PicoWay ลบรอยสัก ทำซ้ำใน 2 สัปดาห์ได้ผลจริงไหม? ไม่รู้ช่วงขับอนุภาคผ่านน้ำเหลือง เสียเงินเปล่า
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→

งั้นเรามาเริ่มที่ข้อสรุปกันก่อนเลยดีกว่าครับ
การลบรอยสักด้วย PicoWay ถึงจะเข้ารับบริการบ่อยๆ ในช่วงเวลาสั้นๆ
ก็ไม่ได้ช่วยให้รอยสักจางเร็วขึ้นครับ
เดี๋ยวบทความนี้จะมาเล่าเหตุผลให้ฟังแบบหมดเปลือกเลยนะครับ

ใครๆ ก็คิดว่าระยะเวลาทำ PicoWay
ของทุกลบรอยสักก็น่าจะคล้ายๆ กันใช่ไหมคะ? แต่ความจริงแล้ว...
PicoWay เป็นเลเซอร์ระดับพิโควินาที (Picosecond Laser)
ที่ใช้ความยาวคลื่น 1064nm เพื่อสลายอนุภาคหมึกให้เป็นผงละเอียด
และขับออกจากร่างกายผ่านทางระบบน้ำเหลืองครับ
แม้จะเป็นเครื่อง Pico เหมือนกัน แต่ต่างจาก PicoSure (755nm)
ตรงที่เทคโนโลยี 1064nm ของ PicoWay นั้น
สามารถส่งพลังงานลงไปได้ลึกถึงชั้นหนังแท้เลยครับ
วิธีนี้จึงเห็นผลดีเยี่ยมกับรอยสักสีเข้มอย่างสีดำและสีน้ำเงิน
แต่เรื่องการสลายหมึกยังไม่ใช่จุดสิ้นสุดของขั้นตอนการดีท็อกซ์ผิวเพียงอย่างเดียวครับ

ทำไมมาทำซ้ำทุกๆ 2 สัปดาห์
ถึงแทบจะไม่เห็นผลลัพธ์เพิ่มเติมเลย
"ถ้าเว้นระยะสั้นเกินไปจะไม่มีประโยชน์
แต่ถ้าปล่อยไว้นานเกินไปก็จะเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ครับ
ช่วงเวลา 4-6 สัปดาห์คือช่วงที่ดีที่สุดที่ระบบน้ำเหลือง
จะช่วยขับเศษหมึกที่ถูกเลเซอร์ทำลายออกไป
ดังนั้นต่อให้มารับบริการเร็วกว่านี้
ก็แทบจะไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมครับ"
— หมอวี ยองจิน (Beautystone Clinic ฮงแด)
"อยากให้รอยสักหายไปไวๆ
ขอทำทุก 2 สัปดาห์ไม่ได้เหรอคะ?"
คุณหมอมักจะได้ยินคำถามนี้บ่อยมากๆ ในห้องตรวจครับ
แต่ความเป็นจริงคือ ต่อให้เรายิงเลเซอร์เพื่อสลายเม็ดสีหมึกไปแล้ว
แต่มันไม่ได้อันตรธานสลายไปในทันทีครับ
หัวใจสำคัญมันอยู่ที่ 'ระบบน้ำเหลือง' ในร่างกายของเราครับ
เมื่อเม็ดเลือดขาว (Macrophage) คอยกลืนกินเศษหมึกที่กระจายตัวออก
แล้วคอยลำเลียงทิ้งผ่านท่อน้ำเหลือง
กระบวนการนี้ต้องใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 4-6 สัปดาห์ครับ
ซึ่งระบบกลไกทางธรรมชาติของร่างกายคนเรา
ต้องการระยะเวลาประมาณนี้เหมือนกันเกือบทุกคน
ถ้าหากยิงเลเซอร์ซ้ำอีกครั้งหลังผ่านไปแค่ 2 สัปดาห์ ก็เท่ากับเป็นการยิงเลเซอร์ซ้ำซ้อน
ลงบนรอยสักรอบเดิมที่ร่ายกายยังเคลียร์เม็ดสีเก่าไปไม่หมด ซึ่งไม่มีประสิทธิภาพเลยครับ
ซ้ำร้ายจะยิ่งเป็นการทำร้ายผิวปกติรอบข้างโดยไม่จำเป็น
ทำให้ผิวเสี่ยงต่อการเกิดรอยดำ (PIH) หรืออาการผิวแดงอักเสบได้ง่ายขึ้นไปอีกครับ
เมื่อสัปดาห์ก่อน มีคนไข้ผู้ชายอายุ 35 ปีท่านหนึ่ง
