ยาชาแบบ크림 전 마취 크림 — มาทำความเข้าใจกับหลักการลดอาการเจ็บปวด ไปจนถึงหัตถการที่จำเป็นต้องใช้ ระยะเวลาในการทาและรอคอย รวมถึงข้อควรระวังในการใช้งานกันค่ะ
สำหรับใครหลาย ๆ คนที่กำลังจะเข้ารับการทำเลเซอร์หรือหัตถการแบบฉีด แล้วได้รับคำแนะนำว่า "ให้ทายาชาล่วงหน้ามาก่อนได้เลย" อาจจะเริ่มสงสัยว่ายาชานี่จำเป็นจริง ๆ ไหม ต้องทาตอนไหน และทาเยอะเท่าไหร่ ยิ่งถ้าเป็นคนที่กลัวเจ็บหรือไวต่อความรู้สึกด้วยแล้ว ก็ยิ่งกังวลเป็นพิเศษเลยใช่ไหมคะ
ตอบแบบสั้น ๆ เลยก็คือ ยาชาแบบครีมเป็นตัวช่วยเสริมที่ช่วยลดความเจ็บปวด เพื่อให้คุณรู้สึกสบายตัวและผ่อนคลายมากขึ้นระหว่างทำหัตถการ แต่ความจำเป็นและวิธีการทาจะแตกต่างกันไปตามประเภทของหัตถการและบริเวณที่ทำค่ะ หากเราเข้าใจก่อนว่ายาชาครีมมีหลักการทำงานอย่างไรในการช่วยลดความเจ็บปวด เราก็จะเข้าใจได้เองโดยธรรมชาตว่าควรใช้ตอนไหนและใช้อย่างไรดีค่ะ
> บทความนี้เป็นคอนเทนต์ที่รวบรวมข้อมูลการทำหัตถการโดย Beautystone สาขาฮับจอง (Hapjeong)
อ่านบทความนี้แล้วคุณจะได้รับ...
เข้าใจหลักการทำงานของยาชาแบบครีมว่าช่วยลดความเจ็บได้อย่างไร
รู้ว่าหัตถการแบบไหนที่ควรทายาชาแบบครีม
รู้ว่าต้องทาตอนไหนและต้องรอนานเท่าไหร่
รู้ข้อควรระวังและสิ่งที่ควรทราบเมื่อต้องใช้ยาชาแบบครีม
ยาชาแบบครีมมีหลักการทำงานอย่างไรในการช่วยลดความเจ็บปวด
ความรู้สึกเจ็บปวดที่เราสัมผัสได้ทางผิวหนัง เกิดจากปลายประสาทที่กระจายอยู่ทั่วไปในชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) และชั้นหนังแท้ (Dermis) ได้รับการกระตุ้นและส่งสัญญาณไปยังสมอง ส่วนผสมอย่าง ลิโดเคน (Lidocaine)* ที่อยู่ในยาชาแบบครีมจะเข้าไปยับยั้งการส่งสัญญาณของเส้นประสาทนี้ชั่วคราว ทำให้ความรู้สึกเจ็บที่บริเวณผิวหนังลดน้อยลงค่ะ
ลิโดเคน (Lidocaine)*: เป็นส่วนประกอบของยาชาเฉพาะที่ที่นิยมใช้ทั้งแบบทาและแบบฉีด ช่วยลดความเจ็บปวดโดยการยับยั้งสัญญาณประสาทชั่วคราว
จากการทบทวนทางคลินิกโรคผิวหนังเกี่ยวกับยาชาเฉพาะที่สำหรับทำหัตถการความงาม ระบุไว้เช่นกันว่า ยาชาเฉพาะที่กลุ่มลิโดเคนถูกนำมาใช้เพื่อลดความเจ็บปวดจากหัตถการต่าง ๆ เช่น เลเซอร์หรือการฉีด อย่างไรก็ตาม เนื่องจากตัวครีมจะค่อย ๆ ซึมผ่านชั้นผิวหนัง จึงไม่ได้ออกฤทธิ์ทันทีหลังทา แต่ต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมทางคลินิกถึงแนะนำให้ทายาชาเตรียมไว้ล่วงหน้า แทนที่จะมาทาทันทีก่อนเริ่มทำหัตถการค่ะ


