ฟิลเลอร์สะโพกบุ๋ม ใช้กี่ cc ผลนานแค่ไหน ราคาเท่าไหร่? ปัจจัยที่มีผล-ข้อควรระวัง
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
สามข้อแรกที่คนสนใจฉีด ฟิลเลอร์สะโพก (hip dip filler) มักจะสงสัยกันมากที่สุดก็คือ "ต้องฉีดกี่ cc ถึงจะดูเป็นธรรมชาติ" "ฉีดครั้งหนึ่งจะอยู่ได้นานแค่ไหน" และ "ต้องเตรียมงบประมาณไว้เท่าไหร่" เนื่องจากข้อมูลในอินเทอร์เน็ตค่อนข้างหลากหลาย แม้จะได้รับใบเสนอราคามาแล้ว ก็ยังยากที่จะประเมินว่าราคานั้นสมเหตุสมผลหรือไม่
หากตอบแบบสั้นๆ รอยเว้าสะโพก (hip dip) เป็นรอยบุ๋มที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติจากโครงสร้างกระดูกเชิงกรานและกระดูกต้นขา ดังนั้นปริมาณของ ฟิลเลอร์ จึงถูกกำหนดตามความลึกและขนาดพื้นที่ของรอยบุ๋มนั้น ซึ่งแน่นอนว่าจะใช้ในปริมาณที่มากกว่าการฉีด ฟิลเลอร์ ใบหน้าอย่างมาก ระยะเวลาของผลลัพธ์รวมถึงค่าใช้จ่ายก็ขึ้นอยู่กับปริมาณและผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้ ดังนั้น แทนที่จะจำเพียงตัวเลขเพียงอย่างเดียว การทำความเข้าใจว่ารอยเว้าสะโพกของเราเกิดจากอะไรและอยู่ตรงไหนก่อน จะช่วยให้คุณประเมินแผนการรักษาและค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้นเยอะเลยครับ
บทความนี้เป็นเนื้อหาที่รวบรวมข้อมูลการรักษาจาก Beautystone สาขาฮับจอง (Hapjeong)
อ่านบทความนี้แล้วคุณจะได้รับ
ทำความเข้าใจโครงสร้างว่าทำไมถึงเกิดรอยเว้าสะโพก (hip dip)
สามารถประเมินเกณฑ์ปริมาณ ฟิลเลอร์ ที่เหมาะสมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ
ทราบว่าผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหน และปัจจัยอะไรบ้างที่มีผลต่อค่าใช้จ่าย
สามารถแยกแยะระหว่างอาการปกติในช่วงพักฟื้นกับสัญญาณเตือนที่ต้องระวังหลังทำเสร็จ
รอยเว้าสะโพกเกิดขึ้นได้อย่างไร และ ฟิลเลอร์ จะเข้าไปเติมเต็มตรงส่วนไหน
รอยเว้าสะโพก (hip dip) คือรอยบุ๋มด้านข้างสะโพกที่เกิดจากผิวหนังถูกดึงรั้งเข้าไปด้านใน ตรงบริเวณรอยต่อระหว่างกระดูกเชิงกรานด้านนอกและกระดูกต้นขา มักถูกเรียกว่า 'Violin Hip' ซึ่งไม่ได้เกิดจากการขาดไขมัน แต่เป็นรูปทรงธรรมชาติที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับโครงสร้างกระดูกและการกระจายตัวของกล้ามเนื้อรวมถึงไขมันที่ปกคลุมอยู่ด้านบน ด้วยเหตุนี้ การออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวจึงมักไม่สามารถเติมเต็มส่วนโค้งนี้ได้อย่างสมบูรณ์ การฉีด ฟิลเลอร์ จึงเป็นการเพิ่มวอลลุ่มเข้าไปในชั้นไขมันใต้ผิวหนังบริเวณรอยบุ๋ม เพื่อปรับให้เส้นโค้งของสะโพกดูเรียบเนียนและละมุนตาขึ้นครับ
สารเติมเต็มที่นิยมนำมาใช้มากที่สุดและคุ้นเคยกันดีคือกรดไฮยาลูรอนิก* (Hyaluronic Acid)* คำอธิบายที่ว่า ไฮยาลูรอนิกจะช่วยดึงน้ำเข้ามาเพื่อสร้างวอลลุ่มและพยุงโครงสร้าง จากนั้นจะค่อยๆ สลายตัวและถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายตามกาลเวลา นั้น ช่วยอธิบายได้อย่างชัดเจนว่าทำไมการรักษาประเภทนี้จึงไม่อยู่ถาวร และจำเป็นต้องได้รับการฉีดเติมซ้ำเมื่อผ่านไปสักระยะหนึ่ง สำหรับบริเวณที่มีพื้นที่กว้างและมีความลึกอย่างสะโพก แพทย์มักจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับร่างกาย (body filler) ที่มีความหนืดสูงกว่า ฟิลเลอร์ ที่ใช้กับใบหน้าครับ
*กรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid): เป็นสารที่มีอยู่แล้วในเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของร่างกายมนุษย์ ทำหน้าที่อุ้มน้ำเพื่อสร้างวอลลุ่ม และเป็นสารเติมเต็มที่สามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไป

