ทำไม 1064nm อ่อนกับจุดด่างดำ แต่แรงกับฝ้าและรอยสัก? สรุปเหตุผลที่ต้องใช้ dual toning

พอถึงช่วงเปลี่ยนผ่านของฤดูกาล ห้องตรวจของหมอ
ก็จะเริ่มคึกคักไปด้วยคนไข้ที่บอกว่า
"ฝ้ากลับมาอีกแล้วค่ะ"
แถมยังมีคนไข้อีกหลายคนเลยที่มักจะบอกว่า
"คราวก่อนไปทำ toning ที่อื่นมา
แต่จุดด่างดำก็ยังเหมือนเดิมเลยค่ะ?"
วันนี้หมอจะมาไขข้อข้องใจเรื่องนี้ให้ฟังทีละสเต็ปกันครับ
สรุปในบรรทัดเดียว
1064nm คือความยาวคลื่นอินฟราเรด
ที่สามารถทะลุลงลึกถึงชั้นผิวแท้ (dermis) ได้ถึง 4~5 มม.
เกณฑ์การเลือกใช้
การจะเลือกระหว่าง 532 หรือ 1064
ขึ้นอยู่กับว่าเม็ดสีนั้นอยู่ในชั้นหนังกำพร้า (epidermis) หรือชั้นผิวแท้ (dermis) ครับ
สิ่งที่จะคุยกันวันนี้
เหตุผลที่ 1064 อ่อนโยนต่อจุดด่างดำ
แต่จัดการกับปัญหารอยฝ้าได้อย่างตรงจุดครับ
สิ่งที่คุณจะได้รู้จากบทความนี้
คลื่น 1064nm ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
เข้าไปสลายเม็ดสีได้อย่างไร?
ทำไมยิ่งคลื่นลงลึก
โอกาสเบิร์นหรือผิวไหม้กลับยิ่งน้อยลง?
เลเซอร์ Toning, รอยสัก, เม็ดสีในชั้นผิวแท้
— ปัญหาไหนเหมาะกับความยาวคลื่นเท่าไหร่?
เลเซอร์ 1064nm คืออะไร?
เลเซอร์ 1064nm คือเลเซอร์ความยาวคลื่นใกล้เคียงอินฟราเรด (Near-infrared)
ที่ปล่อยออกมาจากตัวกลาง Nd:YAG ครับ
เราจะมองไม่เห็นแสงนี้ด้วยตาเปล่านะครับ
เพราะเป็นคลื่นอินฟราเรดที่อยู่นอกขอบเขตของแสงที่ตาเรามองเห็นได้
ส่วนแสงสีแดงกะพริบๆ ที่เห็นในห้องตรวจ
เป็นเพียงไกด์บีม (Guide beam) ที่ช่วยเล็งตำแหน่งเท่านั้น
ส่วนแสงเลเซอร์ที่ทำงานจริงนั้นมองไม่เห็นครับ
ถึงจะเป็น Q-switched laser เหมือนกัน แต่คลื่น 532nm
จะเป็นแสงสีเขียวที่เม็ดสีเมลานินในชั้นหนังกำพร้าดูดซับได้ดีมาก
ส่วนคลื่น 1064nm แม้จะถูกดูดซับได้น้อยกว่า
แต่นั่นทำให้มันสามารถทะลุลงไปได้ลึกกว่าครับ
ความแตกต่างตรงนี้แหละครับที่เป็นตัวกำหนดเส้นทางการรักษา
ระหว่างจุดด่างดำทั่วไปกับรอยฝ้าฝังลึก

