กลัวเจ็บเลยเลื่อนกำจัดขน? สรุปต่าง 755nm vs 1064nm, กฎครีมยาชา 30 นาที, ระดับความเจ็บปวดแต่ละจุด

ที่ห้องตรวจ หมอเจอคนไข้ประมาณสิบคนต่อสัปดาห์
ที่ชอบมาถามคำถามเดียวกันเลยครับ
"เลเซอร์กำจัดขน เจ็บมากไหมคะ?"
จริงๆ แล้วเรื่องนี้จะให้ตอบแบบฟันธงไปเลยว่า
"เจ็บหรือไม่เจ็บ" นั้น ตอบยากมากครับ
เพราะต่อให้เป็นคนเดียวกันมาทำ
แต่ความรู้สึกเจ็บอาจต่างกันได้ถึงสองเท่า ขึ้นอยู่กับว่า
ใช้ความยาวคลื่นแบบไหน, ทำบริเวณใด, แปะยาชาไหม,
และคุณหมอที่ทำเว้นระยะในการยิง (shot interval) อย่างไรครับ

ทุกคนคิดว่าความเจ็บตอนทำเลเซอร์กำจัดขน
ก็น่าจะคล้ายๆ กันใช่ไหมครับ?
แต่ความจริงแล้วไม่ใช่แบบนั้นเลยครับ
หลักการทำงานของเลเซอร์กำจัดขนคือ
เม็ดสีเมลานินในรากขนจะดูดซับพลังงานแสงแล้วเปลี่ยนเป็นความร้อนครับ
และความร้อนนั้นก็จะไปทำลายรากขนนั่นเอง
แต่จุดสำคัญอยู่ตรงนี้ครับ
ต่อให้เป็นการกำจัดขนเหมือนกัน แต่ความยาวคลื่นของแสงที่ใช้
จะส่งผลให้ระดับความลึกที่แสงลงไปใต้ผิวต่างกัน
และนั่นก็ทำให้ลักษณะความเจ็บปวดแตกต่างกันไปด้วยครับ
Alexandrite (755nm) จะถูกดูดซับ
ในชั้นผิวที่ค่อนข้างตื้นกว่า
ส่วน Nd:YAG (1064nm) จะลงลึกได้มากกว่าครับ
และ Diode (800~810nm) จะอยู่
กึ่งกลางระหว่างสองแบบนี้ครับ

ทำไมคลื่น 1064nm ถึงรู้สึกเจ็บแบบตื้อๆ แน่นๆ
— มันคือเรื่องของ "ความลึก" ครับ
มุมมองสำคัญโดย
หมอวี ยองจิน
คลื่น 1064nm จะลงไปลึกกว่า
ทำให้รู้สึกเจ็บกว่าคลื่น 755nm เล็กน้อยครับ
ความรู้สึกจะเหมือนโดนหนังยางดีด
ที่รู้สึกตื้อหนึบกว่านิดหน่อย —
แต่แค่แปะยาชาทิ้งไว้ 30 นาที
ก็อยู่ในระดับที่ทนได้อย่างสบายๆ ครับ
วันนี้ที่ห้องตรวจ หมอเพิ่งเจอกรณีคล้ายๆ กันนี้รายหนึ่งครับ
คนไข้ผู้หญิงอายุ 28 ปี
เข้ามาปรึกษาเรื่องทำเลเซอร์รักแร้และบิกินี่ไลน์
เธอเคยไปทำที่คลินิกอื่นมาครั้งหนึ่งแล้ว
บอกว่า "มันเจ็บกว่าที่คิดไว้มาก" ก็เลยขอเงินคืนในวันนั้นเลย
แล้วแวะมาที่คลินิกของเราเพื่อขอคำปรึกษาดูก่อนครับ
เธอยังไม่ตัดสินใจทำทันที ขอกลับไปคิดดูก่อน
เคสนี้เป็นตัวอย่างที่คลาสสิกมากในเรื่องของความเจ็บครับ
คนไข้ท่านนี้มีโทนสีผิวค่อนข้างเข้มเล็กน้อย
ถ้าเราใช้เลเซอร์ Alexandrite 755nm ยิงด้วยพลังงานสูง
เลเซอร์จะไปจับกับเมลานินที่ชั้นผิวหนังกำพร้าด้วย ทำให้รู้สึกจี๊ดๆ แสบๆ มากกว่า
และยังเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดรอยดำ (hyperpigmentation) อีกด้วยครับ
สำหรับคนไข้กลุ่มนี้ การใช้ 1064nm Nd:YAG
จะปลอดภัยกว่ามากครับ
ทว่า คลื่น 1064nm มีความยาวคลื่นยาว
จึงสามารถทะลุทะลวงลงไปถึงชั้นหนังแท้ที่ลึกประมาณ 4~5 มม.
ข้อดีคือทำร้ายผิวชั้นนบน้อยกว่า แต่เพราะความร้อนไปสะสมอยู่ด้านลึก
ความรู้สึกเหมือน "หนังยางดีด" เลยจะดูตื้อๆ หนักแน่นกว่าเล็กน้อย
ระดับความเจ็บจะสัมผัสได้มากกว่าคลื่น 755nm นิดหน่อยครับ
แต่เรื่องนี้ หากเราแปะยาชาอย่างถูกต้องเต็มที่ 30 นาที
มันจะเป็นความเจ็บในระดับที่ทนได้อย่างสบายๆ แน่นอนครับ
อันที่จริง เวลาหมอถามคนไข้หลังจากทำเสร็จ
ประมาณ 8 ใน 10 คน มักจะบอกว่า
"ไม่เจ็บอย่างที่คิดไว้เลยค่ะ"
แต่อีกสิ่งหนึ่งที่หมอต้องย้ำเลยก็คือ
ถ้าแปะยาชาแค่ 5~10 นาทีแล้วเริ่มทำเลย
ยาชาแทบจะไม่ช่วยอะไรเลยครับ
เพราะตัวยาลิโดเคนต้องใช้เวลาอย่างน้อย 25~30 นาที
ในการซึมผ่านชั้นขี้ไคลลงไปใต้ผิวหนังครับ
เคสส่วนใหญ่ที่บอกว่า "ขนาดยาชายังเจ็บเลย"
กว่าครึ่งมีสาเหตุมาจากการทิ้งระยะเวลาแปะยาชาน้อยเกินไปครับ
สรุปใจความสำคัญจาก หมอวี ยอง진
เลเซอร์ 1064nm จะลงลึก จึงเจ็บแบบตื้อๆ
ส่วนเลเซอร์ 755nm จะอยู่ระดับตื้น จึงเจ็บแบบจี๊ดๆ แสบๆ ครับ
แต่ตัวแปรสำคัญที่ช่วยลดความเจ็บลงได้ครึ่งหนึ่งสำหรับคนคนเดียวกัน
ไม่ใช่เรื่องของความยาวคลื่นหรอกครับ
แต่อยู่ตรงที่ว่าเราแปะยาชาครบ 30 นาที
อย่างเหมาะสมหรือไม่ต่างหากครับ

