ฉีดปรับรูปหน้ากับฉีดสลายไขมันต่างกันยังไง? แบบลดขนาดที่กลับมาใหญ่ได้ vs ทำลายเซลล์ไขมันถาวร
📚 เจาะลึกเลเซอร์สลายไขมัน · สารบัญซีรีส์
1. เลเซอร์สลายไขมันคืออะไร
1.1 เปรียบเทียบกลไกและฉีดแฟตหน้าเรียว (contour injection) (บทความปัจจุบัน)
2. ส่วนผสม·ผลิตภัณฑ์
3. ผลข้างเคียง·ความปลอดภัย
4. การเลือกรับบริการ
คุณคงเคยได้ยินคำพูดที่ว่า "ฉีดสลายไขมันเข็มเดียว เหนียงใต้คางก็หายวับ" กันมาบ้างใช่ไหมคะ? แต่ความจริงแล้ว คำว่า "ละลายสลายไขมัน" นั้น แฝงไว้ด้วยกลไกการทำงานที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง 2 รูปแบบครับ
แบบแรกคือการ ทำลายเซลล์ไขมันให้หายไปจริงๆ ส่วนอีกแบบคือการทำให้เซลล์ไขมัน ขนาดเล็กลงชั่วคราว เท่านั้น หากคุณไม่ทราบความแตกต่างนี้ ก็อาจจะรู้สึกผิดหวังและสงสัยว่า "ทำไมฉีดไปแล้ว แป๊บๆ ถึงกลับมาเป็นเหมือนเดิมล่ะ?"
คำตอบสั้นๆ: คำว่า "ละลายไขมัน" มีทั้งแบบทำลายเซลล์ไขมันโดยตรง และแบบลดขนาดเซลล์ไขมันลงเฉยๆ ซึ่งการกำจัดไขมันให้หายไปอย่างถาวรจริงๆ จะเป็นกลุ่มที่ทำลายเซลล์ไขมัน เช่น Deoxycholic Acid, Cholic Acid และ Double Slim ครับ
การสลายไขมัน แบ่งออกเป็น 2 แบบหลักๆ ครับ
ไม่ใช่ว่าการฉีดสลายไขมันทุกแบบจะเหมือนกันหมดนะครับ โดยจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ตามกลไกเซ็ตนี้เลยครับ
ประเภท | ถาวร (ทำลายเซลล์ไขมัน) | ชั่วคราว (ลดขนาดเซลล์ไขมัน/ฉีดแฟตหน้าเรียว) |
|---|---|---|
การทำงาน | กำจัด เซลล์ไขมันให้หายไป | ลดขนาด เซลล์ไขมันให้เล็กลงเท่านั้น |
ผลลัพธ์ | เซลล์ไขมันที่ถูกทำลายจะไม่กลับมาอีก | เมื่อเวลาผ่านไป เซลล์ไขมันสามารถกลับมาโตได้อีก |
ตัวยาเด่นๆ | Deoxycholic Acid, Cholic Acid, Double Slim | ฉีดแฟตหน้าเรียวทั่วไป (Contour Injection) |
จุดสำคัญที่สุดก็คือ เป็นการสลายเซลล์ไขมันให้หายไปเลย หรือแค่ทำให้มันฟีบลงชั่วคราว นั่นเองครับ สำหรับกลุ่มทำลายไขมัน จะเข้าไปทำลายผนังเซลล์ไขมันโดยตรงให้ตายไป ดังนั้นจุดที่ไขมันลดลงไปแล้วจึงไม่กลับมาเป็นง่ายๆ ในทางกลับกัน กลุ่มลดขนาดไขมัน เซลล์ไขมันยังมีชีวิตอยู่และพร้อมที่จะกลับมาพองโตได้อีกทุกเมื่อครับ
ดังนั้น รีวิวส่วนใหญ่ที่บอกว่า "ฉีดลดไขมันมาแล้วแป๊บเดียวก็กลับมาเหมือนเดิมอีก" ส่วนใหญ่จริงๆ แล้วไม่ได้ทำแบบทำลายเซลล์ไขมัน แต่ได้รับบริการแบบลดขนาดเซลล์ไขมันธรรมดาๆ ครับ ถึงแม้จะมีชื่อเรียกที่คล้ายกัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นต่างกันคนละเรื่องเลยครับ

