รอบเลเซอร์โทนนิ่ง: ทำทุกสัปดาห์ไม่ได้เร็วกว่า
รอบเลเซอร์โทนนิ่ง: ทำทุกสัปดาห์ไม่ได้เร็วกว่า
รอบเลเซอร์โทนนิ่ง: ทำทุกสัปดาห์ไม่ได้เร็วกว่า
เลเซอร์โทนนิ่งทุกสัปดาห์ถี่เกินไหม? เว้น 2–3 สัปดาห์เหมาะกับ melanin turnover ลดความเสี่ยงเม็ดสีสะสม

รอบการทำ Laser Toning,
ความเข้าใจผิดๆ ที่ว่าทำทุกสัปดาห์จะเห็นผลเร็วกว่า
พอเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านของฤดูกาลแบบนี้
ในห้องตรวจก็เริ่มคึกคักไปด้วย
คนไข้ที่มาปรึกษาเรื่องฝ้ากระและจุดด่างดำครับ
"ถ้าทำทุกสัปดาห์ รอยจะจางเร็วขึ้นไหมคะ?"
มีหลายคนถามคำถามนี้กับผมเยอะมากจริงๆ ครับ
วันนี้ผมจะค่อยๆ อธิบายเหตุผลให้ฟังกันแบบทีละสเต็ปนะครับ
สรุปในบรรทัดเดียว.
มาตรฐานของการทำ Laser Toning คือเว้นระยะทุกๆ 2-3 สัปดาห์
และทำต่อเนื่องประมาณ 8-12 ครั้งครับ
เกณฑ์ในการตัดสินใจ.
ไม่ใช่จำนวนช็อตที่ยิง แต่คือเวลาที่เมลานินใช้ในการฟื้นตัวครับ
สิ่งที่เราจะมาดูกันวันนี้.
คุณจะเข้าใจได้ว่าทำไมการทำเลเซอร์ทุกสัปดาห์
ถึงยิ่งทำให้เม็ดสีดูเข้มขึ้นกว่าเดิม
3 หัวข้อหลักในบทความนี้ครับ
ทำไมระยะห่าง 2-3 สัปดาห์ถึงเหมาะสมที่สุด (Melanin Turnover)
เมื่อยิงเลเซอร์ทุกสัปดาห์ การสะสมของการระคายเคือง
จะกลายเป็นรอยดำคล้ำได้อย่างไร
ความต่างของรอบการทำเลเซอร์ตามโทนสีผิวและความลึกของฝ้า