หัตถการประเภทไหนที่ควรใช้ยาชาแบบครีม
เนื่องจากยาชาแบบครีมมีส่วนช่วยลดความรู้สึกเจ็บปวดบริเวณพื้นผิว จึงมีประโยชน์มากสำหรับหัตถการที่ทำในระดับชั้นผิวตื้น ๆ ในทางตรงกันข้าม สำหรับหัตถการที่ต้องลงลึกไปถึงชั้นผิวระดับลึก หรือหัตถการที่ต้องใช้การระงับความรู้สึกร่วมด้วย การทายาชาแบบครีมเพียงอย่างเดียวอาจมีข้อจำกัด ซึ่งทางคลินิกมักจะแนะนำวิธีการระงับความรู้สึกที่เหมาะสมกับหัตถการนั้น ๆ แยกต่างหากค่ะ
ประเภทหัตถการ | ระดับความช่วยเหลือของยาชา | หมายเหตุ |
|---|---|---|
เลเซอร์ (เน้นงานผิวชั้นนอก) | ช่วยได้ค่อนข้างมาก | แนะนำให้ทาล่วงหน้า |
ฉีดผิวฉ่ำวาว (Hydroglow) / เข็มขนาดเล็ก (Microneedle) | ช่วยได้ค่อนข้างมาก | บรรเทาความเจ็บจากหัวเข็ม |
ยกกระชับชั้นผิวลึก | เป็นตัวช่วยเสริม | ใช้ร่วมกับวิธีอื่น |
กำจัดไฝ / ลบรอยสัก | ขึ้นอยู่กับเคส | ขึ้นอยู่กับบริเวณและระดับความลึก |
จากตารางจะเห็นได้ว่า แม้จะเป็นยาชาแบบครีมตัวเดียวกัน แต่ระดับการช่วยลดความเจ็บก็จะแตกต่างกันไปตามประเภทของหัตถการ ดังนั้น ก่อนจะเข้ารับการรักษา แนะนำให้เช็กกับทางคลินิกที่คุณจะไปทำก่อนว่าหัตถการที่คุณเลือกนั้นจำเป็นต้องทายาชาไหมนะคะ

ควรทาตอนไหนและต้องรอนานเท่าไหร่
โดยปกติแล้ว ยาชาแบบครีมจะต้องทาก่อนเริ่มทำหัตถการทิ้งไว้ระยะหนึ่งเพื่อให้ตัวยาออกฤทธิ์อย่างเต็มที่ จากรายงานการทบทวนทางคลินิกผิวหนังข้างต้นระบุว่า ยาชาสูตรผสมระหว่าง Lidocaine และ Prilocaine จะใช้เวลาประมาณ 60 นาที ส่วนยาชา Lidocaine ในรูปแบบ Liposome จะใช้เวลาประมาณ 30 นาทีในการเริ่มออกฤทธิ์ สรุปก็คือระยะเวลาที่ต้องอินคูเบท (Incubate) จะแตกต่างกันไปตามสูตรเนื้อครีมนั้น ๆ ค่ะ

หากคุณปล่อยทิ้งไว้ไม่นานพอ ยาชาอาจจะยังออกฤทธิ์ไม่เต็มที่ก่อนเริ่มทำหัตถการ ในทางกลับกัน การทิ้งไว้นานเกินไปหรือทาเป็นบริเวณกว้างเกินไปก็ไม่แนะนำเช่นกัน ดังนั้นการปฏิบัติตามคำแนะนำเรื่องเวลาและบริเวณที่ทาอย่างเคร่งครัดจึงเป็นสิ่งสำคัญมากค่ะ

เมื่อต้องใช้ยาชาแบบครีม Beautystone สาขาฮับจอง ใส่ใจในเรื่องใดบ้าง
ที่ Beautystone สาขาฮับจอง เราจะพิจารณาจากประเภทของหัตถการ บริเวณที่ทำ รวมถึงระดับความไวต่อความเจ็บปวดของคนไข้แต่ละท่าน เพื่อกำหนดร่วมกันว่าจำเป็นต้องใช้ยาชาหรือไม่ ควรทาตอนไหนและปริมาณเท่าใด สำหรับท่านใดที่กังวลเรื่องความเจ็บเป็นพิเศษ สามารถแจ้งให้พวกเราทราบล่วงหน้าได้เลยค่ะ ทางเรายินดีที่จะปรับระดับความแรงของหัตถการหรือปรับวิธีการระงับความเจ็บให้เข้าส่วนบุคคล คลินิกของเราดูแลโดยแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังโดยตรง ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีฮับจอง (Hapjeong Station) สามารถเดินเท้ามาได้สะดวก เป็นคลินิกสไตล์อบอุ่นที่พร้อมใส่ใจดูแลคนไข้ทุกท่านด้วยความประณีตแบบตัวต่อตัวค่ะ

