ่นแรงๆ เพื่อหวังจะกลบกลิ่นตัว บางครั้งกลิ่นน้ำหอมอาจจะไปผสมกับกลิ่นแบคทีเรียจนกลายเป็นกลิ่นที่แปลกประหลาดกว่าเดิมได้ค่ะ เรื่องอาหารการกินก็มีผลอย่างไม่น่าเชื่อนะคะ อาหารที่มีกลิ่นฉุน เช่น กระเทียม, หอมใหญ่, แกงกะหรี่ หรือแอลกอฮอล์ จะถูกขับออกมาพร้อมกับเหงื่อและทำให้กลิ่นตัวรุนแรงขึ้น ลองลดอาหารเหล่านี้ดูสัก 2-3 วัน จะช่วยให้รู้ว่ากลิ่นตัวตามธรรมชาติของเราจริงๆ แล้วอยู่ในระดับไหนค่ะ

บทความนี้นำเสนอข้อมูลเบื้องต้นทั่วไปเพื่อเป็นแนวทางนะคะ หากกลิ่นตัวเริ่มส่งผลกระทบต่อความมั่นใจและการใช้ชีวิตประจำวัน แนะนำให้เข้ามาปรึกษาแพทย์ผิวหนังหรือศัลยแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ตรงจุดและรวดเร็วที่สุดจะดีที่สุดค่ะ

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ตั้งแต่อายุ 20 ถึง 50 ปี เราควรเริ่มทำโปรแกรมยกกระชับ (lifting) ตอนไหน และควรเริ่มจากตัวไหนดีในแต่ละช่วงวัย?

ยกกระชับ

ตั้งแต่วัย 20 ไปจนถึง 50 ปี ควรเริ่มทำโปรแกรมยกกระชับ (lifting) ตอนไหน และเริ่มจากตัวไหนดีนะ?

จุดเริ่มต้นของการทำ Lifting นั้น ขึ้นอยู่กับสัญญาณเตือนของผิวมากกว่าเลขอายุนะคะ วันนี้เรามาเช็กโรดแมปในแต่ละช่วงวัย พร้อมเกณฑ์ในการเลือกวิธีที่ใช่ และไขข้อข้องใจยอดฮิตกันค่ะ

เมื่อรู้สึกหนังตาหนักและคิ้วดูตก การทำอัลตราซาวนด์ลิฟติ้งบริเวณหน้าผากและคิ้ว (forehead and eyebrow lifting) จะช่วยได้ไหมคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

เมื่อรู้สึกหนักหนังตาและคิ้วดูตก การทำอัลตร้าซาวด์ 리프팅 (lifting) บริเวณหน้าผากและคิ้วจะช่วยได้ไหมคะ?

สำหรับผู้ที่มีปัญหาตาดูหนักและล้าซึ่งมีสาเหตุมาจากคิ้วและหน้าผากหย่อนคล้อย นี่คือข้อมูลสรุปเกี่ยวกับหลักการทำงานของการทำอัลตราซาวด์ยกกระชับ (Ultrasonic Lifting) เคสที่เหมาะกับการทำทรีตเมนต์นี้ รวมถึงสัญญาณการฟื้นฟูของผิวและระยะเวลาที่จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ค่ะ

เมื่อกังวลเรื่องริ้วรอยที่คอและไลน์คอที่ดูหย่อนคล้อยไม่ชัดเจน การทำ 고주파 리프팅 (High-frequency lifting) จะช่วยได้อย่างไรบ้างนะ?

ยกกระชับ

เมื่อกังวลเรื่องริ้วรอยที่คอและไลน์กรอบคอที่เริ่มหย่อนคล้อย การทำกิ๊ฟติ้งด้วยคลื่นวิทยุ (High-Frequency Lifting) จะช่วยได้อย่างไรบ้างคะ?

คู่มือนี้รวบรวมตั้งแต่สาเหตุของรอยเหี่ยวย่นบริเวณลำคอและกรอบคอที่ดูหย่อนคล้อย ไปจนถึงหลักการทำงานของคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) สำหรับการยกกระชับ รวมถึงการดูแลรักษาตามลักษณะริ้วรอยแต่ละประเภท และสัญญาณแห่งการฟื้นฟูผิวค่ะ

เมื่อขมับและหน้าผากเริ่มดูตอบลง Juvelook Volume จะสามารถช่วยได้อย่างไรบ้างคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

เมื่อเริ่มรู้สึกว่าบริเวณขมับและหน้าผากดูยุบตัวลง Juvelook Volume จะสามารถช่วยเติมเต็มได้อย่างไรบ้างคะ?

คู่มือสรุปสาเหตุของปัญหาขมับและหน้าผากตอบ พร้อมอธิบายหลักการทำงานของ Juvelook Volume ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้ค่อยๆ เติมเต็มผิวอย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึงเกณฑ์ในการพิจารณาว่าเหมาะกับเคสแบบไหน และสัญญาณการฟื้นฟูผิวหลังทำค่ะ

Onda microwave จะช่วยเรื่องเซลลูไลท์ด้วยไหมนะ? แล้วเครื่องนี้จะทำงานกับไขมันและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอย่างไรบ้าง?

ร่างกาย

ออนดาช่วยเรื่องเซลลูไลท์ได้ไหม ทำงานกับไขมันอย่างไร

ออนดา (ไมโครเวฟ) ทำงานกับไขมันและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอย่างไร เกี่ยวข้องกับเซลลูไลท์แค่ไหนค่ะ

ขนคุดหรือรูขุมขนอักเสบหลังเลเซอร์กำจัดขนด้วย GentleMax Pro เกิดจากอะไร และควรดูแลตัวเองอย่างไรดี?

กำจัดขน

รูขุมขนอักเสบหลังกำจัดขนเกิดจากอะไร ดูแลอย่างไร

รูขุมขนอักเสบหลังเลเซอร์กำจัดขนเกิดจากอะไร อาการทั่วไป สัญญาณที่ควรพบแพทย์ และวิธีดูแลค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1