ผู้อำนวยการ วี ยองจิน คิม กาอึล แห่งคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก

CureJet vs Potenza, เกณฑ์ในการแนะนำหัตถการลดรูขุมขน

CureJet vs Potenza, เกณฑ์ในการแนะนำหัตถการลดรูขุมขน

CureJet vs Potenza, เกณฑ์ในการแนะนำหัตถการลดรูขุมขน

แนะนำหัตถการเพื่อลดขนาดรูขุมขน โดยตัวเลือกที่เหมาะสมระหว่าง CureJet กับ Potenza จะแตกต่างกันไปตามปริมาณซีบัม ขนาดรูขุมขน และระยะพักฟื้น เราได้สรุปหลักการของหัตถการและไกด์ตามแต่ละประเภทไว้แล้ว

CureJet กับ Potenza, เกณฑ์แนะนำการรักษาเพื่อลดรูขุมขน


อย่างแรก ขอพูดสรุปก่อนเลยนะคะ


การรักษาเพื่อลดรูขุมขนไม่ได้เลือกจากว่า "อันไหนดีกว่า"

แต่ต้องเลือกจากว่า "อะไรเหมาะกับรูขุมขนของเรา"

บทความนี้จะอธิบายเหตุผลให้ค่ะ

모공 축소 시술 추천 비교




CureJet กับ Potenza มีแค่จุดเดียวที่เหมือนกันคือเป็นการรักษารูขุมขน นอกนั้นต่างกันหมด


CureJet ใช้น้ำเกลือ

ผสม Juvelook แล้วยิง water jet ด้วยแรงดันสูงมากเพื่อเติมคอลลาเจนในรูขุมขน

เป็นการรักษาแบบนั้นค่ะ


ส่วน Potenza จะใช้เข็มเล็ก ๆ ปักลงไปในผิว

เพื่อส่งพลังงานคลื่นวิทยุ (RF) ลงไปถึงชั้นหนังแท้

จึงเป็นการรักษาแบบ micro-needle RF ค่ะ

ถ้า CureJet คือแนวคิดแบบ "เติมเต็มในรูขุมขน"

Potenza จะใกล้เคียงกับแนวคิดแบบ "กระชับชั้นหนังแท้รอบรูขุมขน

เพื่อลดปากรูที่กว้างออก" มากกว่า


ตรงนี้เลยค่อนข้างกำกวมอยู่หน่อยค่ะ

แม้จะเป็นปัญหารูขุมขนเหมือนกัน

แต่ถ้าสาเหตุไม่เหมือนกัน คำตอบก็จะต่างกัน






สาเหตุจริงที่ทำให้รูขุมขนดูใหญ่ ยังมีอย่างอื่นอีก



อินไซต์สำคัญของหมอวี ยองจิน

ขนาดรูขุมขน สภาพซีบัม และความสะดวกเรื่อง downtime

เป็นตัวกำหนดว่าควรเลือก CureJet หรือ Potenza

หลายคนมักเข้าใจผิดตรงนี้ค่ะ

รูขุมขนไม่ใช่แค่ "รูที่กว้างขึ้น" เฉย ๆ


บางคนมีซีบัมเยอะจนปากรูขุมขนกว้างออก

บางคนความยืดหยุ่นของชั้นหนังแท้ลดลง ทำให้บริเวณรอบรูขุมขน

หย่อนลงไปด้านล่าง

และบางคนมีแผลเป็นแบบยุบตัวซ้อนอยู่ด้วย


โดยมากจะมีอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือบางครั้งก็มีถึงสามอย่างผสมกัน

