
เหตุผลที่เลเซอร์ CO2 สำหรับจุดด่างดำ ถ้ากำจัดเบาเกินไป จะกลับมาเป็นซ้ำใน 1 เดือน
เหตุผลที่เลเซอร์ CO2 สำหรับจุดด่างดำ ถ้ากำจัดเบาเกินไป จะกลับมาเป็นซ้ำใน 1 เดือน
เหตุผลที่เลเซอร์ CO2 สำหรับจุดด่างดำ ถ้ากำจัดเบาเกินไป จะกลับมาเป็นซ้ำใน 1 เดือน
เลเซอร์ CO2 จุดด่างดำ พลังงานไม่ถึงเกณฑ์กลับมาซ้ำใน 1–2 เดือน ทำไมต้องลอกถึงหนังแท้ชั้นบนเบาๆ
จุดด่างดำ

เลเซอร์ CO2 สำหรับจุดด่างดำ,
ถ้าลอกเบา ๆ
ทำไมถึงกลับมาเป็นซ้ำใน 1 เดือน
เช็กก่อนอ่าน
Q. ถ้าเลเซอร์ CO2 จะทำให้ถึงชั้นหนังแท้จนเป็นแผล
แล้วจะทิ้งรอยแผลเป็นไหมคะ?
A. ชั้นบนของหนังแท้ แม้จะโดนตัดออกไปนิดหน่อย
ก็เป็นชั้นที่ฟื้นตัวได้ค่ะ
Q. ทำโทนนิ่งมา 10 ครั้งแล้ว
ทำไมมีแค่จุดด่างดำที่ไม่จางสักที?
A. เพราะเมลานินฝังอยู่ลึกที่ฐานของหนังกำพร้า
โทนนิ่งเลยมีข้อจำกัดค่ะ
สรุปสั้น ๆ
เลเซอร์ CO2 สำหรับจุดด่างดำ เป็นหัตถการที่
เลาะผิวออกตื้น ๆ ถึงชั้นบนของหนังแท้
เกณฑ์ที่ตัดสิน
จะลงไปถึงฐานเมลานินได้หรือไม่ —
ถ้าอ่อนเกินไป จะกลับมาเป็นซ้ำใน 1–2 เดือน
วันนี้จะดูเรื่องอะไร
มาดูเกณฑ์ตัดสินว่า ควรเลือกโทนนิ่งหรือ CO2 ดีกว่ากันค่ะ
จุดด่างดำกับกระ,
ใช้เลเซอร์ CO2 ยิงพร้อมกันได้ไหม?
จุดด่างดำ (lentigo) คือรอยเม็ดสีที่
เมลานินฝังอยู่ตรงฐานรอยต่อระหว่างหนังกำพร้าและหนังแท้ค่ะ
ต่างจากกระ ตำแหน่งของเม็ดสีในจุดด่างดำ
จะลึกกว่าและชัดเจนกว่ามากค่ะ
คนที่ค้นหาคำว่า เลเซอร์ CO2 สำหรับจุดด่างดำ
แล้วเข้ามาอ่าน ส่วนใหญ่มักจะ
คงเคยมีประสบการณ์ว่า แม้ทำโทนนิ่ง 5 ครั้ง 10 ครั้ง ก็
จะจางลงแล้วหยุดแค่นั้นอยู่บ้างค่ะ
จุดที่ค่อนข้างน่าคลุมเครือคือ โทนนิ่งใช้พลังงานต่ำที่ 1064nm
เพื่อค่อย ๆ แตกเมลานินเฉพาะในหนังกำพร้าค่ะ
แต่จุดด่างดำอยู่ลึกลงไปด้านล่าง,
เม็ดสีฝังอยู่ที่ฐานของหนังกำพร้า
โทนนิ่งจึงไปไม่ถึงค่ะ
แต่ CO2 ไม่เหมือนกันค่ะ
ความยาวคลื่น 10,600nm ถูกน้ำดูดซับ
ทำให้เลาะเนื้อเยื่อออกแบบตื้น ๆ
เพราะฉะนั้น สำหรับเม็ดสีที่ฝังแน่นแบบจุดด่างดำ
CO2 จึงเป็นคำตอบค่ะ