จะประเมินปริมาณ ฟิลเลอร์ อย่างไรเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุด
การฉีด ฟิลเลอร์ สะโพกไม่มีตัวเลข "cc" ที่ตายตัวครับ เนื่องจากปริมาณที่ต้องใช้ในแต่ละข้างจะแตกต่างกันไปอย่างมากตามความลึกของรอยบุ๋ม พื้นที่ด้านข้าง และระดับวอลลุ่มที่คนไข้ต้องการ หาก ฟิลเลอร์ ใบหน้ามักจะใช้เป็นหน่วย 1-2 cc แต่สำหรับสะโพกที่มีพื้นที่กว้างขวาง มักจะต้องใช้ข้างละหลาย cc ซึ่งรวมทั้งสองข้างแล้วถือเป็นปริมาณที่เยอะมาก ดังนั้นเพื่อผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและเป็นธรรมชาติที่สุด แทนที่จะฝืนฉีดปริมาณมากๆ ในครั้งเดียว การค่อยๆ ทยอยเติมในปริมาณที่เหมาะสม แล้วรอดูตอน ฟิลเลอร์ เซ็ตตัวก่อนตัดสินใจเติมเพิ่มในขั้นตอนถัดไป จะเป็นวิธีการรักษาที่เซฟและได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าครับ
จุดที่ตัดสินความเนียนเป็นธรรมชาติไม่ใช่เรื่องของปริมาณเพียงอย่างเดียว แต่เป็น 'การไล่ระดับที่กลมกลืนแบบไม่มีรอยต่อ' หากเติมเฉพาะจุดที่บุ๋มจนนูนขึ้นมาเฉยๆ อาจจะดูไม่เป็นธรรมชาติได้ สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่การกระจายตัวของ ฟิลเลอร์ ให้เชื่อมต่อกับส่วนโค้งรอบๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ เนื่องจากรูปทรงขณะนอน ยืน และเดินจะดูแตกต่างกันออกไป ขั้นตอนการประเมินโดยการเปลี่ยนท่าทางต่างๆ เพื่อเช็คผลลัพธ์จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งครับ

ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหน และราคาแตกต่างกันเพราะอะไร
การฉีด ฟิลเลอร์ สะโพกไม่ใช่การศัลยกรรมแบบถาวรครับ กรดไฮยาลูรอนิกจะค่อยๆ สลายตัวและถูกดูดซึมไปตามเวลา แต่เนื่องจากสะโพกไม่ใช่บริเวณที่มีการเคลื่อนไหวบ่อยเหมือนกล้ามเนื้อบนใบหน้าที่แสดงอารมณ์ คนไข้จึงรู้สึกว่าผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่า ฟิลเลอร์ ใบหน้า อย่างไรก็ตาม อัตราการสลายตัวของแต่ละคนไม่เท่ากัน ระยะเวลาจึงอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และในส่วนของค่าใช้อัตราบริการนั้น สุดท้ายจะขึ้นอยู่กับ 'ปริมาณ cc ที่ใช้ และประเภทของผลิตภัณฑ์' ยิ่งพื้นที่กว้างและรอยบุ๋มลึกเท่าไหร่ ปริมาณที่ต้องใช้ก็ยิ่งมากขึ้น และงบประมาณก็จะสูงขึ้นตามไปด้วยครับ
ประเภท | ฟิลเลอร์ ใบหน้า | ฟิลเลอร์ สะโพก (hip dip) |
|---|---|---|
ปริมาณต่อการทำ 1 ครั้ง | ปกติ 1~2 cc | ปริมาณมากตามขนาดพื้นที่ |
ระดับความลึกที่ฉีด | ชั้นหนังแท้ / ใต้ผิวหนัง | ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง |
ความรู้สึกเรื่องระยะเวลาผลลัพธ์ | ค่อนข้างสั้นกว่า | รู้สึกอยู่ได้นานกว่าเพราะขยับน้อย |
ปัจจัยกำหนดราคา | ปริมาณ cc · ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ | ปริมาณ cc · พื้นที่ · ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ |
หากจำลองแนวอนุกรมของปริมาณ ฟิลเลอร์ ตามระยะเวลา จะเห็นได้ว่าวอลลุ่มที่เติมไปในตอนแรกจะค่อยๆ ลดลงอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไปครับ


ทำไมต้องเลือก Beautystone สาขาฮับจอง
ที่ Beautystone สาขาฮับจอง เราไม่ได้แนะนำ ฟิลเลอร์ สะโพกแบบบล็อกสำร็จรูปเป็น "แพ็กเกจกี่ cc" แต่เราเน้นการดีไซน์รูปทรงให้เหมาะสม โดยประเมินสรีระและส่วนโค้งเว้าของคุณทั้งในขณะยืนและก้าวเดิน เพื่อออกแบบว่าควรเติมส่วนใดและใช้ปริมาณเท่าใด เนื่องจากสะโพกเป็นบริเวณที่รูปทรงเปลี่ยนไปตามอิริยาบถ แม้จะใช้ปริมาณเท่ากัน แต่การกระจายตำแหน่งที่ต่างกันก็ส่งผลต่อผลลัพธ์และลุคโดยรวมอย่างมาก และเนื่องจากเราเป็นคลินิกขนาดอบอุ่นที่เดินทางสะดวกมากจากสถานีฮับจอง (Hapjeong Station) เราจึงเน้นการดูแลอย่างพิถีพิถัน ค่อยๆ เติมและร่วมประเมินผลลัพธ์ไปพร้อมกับคุณหลัง ฟิลเลอร์ เซ็ตตัว แทนการอัดปริมาณมากๆ ในครั้งเดียวครับ