เคยลบรอยสักจากคลินิกอื่นมา 5 ครั้งแบบเว้นระยะห่างทุกๆ 2 สัปดาห์
แต่มาบ่นบอกคุณหมอว่ารอยสักแทบไม่จางลงเลย
ก็เพราะว่าไม่ได้เว้นระยะเวลาขับเม็ดสีออกเลย
ทำให้ผลลัพธ์ของเลเซอร์ไม่สามารถสะสมผลการรักษาได้
หลังจากที่คุณหมอปรับการรักษาใหม่เป็นทุกๆ 5 สัปดาห์ และทำไปเพียง 3 ครั้ง
รอยสักเลือนรางจางลงและเผยผิวสะอาดขึ้น
ดีกว่าผลลัพธ์จากการยิงเลเซอร์ 5 ครั้งก่อนหน้านั้นแบบเห็นได้ชัดเลยครับ

ระยะเวลาเว้นช่วงทำ PicoWay
ไกด์ไลน์ออกแบบตามสีหมึกและบริเวณที่สัก
เพราะสีของหมึกและตำแหน่งรอยสักต่างกัน
ระยะเวลาที่เหมาะสมจึงแตกต่างกันไปด้วยนะครับ
ประเภท | ระยะเวลาแนะนำ | เหตุผล |
สีดำ/น้ำเงิน (ชั้นตื้น) | 4 สัปดาห์ | จับพลังงานได้ดีและขับสีออกได้ไว |
สีดำ/น้ำเงิน (หลัง/เอว) | 5-6 สัปดาห์ | การไหลเวียนน้ำเหลืองช้ากว่า ต้องการเวลาในการขับออก |
หมึกสีแดง/เหลือง | 5-6 สัปดาห์ | หลังใช้คลื่น 532nm ต้องเผื่อเวลาให้ผิวฟื้นฟูตัว |
สักกึ่งถาวร / สักคิ้ว | 4 สัปดาห์ | ระดับความลึกตื้น ใช้ระยะมาตรฐานได้ |
เลเซอร์ฝ้า/รอยจุดด่างดำ (Toning) | 2-3 สัปดาห์ | ใช้หลักการกระตุ้นเม็ดสีเมลานิน แตกต่างจากกลไกการลบรอยสัก |
รอยสักบริเวณน่องหรือข้อเท้า การไหลเวียนน้ำเหลืองจะช้ากว่าบริเวณใบหน้า
ดังนั้นการเว้นระยะพักผิวประมาณ 6 สัปดาห์จะช่วยให้เห็นผลดีที่สุดครับ
และต้องเน้นย้ำว่า หลักการกำจัดเม็ดสีหมึกสัก (การลบรอยสัก)
กับหลักการกระตุ้นเม็ดสีเมลานิน (การยิง Toning) แตกต่างกันสิ้นเชิง
ระวังอย่าสับสนสลับระยะเวลารักษาของทั้งสองเทคนิคนะครับ
3 คำถามยอดฮิต
ที่ลูกค้าชอบถามเข้ามาบ่อยที่สุด
Q1. คิวเลื่อนเลยต้องเว้นไปทำตอน 8 สัปดาห์
จะได้ผลลัพธ์ดีเท่าเดิมไหมคะ?
เนื่องจากกระบวนการระบายหมึกจะเสร็จสมบูรณ์ช่วงสัปดาห์ที่ 4-6
ดังนั้นถึงจะมาเลเซอร์ตอนสัปดาห์ที่ 8 ผลลัพธ์ก็แทบไม่แตกต่างกันเลยครับ
อย่างไรก็ตาม หากปล่อยเวลานานเกิน 3 เดือน ประสิทธิภาพในการลบรอยสักสะสมอาจลดลงเล็กน้อย
ถ้าสะดวกแนะนำว่าพยายามมาตามนัดช่วงสัปดาห์ที่ 6-8
จะเป็นช่วงที่เคลียร์ผิวได้มีประสิทธิภาพสูงสุดครับ
Q2. มีวิธีลดจำนวนครั้งลง
เพื่อจะลบให้หายไวๆ บ้างไหมคะ?
จำนวนครั้งที่ต้องรักษามักจะถูกประเมินไว้ล่วงหน้า
โดยดูจากปริมาณความหนาแน่นและระดับความลึกของหมึกสักอยู่แล้วครับ
หากเร่งใช้พลังงานยิงที่สูงเกินไปตั้งแตแรก อาจก่อให้เกิดแผลเป็นหรือคีลอยด์ตามมาได้
การรักษาตามกำหนดระยะเวลาที่แม่นยำและถูกต้อง
คือวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยลดทั้งความบอบช้ำของผิวและประหยัดค่าใช้จ่ายทั้งหมดครับ
Q3. มีรอยดำหลังเลเซอร์โผล่ขึ้นมา
สามารถทำเลเซอร์รอบถัดไปต่อเลยได้ไหมคะ?