เลเซอร์ CO2 สำหรับจุดด่างดำ,
ความลึกที่พอดีคือจุดตัดสินผลลัพธ์
อินไซต์สำคัญของ
หมอวี ยองจิน
「เวลาลอกจุดด่างดำด้วย CO2
แม้ชั้นบนของหนังแท้จะหายไปนิดหน่อย
ก็ไม่เป็นไรค่ะ — ยังไงมันก็เป็นชั้นที่ฟื้นตัวได้อยู่แล้ว
แต่ถ้าเลเซอร์เบาเกินไป
ฐานเมลานินจะยังคงเหลืออยู่
แล้วจะกลับมาเป็นซ้ำภายใน 1–2 เดือน」
— หมอวี ยองจิน (คลินิก Beautystone ฮับจอง)
ในบรรดาคนที่กำลังอ่านบทความนี้
「ไปทำ CO2 ที่อื่นมา
แต่แค่เดือนสองเดือนก็กลับขึ้นมาอีก」
คงมีหลายคนที่เคยเจอแบบนี้ค่ะ
ใน 10 คน จะมีประมาณ 2–3 คนที่มาด้วยเคสแบบนี้ค่ะ
ตรงนี้มีเรื่องสำคัญมากค่ะ
ตอนลอกจุดด่างดำด้วย CO2
แม้ชั้นบนของหนังแท้จะหายไปนิดหน่อยก็ไม่เป็นไรค่ะ
เพราะเป็นชั้นที่ฟื้นตัวได้อยู่แล้วค่ะ
แต่ถ้าเลเซอร์เบาเกินไป,
ชั้นเมลานินฐานที่อยู่ตรงฐานหนังกำพร้าจะยังคงเหลืออยู่เหมือนเดิมค่ะ
แล้วภายใน 1–2 เดือน
มันจะกลับขึ้นมาเกือบตำแหน่งเดิมค่ะ
เป็นเคสของลูกค้าอายุ 50 ปีเมื่อเดือนที่แล้วค่ะ
ที่บริเวณเหนือโหนกแก้ม มีจุดด่างดำขนาดเท่าเหรียญอยู่
2 จุดค่ะ
ที่คลินิกอื่น
คุณลูกค้าทำโทนนิ่งมาเกือบ 1 ปี แต่ก็ยังไม่จาง,
เลยเดินทางมาด้วยสีหน้าท้อแท้และพูดว่า คงทำอะไรไม่ได้แล้วค่ะ
พอทำ CO2 หนึ่งครั้ง แล้วผ่านช่วงพักฟื้น 2 สัปดาห์ไป
รอยเม็ดสีแทบไม่เหลือเลยค่ะ
เจ้าตัวตกใจมาก
ถึงกับบอกว่า น่าจะทำตั้งนานแล้ว เลยค่ะ
จุดสำคัญคือ จุดด่างดำของท่านนี้อยู่ในความลึกที่
เรียกว่า ลึกพอดีสำหรับการลอกออก ค่ะ
สรุปสำคัญจากหมอวี ยองจิน
จุดด่างดำ ผลลัพธ์จะต่างกันที่ ลอกลึกแค่ไหน ค่ะ
ชั้นบนของหนังแท้แม้โดนถึงก็ฟื้นตัวได้
ไม่ต้องกลัวค่ะ
เลเซอร์อ่อนจนกลับมาเป็นซ้ำ
กลับเป็นผลเสียมากกว่า
การปรับให้ถึงจุดพอดีคือในที่สุด
ทางที่ทิ้งรอยแผลน้อยที่สุดค่ะ

เลเซอร์ CO2 สำหรับจุดด่างดำ, ครั้งแรกกับ
เคสที่เป็นซ้ำต่างกันยังไง?
เคสทำครั้งแรกกับเคสที่เป็นซ้ำ
วิธีการดูแลต้องต่างกันตั้งแต่ต้นค่ะ
ประเภท | ทำครั้งแรก | เคสที่กลับมาเป็นซ้ำ/เคยทำเบาเกินไป |
ความลึกที่ลอก | ตื้น ๆ ที่ชั้นบนของหนังแท้ | ลึกและแน่นขึ้นอีกนิด |
ระยะพักฟื้น | ประมาณ 2 สัปดาห์ | 2–3 สัปดาห์ และเพิ่มการดูแลภาวะรอยคล้ำหลังอักเสบ |
หัตถการเสริม | ส่วนใหญ่มักจบในครั้งเดียว | เก็บเม็ดสีที่เหลือหลัง 2–3 สัปดาห์ |
ข้อควรระวัง | กันแดดให้เคร่งครัด | ดูแล PIH(รอยดำหลังการอักเสบ) |
เคสที่เป็นซ้ำเป็นผิวที่เคยบาดเจ็บมาก่อน
จึงเกิดรอยคล้ำ (PIH) ได้ง่ายกว่า
ดังนั้นไม่ใช่แค่ลอกแล้วจบค่ะ,
หลังจากนั้น การเสริมด้วยการทานกรดทราเนซามิก หรือโทนนิ่งพลังงานต่ำ
ช่วงสั้น ๆ จะช่วยป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำได้ดี
แต่ถ้ามีฝ้า หรือเม็ดสีจากหลอดเลือดปนอยู่
CO2 อาจยิ่งกระตุ้นผิวได้
ต้องวินิจฉัยให้ชัดก่อนค่ะ