รอบการทำ Laser Toning,
ทำไม 2-3 สัปดาห์ถึงเป็นคำตอบที่ถูกต้องที่สุด?
โดยทั่วไปแล้ว การเว้นระยะ 2-3 สัปดาห์ รวมทั้งหมด 8-12 ครั้ง คือสูตรที่ดีที่สุดครับ
Laser Toning เป็นการรักษาโดยใช้เลเซอร์พลังงานต่ำ
เพื่อเข้าไปทำลายเฉพาะเม็ดสีเมลานินอย่างตรงจุด
หลักการสำคัญคือ
ต้องแทบไม่ทำลายผิวหนังกำพร้าชั้นนอกเลยครับ
แต่หลังจากที่เมลานินถูกทำลายแล้ว
โมเลกุลเล็กๆ จะถูกขับออกทางระบบน้ำเหลือง
และผิวชั้นนอกสุดจะค่อยๆ ปรับตัวเรียงตัวกันใหม่
ซึ่งกระบวนการนี้มักจะใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์
ถ้าเรายิงเลเซอร์ซ้ำไปอีกก่อนที่วงจรนี้จะสิ้นสุด
ก็จะเป็นการสะสมความระคายเคืองให้กับผิวชั้นนอกที่กำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟูตัวครับ
ทำไมทำทุกสัปดาห์แล้วถึงเกิดรอยดำคล้ำ (PIH)?
คีย์พอยท์สำคัญของบทความนี้
การทำ Laser Toning ทุกสัปดาห์จะเห็นผลเร็วกว่าจริงไหม?
หากยิงด้วยพลังงานที่เหมาะสมแล้ว
ระยะห่าง 2-3 สัปดาห์จะสอดคล้องกับ Melanin Turnover ที่สุดครับ
แต่ถ้าทำทุกสัปดาห์ การสะสมของการระคายเคือง
อาจเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดรอยดำคล้ำขึ้นแทนได้
แทนที่จะเน้นจำนวนช็อต เวลาในการฟื้นฟูผิวต่างหากที่จะช่วยสร้างผลลัพธ์ที่ดีครับ
ผมขอเล่าเรื่องของคนไข้ท่านหนึ่งให้ฟังก่อนนะครับ
เมื่อเดือนที่แล้ว มีคนไข้หนุ่มสาวออฟฟิศอายุ 35 ปีมาพบผมครับ
เพราะกังวลเรื่องฝ้าบริเวณโหนกแก้ม
คนไข้เล่าว่าเคยไปทำเลเซอร์โทนนิ่งทุกสัปดาห์ติดต่อกัน 6 สัปดาห์จากที่อื่นมา
พอดูรูปถ่ายก่อนที่เขาจะมาพบผม ปรากฏว่าผิวโดยรวม
ดูหมองคล้ำขึ้นกว่าตอนแรกเสียอีกครับ
ซึ่งจริงๆ เคสแบบนี้เป็นเคสที่พบได้บ่อยมากครับ
หากรับการทำ Toning ทุกสัปดาห์
เซลล์สร้างเม็ดสี (Melanocytes) จะได้รับการกระตุ้นแบบสะสมอย่างต่อเนื่อง
พอมันถูกกระตุ้นบ่อยๆ
มันก็จะยิ่งขยันทำงานมากขึ้นครับ
เพราะนั่นคือหน้าที่หลักของมันอยู่แล้ว
ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์ย้อนกลับ
นั่นคืออัตราการสร้างเม็ดสีใหม่รวดเร็วกว่า
อัตราความเร็วที่เลเซอร์เข้าไปทำลาย
เราเรียกสิ่งนี้ว่า อาการรอยดำคล้ำหลังทำเลเซอร์ (PIH)
ซึ่งเกิดขึ้นได้ง่ายมากในโทนสีผิวของคนเอเชียครับ
เนื่องจากเซลล์เม็ดสีของเรามีปฏิกิริยาตอบสนองที่ไวมากนั่นเอง
ดังนั้น การยิงอย่างแม่นยำเพียง 1 ครั้ง
จึงให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการยิงเบาๆ แบบสะเปะสะปะถึง 3 ครั้งเสียอีก
คีย์เวิร์ดสำคัญคือการยิงให้ได้ระดับพลังงานที่เหมาะสม
ผ่านเกณฑ์ขีดจำกัดพลังงาน (Threshold Energy) ในแต่ละครั้ง
สัญญาณของระดับพลังงานที่เหมาะสม
จะแสดงออกมาในไม่กี่นาทีหลังการรักษา
นั่นคือผิวควรจะมีรอยแดงจางๆ อมชมพูระเรื่อเล็กน้อยครับ
สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน
การทำ Laser Toning ทุกสัปดาห์
ไม่ได้ช่วยให้รอยจางเร็วขึ้นครับ
หากยิงเลเซอร์สวนทางกับเวลาฟื้นตัวของเมลานิน
จะยิ่งกระตุ้นให้เซลล์เม็ดสีทำงานหนักขึ้น (สีเข้มขึ้น)
ทุกๆ 2-3 สัปดาห์ต่อหนึ่งครั้ง การยิงอย่างแม่นยำให้ได้ระดับพลังงานที่เห็นผล
ต่างหากที่จะสร้างผลลัพธ์ที่แท้จริงให้กับผิวคุณ