ข้อควรรู้เมื่อใช้ยาชาแบบครีม
แม้ว่ายาชาแบบครีมจะขึ้นชื่อว่าค่อนข้างปลอดภัยสูง แต่ก็มีบางสิ่งที่น่ารู้และควรระวังไว้ดังนี้ค่ะ
ระยะเวลาในการทา — โปรดทาล่วงหน้าและรักษาเวลาตามที่ได้รับคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
ขอบเขตการทา — หลีกเลี่ยงการทาหนาเกินไปในบริเวณกว้าง และควรทาเฉพาะบริเวณที่ได้รับคำแนะนำเท่านั้น
รอบดวงตาและเนื้อเยื่ออ่อน — หลีกเลี่ยงการทาบริเวณที่บอบบางอ่อนโยน เช่น รอบดวงตา หรือริมฝีปาก
อาการแพ้หรือระคายเคือง — หากรู้สึกแสบร้อน เจ็บจี๊ด ๆ หรือมีผื่นขึ้น ให้เช็ดออกทันทีและรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ
หลีกเลี่ยงการตัดสินใจใช้เอง — ไม่ควรหยิบยาชาที่บ้านมาทาเองโดยพลการ แนะนำให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของทางคลินิกที่ทำหัตถการจะปลอดภัยที่สุดค่ะ
จำไว้ว่ายาชาแบบครีมเป็นเพียงตัวช่วยบรรเทาความเจ็บเพื่อให้ทำหัตถการได้สบายขึ้นเท่านั้น ไม่ได้ช่วยให้ไม่รู้สึกเจ็บเลย 100% และเนื่องจากสภาพผิวและความไวต่อความรู้สึกของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน ข้อมูลในบทความนี้จึงเป็นเพียงข้อมูลทั่วไปในภาพรวม เพื่อความปลอดภัยสูงสุด แนะนำปรึกษาและใช้วิธีตามคำแนะนำของแพทย์ผู้ดูแลโดยตรงดีที่สุดค่ะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. จำเป็นต้องทายาชาทุกครั้งไหม?
A. เนื่องจากยาชาเป็นเพียงตัวช่วยลดความเจ็บปวดให้ทำหัตถการได้สบายขึ้น ความจำเป็นจึงขึ้นอยู่กับประเภทของหัตถการและความทนทานต่อความเจ็บปวดของแต่ละบุคคล สำหรับหัตถการชั้นผิวตื้น ๆ ยาชาแบบครีมช่วยได้ดีมาก แต่ก็ไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกหัตถการค่ะ แนะนำให้ปรึกษากับทางคลินิกที่รับสีก่อนเพื่อความแน่ใจนะคะ
Q. สามารถทายาชาจากที่บ้านล่วงหน้าไปเลยได้ไหม?
A. หากทางคลินิกแนะนำให้ทามาล่วงหน้า คุณสามารถทามาตามสูตรและเวลาที่คลินิกกำหนดได้เลยค่ะ อย่างไรก็ตาม ไม่แนะนำให้ซื้อครีมยาชามาทาเองตามใจชอบหรือทาเป็นบริเวณกว้างเกินไป เพื่อความปลอดภัย แนะนำให้ขอคำแนะนำอย่างเป็นทางการจากทางคลินิกก่อนทาดีกว่าค่ะ
Q. ทายาชาทิ้งไว้นานกว่าเดิม จะช่วยให้ชาได้ดีขึ้นไหม?
A. ตัวยาจะออกฤทธิ์สูงสุดเมื่อผ่านไปในระยะเวลาที่กำหนดเท่านั้น การทิ้งไว้นานเกินไปหรือทาหนาเกินไปไม่ได้ช่วยให้ชามากขึ้นเลยค่ะ ในทางกลับกัน หากทิ้งไว้นานเกินขอบเขตที่แนะนำ อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองผิวหรือผลข้างเคียงอื่น ๆ ได้ จึงควรปฏิบัติตามเวลาและปริมาณที่สูตรครีมนั้น ๆ แนะนำจะดีที่สุดค่ะ
Q. หลังทายาชาแล้ว จะไม่รู้สึกเจ็บเลยร้อยเปอร์เซ็นต์ใช่ไหม?
A. ยาชาช่วยทำให้ผิวหนังชั้นนอกรู้สึกชาและลดความเจ็บลงได้มาก แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่รู้สึกอะไรเลยค่ะ โดยเฉพาะหัตถการที่ลงลึกไปในชั้นผิวลึก ๆ ยาชาแบบทาอย่างเดียวอาจเอาไม่อยู่ และต้องใช้วิธีอื่นร่วมด้วย หากกังวลเรื่องความเจ็บ สามารถแจ้งแพทย์ล่วงหน้าก่อนเริ่มทำเพื่อปรับระดับความแรงหรือวิธีการดูแลให้เหมาะสมได้ค่ะ
บทความแนะนำที่น่าอ่านเพิ่มเติม

