• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

รักษาฝ้า ต้องคุมการอักเสบก่อนลบเม็ดสี

รักษาฝ้า ต้องคุมการอักเสบก่อนลบเม็ดสี

รักษาฝ้า ต้องคุมการอักเสบก่อนลบเม็ดสี

รักษาฝ้าด้วยเลเซอร์โทนนิ่งซ้ำๆ ยังไม่จาง ต้องจัดการการอักเสบก่อนเม็ดสี ดูเกณฑ์สะสมทุก 4 สัปดาห์

ฝ้าไม่ใช่โรคเกี่ยวกับเม็ดสี แต่คือ 'โรคการอักเสบ' เหตุผลที่ต้องเปลี่ยนแนวทางการรักษา

 

 

เช็คตรงนี้ก่อนอ่านนะครับ

 

Q. ทำเลเซอร์ทนนิ่ง (toning) มามากกว่า 10 ครั้งแล้ว

ทำไมฝ้ากระยังดูเหมือนเดิมเลยครับ?

A. เพราะว่ามุ่งแต่จะทำลายเม็ดสีอย่างเดียวครับ

จริงๆ แล้วต้องเริ่มจากการเปลี่ยนสภาพแวดล้อมที่กระตุ้นการทำงานของเมลานินให้ได้ก่อนครับ

 

Q. ถ้าอย่างนั้น ฝ้า เกิดจากสาเหตุอะไรกันแน่ครับ?

A. ลำแสง UV, ฮอร์โมน และการอักเสบเล็กๆ (micro-inflammation) คือตัวการ

ที่เข้าไปกระตุ้นเซลล์เมลานิน (melanocyte)

จนทำให้เกิดเม็ดสีจากการอักเสบขึ้นมาครับ

 

สรุปในบรรทัดเดียว:

การรักษาฝ้าไม่ใช่การทำทรีตเมนต์เพื่อทำลายเม็ดสี

แต่เป็นการรักษาเพื่อสยบการอักเสบครับ

 

เกณฑ์การตัดสินใจที่ต่างกัน:

จะทำ toning เดี่ยวๆ หรือจะทำควบคู่ไปกับการต้านการอักเสบ, การฟื้นฟูผิว (regeneration) และการใช้ยาร่วมด้วยดี?

 

สิ่งที่จะได้รู้ในวันนี้:

เกณฑ์ในการพิจารณาว่า

ควรเลือกจับคู่โปรแกรมไหน และควรทำห่างกันเท่าไหร่นั่นเองครับ

ทำไมยิ่งทำเลเซอร์ฝ้าถึงยิ่งเข้มขึ้น (ความลับของโรงงานเมลานิน)

 

 














วิธีรักษาฝ้า

ทำไมใช้แค่เลเซอร์อย่างเดียวถึงไม่หายไปสักที?

บอกเลยว่าการใช้เลเซอร์เพียงอย่างเดียวมีข้อจำกัดที่ชัดเจนมากครับ

 

คนส่วนใหญ่ที่เสิร์ชหาวิธีรักษาฝ้า

แล้วคลิกเข้ามาอ่านบทความนี้

มักจะเป็นคนที่เคยผ่านการทำ toning มาแล้ว

อย่างน้อย 5 ครั้ง หรือ 10 ครั้งกันทั้งนั้นเลยใช่ไหมคะ?

 

และหลายๆ คนก็มักจะมาปรึกษาหมอเพราะรู้สึกว่า

ฝ้ายังดูเหมือนเดิมเลย หรือบางคนก็รู้สึกว่ามันดูเข้มขึ้นกว่าเดิมเสียอีก

 

ฝ้า คือสภาวะที่เซลล์เมลานินเกิดการตื่นตัวมากเกินไปแบบเรื้อรัง

ทำให้มันขยันผลิตเม็ดสีออกมาเรื่อยๆ

โดยมีสิ่งกระตุ้นอย่าง รังสี UV, ฮอร์โมน และการอักเสบเล็กๆ (micro-inflammation)

 

ต่อให้เราไปทำลายเม็ดสีปลายทางแค่ไหน ตราบใดที่โรงงานผลิตยังทำงานเต็มกำลังเหมือนเดิม

ไม่นานฝ้าก็ต้องกลับมาเข้มขึ้นใหม่อยู่ดีครับ

 

นี่แหละครับคือข้อจำกัดของการทำเลเซอร์ toning

 