ทำไมความลึกของความยาวคลื่น 1064nm
ถึงมีความสำคัญ?
หัวใจสำคัญของบทความนี้
1064nm เป็นคลื่นอินฟราเรดจึงมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
แต่มันสามารถทะลุทะลวงลงลึกถึงชั้นผิวแท้ได้ดีมากครับ
เป้าหมายหลักคือ เส้นเลือดขอดลึก, รอยสักสีดำ และเม็ดสีในชั้นผิวแท้
เนื่องจากการดูดซับแสงอยู่ในระดับปานกลาง
โอกาสเกิดผิวไหม้จึงน้อยกว่าคลื่น 532 หรือ 755 ครับ
หลักการของมันคล้ายๆ กับการส่องไฟฉายเข้าไปในสายหมอกครับ
แสงที่สว่างมากๆ จะชนกับหมอกแล้วกระเจิงไปหมด
แต่คลื่นยาวอย่างอินฟราเรด
จะสามารถทะลุผ่านหมอกและเดินทางไปได้ไกลกว่า
ผิวหนังของเราก็ใช้หลักการเดียวกันเลยครับ
เมลานินและฮีโมโกลบินในชั้นหนังกำพร้า
จะคอยดูดซับคลื่นสั้นเอาไว้เกือบทั้งหมด
ทำให้คลื่น 532nm ถูกดูดซับไปเกือบหมด
ตั้งแต่ชั้นหนังกำพร้าความลึกแค่ 0.3~0.5 มม. เท่านั้น
ในทางกลับกัน เนื่องจากคลื่น 1064nm มีอัตราการดูดซับที่ต่ำกว่า
ทำให้อีกมุมหนึ่ง มันสามารถทะลุผ่านชั้นหนังกำพร้าไปได้อย่างง่ายดาย
และลงลึกไปถึงชั้นผิวแท้ที่ระดับ 4~5 มม. ได้นั่นเอง
ด้วยเหตุนี้ เป้าหมายในการรักษาจึงต่างกันครับ
ถ้าเป็นเม็ดสีที่ลอยอยู่บนชั้นหนังกำพร้าอย่างกระเนื้อหรือกระแดด
คลื่น 1064 จะทะลุผ่านไปเลย เม็ดสีจึงไม่สะเทือน แบบนี้ต้องใช้ 532 ถึงจะตรงจุดกว่าครับ
แต่ถ้าเป็นฝ้า, ปานโอตะ, เม็ดสีในชั้นผิวแท้
รวมถึงหมึกรอยสักสีเข้มที่ฝังลึก
การใช้คลื่น 1064 จะตอบโจทย์และแม่นยำที่สุดครับ
เวลาเข้าไปดูตามคอมมูนิตี้คลินิกความงาม
หมอมักจะเห็นกระทู้แนว "ทำ Toning มา 10 ครั้งแล้ว แต่จุดด่างดำยังเหมือนเดิมเลย"
โพสต์ขึ้นมาเดือนละ 2-3 ครั้งอยู่เรื่อยๆ
จริงๆ แล้วไม่ใช่ว่าเลเซอร์ไม่ได้ผลนะครับ
แต่มันเป็นเพราะรักษาไม่ตรงจุดการแก้ไขตั้งแต่แรกต่างหากครับ
เพราะ 1064 Toning เป็นโปรแกรมที่เน้นเข้าไปสลายเม็ดสีในชั้นผิวแท้อย่างค่อยเป็นค่อยไป
ไม่ใช่เลเซอร์ประเภทที่จะมาจี้สะเก็ดจุดด่างดำบนชั้นผิวให้หลุดออกไปในครั้งเดียวครับ
นอกจากนี้ เนื่องจากคลื่น 1064 มีการดูดซับพลังงานระดับปานกลาง
จึงค่อนข้างปลอดภัยและมีความเสี่ยงที่จะเบิร์นต่ำมาก
เมื่อรักษากับโทนสีผิวของคนเอเชียครับ
สรุปประเด็นสำคัญโดย หมอวี ยองจิน
หัวใจสำคัญของ 1064nm คือ
"เพราะพลังงานที่ค่อยเป็นค่อยไป จึงทะลุลงไปได้ลึก" ครับ
โดยจะทะลุผ่านชั้นหนังกำพร้าลงไปจับเป้าหมายหลักในชั้นผิวแท้ เช่น เม็ดสีฝังลึก รอยสัก และเส้นเลือด
หากเป็นจุดด่างดำตื้นๆ ควรใช้สีคลื่น 532 และหากเป็นฝ้าลึก ควรเลือก 1064 ครับ

