Ulthera·ชูริงค์·ซอฟเวฟ เป็น HIFU เหมือนกัน ต่างตรงไหน? ต่างที่ความลึก 1.5·3·4.5 มม. และภาพนำทาง
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→

เวลาไปปรึกษาเรื่องการยกกระชับ หน้าเรามักจะได้ยินคำว่า “ลองทำ HIFU ดูสักครั้งไหมคะ” อยู่บ่อยๆ แต่พอถามว่า “ขอดูประเภทของโปรแกรม HIFU หน่อยครับ” แล้วเห็น Ulthera, ชูริงค์, ซอฟเวฟ และ Linear Firm (LinearFirm) อยู่ในกลุ่มเดียวกัน ก็เริ่มจะสับสนขึ้นมาทันที ถ้าใช้หลักการเดียวกัน ทำไมราคาถึงต่างกันขนาดนี้ แล้วทำไมรีวิวผลลัพธ์ของแต่ละคนถึงต่างกันไปคนละแบบเลยล่ะ?
สรุปในบรรทัดเดียว: แม้ว่า HIFU* จะใช้หลักการเดียวกันคือ “การรวมคลื่นอัลตราซาวนด์ไว้ที่จุดเดียวเพื่อส่งความร้อนไปใต้ผิว” แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับระดับความลึกที่ต้องการเน้น ความแม่นยำในการปล่อยพลังงานลงจุด และการมองเห็นหน้าจอแบบเรียลไทม์ขณะยิง คล้ายกับการใช้กล้องถ่ายภาพ แม้จะเป็นกล้องตัวเดียวกัน แต่ถ้ามุมภาพและฝีมือคนถ่ายต่างกัน ภาพที่ได้ก็ต่างกันครับ
HIFU*(High-Intensity Focused Ultrasound): คือวิธีการทำความร้อนแบบรวมจุด โดยรวบรวมคลื่นอัลตราซาวนด์มาไว้ที่จุดเดียว เพื่อเพิ่มอุณหภูมิเฉพาะจุดนั้นให้สูงถึง 65-70°C โดยปล่อยให้เนื้อเยื่อรอบข้างผ่านไป และให้ความร้อนเฉพาะที่ระดับความลึกเป้าหมายเท่านั้น
เริ่มจากความเข้าใจผิดที่ว่า “อัลตราซาวนด์ทำให้แสบผิวชั้นนอกหรือเปล่า”
คนส่วนใหญ่มักคุ้นเคยกับคำว่าอัลตราซาวนด์จากการตรวจครรภ์หรือการทำกายภาพบำบัด จึงมักมีภาพจำว่ามันคือ “การสั่นสะเทือนเบาๆ” หลายคนเลยคิดว่าโปรแกรม HIFU จะเป็นการกระตุ้นที่ผิวชั้นนอกเท่านั้น
แต่ในความเป็นจริงแล้ว HIFU ทำงานตรงกันข้ามเลยครับ มันคือการรวมคลื่นอัลตราซาวนด์หลายๆ คลื่นไว้ที่จุดจุดเดียว เพื่อยกอุณหภูมิเฉพาะจุดที่แคบนั้นให้สูงเกิน 65°C ในทันที ทำให้เกิดแนวเนื้อเยื่อหดตัวเป็นจุดเล็กๆ (Thermal Coagulation Point*) ขึ้นใต้ผิว โดยที่ผิวชั้นนอกระหว่างจุดเหล่านั้นแทบจะไม่ได้รับผลกระทบเลย ด้วยเหตุนี้ ผิวจึงแทบไม่ต้องพักฟื้น (Downtime) แต่สามารถเข้าไปดูแลผิวได้ลึกถึงชั้นผิวแท้ส่วนลึกครับ
จุดความร้อนขนาดเล็ก*(TCP, Thermal Coagulation Point): คือจุดความร้อนเล็กๆ ที่เกิดขึ้น ณ ตำแหน่งที่คลื่นอัลตราซาวนด์มารวมกันอย่างแม่นยำ ซึ่งจุดนี้เองที่จะกลายเป็นสัญญาณในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ครับ
ประสิทธิภาพเกือบทั้งหมดของผลลัพธ์จึงขึ้นอยู่กับว่า จุดความร้อนเหล่านี้ถูกยิงลงไปในความลึกที่แม่นยำแค่ไหน และกระจายตัวได้สม่ำเสมอในแต่ละระดับความลึกอย่างไร