QnA ในห้องตรวจเลเซอร์ CO2 สำหรับจุดด่างดำ,
3 คำถามที่เจอบ่อย
Q1. เลเซอร์ CO2 สำหรับจุดด่างดำ ทำครั้งเดียวหายหมดไหมคะ?
A. ถ้าความลึกพอดี 7 ใน 10 เคสจะจบในครั้งเดียวค่ะ
มีเพียงประมาณ 2–3 คนเท่านั้นที่ต้องกลับมา
เก็บเม็ดสีที่เหลือหลัง 2–3 สัปดาห์
ไม่ใช่ว่า หนึ่งครั้ง จะการันตีเสมอไปค่ะ,
แต่คือ ถ้าความลึกพอดี ก็ทำครั้งเดียว นั่นเอง
Q2. ถ้าทำ CO2 กับโทนนิ่งพร้อมกัน
จะหายเร็วขึ้นไหมคะ?
A. ทำพร้อมกันไม่ได้ค่ะ
ต้องทำ CO2 เพื่อลอกก่อน แล้วหลังจากฟื้นตัวเสร็จ
ค่อยใช้โทนนิ่งเพื่อดูแลเม็ดสีที่เหลือหรือ PIH
ค่ะ
ถ้าทำทั้งสองอย่างในช่วงเวลาเดียวกัน การระคายเคืองจะซ้อนกัน
ทำให้รอยคล้ำเข้มขึ้น
Q3. ได้ยินว่าถ้าลอกด้วย CO2 จะทิ้งรอยบุ๋ม
จริงไหมคะ?
A. ถ้าลอกลึกเกินไปจนถึงชั้นลึกของหนังแท้
ก็อาจทิ้งรอยได้ค่ะ
แต่จริง ๆ แล้วพบไม่บ่อย ปีหนึ่งอาจเจอแค่ 1–2 เคสเท่านั้นค่ะ
ส่วนใหญ่กลับเป็นปัญหา ลอกอ่อนเกินไปจนกลับมาเป็นซ้ำ
ที่พบบ่อยกว่ามากค่ะ
การรู้ว่ามีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ
และหาความลึกที่เหมาะสม คือวิธีที่ปลอดภัยค่ะ
สุดท้ายแล้ว CO2 สำหรับจุดด่างดำคือการเดินบนเส้นบาง ๆ เรื่อง
ลอกลึกแค่ไหน ค่ะ
ถ้าตื้นไปก็กลับขึ้นมาอีก,
ถ้าลึกไปก็ทิ้งรอยค่ะ
บทความต่อไปจะอธิบายเรื่องจังหวะการดูแลหลังทำ ทั้งกันแดดและยาต่าง ๆ
เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำค่ะ
จบจากหมอวี ยองจิน ค่ะ
อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง
จุดด่างดำ