รอบการทำ Laser Toning,
แต่ละสภาพผิวแตกต่างกันอย่างไรบ้าง?
ขึ้นอยู่กับโทนสีผิวและความลึกของฝ้า
แม้จะอยู่ในช่วง 2-3 สัปดาห์เหมือนกัน แต่รายละเอียดก็จะต่างกันเล็กน้อยครับ
ประเภทผิว | ระยะห่างที่แนะนำ | จำนวนครั้งทั้งหมด | หมายเหตุ |
ผิวขาว / จุดด่างดำตื้น | 2 สัปดาห์ | 6~8 ครั้ง | ฟื้นตัวเร็ว พลังงานเข้าถึงได้ง่าย |
มีฝ้า / มีเม็ดสีในชั้นผิวแท้ร่วมด้วย | 3 สัปดาห์ | 10~12 ครั้ง | มีความเสี่ยงในการเกิดรอยดำกลับมา ควรทำแบบระมัดระวัง |
กระแดด / จุดด่างสีดำเข้ม | 3 สัปดาห์+ | 5~10 ครั้ง | การทำ Toning เพียงอย่างเดียวมีขีดจำกัด ควรพิจารณาทำร่วมกับหัตถการอื่น |
เพิ่งโดนแดดจัดมา | 4 สัปดาห์ขึ้นไป | — | หลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์ในช่วงที่เมลานินกำลังทำงานหนัก |
ถ้าหากคุณทำไปแล้ว 4-6 ครั้งแต่ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน
สิ่งสำคัญไม่ใช่การเพิ่มรอบครั้งให้บ่อยขึ้น
แต่เป็นขั้นตอนการตรวจเช็กและปรับสภาพการตั้งค่าพลังงานใหม่ครับ
หากระดับพลังงานยังต่ำกว่าเป้าหมายที่ใช้ในการย่อยสลายเมลานิน
ต่อให้ทำถึง 100 ครั้ง ผลลัพธ์ก็อาจจะยังเหมือนเดิมครับ

รอบการทำ Laser Toning,
3 คำถามที่พบบ่อยในห้องตรวจ
Q1. ถ้าทำ Laser Toning ครบ 8-12 ครั้งแล้ว
ฝ้าจะหายไปแบบถาวรเลยไหมคะ?
บอกตามตรงว่าจะมีแค่ประมาณ 2-3 คนใน 10 คนเท่านั้นครับ
ที่จะได้ผลลัพธ์ในระดับที่มองไม่เห็นรอยฝ้าเก่าเลย
ส่วนเคสที่เหลือรอยจะจางลงประมาณ 60-70%
และต้องสลับเข้าสู่ขั้นตอนของการทำทรีตเมนต์เพื่อรักษาคุณภาพผิวให้อยู่ตัวต่อไปครับ
การดูแลรักษาฝ้าไม่ใช่หัตถการแบบทำทีเดียวจบ
แต่มันคือการดูแลและบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่องครับ
Q2. เลื่อนวันนัดให้เร็วขึ้นสักหนึ่งสัปดาห์
จะช่วยให้เห็นผลเร็วขึ้นบ้างไหมคะ?
การเร่งทำเร็วขึ้น 1 สัปดาห์ไม่ได้ทำให้เห็นผลเร็วขึ้นครับ
ในทางตรงกันข้าม มันอาจกลายเป็นการ
กระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสีให้กลับมาทำงานหนักกว่าเดิมเสียก่อน
หากการทำทุก 2 สัปดาห์ทำให้ผิวคุณรู้สึกล้าจนเกินไป การเลื่อนออกไปเป็นทุกๆ 3 สัปดาห์
จะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่ามากครับ
Q3. หลังทำเลเซอร์ท่อนนิ่งเสร็จ ผ่านไปกี่วันถึงจะเริ่มแต่งหน้า
และทาครีมกันแดดได้คะ?
เนื่องจากเลเซอร์ Toning แทบจะไม่ทำให้ผิวหนังชั้นนอกเสียหายหรือเกิดริ้วรอยเลย
ดังนั้นคุณสามารถทาครีมกันแดดได้ตั้งแต่เย็นวันเดียวกันหลังจากที่ทำเสร็จเลยครับ
วันรุ่งขึ้นก็สามารถแต่งหน้าเบาๆ ได้ตามปกติเลยครับ
แต่หลังจากทำเลเซอร์ประมาณ 1 สัปดาห์
ขอแนะนำให้ใส่ใจกับการทาครีมกันแดดและหลีกเลี่ยงแดดจัดให้ดีกว่าปกติด้วยนะครับ
ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่จะตัดสินผลลัพธ์ของการทำ Laser Toning
ไม่ใช่จำนวนครั้งที่ทำบ่อยๆ แต่เป็น 'เวลาในการฟื้นตัว' ในช่วงระหว่างแต่ละรอบการทำต่างหาก
ในบทความตอนต่อไป ผมจะมาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับ "ถ้าทำ Toning ไป 4-6 ครั้งแล้ว
แต่ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง เราควรจะมีวิธี
ตรวจสอบและตั้งค่าพลังงานเลเซอร์ใหม่อย่างไรบ้าง"
สำหรับวันนี้ หมอวี ยองจิน ขอลาไปก่อนครับ
บทความที่แนะนำให้อ่านร่วมกัน