เพราะมันเป็นวิธีที่ใช้พลังงานต่ำค่อยๆ สลายเม็ดสีอย่างอ่อนโยน

หากพลังงานที่ใช้ต่ำกว่าขีดจำกัดในการทำลายเม็ดสี (threshold)

ต่อให้ทำถึง 100 ครั้ง ผิวก็จะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ

แต่ถ้าหากเราเพิ่มพลังงานให้แรงขึ้น

มันก็อาจจะไปกระตุ้นผิวจนทำให้ฝ้ากลับดูคล้ำและเข้มขึ้นกว่าเดิมได้ครับ

 

ดังนั้น การรักษาฝ้าจึงไม่ใช่แค่การ "ลบเม็ดสีออกไป"

แต่ต้องเข้าหาด้วยวิธี "การปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมของผิว" ครับ

 














แท้จริงแล้ว ฝ้า ไม่ใช่โรคของเม็ดสี

แต่คือโรคผิวหนังที่เกิดจากการอักเสบครับ

 

เจาะลึกมุมมองสำคัญ

โดย หมอวี ยองจิน

 

"เราต้องมองว่าฝ้าไม่ได้เป็นเพียงแค่ความผิดปกติของเม็ดสี แต่เป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบ

ถึงจะสามารถแก้ปัญหาการรักษาฝ้าได้อย่างตรงจุดคร้บ

 

หากเราทำโปรแกรมต้านการอักเสบและฟื้นฟูผิวบำรุงควบคู่ไปด้วย

แม้ในช่วงแรกฝ้าอาจจะดูเข้มขึ้นชั่วคราว

แต่สุดท้ายแล้ว ผิวจะค่อยๆ ฟื้นฟูและเคลียร์เม็ดสีลึกจากต้นตอได้อย่างหมดจดครับ"

 

— หมอวี ยองจิน (Beautystone Clinic สาขาฮับจอง)

 

หากเราส่องกล้องดูลักษณะผิวบริเวณที่เป็นฝ้าอย่างละเอียด

จะพบว่ามีเส้นเลือดฝอยขยายตัวอยู่

และมีรอยแดงจางๆ ซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังสำเร็จ

 

นี่คือสัญญาณเตือนของการเกิดการอักเสบเรื้อรังระดับโมเลกุล (chronic micro-inflammation) ครับ

 

สารสื่ออักเสบ (inflammatory cytokines)

กำลังกระตุ้นให้เซลล์เมลานินตื่นตัวทำงานอยู่ตลอดเวลา

 

ในภาวะแบบนี้ หากเรามุ่งแต่จะเลเซอร์ทำลายเม็ดสีเพียงอย่างเดียว

อัตราการผลิตเม็ดสีใหม่จะเร็วกว่าความเร็วที่เราทำลายมันไปเสียอีกครับ

 

ด้วยเหตุนี้ สูตรการรักษาที่หมอมักจะแนะนำและใช้บ่อยๆ ก็คือ

เลเซอร์ Toning + รีจูรัน/Belotero Revive + ยาทานหรือยาทาตามแพทย์สั่ง ครับ

 

โดย รีจูรัน และ Belotero Revive (skin booster)

จะมีหน้าที่หลักในการช่วยเข้าไปบรรเทาการอักเสบเล็กๆ ในชั้นผิวหนังแท้ (dermis)

พร้อมทั้งฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว (skin barrier) ให้กลับมาแข็งแรง

 

สำหรับยา Tranexamic acid จะช่วยลดการส่งสัญญาณ

ของรังสี UV ที่เข้าไปกระตุ้นเซลล์ผลิตเม็ดสีได้โดยตรง

 

ส่วนยาทากลุ่ม Hydroquinone จะช่วยยับยั้งการสังเคราะห์เมลานิน

แต่เนื่องจากอาจเกิดผลข้างเคียงได้หากใช้งานติดต่อกันเป็นเวลานาน

จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีช่วงหยุดพักยาภายใต้การดูแลของแพทย์ครับ

 

หากทำทรีตเมนต์ฟื้นฟูผิวควบคู่ไปด้วย ในช่วง 2-3 สัปดาห์แรก

อาจจะรู้สึกว่าฝ้าดูเข้มขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยชั่วคราวได้นะครับ

 

แต่นี่กระบวนการฟื้นคืนตามธรรมชาติเมื่อมีการไหลเวียนของเลือดเพิ่มขึ้นในชั้นผิวหนังแท้

ซึ่งถือเป็นสัญญาณของการฟื้นตัวที่ดี ไม่ใช่ผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายครับ

 