ลองมาเช็คกันดูว่าตัวคุณจัดอยู่ในเคสไหน
แยกตามบริเวณและโทนสีผิวกันครับ
ดูตารางด้านล่างนี้จะช่วยให้เข้าใจความแตกต่างได้ชัดเจนขึ้นแน่นอนครับ
บริเวณ | ระดับความเจ็บ (เต็ม 10) | ความยาวคลื่นแนะนำ | การแปะยาชา |
แขน·ขา | 2~3 | 755nm เหมาะสม | เลือกได้ตามใจชอบ |
รักแร้ | 4~5 | ขึ้นอยู่กับโทนสีผิว | แนะนำให้แปะ |
บิกินี่·สะโพก (Hip) | 6~7 | 1064nm ปลอดภัย | จำเป็นต้องแปะ 30 นาที |
หนวด·เครา | 5~6 | เน้นใช้ 755nm | แนะนำให้แปะ |
ถ้าคุณเป็นคนผิวขาวและมีปริมาณขนปกติ
เลเซอร์ Alexandrite 755nm จะตอบโจทย์ได้มีประสิทธิภาพดีที่สุด
และความรู้สึกเจ็บจะเป็นแค่จี๊ดๆ แป๊บเดียว ถือว่าสบายมากๆ ครับ
แต่ถ้าสีผิวค่อนข้างเข้ม หรือเพิ่งไปอาบแดดมา
รวมถึงบริเวณที่ผิวบอบบางและขนลึกอย่างบริเวณบิกินี่หรือสะโพก (Hip)
การใช้ Nd:YAG 1064nm จะปลอดภัยที่สุดครับ
และสำคัญมากๆ ว่าห้ามข้ามขั้นตอนการแปะยาชา 30 นาทีเด็ดขาดนะครับ
อีกอย่างหนึ่งก็คือ ฝีมือและเทคนิคของแพทย์ผู้ให้บริการ
มีส่วนช่วยควบคุมความเจ็บได้มากอย่างไม่น่าเชื่อเลยครับ
ต่อให้ใช้เครื่องรุ่นเดียวกัน แต่การที่แพทย์แนบหัวสัมผัสทำความเย็น (cooling handpiece)
ลงบนผิวได้แนบสนิทแค่ไหน
รวมถึงจังหวะความเร็วในการกดยิงแต่ละช็อต
สามารถช่วยลดความรู้สึกเจ็บของไข้ลงได้ถึง 30~40% เลยทีเดียวครับ
ซึ่งเรื่องพวกนี้ พูดตามตรงนะครับ
ไม่มีระบุไว้ในรายละเอียดสเปกของเครื่องหรอกครับ
อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว
คุณน่าจะกำลังสงสัยเรื่องนี้กันอยู่ใช่ไหมครับ
Q1. ถ้าแปะยาชาแล้วจะไม่รู้สึกเจ็บเลยจริงๆ เหรอคะ?
A. จริงๆ คำถามนี้หมอเจอบ่อยมากครับ
ตอบตามตรงคือ คำว่า "อยู่ในระดับที่ทนได้"
จะถูกต้องและตรงกับความเป็นจริงมากกว่าคำว่า "ไม่เจ็บเลย" ครับ
ยาชาจะช่วยลดความเจ็บปวดที่ผิวชั้นบนได้ประมาณ 70%
แต่ความรู้สึกเสียวๆ ตื้อๆ ของเลเซอร์คลื่น 1064nm ที่ลงไปลึกกว่านั้น
อาจจะไม่สามารถบล็อกได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ
อย่างไรก็ตาม คนที่แปะยาชาครบ 30 นาทีเต็มที่
กับคนที่แปะแค่ 10 นาทีแล้วเริ่มทำเลย
ต่อให้รับบริการเลเซอร์ชนิดเดียวกัน ค่าคะแนนความเจ็บต่างกันถึงสองเท่าเลยครับ
ที่คลินิกของเรา สำหรับบริเวณที่ผิวบอบบางเป็นพิเศษอย่าง บิกินี่ หรือ สะโพก (Hip)
เราจะยึดกฎการแปะยาชาครบ 30 นาทีอย่างเคร่งครัดเสมอครับ
Q2. ยิ่งทำหลายครั้ง ความเจ็บก็จะค่อยๆ ลดลงด้วยใช่ไหมคะ?
A. เรื่องนี้ตอบยากนิดนึงครับ