รอบการทำ Laser Toning,
ความเข้าใจผิดๆ ที่ว่าทำทุกสัปดาห์จะเห็นผลเร็วกว่า
พอเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านของฤดูกาลแบบนี้
ในห้องตรวจก็เริ่มคึกคักไปด้วย
คนไข้ที่มาปรึกษาเรื่องฝ้ากระและจุดด่างดำครับ
"ถ้าทำทุกสัปดาห์ รอยจะจางเร็วขึ้นไหมคะ?"
มีหลายคนถามคำถามนี้กับผมเยอะมากจริงๆ ครับ
วันนี้ผมจะค่อยๆ อธิบายเหตุผลให้ฟังกันแบบทีละสเต็ปนะครับ
สรุปในบรรทัดเดียว.
มาตรฐานของการทำ Laser Toning คือเว้นระยะทุกๆ 2-3 สัปดาห์
และทำต่อเนื่องประมาณ 8-12 ครั้งครับ
เกณฑ์ในการตัดสินใจ.
ไม่ใช่จำนวนช็อตที่ยิง แต่คือเวลาที่เมลานินใช้ในการฟื้นตัวครับ
สิ่งที่เราจะมาดูกันวันนี้.
คุณจะเข้าใจได้ว่าทำไมการทำเลเซอร์ทุกสัปดาห์
ถึงยิ่งทำให้เม็ดสีดูเข้มขึ้นกว่าเดิม
3 หัวข้อหลักในบทความนี้ครับ
ทำไมระยะห่าง 2-3 สัปดาห์ถึงเหมาะสมที่สุด (Melanin Turnover)
เมื่อยิงเลเซอร์ทุกสัปดาห์ การสะสมของการระคายเคือง
จะกลายเป็นรอยดำคล้ำได้อย่างไร
ความต่างของรอบการทำเลเซอร์ตามโทนสีผิวและความลึกของฝ้า

