หลัง Picoway ลบรอยสัก สะเก็ด/ตุ่มน้ำคืออะไร ทำไมห้ามแกะ พร้อมวิธีดูแลแผลและดาวน์ไทม์ครับ
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
หากคุณตัดสินใจลบรอยสักด้วย Picoway แล้ว นอกเหนือจากการทำหัตถการ อีกสิ่งหนึ่งที่คุณคงอยากรู้ก็คือกระบวนการฟื้นฟูผิวของร่างกายครับ หลายคนแอบกังวลว่าหากมีสะเก็ดหรือตุ่มน้ำพุขึ้นมาจะเป็นอะไรหรือเปล่า แต่ถ้าเราทำความเข้าใจขั้นตอนการฟื้นฟูของผิวไว้ล่วงหน้า ก็จะช่วยลดความกังวลที่ไม่จำเป็นลงไปได้เยอะเลยครับ
สรุปสั้นๆ ก็คือ หลังจากลบรอยสักด้วย Picoway ผิวจะค่อยๆ ฟื้นฟูตามขั้นตอนดังนี้ครับ: รอยแดง-อาการบวม → สะเก็ด-ตุ่มน้ำ → การขับเม็ดสีหมึกออกตามธรรมชาติ ซึ่งสะเก็ดหรือตุ่มน้ำเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกระบวนการฟื้นฟูผิวตามธรรมชาติ สิ่งสำคัญที่สุดคือห้ามแกะหรือเจาะเองเด็ดขาดครับ และเนื่องจากการลบรอยสักไม่สามารถลบให้หายไปได้ในครั้งเดียว ผิวจึงต้องการเวลาในการพักฟื้นระหว่างรอบการรักษาครับ
สิ่งที่คุณจะได้รู้จากบทความนี้
ขั้นตอนการฟื้นตัวของผิวตั้งแต่ทันทีหลังทำไปจนถึงผิวหายดี
สาเหตุการเกิดสะเก็ด/ตุ่มน้ำ และวิธีดูแลอย่างถูกต้อง
ทำไมต้องแบ่งการรักษาเป็นหลายครั้งและทิ้งระยะห่าง
ข้อห้ามและสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงในระหว่างที่ผิวฟื้นตัว
ขั้นตอนการฟื้นตัวของผิวหลังจากทำหัตถการ
Picoway ทำงานโดยการส่งพลังงานเลเซอร์* ที่มีความเร็วสูงระดับพิโกวินาทีเข้าไปสลายอนุภาคหมึกรอยสักให้ละเอียดเป็นผงเม็ดเล็กๆ จากนั้นร่างกายจะค่อยๆ ขับเม็ดสีเหล่านี้ออกไปเองตามธรรมชาติ ดังนั้น ผิวจึงไม่ได้ฟื้นตัวทันทีในพริบตา แต่จะค่อยๆ ดีขึ้นเป็นขั้นเป็นตอนครับ
เลเซอร์*: ในที่นี้หมายถึงแสงเลเซอร์ที่มีความเร็วพัลส์สั้นมาก ซึ่งจะถูกดูดซับโดยเม็ดสีของหมึกโดยเฉพาะ ช่วยสลายเม็ดสีให้แตกตัวอย่างละเอียดโดยไม่ทำลายผิวรอบข้าง
คำแนะนำในการลบรอยสักด้วยเลเซอร์จากสมาคมโรคผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกา (AAD) อธิบายไว้ว่า หลังจากเลเซอร์สลายหมึกรอยสักจนเป็นอนุภาคเล็กๆ แล้ว ร่างกายจำเป็นต้องใช้เวลาในการขับอนุภาคเหล่านั้นออกไป โดยทั่วไป ทันทีหลังทำจะมีรอยแดงและบวมเกิดขึ้นก่อน จากนั้นภายใน 2-3 วัน อาจเกิดสะเก็ดหรือตุ่มน้ำใสๆ ขึ้นมา แล้วค่อยๆ แห้งและหลุดลอกไปเองครับ
ระยะเวลาการฟื้นตัวในแต่ละขั้นตอนโดยประมาณจะเป็นดังนี้ครับ ทั้งนี้เป็นเพียงระยะเวลาเฉลี่ยทั่วไป ซึ่งอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับความลึก, สีของหมึก และสภาพผิวของแต่ละท่านครับ