ดังนั้นขนาดรูขุมขน สภาพซีบัม

และความสะดวกเรื่อง downtime

จึงเป็นตัวกำหนดว่าควรเลือก CureJet หรือ Potenza

모공 축소 시술 원리 설명

นึกถึงคนไข้ท่านหนึ่งที่มาปรึกษาเมื่อเดือนที่แล้ว

เรื่องสิวกับผิวแดงที่แย่ลงตั้งแต่อายุ 30 กว่า ๆ

ค่ะ


ท่านบอกว่าแค่ผ่านไป 1 วัน

บริเวณ T-zone ก็เริ่มมันเงา

และรูขุมขนข้างจมูกดูดำเด่นชัดเป็นพิเศษ จึงเคยทำ Potenza มาแล้ว 4 ครั้งที่ที่อื่น



แต่บอกว่าแทบไม่เห็นผลเลย

พูดตรง ๆ ก็คือ

เคสนี้จริง ๆ ควรเริ่มจาก CureJet ก่อน


큐어젯 포텐자 비교

ถ้าบริเวณที่ยุบลงไปทางกายภาพ

ไม่ได้เติมด้วย CureJet แต่ใช้ Potenza

เพื่อกระตุ้นการฟื้นฟู (RF) อย่างเดียว

ต่อให้กระชับจากภายนอก ก็ไม่ได้เติมเต็มจากข้างในค่ะ


ในทางกลับกัน ถ้ารูขุมขนบริเวณแก้ม

กว้างออกเหมือนหย่อนลงมา

การทำ CureJet อย่างเดียวซ้ำ ๆ

แม้ผิวจะดูเรียบขึ้น

แต่ความหย่อนก็ยังคงอยู่


โดยทั่วไป Potenza จะใช้เข็มลงได้ลึกประมาณ 0.8~3.5mm

เพื่อกระตุ้นการรีโมเดลชั้นหนังแท้

และการปรับความลึกนี่แหละคือหัวใจสำคัญของรูขุมขนแบบหย่อนคล้อย

สรุปสำคัญของหมอวี ยองจิน


ถ้าปัญหาคือรูขุมขนยุบ/ขาดเนื้อ ให้ CureJet, ถ้าปัญหาคือบริเวณรอบรูขุมขนให้ Potenza ค่ะ


ถ้าเป็นแผลเป็นสิวลึกมาก ให้เริ่ม CureJet ก่อน,

ถ้าเป็นรูขุมขนหย่อนและความยืดหยุ่นลดลง ให้ไป Potenza ค่ะ


มีหลายคนที่ต้องใช้ทั้งสองอย่างร่วมกันค่ะ






แนะนำการรักษาแยกตามประเภทของรูขุมขนแบบนี้

ปกติฉันจะแบ่งในห้องตรวจ

ประมาณนี้ค่ะ

การแบ่ง

CureJet

Potenza

เป้าหมายหลัก

แผลเป็นยุบ, รูขุมขนกว้าง

ความยืดหยุ่นชั้นหนังแท้·บริเวณรอบรูขุมขน

ผิวที่เหมาะ

ผิวมีแผลเป็น

รูขุมขนหย่อน, ความยืดหยุ่นลดลง

ความเจ็บ

ค่อนข้างเจ็บ..

ปานกลางหลังยาชา

downtime

แดง 4 วัน

แดง 2~3 วัน·มีสะเก็ดเล็ก ๆ

จำนวนครั้งที่แนะนำ

เดือนละครั้ง, 3~5 ครั้ง

ทุก 4~6 สัปดาห์, 3 ครั้ง

แต่ก็ไม่ได้แปลว่ามันดีไปหมดทุกอย่างนะคะ

CureJet มีข้อจำกัดกับรูขุมขนแบบแผลเป็นที่กว้างมาก

ส่วน Potenza ยังไม่เด่นพอสำหรับการรักษาแผลเป็น

และมี downtime

จึงอาจไม่สะดวกสำหรับคนที่มีนัดสำคัญใกล้ ๆ


แต่สำหรับคนที่มีทั้งปัญหาแผลเป็นและความยืดหยุ่นของผิวลดลง

การทำ CureJet 2 ครั้งแล้วค่อยต่อด้วย Potenza

ก็ยังเป็นตัวเลือกที่ดีค่ะ






ก่อนทำ ควรเช็ก 3 ข้อนี้เป็นพิเศษ


Q1. ทำ Potenza ไป 5 ครั้งที่อื่นแล้ว แต่รูขุมขนยังเหมือนเดิมค่ะ เพราะอะไรคะ?