หลังจากผ่านช่วงนี้ไปได้

จะเริ่มสังเกตเห็นได้ชัดเจนเลยว่าฝ้าค่อยๆ จางลงจากระดับใต้รากผิวเลยครับ

 

สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน

  • การรักษาฝ้าไม่ใช่แค่การเลเซอร์เพื่อลบเมลานินออก

    แต่คือการบำบัดฟื้นฟูเพื่อสยบอาการอักเสบใต้ผิวหนังครับ

  • หากทำแต่เลเซอร์ toning ซ้ำๆ อัตราการผลิตเม็ดสีใหม่

    จะเร็วกว่าอัตราการถูกทำลายเสมอ

  • ต้องรักษาตัวการอักเสบ ร่วมกับ skin booster เพื่อฟื้นฟูผิว และใช้ยาร่วมด้วย ฝ้าถึงจะจางลงจากต้นตอครับ

บันทึกห้องตรวจ กรณีที่ฝ้าซึ่งไม่หายด้วยโทนนิ่งอย่างเดียว หายได้ด้วย 'ต้านการอักเสบและฟื้นฟู'

 

 














การรักษาฝ้า ควรจับคู่โปรแกรมต้านอักเสบ

และ skin booster ฟื้นฟูผิวอย่างไรดี?

ลำดับความสำคัญจะปรับเปลี่ยนไปตาม

รอยแดงและประวัติการแพ้ระคายเคืองของแต่ละบุคคลครับ

สภาพผิวและปัญหา

สูตรผสมผสานแนะนำ

ระยะห่างและระยะเวลา

ฝ้าแดดตื้นๆ บนผิวชั้นนอก ระคายเคืองง่ายน้อย

Toning + Tranexamic acid

ทำทุกๆ 4 สัปดาห์ ต่อเนื่อง 5-10 ครั้ง

มีรอยแดงหรือผิวหน้าแดงง่ายร่วมด้วย

รักษาเส้นเลือดฝอย + ฟื้นฟูผิวด้วย skin booster + ยาตามแพทย์สั่ง

ทำทุกๆ 3-4 สัปดาห์ สะสมการรักษา

ฝ้าลึกในชั้นหนังแท้ หรือฝ้าแบบผสม

Pico Laser + skin booster ฟื้นฟูผิว + ทายาระยะสั้น

ทำทุกๆ 4 สัปดาห์ ต่อเนื่องประมาณ 8-12 สัปดาห์

สงสัยว่าเป็นฝ้าจากฮอร์โมน

เน้น Tranexamic acid + ทากันแดดอย่างเคร่งครัดเป็นอันดับแรก

ประเมินผลการรักษาทุกๆ 3 เดือน

ในความเป็นจริงแล้ว คนไข้หนึ่งท่านมักจะมีปัญหา

ซ้อนทับกันอยู่ 2 ถึง 3 แบบพร้อมๆ กันครับ

 

ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเข้าพบคุณหมอครั้งแรก คือการจัดลำดับการรักษาที่คุณหมอประเมินแล้วว่าเหมาะสมกับสภาพผิวส่วนบุคคลของเรามากที่สุดครับ

มุมมองจากผอ.วีย็องจิน ฝ้าไม่ใช่การรักษาแบบเข้าโจมตี แต่คือการรักษาแบบ 'ปลอบประโลม'

 

 














3 คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับการรักษาฝ้า

 

Q1. ทานยา Tranexamic acid แล้ว

จะเริ่มเห็นผลลัพธ์เร็วแค่ไหนครับ?

โดยทั่วไปในเดือนที่ 2-3

จะเริ่มรู้สึกได้เลยครับว่าโทนสีผิวดูสม่ำเสมอและกระจ่างใสขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม ต้องทำควบคู่ไปกับการป้องกันแสงแดดอย่างสม่ำเสมอ

ผลลัพธ์ที่ดีถึงจะอยู่กับเราได้นานๆ ครับ

 

Q2. ทำเลเซอร์ toning ควบคู่กับ skin booster ฟื้นฟูผิว

ค่าใช้จ่ายจะไม่สูงเกินไปใช่ไหมคะ?

แทนที่จะเสียเงินและเวลาทำเลเซอร์ toning เพียงอย่างเดียวถึง 20 ครั้งแบบไม่ชัดเจน

การเลือกทำสูตรผสมผสานที่มี skin booster ร่วมด้วย และจบงานได้ภายใน 10 ครั้ง

จะให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าและประหยัดกว่าในระยะยาวครับ

 

การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุในขณะที่ผิวผลิตเม็ดสีเร็วกว่าการทำลาย

ถือเป็นหนทางที่ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้ดีที่สุดครับ

 

Q3. ทายา Hydroquinone แล้วถ้าหยุดทา

ฝ้าจะกลับมาเข้มเหมือนเดิมไหมคะ?