เลเซอร์ CO2 สำหรับจุดด่างดำ,
ถ้าลอกเบา ๆ
ทำไมถึงกลับมาเป็นซ้ำใน 1 เดือน
เช็กก่อนอ่าน
Q. ถ้าเลเซอร์ CO2 จะทำให้ถึงชั้นหนังแท้จนเป็นแผล
แล้วจะทิ้งรอยแผลเป็นไหมคะ?
A. ชั้นบนของหนังแท้ แม้จะโดนตัดออกไปนิดหน่อย
ก็เป็นชั้นที่ฟื้นตัวได้ค่ะ
Q. ทำโทนนิ่งมา 10 ครั้งแล้ว
ทำไมมีแค่จุดด่างดำที่ไม่จางสักที?
A. เพราะเมลานินฝังอยู่ลึกที่ฐานของหนังกำพร้า
โทนนิ่งเลยมีข้อจำกัดค่ะ
สรุปสั้น ๆ
เลเซอร์ CO2 สำหรับจุดด่างดำ เป็นหัตถการที่
เลาะผิวออกตื้น ๆ ถึงชั้นบนของหนังแท้
เกณฑ์ที่ตัดสิน
จะลงไปถึงฐานเมลานินได้หรือไม่ —
ถ้าอ่อนเกินไป จะกลับมาเป็นซ้ำใน 1–2 เดือน
วันนี้จะดูเรื่องอะไร
มาดูเกณฑ์ตัดสินว่า ควรเลือกโทนนิ่งหรือ CO2 ดีกว่ากันค่ะ
จุดด่างดำกับกระ,
ใช้เลเซอร์ CO2 ยิงพร้อมกันได้ไหม?
จุดด่างดำ (lentigo) คือรอยเม็ดสีที่
เมลานินฝังอยู่ตรงฐานรอยต่อระหว่างหนังกำพร้าและหนังแท้ค่ะ
ต่างจากกระ ตำแหน่งของเม็ดสีในจุดด่างดำ
จะลึกกว่าและชัดเจนกว่ามากค่ะ
คนที่ค้นหาคำว่า เลเซอร์ CO2 สำหรับจุดด่างดำ
แล้วเข้ามาอ่าน ส่วนใหญ่มักจะ
คงเคยมีประสบการณ์ว่า แม้ทำโทนนิ่ง 5 ครั้ง 10 ครั้ง ก็
จะจางลงแล้วหยุดแค่นั้นอยู่บ้างค่ะ
จุดที่ค่อนข้างน่าคลุมเครือคือ โทนนิ่งใช้พลังงานต่ำที่ 1064nm
เพื่อค่อย ๆ แตกเมลานินเฉพาะในหนังกำพร้าค่ะ
แต่จุดด่างดำอยู่ลึกลงไปด้านล่าง,
เม็ดสีฝังอยู่ที่ฐานของหนังกำพร้า
โทนนิ่งจึงไปไม่ถึงค่ะ
แต่ CO2 ไม่เหมือนกันค่ะ
ความยาวคลื่น 10,600nm ถูกน้ำดูดซับ
ทำให้เลาะเนื้อเยื่อออกแบบตื้น ๆ
เพราะฉะนั้น สำหรับเม็ดสีที่ฝังแน่นแบบจุดด่างดำ
CO2 จึงเป็นคำตอบค่ะ

เลเซอร์ CO2 สำหรับจุดด่างดำ,
ความลึกที่พอดีคือจุดตัดสินผลลัพธ์
อินไซต์สำคัญของ
หมอวี ยองจิน
「เวลาลอกจุดด่างดำด้วย CO2
แม้ชั้นบนของหนังแท้จะหายไปนิดหน่อย
ก็ไม่เป็นไรค่ะ — ยังไงมันก็เป็นชั้นที่ฟื้นตัวได้อยู่แล้ว
แต่ถ้าเลเซอร์เบาเกินไป
ฐานเมลานินจะยังคงเหลืออยู่
แล้วจะกลับมาเป็นซ้ำภายใน 1–2 เดือน」
— หมอวี ยองจิน (คลินิก Beautystone ฮับจอง)
ในบรรดาคนที่กำลังอ่านบทความนี้
「ไปทำ CO2 ที่อื่นมา
แต่แค่เดือนสองเดือนก็กลับขึ้นมาอีก」
คงมีหลายคนที่เคยเจอแบบนี้ค่ะ
ใน 10 คน จะมีประมาณ 2–3 คนที่มาด้วยเคสแบบนี้ค่ะ
ตรงนี้มีเรื่องสำคัญมากค่ะ
ตอนลอกจุดด่างดำด้วย CO2
แม้ชั้นบนของหนังแท้จะหายไปนิดหน่อยก็ไม่เป็นไรค่ะ
เพราะเป็นชั้นที่ฟื้นตัวได้อยู่แล้วค่ะ
แต่ถ้าเลเซอร์เบาเกินไป,
ชั้นเมลานินฐานที่อยู่ตรงฐานหนังกำพร้าจะยังคงเหลืออยู่เหมือนเดิมค่ะ
แล้วภายใน 1–2 เดือน
มันจะกลับขึ้นมาเกือบตำแหน่งเดิมค่ะ
เป็นเคสของลูกค้าอายุ 50 ปีเมื่อเดือนที่แล้วค่ะ
ที่บริเวณเหนือโหนกแก้ม มีจุดด่างดำขนาดเท่าเหรียญอยู่
2 จุดค่ะ
ที่คลินิกอื่น
คุณลูกค้าทำโทนนิ่งมาเกือบ 1 ปี แต่ก็ยังไม่จาง,
เลยเดินทางมาด้วยสีหน้าท้อแท้และพูดว่า คงทำอะไรไม่ได้แล้วค่ะ
พอทำ CO2 หนึ่งครั้ง แล้วผ่านช่วงพักฟื้น 2 สัปดาห์ไป
รอยเม็ดสีแทบไม่เหลือเลยค่ะ
เจ้าตัวตกใจมาก
ถึงกับบอกว่า น่าจะทำตั้งนานแล้ว เลยค่ะ
จุดสำคัญคือ จุดด่างดำของท่านนี้อยู่ในความลึกที่
เรียกว่า ลึกพอดีสำหรับการลอกออก ค่ะ
สรุปสำคัญจากหมอวี ยองจิน
จุดด่างดำ ผลลัพธ์จะต่างกันที่ ลอกลึกแค่ไหน ค่ะ
ชั้นบนของหนังแท้แม้โดนถึงก็ฟื้นตัวได้
ไม่ต้องกลัวค่ะ
เลเซอร์อ่อนจนกลับมาเป็นซ้ำ
กลับเป็นผลเสียมากกว่า
การปรับให้ถึงจุดพอดีคือในที่สุด
ทางที่ทิ้งรอยแผลน้อยที่สุดค่ะ

