ฟิลเลอร์สะโพกบุ๋ม ใช้กี่ cc ผลนานแค่ไหน ราคาเท่าไหร่? ปัจจัยที่มีผล-ข้อควรระวัง
สามข้อแรกที่คนสนใจฉีด ฟิลเลอร์สะโพก (hip dip filler) มักจะสงสัยกันมากที่สุดก็คือ "ต้องฉีดกี่ cc ถึงจะดูเป็นธรรมชาติ" "ฉีดครั้งหนึ่งจะอยู่ได้นานแค่ไหน" และ "ต้องเตรียมงบประมาณไว้เท่าไหร่" เนื่องจากข้อมูลในอินเทอร์เน็ตค่อนข้างหลากหลาย แม้จะได้รับใบเสนอราคามาแล้ว ก็ยังยากที่จะประเมินว่าราคานั้นสมเหตุสมผลหรือไม่
หากตอบแบบสั้นๆ รอยเว้าสะโพก (hip dip) เป็นรอยบุ๋มที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติจากโครงสร้างกระดูกเชิงกรานและกระดูกต้นขา ดังนั้นปริมาณของ ฟิลเลอร์ จึงถูกกำหนดตามความลึกและขนาดพื้นที่ของรอยบุ๋มนั้น ซึ่งแน่นอนว่าจะใช้ในปริมาณที่มากกว่าการฉีด ฟิลเลอร์ ใบหน้าอย่างมาก ระยะเวลาของผลลัพธ์รวมถึงค่าใช้จ่ายก็ขึ้นอยู่กับปริมาณและผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้ ดังนั้น แทนที่จะจำเพียงตัวเลขเพียงอย่างเดียว การทำความเข้าใจว่ารอยเว้าสะโพกของเราเกิดจากอะไรและอยู่ตรงไหนก่อน จะช่วยให้คุณประเมินแผนการรักษาและค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้นเยอะเลยครับ
> บทความนี้เป็นเนื้อหาที่รวบรวมข้อมูลการรักษาจาก Beautystone สาขาฮับจอง (Hapjeong)
อ่านบทความนี้แล้วคุณจะได้รับ
ทำความเข้าใจโครงสร้างว่าทำไมถึงเกิดรอยเว้าสะโพก (hip dip)
สามารถประเมินเกณฑ์ปริมาณ ฟิลเลอร์ ที่เหมาะสมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ
ทราบว่าผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหน และปัจจัยอะไรบ้างที่มีผลต่อค่าใช้จ่าย
สามารถแยกแยะระหว่างอาการปกติในช่วงพักฟื้นกับสัญญาณเตือนที่ต้องระวังหลังทำเสร็จ
รอยเว้าสะโพกเกิดขึ้นได้อย่างไร และ ฟิลเลอร์ จะเข้าไปเติมเต็มตรงส่วนไหน
รอยเว้าสะโพก (hip dip) คือรอยบุ๋มด้านข้างสะโพกที่เกิดจากผิวหนังถูกดึงรั้งเข้าไปด้านใน ตรงบริเวณรอยต่อระหว่างกระดูกเชิงกรานด้านนอกและกระดูกต้นขา มักถูกเรียกว่า 'Violin Hip' ซึ่งไม่ได้เกิดจากการขาดไขมัน แต่เป็นรูปทรงธรรมชาติที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับโครงสร้างกระดูกและการกระจายตัวของกล้ามเนื้อรวมถึงไขมันที่ปกคลุมอยู่ด้านบน ด้วยเหตุนี้ การออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวจึงมักไม่สามารถเติมเต็มส่วนโค้งนี้ได้อย่างสมบูรณ์ การฉีด ฟิลเลอร์ จึงเป็นการเพิ่มวอลลุ่มเข้าไปในชั้นไขมันใต้ผิวหนังบริเวณรอยบุ๋ม เพื่อปรับให้เส้นโค้งของสะโพกดูเรียบเนียนและละมุนตาขึ้นครับ
สารเติมเต็มที่นิยมนำมาใช้มากที่สุดและคุ้นเคยกันดีคือกรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid)* คำอธิบายที่ว่า ไฮยาลูรอนิกจะช่วยดึงน้ำเข้ามาเพื่อสร้างวอลลุ่มและพยุงโครงสร้าง จากนั้นจะค่อยๆ สลายตัวและถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายตามกาลเวลา นั้น ช่วยอธิบายได้อย่างชัดเจนว่าทำไมการรักษาประเภทนี้จึงไม่อยู่ถาวร และจำเป็นต้องได้รับการฉีดเติมซ้ำเมื่อผ่านไปสักระยะหนึ่ง สำหรับบริเวณที่มีพื้นที่กว้างและมีความลึกอย่างสะโพก แพทย์มักจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับร่างกาย (body filler) ที่มีความหนืดสูงกว่า ฟิลเลอร์ ที่ใช้กับใบหน้าครับ
*กรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid): เป็นสารที่มีอยู่แล้วในเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของร่างกายมนุษย์ ทำหน้าที่อุ้มน้ำเพื่อสร้างวอลลุ่ม และเป็นสารเติมเต็มที่สามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไป

จะประเมินปริมาณ ฟิลเลอร์ อย่างไรเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุด
การฉีด ฟิลเลอร์ สะโพกไม่มีตัวเลข "cc" ที่ตายตัวครับ เนื่องจากปริมาณที่ต้องใช้ในแต่ละข้างจะแตกต่างกันไปอย่างมากตามความลึกของรอยบุ๋ม พื้นที่ด้านข้าง และระดับวอลลุ่มที่คนไข้ต้องการ หาก ฟิลเลอร์ ใบหน้ามักจะใช้เป็นหน่วย 1-2 cc แต่สำหรับสะโพกที่มีพื้นที่กว้างขวาง มักจะต้องใช้ข้างละหลาย cc ซึ่งรวมทั้งสองข้างแล้วถือเป็นปริมาณที่เยอะมาก ดังนั้นเพื่อผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและเป็นธรรมชาติที่สุด แทนที่จะฝืนฉีดปริมาณมากๆ ในครั้งเดียว การค่อยๆ ทยอยเติมในปริมาณที่เหมาะสม แล้วรอดูตอน ฟิลเลอร์ เซ็ตตัวก่อนตัดสินใจเติมเพิ่มในขั้นตอนถัดไป จะเป็นวิธีการรักษาที่เซฟและได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าครับ
จุดที่ตัดสินความเนียนเป็นธรรมชาติไม่ใช่เรื่องของปริมาณเพียงอย่างเดียว แต่เป็น 'การไล่ระดับที่กลมกลืนแบบไม่มีรอยต่อ' หากเติมเฉพาะจุดที่บุ๋มจนนูนขึ้นมาเฉยๆ อาจจะดูไม่เป็นธรรมชาติได้ สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่การกระจายตัวของ ฟิลเลอร์ ให้เชื่อมต่อกับส่วนโค้งรอบๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ เนื่องจากรูปทรงขณะนอน ยืน และเดินจะดูแตกต่างกันออกไป ขั้นตอนการประเมินโดยการเปลี่ยนท่าทางต่างๆ เพื่อเช็คผลลัพธ์จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งครับ

ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหน และราคาแตกต่างกันเพราะอะไร
การฉีด ฟิลเลอร์ สะโพกไม่ใช่การศัลยกรรมแบบถาวรครับ กรดไฮยาลูรอนิกจะค่อยๆ สลายตัวและถูกดูดซึมไปตามเวลา แต่เนื่องจากสะโพกไม่ใช่บริเวณที่มีการเคลื่อนไหวบ่อยเหมือนกล้ามเนื้อบนใบหน้าที่แสดงอารมณ์ คนไข้จึงรู้สึกว่าผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่า ฟิลเลอร์ ใบหน้า อย่างไรก็ตาม อัตราการสลายตัวของแต่ละคนไม่เท่ากัน ระยะเวลาจึงอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และในส่วนของค่าใช้อัตราบริการนั้น สุดท้ายจะขึ้นอยู่กับ 'ปริมาณ cc ที่ใช้ และประเภทของผลิตภัณฑ์' ยิ่งพื้นที่กว้างและรอยบุ๋มลึกเท่าไหร่ ปริมาณที่ต้องใช้ก็ยิ่งมากขึ้น และงบประมาณก็จะสูงขึ้นตามไปด้วยครับ
ประเภท | ฟิลเลอร์ ใบหน้า | ฟิลเลอร์ สะโพก (hip dip) |
|---|---|---|
ปริมาณต่อการทำ 1 ครั้ง | ปกติ 1~2 cc | ปริมาณมากตามขนาดพื้นที่ |
ระดับความลึกที่ฉีด | ชั้นหนังแท้ / ใต้ผิวหนัง | ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง |
ความรู้สึกเรื่องระยะเวลาผลลัพธ์ | ค่อนข้างสั้นกว่า | รู้สึกอยู่ได้นานกว่าเพราะขยับน้อย |
ปัจจัยกำหนดราคา | ปริมาณ cc · ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ | ปริมาณ cc · พื้นที่ · ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ |
หากจำลองแนวอนุกรมของปริมาณ ฟิลเลอร์ ตามระยะเวลา จะเห็นได้ว่าวอลลุ่มที่เติมไปในตอนแรกจะค่อยๆ ลดลงอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไปครับ


ทำไมต้องเลือก Beautystone สาขาฮับจอง
ที่ Beautystone สาขาฮับจอง เราไม่ได้แนะนำ ฟิลเลอร์ สะโพกแบบบล็อกสำร็จรูปเป็น "แพ็กเกจกี่ cc" แต่เราเน้นการดีไซน์รูปทรงให้เหมาะสม โดยประเมินสรีระและส่วนโค้งเว้าของคุณทั้งในขณะยืนและก้าวเดิน เพื่อออกแบบว่าควรเติมส่วนใดและใช้ปริมาณเท่าใด เนื่องจากสะโพกเป็นบริเวณที่รูปทรงเปลี่ยนไปตามอิริยาบถ แม้จะใช้ปริมาณเท่ากัน แต่การกระจายตำแหน่งที่ต่างกันก็ส่งผลต่อผลลัพธ์และลุคโดยรวมอย่างมาก และเนื่องจากเราเป็นคลินิกขนาดอบอุ่นที่เดินทางสะดวกมากจากสถานีฮับจอง (Hapjeong Station) เราจึงเน้นการดูแลอย่างพิถีพิถัน ค่อยๆ เติมและร่วมประเมินผลลัพธ์ไปพร้อมกับคุณหลัง ฟิลเลอร์ เซ็ตตัว แทนการอัดปริมาณมากๆ ในครั้งเดียวครับ

ช่วงพักฟื้นหลังทำ: อาการปกติทั่วไป และสัญญาณเตือนที่ต้องระวัง
เนื่องจากการฉีด ฟิลเลอร์ สะโพกเป็นการทำในพื้นที่ขนาดใหญ่ จึงเป็นเรื่องปกติที่จะมีอาการข้างเคียงเล็กๆ น้อยๆ ในช่วงไม่กี่วันแรก ซึ่งอาการส่วนใหญ่จะค่อยๆ บรรเทาลงได้เองโดยไม่จำเป็นต้องรับการรักษาเพิ่มเติมครับ
อาการบวมหรือตึงบริเวณที่ฉีด — มักจะยุบลงภายในไม่กี่วัน
รอยช้ำจางๆ — พบได้บ่อย และมักจะจางหายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์
รู้สึกจุกหรือโดนกดทับเวลานั่ง — ในช่วงแรก แนะนำให้เลี่ยงการนั่งติดต่อกันเป็นเวลานานจะช่วยลดความตึงได้ครับ
ในช่วงที่ ฟิลเลอร์ กำลังเซ็ตตัว ควรงดการออกกำลังกายช่วงล่างหนักๆ, การเข้าซาวน่า/สตรีม และการนั่งในท่าที่กดทับสะโพกเป็นเวลานานในช่วง 2-3 วันแรก อย่างไรก็ตาม หากพบบทสรุปอาการหรือสัญญาณเตือนดังต่อไปนี้ โปรดติดต่อปรึกษาแพทย์ผู้ทำการรักษาทันทีครับ
มีอาการบวมอย่างรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แค่ข้างใดข้างหนึ่ง หรือเจ็บปวดมากขึ้น
สีผิวบริเวณที่ทำดูซีดเผือดหรือเปลี่ยนเป็นสีคล้ำดำ ร่วมกับมีอาการปวด — อาจเป็นสัญญาณที่เกี่ยวกับหลอดเลือด ควรรีบติดต่อคลินิกทันทีครับ
มีไข้ ร่วมกับมีอาการแดงเป็นวงกว้างและรู้สึกร้อนบริเวณผิว — เป็นสัญญาณที่น่าสงสัยว่าอาจเกิดการติดเชื้อ
*บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเพื่อประเมินความเหมาะสมในการรักษาและปริมาณ ฟิลเลอร์ ที่เหมาะสมกับสรีระส่วนบุคคลของคุณครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q. การฉีด ฟิลเลอร์ สะโพก ควรเติมให้เต็มสวยในครั้งเดียวเลยไหมคะ?
A. สำหรับรายที่มีรอยบุ๋มลึกหรือพื้นที่ค่อนข้างกว้าง แพทย์มักแนะนำให้แบ่งฉีดเป็นรอบๆ แทนการอัดสาดปริมาณวิกฤตทีเดียวครับ เมื่อสังเกตดูรูปทรงที่เซ็ตตัวจากการฉีดรอบแรกแล้ว ค่อยประเมินเพื่อเติมปริมาณที่เหลือในรอบถัดไป จะช่วยให้การจัดสมดุลซ้าย-ขวาและการไล่ระดับขอบโค้งของสะโพกดูเรียบเนียนเป็นธรรมชาติได้ง่ายกว่ามาก ทั้งนี้ ความถี่และจำนวนครั้งที่เหมาะสมกับคนไข้ควรปรึกษาแพทย์โดยละเอียดในวันเข้าตรวจครับ
Q. ออกกำลังกายทดแทนการฉีด ฟิลเลอร์ สะโพกไม่ได้เหรอคะ?
A. การออกกำลังกายเน้นกล้ามเนื้อสะโพก (Glutes) สามารถช่วยให้สะโพกดูแน่นและกลมกลึงขึ้น ซึ่งอาจช่วยพรางรอยเว้าให้ดูจางลงได้บ้างครับ ทว่า เนื่องจากรอยเว้าสะโพก (hip dip) นั้นส่วนใหญ่เกิดจากโครงสร้างของกระดูกโดยตรง หลายท่านจึงเจอปัญหาว่าแม้จะฟิตหุ่นอย่างหนักก็ยังไม่สามารถเติมเต็มส่วนโค้งนี้ให้เต็มนวลได้ทั้งหมด หากมีปัจจัยหลักมาจากโครงสร้างกระดูก การเลือกใช้วิธีเติมเต็มด้วยสารเติมเต็มอย่าง ฟิลเลอร์ จะสามารถช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุดกว่าครับ
Q. ถ้า ฟิลเลอร์ สลายหมดแล้ว สะโพกจะยุบวูบลงทันทีเลยไหมคะ?
A. ฟิลเลอร์ ประเภทกรดไฮยาลูรอนิกจะไม่สลายวับหายไปในพริบตาเดียวครับ แต่จะค่อยๆ ยุบตัวลงและสลายไปอย่างช้าๆ ตามเวลา ดังนั้นรูปทรงสะโพกจะค่อยๆ ละมุนลดลงทีละน้อย ไม่ได้ยุบตัวฮวบฮาบแบบทันทีทันใด เมื่อรู้สึกว่าวอลลุ่มเริ่มลดลงจนอยากเติมเพิ่ม ก็สามารถเข้ามาพบแพทย์เพื่อประเมินและเติมแต่งใหม่ได้ตามต้องการครับ
Q. หลังทำเสร็จแล้ว นานแค่ไหนถึงจะกลับไปนั่งหรือออกกำลังกายได้ตามปกติ?
A. คนไข้ส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันเบาๆ ได้ทันทีครับ แต่เพื่อความปลอดภัย แนะนำให้งดเว้นการนั่งกดทับนานๆ เลี่ยงการออกกำลังกายส่วนล่างหนักๆ หรือการเข้าซาวน่าในช่วง 2-3 วันแรก เพื่อรอให้ ฟิลเลอร์ อยู่ตัว การลดแรงกดทับและความร้อนในช่วงคิวแรกๆ จะช่วยให้อาการบวมยุบตัวได้เร็วขึ้นด้วยครับ สำหรับช่วงเวลากลับไปทำกิจกรรมหนักๆ ได้อย่างเพอร์เฟกต์ แนะนำให้ปรึกษากับแพทย์ผู้ทำการรักษาอีกครั้งครับ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

