• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

ผิวแพ้ง่าย ทำ Lifting หรือ Skin Booster ได้ไหม?

ผิวแพ้ง่าย ทำ Lifting หรือ Skin Booster ได้ไหม?

ผิวแพ้ง่าย ทำ Lifting หรือ Skin Booster ได้ไหม?

ผิวแพ้ง่ายทำ Lifting และ Skin Booster ได้ไหม? เลือกหัตถการให้ถูก ดูแลก่อน-หลังให้ถูกวิธีค่ะ

เผยแพร่ -

อัปเดต -

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist

ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายหรือเป็นภูมิแพ้ผิวหนัง (อาโทปิก) มักพูดประโยคเดียวกันบ่อยที่สุดตอนปรึกษาก่อนทำหัตถการค่ะ "ผิวหนูบางแพ้ง่ายมาก ทำได้ไหมคะ" คำถามนี้จริงๆ แล้วแฝงความกังวลอยู่สองเรื่องพร้อมกัน ทั้งกลัวว่าหัตถการจะยิ่งกระตุ้นให้ผิวระคายเคือง และก็กังวลว่าถ้าเลื่อนไปเรื่อยๆ จะไม่ได้รับการดูแลผิวแบบที่ต้องการเสียที

 

ขอสรุปตั้งแต่ต้นก่อนว่า ต่อให้เป็นผิวแพ้ง่ายหรือผิวภูมิแพ้ผิวหนัง ก็ไม่ได้แปลว่าต้องงดทำหัตถการไปเลยเสมอไปค่ะ เพียงแต่ระดับการระคายเคืองจะแตกต่างกันมากตามสภาพเกราะผิวและประเภทของหัตถการ ดังนั้นสิ่งสำคัญคือควรเลือกทำหัตถการแบบไหนในช่วงที่ผิวอยู่ในสภาพแบบไหน

 

บทความนี้เป็นเนื้อหาที่รวบรวมข้อมูลหัตถการจากบิวตี้สโตนฮับจองค่ะ

 

อ่านบทความนี้แล้วคุณจะรู้

  • เข้าใจว่าลักษณะเกราะผิวของผิวแพ้ง่ายและผิวภูมิแพ้ผิวหนังเกี่ยวข้องกับการระคายเคืองจากหัตถการอย่างไร

  • เปรียบเทียบระดับการระคายเคืองของหัตถการแต่ละประเภทได้

  • รู้ว่าต้องดูแลตัวเองอย่างไรทั้งก่อนและหลังทำหัตถการเพื่อลดการระคายเคือง

  • รู้เกณฑ์ตัดสินใจว่าผิวอยู่ในสภาพแบบไหนที่ควรเลื่อนการทำหัตถการออกไปก่อน

 

ผิวแพ้ง่ายต้องงดทำหัตถการเสริมความงามหรือไม่

คำว่า "ผิวแพ้ง่าย" ที่พูดกันบ่อยๆ นั้น จริงๆ แล้วมักมีความหมายซ้อนอยู่สองแบบค่ะ แบบแรกคือผิวที่ไวต่อการกระตุ้น พอโดนอะไรนิดหน่อยก็แดงง่าย ส่วนอีกแบบคือผิวที่มีปัญหาที่เกราะผิวโดยตรง อย่างโรคภูมิแพ้ผิวหนังอักเสบ ทั้งสองแบบนี้มีแนวทางการทำหัตถการที่แตกต่างกันเล็กน้อย

 

ผิวที่ไวต่อการกระตุ้นนั้น เกราะผิวยังค่อนข้างปกติ เพียงแต่การตอบสนองของเส้นประสาทไวกว่าปกติ แค่โดนกระตุ้นเล็กน้อยก็อาจแสบร้อนหรือคันได้ แต่ส่วนใหญ่เกราะผิวจะยังไม่เสียหายมากนัก ในทางกลับกัน ผิวภูมิแพ้ผิวหนังมีความเสียหายที่โครงสร้างเกราะผิวโดยตรง ทำให้สิ่งกระตุ้นจากภายนอกแทรกซึมเข้าสู่ผิวได้ง่ายกว่า และค่าการสูญเสียน้ำผ่านผิวหนัง (TEWL)* ก็สูงกว่าผิวปกติ ทำให้ความชุ่มชื้นระเหยออกไปเร็วกว่า