โครงหน้า&วอลลุ่ม
อยากลดโหนกแก้ม? ต้องเช็กให้ชัวร์ก่อนนะคะว่าเป็นที่ 'กระดูก' หรือเปล่า
ก่อนที่จะลดโหนกแก้ม ต้องเช็กก่อนนะคะว่าเป็น 'ประเภทกระดูก' หรือเปล่า เพราะถ้าสาเหตุเกิดจากความหย่อนคล้อยหรือไขมัน เราสามารถปรับรูปหน้าให้อ่อนละมุนขึ้นได้ด้วยการทำ lifting และการปรับสมดุลค่ะ

ผู้ชาย
ทำ Inmode FX มาได้ 2-3 วันแล้ว แต่ยังมีอาการอุ่นๆ ร้อนๆ หรือเสียวแปล๊บๆ อยู่เลย แบบนี้ปกติไหมคะ?
อาการร้อนผ่าวหลังทำ InMode FX — มาเช็กกันตั้งแต่ผลข้างเคียงปกติที่พบได้ทั่วไป สิ่งที่ต้องสังเกตเมื่ออาการเป็นยาวนานขึ้น ไปจนถึงสัญญาณเตือนที่ควรติดต่อแพทย์กันค่ะ

ยกกระชับ
ทำ Shurink มาแล้วรู้สึกไม่ค่อยเห็นผลเลยค่ะ เป็นเพราะเราดูแลตัวเองผิดวิธี หรือว่าปกติมันเป็นแบบนี้อยู่แล้วคะ?
เมื่อรู้สึกว่าผลลัพธ์ของ Shurink ไม่ค่อยเห็นผล — มาเจาะลึกตั้งแต่สาเหตุที่เห็นผลช้า จำนวนช็อต ระดับความหย่อนคล้อย ไปจนถึงจุดที่ต้องเช็กก่อนทำซ้ำกันค่ะ

ผิว
Oligio X เจ็บมากไหมคะตอนทำ แล้วจำเป็นต้องแปะยาชาไหม?
Oligio X ความเจ็บและยาชา — เจาะลึกตั้งแต่ความรู้สึกเจ็บที่ต่างกันในแต่ละจุด เทคนิคช่วยลดความเจ็บ ไปจนถึงเวลาที่แนะนำในการแปะยาชาครีม

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฉีดฟิลเลอร์สะโพกมาแล้วดูเบี้ยวไม่เท่ากันสองข้าง แบบนี้ควรรับมือหรือแก้ไขอย่างไรดีคะ?
สะโพกไม่เท่ากันหลังฉีดฟิลเลอร์ — มาดูสาเหตุที่พบบ่อย, วิธีดูแลตัวเองตามระยะเวลา และสัญญาณที่ต้องเช็กก่อนจะเริ่มปรึกษาเรื่องการแก้ไขกันค่ะ

ผิว
หลังทำหัตถการหลายคนบอกว่าประคบเย็นจะช่วยลดบวมได้ดี แล้วควรเริ่มประคบตั้งแต่ตอนไหน ถึงเมื่อไหร่ และต้องทำอย่างไรบ้างคะ?
การประคบเย็นหลังทำหัตถการ — ชวนมาทำความเข้าใจตั้งแต่หลักการลดบวม ช่วงเวลา ระยะเวลา วิธีการประคบ ไปจนถึงกรณีที่ควรหลีกเลี่ยง