1.5 mm, 3 mm, 4.5 mm — ทำไมต้องแบ่งระดับความลึก?
เครื่อง HIFU โดยทั่วไปจะแบ่งระดับความลึกด้วยหัวคาร์ทริดจ์ขนาด 1.5 mm, 3.0 mm และ 4.5 mm ตัวเลขเหล่านี้แสดงถึง “ชั้นผิวที่ต้องการเล็งเป้าหมาย” ครับ
1.5 mm จะส่งความร้อนไปถึงชั้นผิวแท้ส่วนตื้น เพื่อช่วยดูแลเรื่องรูขุมขน ริ้วรอยเล็กๆ และปรับสภาพผิวเรียบเนียน
3.0 mm จะส่งความร้อนลงลึกถึงชั้นผิวแท้ส่วนลึก เพื่อช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและกระชับผิว
4.5 mm จะส่งพลังงานไปถึง ชั้น SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) เพื่อช่วยเรื่องการดึงผิวที่หย่อนคล้อย ซึ่งเป็นชั้นผิวเดียวกับที่ศัลยแพทย์ดึงหน้าทำการผ่าตัดโดยตรงนั่นเองครับ
ถึงแม้จะเรียกว่า “HIFU ยกกระชับ” เหมือนกัน แต่ผลลัพธ์จะแตกต่างกันไประหว่าง “ผิวดูเนียนละเอียดขึ้น” หรือ “กรอบหน้าชัดขึ้น” ขึ้นอยู่กับว่าใช้หัวคาร์ทริดจ์ขนาดไหนและยิงไปกี่ช็อต (shot) หากเน้นแค่เรื่องรูขุมขนอย่างเดียว ชั้น 4.5 mm ก็จะว่างเว้นไป หรือหากเน้นแค่เรื่องความหย่อนคล้อย ชั้น 1.5 mm ก็จะขาดหายไปเช่นกันครับ

Ulthera, ชูริงค์, ซอฟเวฟ — ความแตกต่างที่สัมผัสได้จริงแม้จะเป็น HIFU เหมือนกัน
แม้ว่าหน้าตาของทั้งสามเครื่องนี้จะใช้หลักการคล้ายกัน แต่มีสิ่งหนึ่งที่ต่างกันอย่างชัดเจนครับ
Ulthera เป็นเครื่องเดียวที่ให้แพทย์สามารถสแกนดูภาพอัลตราซาวนด์แบบเรียลไทม์ขณะยิงจุดความร้อนได้ เนื่องจากสามารถดูหน้าจอไปพร้อมกับยิงเพื่อให้มั่นใจว่าหัว 4.5 mm ส่งพลังงานไปถึงชั้น SMAS จริงๆ ความเบี่ยงเบนระหว่าง “ตรงเป้า vs พลาดเป้า” จึงน้อยมาก และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ราคาสูงกว่าเครื่องอื่นครับ
ชูริงค์ / ชูริงค์ Universe เป็นเครื่องที่ผลิตโดยบริษัท Classys ของเกาหลีใต้ โดยจะไม่มีหน้าจอนำทาง แต่ใช้วิธีเปลี่ยนหัวคาร์ทริดจ์ตามระดับความลึกอย่างรวดเร็วขณะยิง ความเร็วในการปล่อยจุดพลังงานนั้นเร็วมาก ทำให้สามารถยิงช็อตได้จำนวนมากในเวลาที่เท่ากัน ผลลัพธ์ที่ได้จึงตอบโจทย์ในการ “กระจายพลังงานให้ทั่วถึงในแต่ละระดับความลึก” มากกว่าเน้น “เป้าหมายชั้น SMAS แบบเป๊ะๆ”
ซอฟเวฟ ไม่ได้ปล่อยพลังงานเป็นจุดๆ แต่จะส่งคลื่นอัลตราซาวนด์พร้อมกัน 7 ลำแสงลงลึก 1.5 mm ไปยังชั้นผิวแท้ในลักษณะเป็นแนวระนาบ คอนเซปต์คือเน้นการทำความร้อนที่ชั้นผิวแท้ด้านบนของ SMAS จึงหวังผลลัพธ์เรื่อง “สภาพผิวและการลดริ้วรอยเล็กๆ” มากกว่าเรื่อง “ความหย่อนคล้อย”
ความต่างตรงนี้เองที่ทำให้เกิดรีวิวที่ส่งเสียงแตกอย่าง “ฉันทำ ชูริงค์ แล้วแฮปปี้มาก แต่เพื่อนบอกว่าทำ Ulthera ดีกว่าเยอะ” เพราะชั้นผิวที่เป็นเป้าหมายของแต่ละเครื่องนั้นต่างกันนั่นเองครับ