การสูญเสียน้ำผ่านผิวหนัง (TEWL)*: หมายถึงปริมาณความชุ่มชื้นที่ระเหยออกจากผิวหนัง ค่านี้ยิ่งสูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งบ่งบอกว่าเกราะผิวอ่อนแอมากเท่านั้น

 

เหตุผลที่ความแตกต่างนี้สำคัญต่อการเลือกหัตถการก็คือ ยิ่งเกราะผิวอ่อนแอเท่าไหร่ การฟื้นตัวหลังทำหัตถการก็ยิ่งช้าลง และแม้จะโดนกระตุ้นเพียงเล็กน้อยก็อาจกลายเป็นการอักเสบได้ ดังนั้นไม่ใช่ว่าห้ามทำเด็ดขาด แต่ควรตรวจสอบสภาพผิวก่อน แล้วจึงเลือกประเภทหัตถการที่เหมาะสมค่ะ


ผิวแพ้ง่ายต้องงดทำหัตถการเสริมความงามหรือไม่

 

 

ลักษณะเกราะผิวของผิวภูมิแพ้ผิวหนังและปฏิกิริยาต่อการระคายเคืองจากหัตถการ

การเปลี่ยนแปลงที่พบบ่อยที่สุดในผิวภูมิแพ้ผิวหนังคือการลดลงของโปรตีนฟิลากริน* ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมเซลล์ในชั้นขี้ไคลให้แน่นหนา ป้องกันไม่ให้สิ่งแปลกปลอมจากภายนอกแทรกเข้ามา เมื่อโปรตีนตัวนี้ลดลง ผิวหน้าก็จะเหมือนมีช่องว่างเล็กๆ เปิดอยู่ ทำให้สิ่งกระตุ้นจากภายนอกแทรกซึมเข้าไปได้ลึกขึ้น

ฟิลากริน*: โปรตีนโครงสร้างของชั้นขี้ไคล ทำหน้าที่รักษาเกราะผิวและเป็นสารตั้งต้นของปัจจัยให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ (NMF) ในผิวภูมิแพ้ผิวหนัง มักพบว่าร่างกายสร้างโปรตีนตัวนี้ไม่เพียงพอเนื่องจากความผิดปกติทางพันธุกรรม

โครงสร้างความเสียหายของเกราะชั้นขี้ไคลในผิวภูมิแพ้ผิวหนัง

สิ่งกระตุ้นที่เกิดจากหัตถการแบ่งได้เป็น 3 ประเภทหลักๆ ค่ะ ได้แก่ การกระตุ้นด้วยความร้อน (ยกกระชับด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูงหรืออัลตราซาวด์) การกระตุ้นทางกายภาพ (การฉีดหรือเข็มขนาดเล็ก) และการกระตุ้นทางเคมี (การผลัดผิวหรือสารสกินบูสเตอร์) ในผิวภูมิแพ้ผิวหนังหรือผิวแพ้ง่าย สิ่งกระตุ้นทั้งสามแบบนี้อาจก่อให้เกิดปฏิกิริยาที่รุนแรงกว่าผิวปกติได้ทั้งหมด โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนังอักเสบมักตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นได้ง่าย และแม้อาการจะทุเลาลงแล้ว ผิวก็ยังคงไวต่อการกระตุ้นอยู่บ่อยครั้ง.