ในอดีตเคยใช้สเตียรอยด์ในการช่วยฝ่อตัวยับยั้งไขมัน
ในยุคที่ยากำจัดไขมันให้สลายไปถาวรยังไม่แพร่หลายเท่าปัจจุบัน ในตอนนั้นแพทย์มักจะใช้คุณสมบัติของสเตียรอยด์ เช่น ตัวยา Triamcinolone* เข้ามาช่วยครับ
* Triamcinolone (ไตรแอมซิโนโลน): เป็นสารสเตียรอยด์ชนิดหนึ่ง มีคุณสมบัติเด่นที่ช่วยลดการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อเฉพาะจุด ในอดีตจึงนิยมนำเอาผลข้างเคียงนี้มาใช้เพื่อช่วยลดขนาดของไขมันเฉพาะส่วนครับ
สเตียรอยด์มีฤทธิ์ทำให้ไขมันในบริเวณที่ฉีดฝ่อตัวลง ซึ่งเป็นการเปลี่ยนข้อเสียมาใช้ประโยชน์นั่นเองครับ อย่างไรก็ตาม การใช้สเตียรอยด์มีข้อจำกัดตรงที่ ควบคุมผลลัพธ์ได้ยาก ผิวอาจเป็นคลื่นไม่เรียบเนียน หรือบางรายเป็นหลุมยุบลงไปเลย ได้ครับ เพราะถึงแม้ปริมาตรไขมันจะลดลง แต่ถ้าผิวพรรณไม่ออมชมพูเรียบเนียนสม่ำเสมอก็จะกลับมาสร้างความกังวลใจให้ยิ่งกว่าเดิมครับ
ขณะเดียวกัน การฉีดแฟตลดหน้าเรียวทั่วไปที่ใช้กันบ่อยๆ ก็มีข้อจำกัดตรงที่เซลล์ไขมันสามารถกลับมาพองโตได้อีก ทำให้ช่วงหนึ่งมีกระแสความเชื่อที่ว่า "ฉีดสลายไขมันไปก็เห็นผลลัพธ์กึ่งๆ กลางๆ ไม่ชัดเจน" ครับ

ก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการทำลายและกำจัดไขมันอย่างแท้จริง
จุดเปลี่ยนสำคัญของการดูแลผิวเกิดขึ้นเมื่อ ไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมื่อตัวยาฉีดสลายไขมันในกลุ่ม Deoxycholic Acid (เช่น V-Olet เป็นต้น) เริ่มเข้าสู่ตลาดและเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา วิธีการดูแลจึงไม่ใช่แค่การทำให้เซลล์ไขมันหดตัวชั่วคราว แต่เป็นการ เข้าไปทำลายเซลล์ไขมันจริงๆ ครับ
Deoxycholic Acid* แท้จริงแล้วเป็นสารตระกูลกรดน้ำดีที่ไขสันหลังของร่างกายเราหลั่งออกมาเพื่อใช้ในการย่อยสลายไขมันตามธรรมชาติอยู่แล้ว โดยตัวยาจะเข้าไปทำลายผนังเซลล์ไขมันโดยตรง ส่งผลให้เซลล์ไขมันสลายตายไปในที่สุดครับ
* Deoxycholic Acid (DCA): เป็นกรดน้ำดีชนิดหนึ่ง มีหน้าที่ช่วยอิมัลซิไฟและย่อยสลายไขมัน ถือเป็นสารตัวหลักที่ได้รับการรับรองจากอย.เกาหลี (KFDA) ในการใช้เพื่อลดและปรับปรุงปริมาณไขมันครับ
หลังจากนั้น เทคโนโลยีได้รับการวิจัยและพัฒนาไปไกลยิ่งขึ้น มุ่งเน้นปรับสูตรเพื่อลดความบวมและอาการระคายเคือง เป็นหลัก เช่น กลุ่ม Cholic Acid (Newbijoux) หรือสูตรพิเศษเฉพาะโรงพยาบาลที่มีการผสมผสานสารต้านการอักเสบร่วมกับการใช้เข็มทู่ Cannula (Double Slim) ซึ่งหากพูดถึงกลุ่มที่ "กำจัดไขมันได้จริง" ในปัจจุบัน ก็จะมี Deoxycholic Acid, Cholic Acid และ Double Slim เป็นหลักครับ ส่วนรายละเอียดความแตกต่างของแต่ละแบบ เราจะมาเจาะลึกกันในบทความถัดๆ ไปนะครับ
การตรวจสอบส่วนผสมเหล่านี้รวมถึง ข้อมูลการได้รับอนุญาตและการรับรองมาตรฐานระดับเครื่องมือแพทย์และเวชภัณฑ์ ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยตัดสินความปลอดภัยได้ดีพอๆ กับการดูประสิทธิภาพความปังของผลลัพธ์เลยครับ