3 ข้อที่ควรตรวจสอบก่อนปรึกษาแพทย์
อันดับแรก ให้เช็กก่อนว่าปัญหาที่คุณต้องการแก้คือเรื่อง “ความหย่อนคล้อย” หรือ “สภาพผิว” หากเน้นเรื่องความหย่อนคล้อย ให้มองหาเครื่องที่โดดเด่นเรื่องหัว 4.5 mm แต่หากเป็นเรื่องผิวเนียนละเอียดและรูขุมขน ให้มองหาเครื่องที่มีระดับความลึก 1.5 mm เป็นหลักครับ
อันดับที่สอง ควรถามว่าตัวเครื่องมีฟังก์ชันตรวจสอบภาพแบบเรียลไทม์ (Visual Guide) หรือไม่ เนื่องจากบริเวณโหนกแก้มและแนวกรามมีกระดูกอยู่ใกล้และมีเส้นประสาทพาดผ่าน หากยิงหัว 4.5 mm โดยปราศจากการมองเห็นด้วยภาพจริง อาจทำให้บางจุดเข้าถึงชั้นผิวแต่บางจุดอาจเฉียดพลาดไปได้ นี่คือเหตุผลหนึ่งที่ทำให้อัลเทอรา (Ulthera) มีราคาสูงครับ
สุดท้ายนี้ ร่วมวางแผนกับแพทย์ว่าใน 1 ปี ควรทำกี่ครั้งในบริเวณเดียวกัน เนื่องจากกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ของ HIFU จะทำงานเป็นรอบทุกรอบ 3-6 เดือน แทนที่จะรีบทำซ้ำบ่อยๆ การปล่อยระยะเวลาให้เหมาะสมแล้วทำแบบเต็มประสิทธิภาพในคราวเดียว มักทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้ยาวนานกว่าครับ
บทความนี้เป็นการสรุปข้อมูลทางวิชาการทั่วไป เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ตรงจุด แนะนำให้เข้ามาปรึกษากับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง เพื่อประเมินสภาพผิวและความหย่อนคล้อยของคุณครับ

คำถามที่พบบ่อย
Q. ทำ HIFU ครั้งเดียวอยู่ได้นานแค่ไหน?
A. การสร้างคอลลาเจนใหม่ใช้เวลาประมาณ 2–3 เดือน และโดยทั่วไปผลลัพธ์จะอยู่ได้นานราว 6–12 เดือนครับ อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่หัตถการที่หยุดความเสื่อมของผิวได้โดยตรง จึงมีหลายคนที่เลือกวางแผนทำเป็นรอบ ๆ ทุก 1 ปีครับ
Q. มีรีวิวหลายคนบอกว่าเจ็บมาก เป็นเรื่องจริงไหมคะ?
A. ความลึก 4.5 มม. จะรู้สึกเจ็บหนักบริเวณที่อยู่ใกล้กระดูก เช่น แนวกรามและขอบโหนกแก้ม เครื่องที่มีระบบนำทางด้วยภาพจะช่วยลดการยิงพลาด ทำให้ได้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกันแต่เจ็บน้อยลง
Q. สามารถดูแลทั้งรูขุมขนกว้างและผิวหย่อนคล้อยได้ในครั้งเดียวไหม?
A. ทำได้ครับ แต่ต้องใช้คาร์ทริดจ์ทั้งหมดตามความลึกแต่ละระดับ ทำให้ค่าใช้จ่ายและเวลาเพิ่มขึ้น หากกำหนดลำดับความสำคัญไว้ก่อน ก็จะทำได้อย่างปลอดภัยมากขึ้นในงบประมาณเท่าเดิม
Q. ผลลัพธ์ของ HIFU จะเห็นได้ทันทีหลังทำเลยไหม หรือว่าต้องใช้เวลาสักระยะครับ?
A. ต้องใช้เวลานิดนึงนะครับ โดย collagen จะค่อยๆ เติมเต็มขึ้นมาในช่วง 3-6 เดือน ดังนั้น การทำแบบเน้นๆ ให้เห็นผลดีไปเลยครั้งเดียว จะดีกว่ารีบกลับมาทำซ้ำบ่อยๆ ครับ
คอนเทนต์

ผิว
CO2 Fractional ทำไมพักหน้านานกว่าเลเซอร์แบบไม่ลอกผิว? เลือกยังไงดี

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฟิลเลอร์หน้าผากต้องใช้กี่ซีซี ทำไมราคาต่อซีซีถึงบอกราคารวมไม่ได้?

ผิว
หน้ามันแต่ยังตึง ช่วงเปลี่ยนฤดูควรแก้อะไรก่อนดี?

กำจัดขน
เลเซอร์กำจัดขนรักแร้ ราคาต่อครั้งถูก แต่รวมทั้งคอร์สต้องจ่ายเท่าไหร่?

ลบรอยสัก
จะสักทับ (Cover-up) ต้องเลเซอร์ให้รอยสักเดิมจางก่อนกี่ครั้ง?

ผิว
큐어젯 다운타임, 다음 날 출근과 화장은 언제부터 될까요?