 

สาเหตุที่ผิวแพ้ง่ายมักมีอาการแดงหรือคันหลังทำหัตถการบ่อยกว่าก็เพราะช่องว่างที่เกราะผิวนี้เองค่ะ ผิวปกติจะซ่อมแซมความเสียหายเล็กๆ ที่เกิดขึ้นหลังทำหัตถการได้อย่างรวดเร็ว แต่ผิวที่เกราะผิวอ่อนแอจะใช้เวลาจัดการกับความเสียหายแบบเดียวกันนานกว่า


ลักษณะเกราะผิวของผิวภูมิแพ้ผิวหนังและปฏิกิริยาต่อการระคายเคืองจากหัตถการ

 

 

ระดับการระคายเคืองตามประเภทหัตถการและเกณฑ์การเลือก

การจะรู้ว่าหัตถการแบบไหนเหมาะกับผิวแพ้ง่ายหรือผิวภูมิแพ้ผิวหนัง ให้ลองพิจารณาจากระดับการระคายเคืองและระยะเวลาฟื้นตัวเป็นหลัก จะเข้าใจง่ายขึ้นค่ะ

ประเภทหัตถการ

ระดับการระคายเคือง

ดาวน์ไทม์

ข้อควรพิจารณาสำหรับผิวแพ้ง่าย/ภูมิแพ้ผิวหนัง

สกินบูสเตอร์ (Rejuran, Juvelook เป็นต้น)

ต่ำ–ปานกลาง

1-3 วัน

ส่วนใหญ่ทำได้หลังปรับส่วนผสมและความเข้มข้นให้เหมาะสม

ยกกระชับด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูง (Thermage, InMode)

ปานกลาง

1-3 วัน

ปรับลดระดับพลังงานในการทำ และงดทำในช่วงที่ผื่นแพ้กำเริบ

HIFU ยกกระชับด้วยอัลตราซาวด์ (Ulthera, Sofwave เป็นต้น)

ปานกลาง–สูง

3-7 วัน

ต้องปรับระยะห่างของการทำและระดับพลังงานให้เหมาะสม

เลเซอร์ (เลเซอร์รักษาเม็ดสี/หลอดเลือด)

ปานกลาง–สูง

3-10 วัน

งดทำในช่วงอาการกำเริบอย่างเคร่งครัด และเตรียมผิวก่อนทำอย่างเข้มข้น

การผลัดผิวด้วยสารเคมี

สูง

7-14 วัน

โดยทั่วไปไม่แนะนำสำหรับผิวแพ้ง่าย

เปรียบเทียบระดับการระคายเคืองตามประเภทหัตถการ

สกินบูสเตอร์เป็นการฉีดสารให้ความชุ่มชื้นและฟื้นฟูผิวเข้าสู่ชั้นหนังแท้โดยตรง จึงมีการระคายเคืองค่อนข้างน้อยกว่าวิธีอื่นค่ะ อย่างไรก็ตาม การตอบสนองอาจแตกต่างกันไปตามส่วนผสม ดังนั้นการทดสอบปริมาณเล็กน้อยก่อนทำหัตถการครั้งแรกจะปลอดภัยกว่า

 

การยกกระชับด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูงหรืออัลตราซาวด์ใช้พลังงานความร้อน จึงสามารถลองทำได้แม้เป็นผิวแพ้ง่าย หากปรับระดับพลังงานให้เหมาะสม เงื่อนไขสำคัญคืออาการภูมิแพ้ผิวหนังต้องอยู่ในช่วงสงบแล้วเท่านั้น หากผิวยังแดงและคันอยู่ในช่วงอาการกำเริบ ควรงดการยกกระชับทุกประเภทค่ะ


ระดับการระคายเคืองตามประเภทหัตถการและเกณฑ์การเลือก

 

 

การดูแลก่อนและหลังทำหัตถการเพื่อลดการระคายเคือง

หากต้องการให้ผลลัพธ์ของหัตถการออกมาดีและมั่นคงสำหรับผิวแพ้ง่ายหรือผิวภูมิแพ้ผิวหนัง การเตรียมสภาพผิวให้พร้อมก่อนทำหัตถการเป็นขั้นตอนที่สำคัญค่ะ

