อัลตราซาวด์ยกกระชับเหมือน Ulthera·Shurink แต่ความลึกและพลังงานต่างกัน สรุปตั้งแต่หลักการถึงพักฟื้น
สำหรับใครที่เคยผ่านการทำยกกระชับมาแล้วอย่างน้อยสักครั้ง
และกำลังมองหาโปรแกรมถัดไปอยู่
น่าจะเคยเห็นชื่อ Sofwave ผ่านตากันมาบ่อยๆ แน่เลยใช่ไหมคะ
แถมชอบได้ยินทั้งคำว่า "รอบนี้เขาว่าแตกต่างนะ"
ไปจนถึงคำว่า "สุดท้ายมันก็คล้ายๆ กันหมดไม่ใช่เหรอ?"
จนทำให้เริ่มสับสนและลังเลใจตามไปด้วย
ขอสรุปให้ฟังสั้นๆ ในบรรทัดเดียวเลยค่ะ
แม้ว่า Sofwave จะเป็นกลุ่มคลื่นอัลตราซาวด์เหมือนกัน
แต่ระดับความลึกและรูปแบบของพลังงานที่ส่งลงไปใต้ผิวนั้นแตกต่างกันค่ะ
แทนที่จะคิดง่ายๆ แค่ว่า "แบบไหนดีกว่ากัน"
การเริ่มกลับมาทบทวนว่า "เราอยากได้ผลลัพธ์ความเปลี่ยนแปลงแบบไหน"
จะเป็นทางลัดที่ช่วยให้เลือกได้ตรงใจที่สุดค่ะ

ส่งพลังงานตื้นกว่า แต่กระจายตัวได้สม่ำเสมอยิ่งขึ้น
สำหรับ Ulthera และ Shurink (Ultraformer)
จะเป็นการยิงพลังงานแบบจุดลงลึกถึงชั้น SMAS*
ซึ่งอยู่ลึกประมาณ 4.5 มม. ใต้ชั้นผิวหนังกำพร้าค่ะ
ถึงแม้จะเก่งเรื่องการยกกระชับแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยในชั้นลึก
แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความเจ็บและการต้องใช้เวลาพักฟื้นผิวพอสมควรเลยค่ะ
ส่วน Sofwave จะเน้นไปที่ชั้นหนังแท้ระดับตื้นถึงกึ่งกลาง (Dermis)
ที่ความลึกประมาณ 1.5 มม. โดยใช้เทคโนโลยี SUPERB
ส่งพลังงานความร้อนในแนวขนานพร้อมกันถึง 7 ลำแสงค่ะ
และด้วยความที่เป็นพลังงานรูปทรงกระบอกแบบ 3 มิติ แทนที่จะเป็นจุดกลมๆ
จึงแทบไม่มีช่องว่างเปล่าระหว่างจุดที่พลังงานยิงลงไปเลยค่ะ
ทำให้เห็นผลลัพธ์ในการฟื้นฟูเนื้อผิว (texture),
ริ้วรอยเล็กๆ และความหย่อนคล้อยในระดับตื้นพึงพอใจได้ดีมากๆ เลยค่ะ