A. มักเป็นกรณีที่มีแผลเป็นยุบตัวเยอะค่ะ

หมายถึงมีช่องว่างที่ต้องเติมจริง ๆ

ถ้าใช้ RF อย่างเดียวซ้ำ ๆ

ผลมักไม่ค่อยขึ้นค่ะ


กรณีนี้แนะนำให้เริ่มจาก CureJet เพื่อเคลียร์ซีบัมก่อน

แล้วค่อยต่อด้วย Potenza ค่ะ

หลายเคสที่เคยทำมาหลายครั้งที่อื่น

พอมาใช้คอมโบ 2~3 ครั้งกับที่นี่

แล้วพอใจมากขึ้นค่ะ

Q2. ทำพร้อมกันในวันเดียวได้ไหมคะ? ผิวจะรับไหวหรือเปล่า

A. แนะนำว่าไม่ควรทำในวันเดียวกันค่ะ

เพราะการประเมินผลของแต่ละวิธีแยกกันก็สำคัญ

แต่ถ้าสภาพผิวระคายเคืองง่าย

ก็อาจแรงเกินไปได้

ดังนั้นครั้งแรกฉันจะแยกทำก่อน

แล้วค่อยรวมกันตั้งแต่ครั้งที่ 2 เป็นต้นไปค่ะ


Q3. หลังทำแล้วผิวไวขึ้นหรือแดงขึ้น ถือว่าปกติไหมคะ?

A. Potenza มีเข็มลงไปในผิว

จึงอาจมีรอยแดงและสะเก็ดเล็ก ๆ ประมาณ 2~3 วันค่ะ

(แต่โดยทั่วไปแต่งหน้าปกปิดได้หลัง 1 วัน)


ส่วน CureJet เป็นการส่งตัวยาเข้าไปในผิวโดยตรง

จึงมี downtime ยาวกว่า Potenza ประมาณ 2 วันค่ะ


แต่หลังทำ 3 วันแรก ให้พักสกินแคร์กลุ่มเรตินอล·กรดต่าง ๆ

และใส่ใจการกันแดดด้วยนะคะ


บางครั้งอาจเกิดรอยคล้ำชั่วคราวได้

แต่ส่วนใหญ่ดูแลแล้วจะค่อย ๆ ดีขึ้นค่ะ

สามารถปรึกษาผ่าน KakaoTalk ก่อนเข้ามาที่คลินิกได้ค่ะ

CureJet กับ Potenza, เกณฑ์แนะนำการรักษาเพื่อลดรูขุมขน


อย่างแรก ขอพูดสรุปก่อนเลยนะคะ


การรักษาเพื่อลดรูขุมขนไม่ได้เลือกจากว่า "อันไหนดีกว่า"

แต่ต้องเลือกจากว่า "อะไรเหมาะกับรูขุมขนของเรา"

บทความนี้จะอธิบายเหตุผลให้ค่ะ

모공 축소 시술 추천 비교




CureJet กับ Potenza มีแค่จุดเดียวที่เหมือนกันคือเป็นการรักษารูขุมขน นอกนั้นต่างกันหมด


CureJet ใช้น้ำเกลือ

ผสม Juvelook แล้วยิง water jet ด้วยแรงดันสูงมากเพื่อเติมคอลลาเจนในรูขุมขน

เป็นการรักษาแบบนั้นค่ะ


ส่วน Potenza จะใช้เข็มเล็ก ๆ ปักลงไปในผิว

เพื่อส่งพลังงานคลื่นวิทยุ (RF) ลงไปถึงชั้นหนังแท้

จึงเป็นการรักษาแบบ micro-needle RF ค่ะ

ถ้า CureJet คือแนวคิดแบบ "เติมเต็มในรูขุมขน"