 

ควรให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างเกราะผิวตั้งแต่ 2-4 สัปดาห์ก่อนทำหัตถการ โดยงดใช้ส่วนผสมที่อาจก่อการระคายเคือง (เรตินอล, AHA, น้ำหอม) ชั่วคราว และใช้มอยส์เจอไรเซอร์ที่มีเซราไมด์*หรือแพนทีนอลอย่างเพียงพอ เพื่อให้ชั้นขี้ไคลรักษาระดับความชุ่มชื้นได้ตามเกณฑ์ วิธีที่แน่นอนที่สุดคือให้แพทย์ผิวหนังวัดระดับความชุ่มชื้นและตรวจสอบสภาพเกราะผิวปัจจุบัน แล้วจึงกำหนดช่วงเวลาทำหัตถการ

เซราไมด์*: สารไขมันที่อยู่ระหว่างเซลล์ในชั้นขี้ไคล มีบทบาทสำคัญในการรักษาความชุ่มชื้นและป้องกันสิ่งกระตุ้นจากภายนอก ผิวภูมิแพ้ผิวหนังมักขาดสารตัวนี้

 

ในวันทำหัตถการ ควรใช้เฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคืองน้อยเท่านั้น เน้นความเรียบง่ายด้วยคลีนเซอร์และมอยส์เจอไรเซอร์สูตรอ่อนโยนที่ปราศจากน้ำหอมและสี การให้ความชุ่มชื้นอย่างเพียงพอก่อนทำหัตถการจะช่วยให้ผิวอยู่ในสภาพที่พร้อมรับมือกับสิ่งกระตุ้นได้ดีขึ้น

 

ทันทีหลังทำหัตถการ ควรหลีกเลี่ยงทั้งความร้อน แรงเสียดสี และส่วนผสมที่มีฤทธิ์แรงทุกชนิด

  • ภายใน 24 ชั่วโมง — ใช้การเป่าลมเย็นหรือมอยส์เจอไรเซอร์อุณหภูมิห้องแทนการประคบเย็น ห้ามถูหรือเสียดสีผิวโดยเด็ดขาด

  • 2-3 วัน — ทามอยส์เจอไรเซอร์เฉพาะทางบ่อยๆ เพื่อป้องกันความชุ่มชื้นระเหย ส่วนเมกอัพสีสันควรแต่งหลังจากตรวจดูปฏิกิริยาของผิวแล้ว

  • 1 สัปดาห์ — แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผิวหนังก่อนกลับมาใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่มเรตินอล, AHA หรือกรดซาลิไซลิกอีกครั้ง

หากเป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนังอักเสบที่ทำให้ผิวแห้งและระคายเคืองง่าย การให้ความชุ่มชื้นอย่างสม่ำเสมอหลังทำหัตถการจะส่งผลโดยตรงต่อการฟื้นฟูเกราะผิวมากที่สุด.


การดูแลก่อนและหลังทำหัตถการเพื่อลดการระคายเคือง

 

 

ทำไมต้องบิวตี้สโตนฮับจอง

บิวตี้สโตนฮับจองจะตรวจสอบสภาพเกราะผิวเป็นอันดับแรกในการปรึกษาก่อนทำหัตถการ สำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายหรือมีประวัติภูมิแพ้ผิวหนัง โดยจะดูว่าอยู่ในช่วงอาการกำเริบหรือช่วงสงบ ระดับความชุ่มชื้นของชั้นขี้ไคลในปัจจุบันเป็นอย่างไร แล้วจึงพูดคุยเรื่องหัตถการและระดับพลังงานที่เหมาะสมร่วมกัน เนื่องจากเป็นคลินิกขนาดเล็กใกล้สถานีฮับจอง จึงสามารถให้เวลากับผู้เข้ารับบริการแต่ละท่านได้อย่างเต็มที่ ทั้งการดูสภาพผิวและการวางแผนดูแลก่อน-หลังทำหัตถการให้เหมาะกับแต่ละคน