เพราะในทางทฤษฎีแล้ว เมื่อเส้นขนลดน้อยลง
ก็น่าจะเจ็บน้อยลงตามไปด้วย แต่ในความเป็นจริง
บางคนกลับบอกว่าครั้งที่ 2~3 รู้สึกเจ็บจี๊ดกว่าครั้งแรกเสียอีกครับ
ซึ่งตรงนี้แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลครับ
เนื่องจากในแต่ละรอบของการยิงเลเซอร์
รากขนที่อยู่ในช่วงเติบโต (Anagen phase) จะถูกจับได้ในจังหวะที่ต่างกันออกไปครับ
แต่โดยทั่วไปแล้ว ตั้งแต่ครั้งที่ 4 เป็นต้นไป
คนไข้ส่วนใหญ่จะบอกว่าทำได้สบายขึ้นมากๆ อย่างชัดเจนครับ
ดังนั้น แพทเทิร์นที่น่าเสียดายที่สุดคือการที่คนไข้ทำไปแค่ 1~2 ครั้ง
แล้วล้มเลิกไปเพราะคิดว่า "เจ็บเกินไป ทนไม่ไหวแล้ว"
หมอไม่อยากให้ยอมแพ้เร็วไปครับ
Q3. หลังเลเซอร์แล้วรู้สึกร้อนผ่าวๆ ที่ผิว ถือเป็นเรื่องปกติไหมคะ?
A. อาการร้อนผ่าวประมาณ 30 นาที ถึง 2 ชั่วโมงหลังทำ
ถือเป็นปฏิกิริยาตอบสนองตามปกติของร่างกายครับ
นอกจากนี้ อาการบวมแดงเล็กๆ รอบรูขุมขน
ก็เป็นเรื่องที่พบได้บ่อยมากเช่นกันครับ
ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะยุบตัวลงและหายไปภายในวันนั้นเลยครับ
แต่ถ้าหลังผ่านไปอีกวันแล้วยังมีอาการแสบร้อนรุนแรง
หรือเกิดเม็ดพุพอง มีน้ำเหลืองซึม ซึ่งอาจเกิดจากผิวเบิร์นเลเซอร์
ควรรีบกลับมาติตด่อแพทย์ที่คลินิกทันทีครับ
ในวันแรกหลังทำ ควรหลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นจัด ซาวน่า หรือออกกำลังกายหนักๆ
และเน้นทาครีมบำรุงเพิ่มความชุ่มชื้นกับครีมกันแดดให้ดี
ส่วนใหญ่ในวันรุ่งขึ้นผิวก็จะกลับมาเป็นปกติเรียบร้อยครับ
หากวันนี้คุณจะจำสิ่งสำคัญกลับไปสักเรื่องหนึ่ง
— ความเจ็บลดลงได้ ไม่ใช่เพราะประเภทคลื่น แต่ขึ้นอยู่กับการแปะยาชาครบ 30 นาที
และการแนบหัวแฮนด์พีซที่สนิทกับผิวของคุณหมอครับ
ในบทความหน้า
หมอจะมาพูดถึง 'ทำอย่างไรไม่ให้ล้มเลิกไปตั้งแต่ 1~2 ครั้งแรก
— ทำไมช่วงแรกถึงรู้สึกเจ็บที่สุด' กันนะครับ
ถ้าคุยควบคู่ไปกับเรื่องวงจรการเติบโตของเส้นขน
ทุกคนก็น่าจะเข้าใจได้เลยครับว่า
"ทำไมครั้งที่ 4 เป็นต้นไปถึงเจ็บน้อยลงและสบายขึ้นมาก"
หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์นะครับ ผมหมอวี ยองจิน ครับ
หากเคยเลื่อนการทำเลเซอร์ออกไปเพราะกลัวเจ็บ ลองเข้ามาเช็ค 🌊โปรโมชั่นพิเศษ🌊 ที่ตอบโจทย์แต่ละส่วนร่างกายของคุณกันดูนะครับ
ตรวจสอบ 🌊โปรโมชั่นพิเศษ🌊 ที่กำลังจัดอยู่ ณ Beautystone สาขาฮับจอง (Hapjeong)
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