ทำไมถึงมีสะเก็ดหรือตุ่มน้ำขึ้น และควรดูแลอย่างไร?
เมื่อพลังงานความร้อนจากเลเซอร์เข้าไปทำปฏิกิริยากับเม็ดสี อาจทำให้เกิดการระคายเคืองเล็กๆ บนผิวชั้นนอก จนกลายเป็นสะเก็ดแผลหรือตุ่มน้ำใสๆ ได้ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสมานผิวตามปกติครับ แต่ปัญหาคือหากเราไปแกะสะเก็ดหรือเจาะตุ่มน้ำเหล่านั้น อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เกิดแผลเป็น หรือรอยดำตามมาได้ครับ
ปล่อยให้สะเก็ดแผลหลุดลอกออกเองตามธรรมชาติ ห้ามแงะหรือแกะเด็ดขาด
ห้ามเจาะตุ่มน้ำ และพยายามปกป้องไม่ให้ตุ่มน้ำแตก
หากมีน้ำเหลืองซึม ให้รักษาความสะอาดเป็นพิเศษ และทาครีมบำรุงเพื่อรักษาความชุ่มชื้นไม่ให้ผิวแห้งตึง
แม้จะรู้สึกคัน แต่ต้องห้ามเกาเด็ดขาดครับ
หากเราดูภาพตัดขวางว่าเลเซอร์ Picoway เข้าไปทำงานกับหมึกในผิวชั้นไหนบ้าง ก็จะเข้าใจได้ง่ายขึ้นครับว่าทำไมถึงเกิดสะเก็ดที่ผิวชั้นบน และทำไมร่างกายถึงต้องใช้เวลาในการขับเม็ดสีออก


ทำไมต้องแบ่งการรักษาเป็นหลายครั้งและต้องทิ้งระยะห่าง?
เนื่องจากรอยสักมักจะมีหมึกซ้อนทับกันอยู่หลายชั้น จึงเป็นเรื่องยากและไม่ปลอดภัยที่จะเข้าไปสลายหมึกทั้งหมดในครั้งเดียว ดังนั้นจึงต้องแบ่งการทำรักษาออกเป็นหลายๆ ครั้ง และปล่อยให้ผิวได้พักฟื้นฟูรวมถึงให้ร่างกายได้ขับหมึกออกในระหว่างรอบครับ
คำแนะนำการลบรอยสักจากสมาคมศัลยกรรมผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกา (ASDS) ระบุว่า รอยสักส่วนใหญ่จำเป็นต้องได้รับการรักษาหลายครั้ง โดยจะใช้ชนิดของเลเซอร์หรือการตั้งค่าพลังงานที่แตกต่างกันไปตามสีของหมึก หมึกสีดำหรือสีเข้มจะตอบสนองต่อเลเซอร์ได้ค่อนข้างเร็ว ในขณะที่บางสีอาจต้องใช้จำนวนครั้งในการรักษามากกว่า
ข้อมูลจากสมาคมโรคผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกา (AAD) อธิบายเพิ่มเติมว่า เลเซอร์ไม่สามารถทำลายหมึกทุกชั้นได้อย่างปลอดภัยในครั้งเดียว และการเว้นระยะเพื่อให้ผิวได้พักฟื้นก็เป็นสิ่งจำเป็นต่อสุขภาพผิว ดังนั้น การไม่ใจร้อนบีบระยะเวลาให้สั้นเกินไป และรอให้ผิวฟื้นตัวเต็มที่ก่อนเริ่มทำครั้งต่อไปจึงปลอดภัยที่สุดครับ

ที่ Beautystone ฮับจอง เราใส่ใจดูแลตั้งแต่ขั้นตอนการฟื้นฟูผิว
ที่ Beautystone ฮับจอง แม้จะเป็นการลบรอยสักด้วย Picoway เหมือนกัน แต่เราจะประเมินจากสีหมึก, ความลึก และสภาพผิวของคนไข้เพื่อกำหนดจำนวนครั้งและระยะห่างที่เหมาะสม พร้อมทั้งให้คำแนะนำล่วงหน้าอย่างละเอียดว่าอาการแบบไหนคือเรื่องปกติในแต่ละช่วงการฟื้นตัว และสิ่งไหนที่ต้องระวังเป็นพิเศษ จุดต่างของเราคือเราไม่ได้แค่ทำเลเซอร์ให้เสร็จๆ ไป แต่เราช่วยดูแลเคียงข้างคุณไปจนถึงขั้นตอนที่ผิวฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์ครับ
คลินิกตั้งอยู่ใกล้กับสถานีฮับจองในระยะเดินถึง คุณจึงสามารถแวะเข้ามาให้คุณหมอตรวจดูอาการระหว่างรอบสัปดาห์สั้นๆ เพื่อประเมินระยะห่างในการทำครั้งต่อไปได้อย่างสะดวกสบายครับ เนื่องจากบทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป สำหรับสถานะการฟื้นตัวของผิวและระยะห่างที่เหมาะสมของแต่ละบุคคล แนะนำให้เข้ามารับคำปรึกษากับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนและหลังทำเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดนะครับ

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงในระหว่างที่ผิวฟื้นตัว
ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมต่อไปนี้ที่อาจทำให้ผิวฟื้นตัวช้าลง หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดแผลเป็นและรอยดำครับ
การแกะสะเก็ดแผลหรือเจาะตุ่มน้ำพอง
การถู ขัด หรือสครับผิวบริเวณที่ทำหัตถการแรงๆ
การเข้าซาวน่า, อบไอน้ำ หรือว่ายน้ำ ก่อนที่ผิวจะหายดี เพื่อป้องกันการติดเชื้อและระคายเคือง
การปล่อยผิวสัมผัสกับแสงแดดโดยตรงโดยไม่มีการป้องกัน
โดยเฉพาะรังสี UV ที่สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดรอยดำ (PIH) ได้ง่ายมาก ในช่วงที่ผิวฟื้นตัวจึงควรปกป้องบริเวณที่ทำเลเซอร์จากแสงแดดให้ดีที่สุด การรักษาความสะอาด, บำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอย่างอ่อนโยน และรอให้สะเก็ดหลุดลอกไปเองตามธรรมชาติ คือคีย์เวิร์ดสำคัญของการดูแลผิวให้ฟื้นตัวได้อย่างสวยงามครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. มีสะเก็ดแผลเกิดขึ้น แกะออกได้ไหมคะ?
A. ไม่แนะนำให้แกะเด็ดขาดครับ การแกะสะเก็ดแผลอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดแผลเป็น รอยดำหลังทำเลเซอร์ หรือการติดเชื้อได้ ควรปล่อยให้หลุดออกไปเองตามธรรมชาติ พร้อมทั้งรักษาความชุ่มชื้นและความสะอาดเพื่อความปลอดภัยครับ
Q. ถ้ามีตุ่มน้ำขึ้นมา แปลว่าผิวผิดปกติหรือเปล่าคะ?
A. ตุ่มน้ำใสขนาดเล็กสามารถเกิดขึ้นได้ในกระบวนการฟื้นตัวตามปกติของผิวครับ สิ่งสำคัญคือ ห้ามเจาะตุ่มน้ำนั้นเด็ดขาดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ แต่หากตุ่มน้ำมีขนาดใหญ่มาก หรือมีอาการปวดแสบร้อนและมีไข้ร่วมด้วย แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลทันทีครับ
Q. ปกติแล้วชั่วโมงหรือระยะห่างระหว่างแต่ละครั้งต้องเว้นนานแค่ไหนครับ?
A. เนื่องจากผิวต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูตัวเองและต้องการเวลาในการขับเม็ดสีออก โดยทั่วไปจึงต้องเว้นระยะห่างประมาณหลายสัปดาห์ขึ้นไปครับ แทนที่จะรีบร้อนทำครั้งต่อไปอย่างรวดเร็ว การสังเกตผลการฟื้นตัวของผิวแล้วค่อยนัดทำครั้งถัดไปจะปลอดภัยที่สุด โดยระยะเวลาจะมีความตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลครับ
Q. สีของรอยสักมีผลต่อจำนวนครั้งในการเลเซอร์ไหมคะ?
A. มีผลแน่นอนครับ สีดำหรือสีเข้มจัดจะตอบสนองต่อเลเซอร์ได้ค่อนข้างดีและจางไว ส่วนสีอื่นๆ หรือสีสว่างอาจต้องใช้จำนวนครั้งที่มากกว่า หรืออาจต้องมีการปรับตั้งค่าเลเซอร์เฉพาะตัว แนะนำให้ปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทำเพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับสีและความลึกของรอยสักคุณครับ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

ยกกระชับ
แก้มชาตื้อ ๆ หลังทำ Ultherapy Prime ปกติไหม อีกกี่วันหาย?

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฉีด Sculptra แล้วแก้มขึ้นข้างเดียว อีกนานไหมกว่าจะเท่ากัน?

ยกกระชับ
ลด Level พลังงาน Thermage เพราะกลัวเจ็บ ผลลัพธ์จะหายไปด้วยไหม?

ผิว
ขนคุดที่แขน ยิ่งขัดสครับยิ่งแดง เปลี่ยนวิธีดูแลยังไงดี?

ยกกระชับ
หลัง Onda Lifting แล้วสองข้างหน้าลดไม่เท่ากัน — ปกติหรือต้องกังวล?

ผิว
สกินบูสเตอร์หมดฤทธิ์แล้วจริงไหม หลังสองเดือนผิวเริ่มแห้งขึ้น