แล้วเลเซอร์ 1064nm
นำมาใช้ดูแลปัญหาผิวแบบไหนบ้าง?
ปัญหาผิว | ความยาวคลื่นหลัก | วิธีการรักษา |
ฝ้า / เม็ดสีในชั้นผิวแท้ | 1064 | Low-energy Toning + โปรแกรมฟื้นฟูผิว + ยาทา/ยาทาน |
กระเนื้อ / กระแดด | 532 | ยิงเฉพาะจุดเคลียร์รอย จบงานใน 1~2 ครั้ง |
เม็ดสีผสม (ตื้น+ลึก) | 532 + 1064 | Dual Toning |
รอยสักสีดำ / น้ำเงิน | 1064 | ยิงสลายโมเลกุลน้ำหมึกในชั้นผิวแท้ |
เส้นเลือดขอดสีม่วง / น้ำเงิน | 1064 Long Pulse | สลายและทำให้เส้นเลือดที่อยู่ลึกหดตัว |
โดยเฉพาะรอยฝ้า การใช้เลเซอร์เพียงอย่างเดียวอาจมีข้อจำกัดที่เห็นผลได้ไม่สุดครับ
ดังนั้นการทำ 1064 Low-energy Toning
ร่วมกับโปรแกรมฟื้นฟูผิวเหนี่ยวนำคอลลาเจนอย่าง รีจูรัน หรือ Belotero Revive
บวกกับการจ่ายยาอย่าง Tranexamic acid
เมื่อผสาน 3 พลังนี้เข้าด้วยกัน
ก็จะช่วยปรับสภาพแวดล้อมของผิวไม่ให้ผลิตเม็ดสีเมลานินมากเกินไปอย่างเห็นผลครับ
การรับประทาน Tranexamic acid ต่อเนื่องเป็นเวลา 3~6 เดือน
จะช่วยล็อคผลลัพธ์ให้ผิวดูสม่ำเสมอ แม้จะเว้นช่วงการทำ Toning นานขึ้นก็ไม่กลับมาคล้ำง่ายครับ

3 คำถามพบบ่อย
เกี่ยวกับเลเซอร์ 1064nm
Q1. ทำเลเซอร์ 1064nm Toning แค่ครั้งเดียว
จะช่วยให้จุดด่างดำหลุดออกเลยไหมคะ?
A. คำตอบสั้นๆ เลยคือ 'ไม่ได้ครับ'
จุดด่างดำเป็นเม็ดสีที่อยู่ในชั้นหนังกำพร้า (ชั้นบน) จึงต้องใช้คลื่น 532
ในขณะที่คลื่น 1064 จะเดินทางทะลุผ่านความลึกระดับนั้นไปเลย
หากพยายามจะเคลียร์จุดด่างดำตื้นๆ ด้วยคลื่น 1064 เพียงอย่างเดียว
ต่อให้ทำถึง 10 ครั้ง รอยก็อาจแทบไม่จางลงเลยครับ
Q2. มีคนบอกว่าทำ Toning แล้วหน้าดำกว่าเดิม จริงไหมคะ?
A. อาจมีโอกาสเกิดขึ้นชั่วคราวได้ประมาณ 1-2 รายใน 10 รายครับ
ซึ่งเป็นปฏิกิริยาสะท้อนกลับของผิว (rebound effect)
ส่วนใหญ่เกิดจากการใช้พลังงานเลเซอร์ที่สูงเกินไป
หรือเว้นระยะห่างระหว่างการทำต่อครั้งกระชั้นชิดเกินไปครับ
หากใช้พลังงานต่ำอย่างเหมาะสม (low energy) และเว้นระยะทุกๆ 2~3 สัปดาห์ ปัญหานี้แทบจะไม่เกิดขึ้นเลยครับ
Q3. คุณแม่ตั้งครรภ์สามารถรับบริการเลเซอร์ 1064nm ได้ไหมคะ?
A. ตามทฤษฎีแล้ว แทบไม่มีรายงานว่าส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ครับ
แต่เนื่องจากในช่วงตั้งครรภ์ ร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอย่างมาก
ซึ่งอาจทำให้ผลลัพธ์ของการรักษาฝ้าหรือรอยดำไม่เห็นผลชัดเจนเท่าที่ควร
หมอขอแนะนำให้คุณแม่คลอดน้องเรียบร้อยแล้วสัก 6 เดือน
ค่อยเริ่มกลับมาทำเลเซอร์จะดีที่สุดครับ
สรุปคือ คลื่น 1064 เป็น "แสงที่ไม่ถูกดูดซับได้รวดเร็วจนเกินไป"
จึงกลายมาเป็นจุดเด่นสำคัญที่ทำให้เดินทางลงสู่ผิวชั้นลึกได้เป็นอย่างดี
เรียกว่า ความอ่อนโยนในการดูดซับกลับกลายเป็นจุดแข็งของคลื่นนี้เลยครับ
ในบทความหน้า หมอจะมาอธิบายอย่างละเอียดเกี่ยวกับ
ระยะเวลาและพลังงานที่เหมาะสมในการทำ 1064 Toning นะครับ
ทั้งหมดนี้คือข้อมูลดีๆ จาก หมอวี ยองจิน ครับ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