ทำไมต้องบิวตี้สโตนฮับจอง

 

 

อ่านเพิ่มเติม

 

คำถามที่พบบ่อย

Q. เป็นผิวภูมิแพ้ผิวหนัง สามารถฉีดสกินบูสเตอร์อย่าง Rejuran ได้ไหมคะ

 

A. หากอาการภูมิแพ้ผิวหนังอยู่ในช่วงสงบและไม่มีการอักเสบรุนแรง ก็สามารถลองทำได้ครับ สกินบูสเตอร์เป็นการฉีดสารให้ความชุ่มชื้นและฟื้นฟูผิว จึงมีการระคายเคืองน้อยกว่าการยกกระชับ อย่างไรก็ตาม การตอบสนองอาจแตกต่างกันไปตามส่วนผสม จึงควรทดสอบปริมาณเล็กน้อยก่อนทำจะปลอดภัยกว่าครับ สิ่งสำคัญคือต้องแจ้งอาการภูมิแพ้ผิวหนังปัจจุบันให้แพทย์ทราบและปรึกษากันก่อนทำหัตถการครับ

 

Q. ตอนนี้ผิวแดงและคันมาก จะทำหัตถการยกกระชับได้ไหมคะ

 

A. หากอาการภูมิแพ้ผิวหนังหรือผื่นแพ้กำลังกำเริบอยู่ ควรงดทำหัตถการยกกระชับก่อนครับ เพราะหากได้รับพลังงานความร้อนหรือการฉีดในช่วงที่เกราะผิวอ่อนแอ อาการอักเสบอาจรุนแรงขึ้นได้ ควรรอให้อาการสงบ ผิวหายแดงและหายคันแล้วค่อยกลับมาตรวจสอบอีกครั้งว่าทำหัตถการได้หรือไม่ จะปลอดภัยกว่าครับ

 

Q. ผิวแพ้ง่ายต้องเตรียมตัวเป็นพิเศษก่อนทำหัตถการไหมคะ

 

A. แนะนำให้ลดการใช้ส่วนผสมที่อาจก่อการระคายเคืองตั้งแต่ 2-4 สัปดาห์ก่อนทำหัตถการ และทามอยส์เจอไรเซอร์ที่มีเซราไมด์หรือแพนทีนอลอย่างสม่ำเสมอเพื่อช่วยเสริมสร้างเกราะผิวครับ หากทำหัตถการในช่วงที่ผิวมีความชุ่มชื้นเพียงพอ การฟื้นตัวจะมั่นคงกว่า และถ้าแจ้งรายการผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่ใช้เป็นประจำให้แพทย์ทราบก่อนทำหัตถการ ก็จะช่วยตรวจสอบล่วงหน้าได้ว่ามีส่วนผสมใดที่อาจขัดกันหรือไม่ครับ

 

Q. ถ้าเป็นผิวแพ้ง่ายแล้วรู้สึกคันหลังทำหัตถการ ต้องทำยังไงคะ

 

A. อาการคันเล็กน้อยหลังทำหัตถการมักเป็นปฏิกิริยาชั่วคราวที่หายไปเองภายใน 1-2 วันครับ ควรหลีกเลี่ยงการประคบเย็น และทามอยส์เจอไรเซอร์สูตรอ่อนโยนที่อุณหภูมิห้องบ่อยๆ จะช่วยได้ หากอาการคันรุนแรงขึ้น หรือมีตุ่มน้ำ น้ำเหลืองไหล ให้ติดต่อแพทย์ที่ทำหัตถการทันทีครับ หากมีประวัติภูมิแพ้ผิวหนัง แพทย์จะสามารถประเมินได้อย่างรวดเร็วว่าจำเป็นต้องใช้ยาทาสเตียรอยด์หรือไม่ครับ

 

อ่านเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด
ปรึกษาทาง LINE

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1