ฉีดบริเวณไหน ถึงจะได้ผลลัพธ์จึ้งที่สุด
บริเวณที่การฉีดสลายไขมันแบบทำลายเซลล์ถาวรโชว์ผลลัพธ์ได้โดดเด่นที่สุด มีระบุไว้ชัดเจนดังนี้ครับ
บริเวณที่สะสมไขมันหนาแน่นเฉพาะจุด — เช่น เหนียงใต้คาง แก้มล่าง บริเวณที่เวลาใช้นิ้วคีบหยิบขึ้นมาแล้วเจอเป็นก้อนไขมันชัดเจน
การทำประเภทนี้ไม่สามารถเสร็จสิ้นได้ในเข็มเดียว โดยปกติจะต้องทำซ้ำ เว้นระยะห่างทุกๆ 2~4 สัปดาห์ และจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ค่อยปรับดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดประมาณสัปดาห์ที่ 4 เป็นต้นไปครับ
ในทางตรงกันข้าม สำหรับใครที่มีปัญหา ใบหน้าหย่อนคล้อยเป็นวงกว้าง การสลายไขมันอาจไม่ใช่ทางออกที่ตอบโจทย์เสมอนะครับ เพราะถ้าไปละลายไขมันตรงจุดที่หย่อนคล้อย อาจทำให้หน้ายิ่งดูตอบดูยุบโทรมลงไปอีก ในกรณีนี้ควรเลือกพิจารณาเป็นโปรแกรมหัตถการกลุ่ม ยกกระชับใบหน้า (Lifting) จะตรงจุดกว่าครับ
ดังนั้น ก้าวแรกที่สำคัญที่สุดคือการสำรวจตัวเองก่อนว่า ปัญหาผิวของคุณคือ 'ไขมันสะสมส่วนเกิน' หรือไม่ หากใช่ ค่อยมาปรึกษาและเลือกส่วนผสมตัวยาที่เหมาะสมกับตัวเองจำเพาะเจาะจงครับ การเริ่มต้นด้วยความเข้าใจที่ถูกต้องว่าเราจะละลายไขมันตัวไหนและด้วยกระบวนการอย่างไร ดีกว่าเดินดุ่มๆ เข้าไปบอกคุณหมอแค่ว่า "ช่วยละลายไขมันให้หน่อยค่ะ" แน่นอนครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. ฉีดสลายไขมันแล้ว ไขมันจะไม่มีวันกลับมาอ้วนขึ้นอีกเลยใช่ไหมคะ?
สำหรับกลุ่มทำลายเซลล์ไขมัน เซลล์ที่ฝ่อตายไปแล้วจะไม่สามารถกลับคืนมาได้อีกครับ อย่างไรก็ตาม หากหลังทำน้ำหนักตัว เพิ่มขึ้นสูงมากๆ เซลล์ไขมันที่ยังหลงเหลืออยู่อาจกลับมาขยายใหญ่ขึ้นได้ ดังนั้นการดูแลควบคุมการรับประทานอาหารหลังทำจึงมีส่วนช่วยรักษาผลลัพธ์ให้อยู่คู่ตัวยาวนานที่สุดครับ
Q. การฉีดแฟตหน้าเรียว (contour injection) กับการสลายไขมันแบบทำลายเซลล์คืออันเดียวกันไหมคะ?
แตกต่างกันครับ การฉีด contour injection เน้นการลดขนาดไซส์ของเซลล์ไขมันให้ฟีบลงชั่วคราวซึ่งมีโอกาสกลับมาโตขึ้นใหม่ได้ ส่วนการฉีดสลายไขมันแบบทำลายเซลล์ (destroying type) จะเป็นการเข้าไปกำจัดลบเซลล์ไขมันนั้นออกไปเลย แนะนำให้เช็กและทำความเข้าใจประเภทของตัวยาให้ดีก่อนตัดสินใจใช้บริการนะครับ
Q. ฉีดครั้งเดียวเลยได้ไหมคะ?
โดยเฉลี่ย แนะนำให้ทำซ้ำหลายๆ ครั้งห่างกันทุก 2~4 สัปดาห์ครับ เนื่องจากต้องใช้เวลาในการรอให้เซลล์ไขมันสลายตัวแล้วขับออกมาผ่านระบบเผาผลาญตามธรรมชาติของร่างกาย ผลลัพธ์จึงจะค่อยๆ ปรากฏความเปลี่ยนแปลงทีละนิดอย่างเป็นธรรมชาติตามลำดับครับ
บทความแนะนำที่น่าอ่านร่วมกัน