ยกกระชับ
จองคิว Potenza แล้ว ต้องหยุดเรตินอลกับแว็กซ์ก่อนกี่วัน
ก่อนทำ Potenza ควรวางมือจากเรตินอล กรดผลัดเซลล์ผิว การแว็กซ์ และผลิตภัณฑ์ทาผิวสีแทนล่วงหน้ากี่วัน รวมกรอบเวลานับถอยหลังและสิ่งที่ควรแจ้งแพทย์ก่อนถึงคิว

ยกกระชับ
มีงานสำคัญต้องถ่ายรูป ควรทำ Oligio X ล่วงหน้ากี่สัปดาห์?
วางแผนทำ Oligio X ก่อนวันงานหรือวันถ่ายรูป ควรนับถอยหลังกี่สัปดาห์ถึงจะพอดี ชวนดูไทม์ไลน์หลังทำแต่ละช่วง พร้อมข้อควรระวังและค่าใช้จ่ายโดยประมาณ

ผิว
여름 지나 스킨부스터, 언제 시작하면 좋을까요
지금 피부가 회복 모드인지 자극 모드인지로 스킨부스터 시작 시점을 판단하는 방법과 상담 전 자가 점검 항목을 정리했어요.

ผิว
샤워와 세안 물 온도, 어느 정도가 좋을까요
뜨거운 물이 피지막에 어떻게 작용하는지부터 손등으로 미온수를 가늠하는 방법까지, 매일 반복되는 씻기 습관을 순서대로 정리했어요.

ยกกระชับ
ร่องแก้มและมุมปากตก Sofwave ช่วยได้แค่ไหน เช็กก่อนตัดสินใจ
เงาร่องแก้มและมุมปากอาจมาจากผิวหย่อนหรือวอลลุ่มที่ลดลง บทความนี้อธิบายว่า Sofwave ลงลึกถึงชั้นไหน คาดหวังอะไรได้ที่กลางใบหน้า และเมื่อไหร่ควรเลือกฟิลเลอร์ค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ขมับยุบฉีด Sculptra ต้องแบ่งกี่ครั้ง เว้นระยะเท่าไหร่ถึงพอดี
ขมับยุบไม่ได้มาจากการผอมลงอย่างเดียว บทความนี้อธิบายว่าทำไม Sculptra ถึงต้องแบ่งฉีดหลายครั้ง เว้นระยะกี่สัปดาห์ และระหว่างรอควรสังเกตอะไรก่อนตัดสินใจ