รอบการทำ Laser Toning,
ทำไม 2-3 สัปดาห์ถึงเป็นคำตอบที่ถูกต้องที่สุด?
โดยทั่วไปแล้ว การเว้นระยะ 2-3 สัปดาห์ รวมทั้งหมด 8-12 ครั้ง คือสูตรที่ดีที่สุดครับ
Laser Toning เป็นการรักษาโดยใช้เลเซอร์พลังงานต่ำ
เพื่อเข้าไปทำลายเฉพาะเม็ดสีเมลานินอย่างตรงจุด
หลักการสำคัญคือ
ต้องแทบไม่ทำลายผิวหนังกำพร้าชั้นนอกเลยครับ
แต่หลังจากที่เมลานินถูกทำลายแล้ว
โมเลกุลเล็กๆ จะถูกขับออกทางระบบน้ำเหลือง
และผิวชั้นนอกสุดจะค่อยๆ ปรับตัวเรียงตัวกันใหม่
ซึ่งกระบวนการนี้มักจะใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์
ถ้าเรายิงเลเซอร์ซ้ำไปอีกก่อนที่วงจรนี้จะสิ้นสุด
ก็จะเป็นการสะสมความระคายเคืองให้กับผิวชั้นนอกที่กำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟูตัวครับ
ทำไมทำทุกสัปดาห์แล้วถึงเกิดรอยดำคล้ำ (PIH)?
คีย์พอยท์สำคัญของบทความนี้
การทำ Laser Toning ทุกสัปดาห์จะเห็นผลเร็วกว่าจริงไหม?
หากยิงด้วยพลังงานที่เหมาะสมแล้ว
ระยะห่าง 2-3 สัปดาห์จะสอดคล้องกับ Melanin Turnover ที่สุดครับ
แต่ถ้าทำทุกสัปดาห์ การสะสมของการระคายเคือง
อาจเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดรอยดำคล้ำขึ้นแทนได้
แทนที่จะเน้นจำนวนช็อต เวลาในการฟื้นฟูผิวต่างหากที่จะช่วยสร้างผลลัพธ์ที่ดีครับ
ผมขอเล่าเรื่องของคนไข้ท่านหนึ่งให้ฟังก่อนนะครับ
เมื่อเดือนที่แล้ว มีคนไข้หนุ่มสาวออฟฟิศอายุ 35 ปีมาพบผมครับ
เพราะกังวลเรื่องฝ้าบริเวณโหนกแก้ม
คนไข้เล่าว่าเคยไปทำเลเซอร์โทนนิ่งทุกสัปดาห์ติดต่อกัน 6 สัปดาห์จากที่อื่นมา
พอดูรูปถ่ายก่อนที่เขาจะมาพบผม ปรากฏว่าผิวโดยรวม
ดูหมองคล้ำขึ้นกว่าตอนแรกเสียอีกครับ
ซึ่งจริงๆ เคสแบบนี้เป็นเคสที่พบได้บ่อยมากครับ
หากรับการทำ Toning ทุกสัปดาห์
เซลล์สร้างเม็ดสี (Melanocytes) จะได้รับการกระตุ้นแบบสะสมอย่างต่อเนื่อง
พอมันถูกกระตุ้นบ่อยๆ
มันก็จะยิ่งขยันทำงานมากขึ้นครับ
เพราะนั่นคือหน้าที่หลักของมันอยู่แล้ว
ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์ย้อนกลับ
นั่นคืออัตราการสร้างเม็ดสีใหม่รวดเร็วกว่า
อัตราความเร็วที่เลเซอร์เข้าไปทำลาย
เราเรียกสิ่งนี้ว่า อาการรอยดำคล้ำหลังทำเลเซอร์ (PIH)
ซึ่งเกิดขึ้นได้ง่ายมากในโทนสีผิวของคนเอเชียครับ
เนื่องจากเซลล์เม็ดสีของเรามีปฏิกิริยาตอบสนองที่ไวมากนั่นเอง
ดังนั้น การยิงอย่างแม่นยำเพียง 1 ครั้ง
จึงให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการยิงเบาๆ แบบสะเปะสะปะถึง 3 ครั้งเสียอีก
คีย์เวิร์ดสำคัญคือการยิงให้ได้ระดับพลังงานที่เหมาะสม
ผ่านเกณฑ์ขีดจำกัดพลังงาน (Threshold Energy) ในแต่ละครั้ง
สัญญาณของระดับพลังงานที่เหมาะสม
จะแสดงออกมาในไม่กี่นาทีหลังการรักษา
นั่นคือผิวควรจะมีรอยแดงจางๆ อมชมพูระเรื่อเล็กน้อยครับ
สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน
การทำ Laser Toning ทุกสัปดาห์
ไม่ได้ช่วยให้รอยจางเร็วขึ้นครับ
หากยิงเลเซอร์สวนทางกับเวลาฟื้นตัวของเมลานิน
จะยิ่งกระตุ้นให้เซลล์เม็ดสีทำงานหนักขึ้น (สีเข้มขึ้น)
ทุกๆ 2-3 สัปดาห์ต่อหนึ่งครั้ง การยิงอย่างแม่นยำให้ได้ระดับพลังงานที่เห็นผล
ต่างหากที่จะสร้างผลลัพธ์ที่แท้จริงให้กับผิวคุณ