ยกกระชับ
หน้าหย่อนหลังคลอด ทำอัลเทอร่าตอนให้นมได้ไหมคะ
อัลเทอร่าตอนให้นมบุตรปลอดภัยจริงไหม ควรเริ่มช่วงไหนหลังคลอด ดูจากสัญญาณฟื้นตัวของร่างกายค่ะ

ผิว
ลดน้ำหนักแล้วหน้าตอบ เติม Juvelook Volume ได้ไหม
ลดน้ำหนักแล้วแก้มตอบดูโทรม Juvelook Volume ช่วยได้อย่างไร รวมกลไก ผลลัพธ์ และข้อควรระวังค่ะ

ผิว
สูบบุหรี่ทำ Rejuran เห็นผลช้าลงจริงไหม?
คนสูบบุหรี่ทำสกินบูสเตอร์ Rejuran คอลลาเจนฟื้นตัวช้าลงหรือเปล่า และจะดูแลให้ได้ผลดีขึ้นยังไง มาดูกัน

ยกกระชับ
เครียดสะสมจนผิวหย่อนคล้อย RF ช่วยได้จริงไหมคะ
สรุปขอบเขตและข้อจำกัดของ RF ลิฟติ้งต่อผิวหย่อนคล้อยจากความเครียด แยกจากการดูแลชีวิตประจำวันค่ะ

ผิว
มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?
เป็นเบาหวาน ความดัน หรือกินยาละลายลิ่มเลือด ทำหัตถการความงามได้ไหม? มาดูสิ่งที่ต้องบอกคุณหมอกันค่ะ

ยกกระชับ
ซีเคร็ต RF ไมโครนีดเดิ้ล แก้แผลเป็น-รูขุมขนได้ไหม
ซีเคร็ต RF ผสานไมโครนีดเดิ้ลกับคลื่นวิทยุ ดูแลแผลเป็น รูขุมขน และความกระชับด้วยหลักการเดียวกัน