กรณีนี้แนะนำให้ "เลื่อน" การรักษาก่อนเป็นอันดับแรกเลยครับ
การยิงเลเซอร์ทับลงบนผิวที่มีรอยดำ (PIH) จะเป็นการ
ระคายเคืองกระตุ้นเม็ดสีเมลานิน ทำให้สีผิวบริเวณนั้นมีสีเข้มขึ้นเรื่อยๆ
เพื่อความปลอดภัย แนะนำให้ทำใจร่มๆ เว้นระยะห่างออกไปอีกสัก 2 สัปดาห์
ให้ผิวของคนไข้ได้สงบตัวลงและฟื้นฟูก่อนดีกว่าครับ
ถ้าอยากให้ทุกคนจำเกร็ดความรู้สั้นๆ ของวันนี้ไปใช้ได้จริงละก็
— ไม่จำเป็นต้องเพิ่มรอบยิง PicoWay บ่อยๆ
แต่ให้โฟกัสที่การรักษาความสม่ำเสมอ เว้นช่วงทุกๆ 4-6 สัปดาห์ อย่างสม่ำเสมอนะครับ
เพราะหมึกสักนั้นไม่ได้หายไปจากการยิงของเลเซอร์กระแทกโดยตรง
แต่เป็นการปล่อยให้ร่างกายขับผิวออกไปตามธรรมชาติหลังเลเซอร์สลายแล้วครับ
ในบล็อกถัดไป
หมอจะมาไขข้อข้องใจเรื่อง 'ทำไมสักสีกำหมึกดำเหมือนเดิม แต่ใช้จำนวนรอบลบไม่เท่ากัน' ให้ฟังกันครับ
ฝากติดตามต่อด้วยนะครับ
หมอวี ยองจิน สวัสดีครับ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
ช่วงเวลาทองคำ (Golden Time) ในการทำ รีจูรัน ให้เห็นประสิทธิภาพสูงสุด — แนะนำจากปากคุณหมอโดยตรง
วิธีกำหนดเวลาเปลี่ยนแผ่นแปะแผล DuoDerm ถ้ารู้วิธีนี้ก็จัดการผิวได้ง่ายๆ เลย
สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องการลบรอยสักแถวฮงแดหรือฮับจอง หมอวี ยองจิน มีคำตอบมาไขข้อข้องใจให้ครับ
คำถามที่พบบ่อย
Q. ถ้าตารางเลื่อนออกไป ไปอีกครั้งหลัง 8 สัปดาห์ ผลลัพธ์จะเหมือนเดิมไหม?
A. การขับออกจะสิ้นสุดภายใน 4–6 สัปดาห์ ดังนั้นแม้จะได้รับหลัง 8 สัปดาห์ก็ไม่แตกต่างกันมากนัก
Q. มีวิธีที่จะลดจำนวนรอบและทำให้เสร็จเร็วขึ้นไหม?
A. จำนวนครั้งที่จำเป็นตามปริมาณหมึกและความลึกได้ถูกกำหนดไว้แล้ว
Q. มีรอยเม็ดสีขึ้นมา แบบนี้ปล่อยไว้เฉย ๆ ได้ไหม?
A. ในกรณีนี้ คุณจำเป็นต้องเลื่อนการทำหัตถการออกไปอย่างแน่นอน
Q. ทำไมการลบรอยสักบริเวณข้อเท้าหรือน่อง ถึงต้องเว้นระยะห่างระหว่างการทำนานกว่าปกติครับ?
A. เนื่องจากบริเวณข้อเท้าและน่องมีการไหลเวียนของน้ำเหลืองค่อนข้างช้า แนะนำให้เว้นระยะห่างประมาณ 5-6 สัปดาห์จะดีที่สุดครับ การทำซ้ำในขณะที่ร่างกายยังขับของเสียออกไม่หมดจะทำให้ประสิทธิภาพลดลง ดังนั้นระยะเวลาที่แนะนำจึงแตกต่างกันไปตามแต่ละส่วนของร่างกายครับ
เรื่องระยะห่างการรักษาเป็นการตัดสินใจทางคลินิกของแพทย์ ซึ่งแยกจากการคาดการณ์จำนวนครั้ง ที่บิวตี้สโตนคลินิกเราใช้แบบประเมิน Kirby–Desai ในการปรึกษาจริงเพื่อกะจำนวนครั้งโดยประมาณจากหกหัวข้อ ได้แก่ ชนิดผิว ตำแหน่ง ปริมาณหมึก การสักทับ แผลเป็นหรือการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อ และสี ตัวเลขที่ได้ไม่ตายตัวและอาจปรับใหม่ตามการตอบสนองของผิวแต่ละคน สำหรับงานกึ่งถาวรบริเวณคิ้ว แพทย์จะดูความเหมาะสมก่อนเป็นอันดับแรก และหากคุณต้องกลับประเทศระหว่างคอร์ส เราจะคุยเรื่องแผนกลับมาทำซ้ำและการดูแลผิวที่บ้านไว้ล่วงหน้า