เลเซอร์ CO2 สำหรับจุดด่างดำ, ครั้งแรกกับ
เคสที่เป็นซ้ำต่างกันยังไง?
เคสทำครั้งแรกกับเคสที่เป็นซ้ำ
วิธีการดูแลต้องต่างกันตั้งแต่ต้นค่ะ
ประเภท | ทำครั้งแรก | เคสที่กลับมาเป็นซ้ำ/เคยทำเบาเกินไป |
ความลึกที่ลอก | ตื้น ๆ ที่ชั้นบนของหนังแท้ | ลึกและแน่นขึ้นอีกนิด |
ระยะพักฟื้น | ประมาณ 2 สัปดาห์ | 2–3 สัปดาห์ และเพิ่มการดูแลภาวะรอยคล้ำหลังอักเสบ |
หัตถการเสริม | ส่วนใหญ่มักจบในครั้งเดียว | เก็บเม็ดสีที่เหลือหลัง 2–3 สัปดาห์ |
ข้อควรระวัง | กันแดดให้เคร่งครัด | ดูแล PIH(รอยดำหลังการอักเสบ) |
เคสที่เป็นซ้ำเป็นผิวที่เคยบาดเจ็บมาก่อน
จึงเกิดรอยคล้ำ (PIH) ได้ง่ายกว่า
ดังนั้นไม่ใช่แค่ลอกแล้วจบค่ะ,
หลังจากนั้น การเสริมด้วยการทานกรดทราเนซามิก หรือโทนนิ่งพลังงานต่ำ
ช่วงสั้น ๆ จะช่วยป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำได้ดี
แต่ถ้ามีฝ้า หรือเม็ดสีจากหลอดเลือดปนอยู่
CO2 อาจยิ่งกระตุ้นผิวได้
ต้องวินิจฉัยให้ชัดก่อนค่ะ