ตัวขั้นตอนการทำ สบายกว่ากันเยอะเลยค่ะ
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ลังเลไม่กล้าทำรอบถัดไป
เพราะเจ็บจนจำฝังใจจาก Ulthera หรือ Shurink
ขอบอกเลยว่า Sofwave จะช่วยลดความกังวลตรงนี้ไปได้เยอะมากค่ะ
ปกติแล้วแค่แปะยาชาธรรมดาก็เพียงพอ
คนไข้ส่วนใหญ่บอกว่าอยู่ในระดับที่ทนได้สบายๆ เลยค่ะ
แถมใช้เวลาทำเพียงแค่ 30-40 นาทีเท่านั้นเอง
แถม Downtime ก็น้อยมาก หลังทำเสร็จ
สามารถแต่งหน้าเบาๆ ออกไปเที่ยวต่อในวันนั้นได้ทันทีเลยค่ะ
ถึงแม้จะมีอาการบวมอยู่บ้าง
แต่ส่วนใหญ่ก็จะค่อยๆ ยุบลงไปเองภายใน 1-3 วันค่ะ
โอกาสเกิดรอยช้ำก็น้อย และหมดห่วงเรื่องผลข้างเคียง
ที่เกิดจากการระคายเคืองของเส้นประสาท
ซึ่งพบได้บ้างในการทำหัตถการระดับลึกๆ ค่ะ
![[합정 뷰티스톤] 왜 소프웨이브는 4.5mm가 아니라 1.5mm 진피층을 노릴까?](https://framerusercontent.com/images/0pdlfYqMztRjtD36YmLH0frCOGw.jpg)
ผลลัพธ์จะค่อยเป็นค่อยไป
เห็นผลยาวนาน 1-2 ปีเลยค่ะ
เนื่องจากเป็นหัตถการกระตุ้นการจัดเรียงตัวของคอลลาเจนใหม่
ผลลัพธ์จึงไม่ได้เห็นผลปุ๊บปั๊บทันตาในทันทีนะคะ
โดยทั่วๆ ไปจะเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงแรกในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
และจะค่อยๆ ชัดเจนเต็มที่ขึ้นเรื่อยๆ ตลอดช่วง 3-6 เดือนค่ะ
ผลลัพธ์จะคงอยู่ได้นานประมาณ 1 ปีบวกลบค่ะ
แต่สำหรับบางท่านที่มีพื้นฐานผิวดีอยู่แล้ว ก็อาจอยู่ได้ยาวถึง 2 ปีเลยค่ะ
อย่างไรก็ตาม Sofwave ไม่ใช่หัตถการที่เน้น
เพื่อยกดึงชั้นผิว SMAS ที่หย่อนคล้อยลึกๆ ขึ้นมาในทันทีนะคะ
ถ้าหากคุณเริ่มมีปัญหาความหย่อนคล้อยบริเวณแก้มล่างหรือใต้โหนกแก้มอย่างเห็นได้ชัด
การเลือกทำ Ulthera หรือการออกแบบคอร์สร่วมกัน
จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่แลดูเป็นธรรมชาติมากกว่าค่ะ
เพื่อความปลอดภัยที่สุด แนะนำให้ปรึกษากับคุณหมอโดยตรง
เพื่อประเมินสภาพผิวจริงและความลึกของความหย่อนคล้อย
แล้วค่อยตัดสินใจเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมร่วมกันนะคะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. เพิ่งทำ Ulthera มาได้ไม่นาน สามารถทำ Sofwave ต่อได้เลยไหมคะ?
A. โดยปกติแล้ว แนะนำให้เว้นระยะห่าง
ระหว่างหัตถการอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ค่ะ
เพราะหากมีความร้อนสะสมในบริเวณเดิมมากเกินไป
อาจทำให้ผิวฟื้นตัวได้ช้าลงค่ะ
ดังนั้นอย่าลืมแจ้งประวัติการทำหัตถการครั้งล่าสุดให้คุณหมอทราบก่อนเสมอนะคะ
Q. ทำแค่ครั้งเดียวจะเห็นผลเลยไหมคะ?
A. แม้จะทำเพียงแค่ครั้งเดียวก็สัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ
แต่ถ้าอยากเน้นเรื่องการปรับปรุงเนื้อผิวให้เนียนละเอียดครอบคลุมทั่วใบหน้า
คุณหมออาจแนะนำให้ทำโปรแกรม skin booster ร่วมด้วยหลังจากนั้น 1-2 เดือนค่ะ
Q. ราคาแพงกว่า Shurink พอสมควรเลย คุ้มค่าที่จะทำไหมคะ?
A. สำหรับท่านที่อยากดูแลริ้วรอยตื้นๆ และฟื้นฟูสัมผัสของผิวพรรณ
ผลลัพธ์ที่ได้จัดว่ามีความพึงพอใจและคุ้มค่าสูงมากค่ะ
แต่ถ้าพวกรอยหย่อนคล้อยลึกๆ ระดับชั้น SMAS
การเลือกตัวเลือกอื่นอย่าง Ulthera อาจจะตรงจุดและตอบโจทย์มากกว่าค่ะ
บทความที่น่าสนใจ