Potenza จะใกล้เคียงกับแนวคิดแบบ "กระชับชั้นหนังแท้รอบรูขุมขน

เพื่อลดปากรูที่กว้างออก" มากกว่า


ตรงนี้เลยค่อนข้างกำกวมอยู่หน่อยค่ะ

แม้จะเป็นปัญหารูขุมขนเหมือนกัน

แต่ถ้าสาเหตุไม่เหมือนกัน คำตอบก็จะต่างกัน






สาเหตุจริงที่ทำให้รูขุมขนดูใหญ่ ยังมีอย่างอื่นอีก



อินไซต์สำคัญของหมอวี ยองจิน

ขนาดรูขุมขน สภาพซีบัม และความสะดวกเรื่อง downtime

เป็นตัวกำหนดว่าควรเลือก CureJet หรือ Potenza

หลายคนมักเข้าใจผิดตรงนี้ค่ะ

รูขุมขนไม่ใช่แค่ "รูที่กว้างขึ้น" เฉย ๆ


บางคนมีซีบัมเยอะจนปากรูขุมขนกว้างออก

บางคนความยืดหยุ่นของชั้นหนังแท้ลดลง ทำให้บริเวณรอบรูขุมขน

หย่อนลงไปด้านล่าง

และบางคนมีแผลเป็นแบบยุบตัวซ้อนอยู่ด้วย


โดยมากจะมีอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือบางครั้งก็มีถึงสามอย่างผสมกัน

ดังนั้นขนาดรูขุมขน สภาพซีบัม

และความสะดวกเรื่อง downtime

จึงเป็นตัวกำหนดว่าควรเลือก CureJet หรือ Potenza

모공 축소 시술 원리 설명

นึกถึงคนไข้ท่านหนึ่งที่มาปรึกษาเมื่อเดือนที่แล้ว

เรื่องสิวกับผิวแดงที่แย่ลงตั้งแต่อายุ 30 กว่า ๆ

ค่ะ


ท่านบอกว่าแค่ผ่านไป 1 วัน

บริเวณ T-zone ก็เริ่มมันเงา

และรูขุมขนข้างจมูกดูดำเด่นชัดเป็นพิเศษ จึงเคยทำ Potenza มาแล้ว 4 ครั้งที่ที่อื่น



แต่บอกว่าแทบไม่เห็นผลเลย

พูดตรง ๆ ก็คือ

เคสนี้จริง ๆ ควรเริ่มจาก CureJet ก่อน


큐어젯 포텐자 비교

ถ้าบริเวณที่ยุบลงไปทางกายภาพ

ไม่ได้เติมด้วย CureJet แต่ใช้ Potenza

เพื่อกระตุ้นการฟื้นฟู (RF) อย่างเดียว

ต่อให้กระชับจากภายนอก ก็ไม่ได้เติมเต็มจากข้างในค่ะ


ในทางกลับกัน ถ้ารูขุมขนบริเวณแก้ม

กว้างออกเหมือนหย่อนลงมา

การทำ CureJet อย่างเดียวซ้ำ ๆ

แม้ผิวจะดูเรียบขึ้น

แต่ความหย่อนก็ยังคงอยู่


โดยทั่วไป Potenza จะใช้เข็มลงได้ลึกประมาณ 0.8~3.5mm

เพื่อกระตุ้นการรีโมเดลชั้นหนังแท้

และการปรับความลึกนี่แหละคือหัวใจสำคัญของรูขุมขนแบบหย่อนคล้อย

สรุปสำคัญของหมอวี ยองจิน


ถ้าปัญหาคือรูขุมขนยุบ/ขาดเนื้อ ให้ CureJet, ถ้าปัญหาคือบริเวณรอบรูขุมขนให้ Potenza ค่ะ


ถ้าเป็นแผลเป็นสิวลึกมาก ให้เริ่ม CureJet ก่อน,

ถ้าเป็นรูขุมขนหย่อนและความยืดหยุ่นลดลง ให้ไป Potenza ค่ะ


มีหลายคนที่ต้องใช้ทั้งสองอย่างร่วมกันค่ะ






แนะนำการรักษาแยกตามประเภทของรูขุมขนแบบนี้

ปกติฉันจะแบ่งในห้องตรวจ

ประมาณนี้ค่ะ

การแบ่ง

CureJet

Potenza

เป้าหมายหลัก

แผลเป็นยุบ, รูขุมขนกว้าง

ความยืดหยุ่นชั้นหนังแท้·บริเวณรอบรูขุมขน

ผิวที่เหมาะ

ผิวมีแผลเป็น

รูขุมขนหย่อน, ความยืดหยุ่นลดลง

ความเจ็บ

ค่อนข้างเจ็บ..