QnA ในห้องตรวจเลเซอร์ CO2 สำหรับจุดด่างดำ,
3 คำถามที่เจอบ่อย
Q1. เลเซอร์ CO2 สำหรับจุดด่างดำ ทำครั้งเดียวหายหมดไหมคะ?
A. ถ้าความลึกพอดี 7 ใน 10 เคสจะจบในครั้งเดียวค่ะ
มีเพียงประมาณ 2–3 คนเท่านั้นที่ต้องกลับมา
เก็บเม็ดสีที่เหลือหลัง 2–3 สัปดาห์
ไม่ใช่ว่า หนึ่งครั้ง จะการันตีเสมอไปค่ะ,
แต่คือ ถ้าความลึกพอดี ก็ทำครั้งเดียว นั่นเอง
Q2. ถ้าทำ CO2 กับโทนนิ่งพร้อมกัน
จะหายเร็วขึ้นไหมคะ?
A. ทำพร้อมกันไม่ได้ค่ะ
ต้องทำ CO2 เพื่อลอกก่อน แล้วหลังจากฟื้นตัวเสร็จ
ค่อยใช้โทนนิ่งเพื่อดูแลเม็ดสีที่เหลือหรือ PIH
ค่ะ
ถ้าทำทั้งสองอย่างในช่วงเวลาเดียวกัน การระคายเคืองจะซ้อนกัน
ทำให้รอยคล้ำเข้มขึ้น
Q3. ได้ยินว่าถ้าลอกด้วย CO2 จะทิ้งรอยบุ๋ม
จริงไหมคะ?
A. ถ้าลอกลึกเกินไปจนถึงชั้นลึกของหนังแท้
ก็อาจทิ้งรอยได้ค่ะ
แต่จริง ๆ แล้วพบไม่บ่อย ปีหนึ่งอาจเจอแค่ 1–2 เคสเท่านั้นค่ะ
ส่วนใหญ่กลับเป็นปัญหา ลอกอ่อนเกินไปจนกลับมาเป็นซ้ำ
ที่พบบ่อยกว่ามากค่ะ
การรู้ว่ามีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ
และหาความลึกที่เหมาะสม คือวิธีที่ปลอดภัยค่ะ
สุดท้ายแล้ว CO2 สำหรับจุดด่างดำคือการเดินบนเส้นบาง ๆ เรื่อง
ลอกลึกแค่ไหน ค่ะ
ถ้าตื้นไปก็กลับขึ้นมาอีก,
ถ้าลึกไปก็ทิ้งรอยค่ะ
บทความต่อไปจะอธิบายเรื่องจังหวะการดูแลหลังทำ ทั้งกันแดดและยาต่าง ๆ
เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำค่ะ
จบจากหมอวี ยองจิน ค่ะ
อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง
บทความแนะนำ
บทความแนะนำ
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

ยกกระชับ
ทำหัตถการในโซล เลือกย่านฮงแดหรือคังนัมดีกว่ากัน — คู่มือสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ทั้งราคาและความสะดวกในการเข้าถึงก็สำคัญนะคะ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือคุณหมอเจ้าของคลินิกเป็นผู้ตรวจและดูแลเองหรือไม่ โดยเฉพาะถ้าไปที่ที่รับคนไข้ต่างชาติ ก็จะช่วยเช็กความแตกต่างทางกายวิภาคได้ด้วย

ยกกระชับ
ผลข้างเคียงของ Ulthera พูดตามตรง แม้แต่ฉันเมื่อ 5 ปีก่อนก็ยังไม่รู้
ผลข้างเคียงของ Ulthera ที่น่ากลัวกว่ารอยช้ำหรืออาการบวม คือมุมปากไม่สมมาตร เพราะความลึก 4.5 มม. จะผ่านใกล้กับแขนงของเส้นประสาท

ผิว
รูขุมขนที่เลเซอร์แก้ไม่ได้ Potenza RF ต่างกันไหม?
เลเซอร์กับไมโครนีดเดิล RF ทำงานกับรูขุมขนคนละแบบ ต่างกันที่ส่งพลังงานไปชั้นผิวหรือชั้นหนังแท้

ผิว
เลือกคลินิกผิวหนังฮงแด ฉันดูก่อนว่า 'หมอตรวจเอง'
คลินิกผิวหนังในฮงแดมีเยอะจนเลือกยาก เราสรุปเหตุผลและวิธีเช็กว่าหมอตรวจเองจริงไหมไว้แล้ว

ยกกระชับ
เลือกคลินิกในมาโพทำ Thermage ให้ได้ผล ควรดูอะไร?
เลือกคลินิกผิวหนังในมาโพ มีเกณฑ์สำคัญกว่าทำเลที่ตั้ง เราสรุปเช็กลิสต์ทำ Thermage ไม่ให้เสียดายทีหลัง

โครงหน้า&วอลลุ่ม
Juvelook ต่างจาก filler ยังไงคะ?
Juvelook, Sculptra, PRP, ฟิลเลอร์ ดูคล้ายกัน แต่ทำงานต่างกัน ความต่าง collagen booster กับ filler
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1
💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้
🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1



![[บิวตี้สโตน] ฟิลเลอร์ใต้ตาคล้ำ: 0.3cc เปลี่ยนผลลัพธ์](https://framerusercontent.com/images/F4Q84TUWgjbZJV6MNheLnWHnaw.jpg?width=1080&height=1080)