ยกกระชับ
ตั้งแต่วัย 20 ไปจนถึง 50 ปี ควรเริ่มทำโปรแกรมยกกระชับ (lifting) ตอนไหน และเริ่มจากตัวไหนดีนะ?
จุดเริ่มต้นของการทำ Lifting นั้น ขึ้นอยู่กับสัญญาณเตือนของผิวมากกว่าเลขอายุนะคะ วันนี้เรามาเช็กโรดแมปในแต่ละช่วงวัย พร้อมเกณฑ์ในการเลือกวิธีที่ใช่ และไขข้อข้องใจยอดฮิตกันค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
เมื่อรู้สึกหนักหนังตาและคิ้วดูตก การทำอัลตร้าซาวด์ 리프팅 (lifting) บริเวณหน้าผากและคิ้วจะช่วยได้ไหมคะ?
สำหรับผู้ที่มีปัญหาตาดูหนักและล้าซึ่งมีสาเหตุมาจากคิ้วและหน้าผากหย่อนคล้อย นี่คือข้อมูลสรุปเกี่ยวกับหลักการทำงานของการทำอัลตราซาวด์ยกกระชับ (Ultrasonic Lifting) เคสที่เหมาะกับการทำทรีตเมนต์นี้ รวมถึงสัญญาณการฟื้นฟูของผิวและระยะเวลาที่จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ค่ะ

ยกกระชับ
เมื่อกังวลเรื่องริ้วรอยที่คอและไลน์กรอบคอที่เริ่มหย่อนคล้อย การทำกิ๊ฟติ้งด้วยคลื่นวิทยุ (High-Frequency Lifting) จะช่วยได้อย่างไรบ้างคะ?
คู่มือนี้รวบรวมตั้งแต่สาเหตุของรอยเหี่ยวย่นบริเวณลำคอและกรอบคอที่ดูหย่อนคล้อย ไปจนถึงหลักการทำงานของคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) สำหรับการยกกระชับ รวมถึงการดูแลรักษาตามลักษณะริ้วรอยแต่ละประเภท และสัญญาณแห่งการฟื้นฟูผิวค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
เมื่อเริ่มรู้สึกว่าบริเวณขมับและหน้าผากดูยุบตัวลง Juvelook Volume จะสามารถช่วยเติมเต็มได้อย่างไรบ้างคะ?
คู่มือสรุปสาเหตุของปัญหาขมับและหน้าผากตอบ พร้อมอธิบายหลักการทำงานของ Juvelook Volume ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้ค่อยๆ เติมเต็มผิวอย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึงเกณฑ์ในการพิจารณาว่าเหมาะกับเคสแบบไหน และสัญญาณการฟื้นฟูผิวหลังทำค่ะ

ร่างกาย
ออนดาช่วยเรื่องเซลลูไลท์ได้ไหม ทำงานกับไขมันอย่างไร
ออนดา (ไมโครเวฟ) ทำงานกับไขมันและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอย่างไร เกี่ยวข้องกับเซลลูไลท์แค่ไหนค่ะ

กำจัดขน
รูขุมขนอักเสบหลังกำจัดขนเกิดจากอะไร ดูแลอย่างไร
รูขุมขนอักเสบหลังเลเซอร์กำจัดขนเกิดจากอะไร อาการทั่วไป สัญญาณที่ควรพบแพทย์ และวิธีดูแลค่ะ