ปานกลางหลังยาชา

downtime

แดง 4 วัน

แดง 2~3 วัน·มีสะเก็ดเล็ก ๆ

จำนวนครั้งที่แนะนำ

เดือนละครั้ง, 3~5 ครั้ง

ทุก 4~6 สัปดาห์, 3 ครั้ง

แต่ก็ไม่ได้แปลว่ามันดีไปหมดทุกอย่างนะคะ

CureJet มีข้อจำกัดกับรูขุมขนแบบแผลเป็นที่กว้างมาก

ส่วน Potenza ยังไม่เด่นพอสำหรับการรักษาแผลเป็น

และมี downtime

จึงอาจไม่สะดวกสำหรับคนที่มีนัดสำคัญใกล้ ๆ


แต่สำหรับคนที่มีทั้งปัญหาแผลเป็นและความยืดหยุ่นของผิวลดลง

การทำ CureJet 2 ครั้งแล้วค่อยต่อด้วย Potenza

ก็ยังเป็นตัวเลือกที่ดีค่ะ






ก่อนทำ ควรเช็ก 3 ข้อนี้เป็นพิเศษ


Q1. ทำ Potenza ไป 5 ครั้งที่อื่นแล้ว แต่รูขุมขนยังเหมือนเดิมค่ะ เพราะอะไรคะ?

A. มักเป็นกรณีที่มีแผลเป็นยุบตัวเยอะค่ะ

หมายถึงมีช่องว่างที่ต้องเติมจริง ๆ

ถ้าใช้ RF อย่างเดียวซ้ำ ๆ

ผลมักไม่ค่อยขึ้นค่ะ


กรณีนี้แนะนำให้เริ่มจาก CureJet เพื่อเคลียร์ซีบัมก่อน

แล้วค่อยต่อด้วย Potenza ค่ะ

หลายเคสที่เคยทำมาหลายครั้งที่อื่น

พอมาใช้คอมโบ 2~3 ครั้งกับที่นี่

แล้วพอใจมากขึ้นค่ะ

Q2. ทำพร้อมกันในวันเดียวได้ไหมคะ? ผิวจะรับไหวหรือเปล่า

A. แนะนำว่าไม่ควรทำในวันเดียวกันค่ะ

เพราะการประเมินผลของแต่ละวิธีแยกกันก็สำคัญ

แต่ถ้าสภาพผิวระคายเคืองง่าย

ก็อาจแรงเกินไปได้

ดังนั้นครั้งแรกฉันจะแยกทำก่อน

แล้วค่อยรวมกันตั้งแต่ครั้งที่ 2 เป็นต้นไปค่ะ


Q3. หลังทำแล้วผิวไวขึ้นหรือแดงขึ้น ถือว่าปกติไหมคะ?

A. Potenza มีเข็มลงไปในผิว

จึงอาจมีรอยแดงและสะเก็ดเล็ก ๆ ประมาณ 2~3 วันค่ะ

(แต่โดยทั่วไปแต่งหน้าปกปิดได้หลัง 1 วัน)


ส่วน CureJet เป็นการส่งตัวยาเข้าไปในผิวโดยตรง

จึงมี downtime ยาวกว่า Potenza ประมาณ 2 วันค่ะ


แต่หลังทำ 3 วันแรก ให้พักสกินแคร์กลุ่มเรตินอล·กรดต่าง ๆ

และใส่ใจการกันแดดด้วยนะคะ


บางครั้งอาจเกิดรอยคล้ำชั่วคราวได้

แต่ส่วนใหญ่ดูแลแล้วจะค่อย ๆ ดีขึ้นค่ะ

สามารถปรึกษาผ่าน KakaoTalk ก่อนเข้ามาที่คลินิกได้ค่ะ

บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก
บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก

บทความแนะนำ

บทความแนะนำ

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ทำไมใช้ Potenza เหมือนกัน บางคนเห็นผล แต่บางคนไม่เห็นผล? (ความลับอยู่ที่ 'ทิป')

ยกกระชับ

ทั้งที่เป็น Potenza RF เหมือนกัน ทำไมรีวิวถึงต่างกันมากขนาดนี้?