ช่วงพักฟื้นหลังทำ: อาการปกติทั่วไป และสัญญาณเตือนที่ต้องระวัง
เนื่องจากการฉีด ฟิลเลอร์ สะโพกเป็นการทำในพื้นที่ขนาดใหญ่ จึงเป็นเรื่องปกติที่จะมีอาการข้างเคียงเล็กๆ น้อยๆ ในช่วงไม่กี่วันแรก ซึ่งอาการส่วนใหญ่จะค่อยๆ บรรเทาลงได้เองโดยไม่จำเป็นต้องรับการรักษาเพิ่มเติมครับ
อาการบวมหรือตึงบริเวณที่ฉีด — มักจะยุบลงภายในไม่กี่วัน
รอยช้ำจางๆ — พบได้บ่อย และมักจะจางหายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์
รู้สึกจุกหรือโดนกดทับเวลานั่ง — ในช่วงแรก แนะนำให้เลี่ยงการนั่งติดต่อกันเป็นเวลานานจะช่วยลดความตึงได้ครับ
ในช่วงที่ ฟิลเลอร์ กำลังเซ็ตตัว ควรงดการออกกำลังกายช่วงล่างหนักๆ, การเข้าซาวน่า/สตรีม และการนั่งในท่าที่กดทับสะโพกเป็นเวลานานในช่วง 2-3 วันแรก อย่างไรก็ตาม หากพบบทสรุปอาการหรือสัญญาณเตือนดังต่อไปนี้ โปรดติดต่อปรึกษาแพทย์ผู้ทำการรักษาทันทีครับ
มีอาการบวมอย่างรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แค่ข้างใดข้างหนึ่ง หรือเจ็บปวดมากขึ้น
สีผิวบริเวณที่ทำดูซีดเผือดหรือเปลี่ยนเป็นสีคล้ำดำ ร่วมกับมีอาการปวด — อาจเป็นสัญญาณที่เกี่ยวกับหลอดเลือด ควรรีบติดต่อคลินิกทันทีครับ
มีไข้ ร่วมกับมีอาการแดงเป็นวงกว้างและรู้สึกร้อนบริเวณผิว — เป็นสัญญาณที่น่าสงสัยว่าอาจเกิดการติดเชื้อ
*บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเพื่อประเมินความเหมาะสมในการรักษาและปริมาณ ฟิลเลอร์ ที่เหมาะสมกับสรีระส่วนบุคคลของคุณครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q. การฉีด ฟิลเลอร์ สะโพก ควรเติมให้เต็มสวยในครั้งเดียวเลยไหมคะ?
A. สำหรับรายที่มีรอยบุ๋มลึกหรือพื้นที่ค่อนข้างกว้าง แพทย์มักแนะนำให้แบ่งฉีดเป็นรอบๆ แทนการอัดสาดปริมาณวิกฤตทีเดียวครับ เมื่อสังเกตดูรูปทรงที่เซ็ตตัวจากการฉีดรอบแรกแล้ว ค่อยประเมินเพื่อเติมปริมาณที่เหลือในรอบถัดไป จะช่วยให้การจัดสมดุลซ้าย-ขวาและการไล่ระดับขอบโค้งของสะโพกดูเรียบเนียนเป็นธรรมชาติได้ง่ายกว่ามาก ทั้งนี้ ความถี่และจำนวนครั้งที่เหมาะสมกับคนไข้ควรปรึกษาแพทย์โดยละเอียดในวันเข้าตรวจครับ
Q. ออกกำลังกายทดแทนการฉีด ฟิลเลอร์ สะโพกไม่ได้เหรอคะ?
A. การออกกำลังกายเน้นกล้ามเนื้อสะโพก (Glutes) สามารถช่วยให้สะโพกดูแน่นและกลมกลึงขึ้น ซึ่งอาจช่วยพรางรอยเว้าให้ดูจางลงได้บ้างครับ ทว่า เนื่องจากรอยเว้าสะโพก (hip dip) นั้นส่วนใหญ่เกิดจากโครงสร้างของกระดูกโดยตรง หลายท่านจึงเจอปัญหาว่าแม้จะฟิตหุ่นอย่างหนักก็ยังไม่สามารถเติมเต็มส่วนโค้งนี้ให้เต็มนวลได้ทั้งหมด หากมีปัจจัยหลักมาจากโครงสร้างกระดูก การเลือกใช้วิธีเติมเต็มด้วยสารเติมเต็มอย่าง ฟิลเลอร์ จะสามารถช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุดกว่าครับ
Q. ถ้า ฟิลเลอร์ สลายหมดแล้ว สะโพกจะยุบวูบลงทันทีเลยไหมคะ?
A. ฟิลเลอร์ ประเภทกรดไฮยาลูรอนิกจะไม่สลายวับหายไปในพริบตาเดียวครับ แต่จะค่อยๆ ยุบตัวลงและสลายไปอย่างช้าๆ ตามเวลา ดังนั้นรูปทรงสะโพกจะค่อยๆ ละมุนลดลงทีละน้อย ไม่ได้ยุบตัวฮวบฮาบแบบทันทีทันใด เมื่อรู้สึกว่าวอลลุ่มเริ่มลดลงจนอยากเติมเพิ่ม ก็สามารถเข้ามาพบแพทย์เพื่อประเมินและเติมแต่งใหม่ได้ตามต้องการครับ
Q. หลังทำเสร็จแล้ว นานแค่ไหนถึงจะกลับไปนั่งหรือออกกำลังกายได้ตามปกติ?
A. คนไข้ส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันเบาๆ ได้ทันทีครับ แต่เพื่อความปลอดภัย แนะนำให้งดเว้นการนั่งกดทับนานๆ เลี่ยงการออกกำลังกายส่วนล่างหนักๆ หรือการเข้าซาวน่าในช่วง 2-3 วันแรก เพื่อรอให้ ฟิลเลอร์ อยู่ตัว การลดแรงกดทับและความร้อนในช่วงคิวแรกๆ จะช่วยให้อาการบวมยุบตัวได้เร็วขึ้นด้วยครับ สำหรับช่วงเวลากลับไปทำกิจกรรมหนักๆ ได้อย่างเพอร์เฟกต์ แนะนำให้ปรึกษากับแพทย์ผู้ทำการรักษาอีกครั้งครับ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

ยกกระชับ
แก้มชาตื้อ ๆ หลังทำ Ultherapy Prime ปกติไหม อีกกี่วันหาย?

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฉีด Sculptra แล้วแก้มขึ้นข้างเดียว อีกนานไหมกว่าจะเท่ากัน?

ยกกระชับ
ลด Level พลังงาน Thermage เพราะกลัวเจ็บ ผลลัพธ์จะหายไปด้วยไหม?

ผิว
ขนคุดที่แขน ยิ่งขัดสครับยิ่งแดง เปลี่ยนวิธีดูแลยังไงดี?

ยกกระชับ
หลัง Onda Lifting แล้วสองข้างหน้าลดไม่เท่ากัน — ปกติหรือต้องกังวล?

ผิว
สกินบูสเตอร์หมดฤทธิ์แล้วจริงไหม หลังสองเดือนผิวเริ่มแห้งขึ้น