ยกกระชับ
หลังคลอดหน้าหย่อน ทำ Ultherapy ตอนให้นมได้ไหม?
หลังคลอดหน้าหย่อน อยากทำ Ultherapy (HIFU) แต่ยังให้นม ควรเริ่มเมื่อไหร่ดี ดูแนวทางและความปลอดภัยกัน

ผิว
ลดน้ำหนักแล้วหน้าตอบ เติมด้วย Juvelook Volume ได้ไหม
ลดน้ำหนักแล้วแก้มตอบดูโทรม Juvelook Volume ช่วยได้อย่างไร รวมกลไก ผลลัพธ์ และข้อควรระวังค่ะ

ผิว
สูบบุหรี่ทำ Rejuran เห็นผลช้าลงจริงไหม?
คนสูบบุหรี่ทำสกินบูสเตอร์ Rejuran คอลลาเจนฟื้นตัวช้าลงหรือเปล่า และจะดูแลให้ได้ผลดีขึ้นยังไง มาดูกัน

ยกกระชับ
ผิวหย่อนเพราะความเครียดเรื้อรัง RF Lifting ช่วยได้จริงไหม?
ความเครียดเรื้อรังทำให้ผิวหย่อนได้อย่างไร และ RF Lifting อย่าง Thermage ช่วยดูแลได้แค่ไหน มาดูกัน

ผิว
มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?
เป็นเบาหวาน ความดัน หรือกินยาละลายลิ่มเลือด ทำหัตถการความงามได้ไหม? มาดูสิ่งที่ต้องบอกคุณหมอกันค่ะ

ยกกระชับ
Secret RF ลิฟติ้ง แก้แผลเป็น-รูขุมขนได้ไหมครับ
มาดูกันครับว่า Secret RF ใช้ไมโครนีดเดิลกับ RF อย่างไร และช่วยแผลเป็น รูขุมขน ความกระชับได้อย่างไร