เหตุผลที่รีวิวของไมโครนีดเดิล RF แบบเดียวกันถึงแตกต่างกันมาก จริงๆ แล้วเป็นเพราะ tip, ความลึก, พลังงาน และจำนวนครั้งที่ทำในแต่ละครั้งไม่เหมือนกัน เราเลยสรุปไว้แล้วว่าควรอ่านรีวิวอย่างไร

Ulthera vs Shurink, "ปีละครั้ง vs ทำ 2 ครั้งใน 6 เดือน" แบบไหนคุ้มกว่ากับผิวของฉัน?

ยกกระชับ

Ulthera vs Shurink, ความแตกต่างระหว่างทำปีละ 1 ครั้งกับทุก 6 เดือน

Ulthera vs Shurink สุดท้ายแล้วก็คือความต่างระหว่างทำแบบแรง ๆ ปีละ 1 ครั้ง กับทำแบบอ่อนโยนทุก 6 เดือน สำหรับคนวัย 50 ที่มีความหย่อนคล้อย กับคนวัย 30 ที่เน้นป้องกัน แม้จะใช้ความลึก 4.5mm เหมือนกัน คำตอบก็ไม่เหมือนกัน

เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ที่ทำให้จุดด่างดำ (검버섯) ยังเหมือนเดิม แม้ทำเลเซอร์โทนนิ่งมานานกว่าหนึ่งปี

ผิว

เหตุผลที่เลเซอร์ CO2 สำหรับจุดด่างดำ ถ้ากำจัดเบาเกินไป จะกลับมาเป็นซ้ำใน 1 เดือน

เลเซอร์ CO2 สำหรับจุดด่างดำ ถ้าปรับพลังงานไม่ถึงระดับที่เหมาะสม ก็อาจกลับมาเป็นซ้ำได้ภายใน 1–2 เดือน สรุปให้ว่า ทำไมการลอกผิวลงไปถึงชั้นบนของหนังแท้แบบเบา ๆ ถึงเป็นหัวใจสำคัญ

ถ้าทำเลเซอร์โทนนิ่ง 10 ครั้งแล้วจุดด่างดำยังเหมือนเดิมอยู่หรือเปล่า? 90% มักเป็นปัญหาเรื่องการเลือก “ความยาวคลื่น”

ผิว

พูดตรงๆ เลยครับ เมื่อ 5 ปีก่อน ผมเองก็ไม่ได้ใช้ 1064nm แบบนี้เหมือนกัน

ทำไมเลเซอร์ 1064nm ถึงได้ผลไม่ค่อยแรงกับจุดด่างดำ แต่กลับแรงกับฝ้าและรอยสัก? สรุปให้เข้าใจง่ายทั้งเรื่อง trade-off ระหว่างความลึกของความยาวคลื่นกับการดูดกลืนแสง และเหตุผลว่าทำไมถึงต้องใช้ dual toning ด้วย

โบท็อกซ์รักษาภาวะเหงื่อออกมาก 300,000 วอน vs 700,000 วอน คุณเคยดูไหมว่า “ใช้ยาไปเยอะแค่ไหน”?

ยกกระชับ

ราคาบอท็อกซ์รักษาเหงื่อออกมาก ทำไมถึงต่างกันได้มากกว่า 5 เท่า

โบท็อกซ์รักษาภาวะเหงื่อออกมาก ราคาทำไมถึงต่างจากโบท็อกซ์ทั่วไปมากกว่า 5 เท่า? เราจะอธิบายโครงสร้างการทำหัตถการแบบ 100 ยูนิต และความคุ้มค่าที่แท้จริงจากผลลัพธ์ที่อยู่ได้นาน 4–6 เดือน

"ไม่ได้อ้วนขึ้นแต่มีเหนียง?" ทำไมก่อนปรึกษาดูดไขมันถึงควรเริ่มจากอัลตราซาวนด์

ยกกระชับ

โบท็อกซ์ลดเหนียง: ทำไมต้องดูต่อมน้ำลายก่อนดูดไขมัน

ถ้าคุณกำลังค้นหาเกี่ยวกับโบท็อกซ์ลดเหนียง ลองเช็กข้อนี้ก่อนนะคะ ถ้าไม่ใช่ไขมัน แต่เป็นต่อมน้ำลายใต้คางที่โตขึ้น การดูดไขมันจะไม่ได้ผลเลย ส่วนโบท็อกซ์ 20~40U คือคำตอบค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1