หากหวังพึ่งพายาทาเพียงอย่างเดียว โอกาสที่ฝ้าจะกลับมาเป็นซ้ำมีสูงมากเกือบ 100% ครับ

 

ในช่วงที่จะเริ่มหยุดทายา

ควรจะต้องเตรียมรากฐานผิวไว้รองรับด้วยการทำเลเซอร์ toning และ skin booster บำรุงผิว

ถึงจะรักษาสภาพผิวที่ดีไว้ได้นานครับ

 

สุดท้ายนี้ ฝ้าไม่ใช่เรื่องของการพยายามทำลายเม็ดสีเพียงอย่างเดียว

แต่คือการรักษาเพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างและสภาพแวดล้อมเพื่อไม่ให้มีเม็ดสีเกิดขึ้นมาใหม่ต่างหากครับ

 

ในบทความเนื้อหาตอนต่อไป

หมอจะมาเจาะลึกเรื่อง "ระหว่างรักษาฝ้า ต้องทากันแดดและปกป้องผิวระดับไหน ถึงจะบล็อกไม่ให้ฝ้ากลับมาเกิดซ้ำได้อีก" รอติดตามกันนะครับ

 

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคนนะครับ จาก หมอวี ยองจิน ครับ

 

บทความน่าสนใจเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

호르몬성 색소침착, 경구피임약을 복용하는 중에도 레이저 시술을 받아도 괜찮을까요?

ผิว

호르몬성 색소침착, 경구피임약을 복용하는 중에도 레이저 시술을 받아도 괜찮을까요?

호르몬이 배경인 색소침착의 특징과 복용 중 시술 설계 기준을 자외선 잡티와 비교해 정리했어요.

20대에 모공 관리를 시작하는 게 좋을까요, 조금 더 기다렸다가 하는 게 나을까요?

ผิว

20대에 모공 관리를 시작하는 게 좋을까요, 조금 더 기다렸다가 하는 게 나을까요?

20대에 모공이 넓어 보이는 원인을 피지와 구조로 나눠 보고, 지금 시작할지 기다릴지 판단하는 기준을 정리했어요.

남성 피부는 더 두껍다는데, 올리지오 X 세팅과 수염 부위는 어떻게 달라져야 할까요?

ผู้ชาย

남성 피부는 더 두껍다는데, 올리지오 X 세팅과 수염 부위는 어떻게 달라져야 할까요?

남성 진피 두께 측정 자료를 바탕으로 고주파 리프팅 세팅이 왜 달라져야 하는지 정리했어요.

인모드 FX를 받은 뒤 붓기와 멍은 며칠에 걸쳐 빠지고, 중요한 일정은 어떻게 잡을까요?

ยกกระชับ

인모드 FX를 받은 뒤 붓기와 멍은 며칠에 걸쳐 빠지고, 중요한 일정은 어떻게 잡을까요?

인모드 FX 시술 후 회복 흐름을 붉음·붓기·멍으로 나눠 날짜별로 정리하고 일정 잡는 기준을 안내해요.

การฉีด skin booster ด้วยมือกับการใช้เครื่องอินเจคเตอร์ (injector) มีความแตกต่างกันอย่างไรในเรื่องของความเจ็บปวดและระยะเวลาในการพักฟื้น?

ผิว

ฉีดสกินบูสเตอร์ด้วยมือกับใช้หัวฉีด ต่างกันตรงไหน เจ็บกว่ากันไหม?

เทียบการฉีดสกินบูสเตอร์ด้วยมือกับหัวฉีดอัตโนมัติ ทั้งความเจ็บ รอยช้ำ และความลึกที่ยาไปถึง

ทำไมจำนวนช็อตของ Sofwave ถึงแตกต่างกันไปในแต่ละบริเวณ และยิ่งทำจำนวนช็อตเยอะๆ จะยิ่งเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นจริงไหมคะ?

ยกกระชับ

จำนวนช็อต Sofwave ต้องเท่าไหร่ถึงพอดีกับแต่ละบริเวณ?

ช็อตเยอะกว่าแปลว่าดีกว่าจริงไหม มาดูกันว่าแต่ละบริเวณบนใบหน้าใช้จำนวนต่างกันเพราะอะไรค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1