รอบการทำ Laser Toning,
แต่ละสภาพผิวแตกต่างกันอย่างไรบ้าง?
ขึ้นอยู่กับโทนสีผิวและความลึกของฝ้า
แม้จะอยู่ในช่วง 2-3 สัปดาห์เหมือนกัน แต่รายละเอียดก็จะต่างกันเล็กน้อยครับ
ประเภทผิว | ระยะห่างที่แนะนำ | จำนวนครั้งทั้งหมด | หมายเหตุ |
ผิวขาว / จุดด่างดำตื้น | 2 สัปดาห์ | 6~8 ครั้ง | ฟื้นตัวเร็ว พลังงานเข้าถึงได้ง่าย |
มีฝ้า / มีเม็ดสีในชั้นผิวแท้ร่วมด้วย | 3 สัปดาห์ | 10~12 ครั้ง | มีความเสี่ยงในการเกิดรอยดำกลับมา ควรทำแบบระมัดระวัง |
กระแดด / จุดด่างสีดำเข้ม | 3 สัปดาห์+ | 5~10 ครั้ง | การทำ Toning เพียงอย่างเดียวมีขีดจำกัด ควรพิจารณาทำร่วมกับหัตถการอื่น |
เพิ่งโดนแดดจัดมา | 4 สัปดาห์ขึ้นไป | — | หลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์ในช่วงที่เมลานินกำลังทำงานหนัก |
ถ้าหากคุณทำไปแล้ว 4-6 ครั้งแต่ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน
สิ่งสำคัญไม่ใช่การเพิ่มรอบครั้งให้บ่อยขึ้น
แต่เป็นขั้นตอนการตรวจเช็กและปรับสภาพการตั้งค่าพลังงานใหม่ครับ
หากระดับพลังงานยังต่ำกว่าเป้าหมายที่ใช้ในการย่อยสลายเมลานิน
ต่อให้ทำถึง 100 ครั้ง ผลลัพธ์ก็อาจจะยังเหมือนเดิมครับ