โครงหน้า&วอลลุ่ม
อยากลดโหนกแก้ม? ต้องเช็กให้ชัวร์ก่อนนะคะว่าเป็นที่ 'กระดูก' หรือเปล่า
ก่อนที่จะลดโหนกแก้ม ต้องเช็กก่อนนะคะว่าเป็น 'ประเภทกระดูก' หรือเปล่า เพราะถ้าสาเหตุเกิดจากความหย่อนคล้อยหรือไขมัน เราสามารถปรับรูปหน้าให้อ่อนละมุนขึ้นได้ด้วยการทำ lifting และการปรับสมดุลค่ะ

ผู้ชาย
ทำ Inmode FX มาได้ 2-3 วันแล้ว แต่ยังมีอาการอุ่นๆ ร้อนๆ หรือเสียวแปล๊บๆ อยู่เลย แบบนี้ปกติไหมคะ?
อาการร้อนผ่าวหลังทำ InMode FX — มาเช็กกันตั้งแต่ผลข้างเคียงปกติที่พบได้ทั่วไป สิ่งที่ต้องสังเกตเมื่ออาการเป็นยาวนานขึ้น ไปจนถึงสัญญาณเตือนที่ควรติดต่อแพทย์กันค่ะ

ยกกระชับ
ทำ Shurink มาแล้วรู้สึกไม่ค่อยเห็นผลเลยค่ะ เป็นเพราะเราดูแลตัวเองผิดวิธี หรือว่าปกติมันเป็นแบบนี้อยู่แล้วคะ?
เมื่อรู้สึกว่าผลลัพธ์ของ Shurink ไม่ค่อยเห็นผล — มาเจาะลึกตั้งแต่สาเหตุที่เห็นผลช้า จำนวนช็อต ระดับความหย่อนคล้อย ไปจนถึงจุดที่ต้องเช็กก่อนทำซ้ำกันค่ะ

ผิว
Oligio X เจ็บมากไหมคะตอนทำ แล้วจำเป็นต้องแปะยาชาไหม?
Oligio X ความเจ็บและยาชา — เจาะลึกตั้งแต่ความรู้สึกเจ็บที่ต่างกันในแต่ละจุด เทคนิคช่วยลดความเจ็บ ไปจนถึงเวลาที่แนะนำในการแปะยาชาครีม

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฉีดฟิลเลอร์สะโพกมาแล้วดูเบี้ยวไม่เท่ากันสองข้าง แบบนี้ควรรับมือหรือแก้ไขอย่างไรดีคะ?
สะโพกไม่เท่ากันหลังฉีดฟิลเลอร์ — มาดูสาเหตุที่พบบ่อย, วิธีดูแลตัวเองตามระยะเวลา และสัญญาณที่ต้องเช็กก่อนจะเริ่มปรึกษาเรื่องการแก้ไขกันค่ะ

ผิว
หลังทำหัตถการหลายคนบอกว่าประคบเย็นจะช่วยลดบวมได้ดี แล้วควรเริ่มประคบตั้งแต่ตอนไหน ถึงเมื่อไหร่ และต้องทำอย่างไรบ้างคะ?
การประคบเย็นหลังทำหัตถการ — ชวนมาทำความเข้าใจตั้งแต่หลักการลดบวม ช่วงเวลา ระยะเวลา วิธีการประคบ ไปจนถึงกรณีที่ควรหลีกเลี่ยง