รอบการทำ Laser Toning,
3 คำถามที่พบบ่อยในห้องตรวจ
Q1. ถ้าทำ Laser Toning ครบ 8-12 ครั้งแล้ว
ฝ้าจะหายไปแบบถาวรเลยไหมคะ?
บอกตามตรงว่าจะมีแค่ประมาณ 2-3 คนใน 10 คนเท่านั้นครับ
ที่จะได้ผลลัพธ์ในระดับที่มองไม่เห็นรอยฝ้าเก่าเลย
ส่วนเคสที่เหลือรอยจะจางลงประมาณ 60-70%
และต้องสลับเข้าสู่ขั้นตอนของการทำทรีตเมนต์เพื่อรักษาคุณภาพผิวให้อยู่ตัวต่อไปครับ
การดูแลรักษาฝ้าไม่ใช่หัตถการแบบทำทีเดียวจบ
แต่มันคือการดูแลและบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่องครับ
Q2. เลื่อนวันนัดให้เร็วขึ้นสักหนึ่งสัปดาห์
จะช่วยให้เห็นผลเร็วขึ้นบ้างไหมคะ?
การเร่งทำเร็วขึ้น 1 สัปดาห์ไม่ได้ทำให้เห็นผลเร็วขึ้นครับ
ในทางตรงกันข้าม มันอาจกลายเป็นการ
กระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสีให้กลับมาทำงานหนักกว่าเดิมเสียก่อน
หากการทำทุก 2 สัปดาห์ทำให้ผิวคุณรู้สึกล้าจนเกินไป การเลื่อนออกไปเป็นทุกๆ 3 สัปดาห์
จะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่ามากครับ
Q3. หลังทำเลเซอร์ท่อนนิ่งเสร็จ ผ่านไปกี่วันถึงจะเริ่มแต่งหน้า
และทาครีมกันแดดได้คะ?
เนื่องจากเลเซอร์ Toning แทบจะไม่ทำให้ผิวหนังชั้นนอกเสียหายหรือเกิดริ้วรอยเลย
ดังนั้นคุณสามารถทาครีมกันแดดได้ตั้งแต่เย็นวันเดียวกันหลังจากที่ทำเสร็จเลยครับ
วันรุ่งขึ้นก็สามารถแต่งหน้าเบาๆ ได้ตามปกติเลยครับ
แต่หลังจากทำเลเซอร์ประมาณ 1 สัปดาห์
ขอแนะนำให้ใส่ใจกับการทาครีมกันแดดและหลีกเลี่ยงแดดจัดให้ดีกว่าปกติด้วยนะครับ
ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่จะตัดสินผลลัพธ์ของการทำ Laser Toning
ไม่ใช่จำนวนครั้งที่ทำบ่อยๆ แต่เป็น 'เวลาในการฟื้นตัว' ในช่วงระหว่างแต่ละรอบการทำต่างหาก
ในบทความตอนต่อไป ผมจะมาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับ "ถ้าทำ Toning ไป 4-6 ครั้งแล้ว
แต่ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง เราควรจะมีวิธี
ตรวจสอบและตั้งค่าพลังงานเลเซอร์ใหม่อย่างไรบ้าง"
สำหรับวันนี้ หมอวี ยองจิน ขอลาไปก่อนครับ
บทความที่แนะนำให้อ่านร่วมกัน
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

ผิว
หลัง Thermage หน้าชาซ่าหลายวัน ปกติไหม
อาการชาซ่าหลัง Thermage มักเป็นความรู้สึกเปลี่ยนชั่วคราว สรุปว่าแค่ไหนปกติ เมื่อไรควรแจ้งคลินิก

ผิว
ฉีด Sculptra ผลเริ่มเห็นเมื่อไร อยู่นานแค่ไหน
Sculptra กระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนเอง ผลค่อย ๆ ขึ้นใน 2-3 เดือน สรุปแนวเปลี่ยนและระยะคงอยู่

โครงหน้า&วอลลุ่ม
วอลุ่มฟิลเลอร์สะโพกอยู่นานแค่ไหน เมื่อไรควรเติม
ฟิลเลอร์สะโพกมีระยะคงอยู่ต่างกันตามปริมาณและไลฟ์สไตล์ สรุปแนววอลุ่มจางลงและจังหวะเติมเสริม

ผิว
หลัง PicoWay ลบฝ้ากระ ดูแลสะเก็ดยังไงกันรอยคล้ำ
หลัง PicoWay ลบเม็ดสี การไม่แตะสะเก็ดและกันแดดคือหัวใจกันรอยดำคล้ำ สรุปปฏิกิริยาปกติและวิธีดูแล

ผิว
หลังทำหัตถการผิว แต่งหน้าได้เมื่อไรจึงปลอดภัย
จังหวะแต่งหน้าหลังหัตถการต่างกันตั้งแต่วันเดียวถึง 2 สัปดาห์ ตามระดับกระตุ้นพื้นผิว สรุปเส้นประเมิน

ผิว
Sofwave เหมาะกับผิวและรูปหน้าแบบไหน และเมื่อไหร่ตัวเลือกอื่นจะดีกว่า
Sofwave ให้ความร้อนกว้าง ๆ ที่ชั้นกลางหนังแท้ จึงเหมาะกับผิวเนียนกระชับลดลง ส่วนความหย่อนใหญ่ตัวเลือกอื่นดีกว่า เรารวมเกณฑ์ตัดสินว่าเหมาะกับผิวคุณไหมไว้ค่ะ
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1
💬 ปรึกษาผ่าน Line
🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1



