คิวร์เจ็ท vs Potenza เลือกแบบไหนดีสำหรับรูขุมขน?
คิวร์เจ็ท vs Potenza เลือกแบบไหนดีสำหรับรูขุมขน?
คิวร์เจ็ท vs Potenza เลือกแบบไหนดีสำหรับรูขุมขน?
เลือก คิวร์เจ็ท หรือ Potenza ขึ้นกับซีบัม ขนาดรูขุมขน และระยะพักฟื้น สรุปหลักการเลือกตามสภาพผิว
คิวร์เจ็ท vs Potenza เกณฑ์แนะนำสำหรับโปรแกรมกระชับรูขุมขน
ขอสรุปให้ฟังตรงนี้ก่อนเลยนะครับ
การเลือกโปรแกรมกระชับรูขุมขน ไม่ใช่การถามว่า "แบบไหนดีกว่ากัน" แต่เป็น
"แบบไหนที่ใช่และเหมาะกับรูขุมขนของเรา" มากกว่าครับ
แล้วในบทความนี้ ผมจะมาเล่าให้ฟังครับว่าทำไม

คิวร์เจ็ท และ Potenza เหมือนกันแค่เป็น 'จุด' ดูแลรูขุมขน แต่นอกนั้นต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ
คิวร์เจ็ท คือการใช้น้ำเกลือปราศจากเชื้อ
ผสมกับ จูวีลุค แล้วยิงด้วยพลังงานแรงดันน้ำสูงพิเศษ (Water Jet) เข้าไปในรูขุมขน
เพื่อกระตุ้นและเติมเต็มคอลลาเจนครับ
ส่วน Potenza คือการใช้เข็มขนาดเล็ก (Microneedle) สัมผัสลงบนผิว
เพื่อส่งพลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) ลงไปถึงชั้นหนังแท้
ซึ่งจัดเป็นโปรแกรม Microneedle RF ครับ
ถ้าจะพูดให้เห็นภาพ คิวร์เจ็ท คือการ "เติมเต็มจากข้างในรูขุมขน" ส่วน
Potenza จะใกล้เคียงกับแนวคิด "กระชับชั้นหนังแท้รอบๆ รูขุมขน
เพื่อบีบให้ปากรูขุมขนที่เบิกกว้างนั้นแคบลง" ครับ
ดังนั้น เรื่องนี้จึงค่อนข้างละเอียดอ่อน
แม้จะเป็นกังวลเรื่องรูขุมขนเหมือนกัน
แต่ถ้าสาเหตุต่างกัน ผลลัพธ์และคำตอบก็ย่อมต่างกันออกไปครับ
สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้รูขุมขนดูกว้างนั้น จริงๆ แล้วมีมากกว่าที่คิดครับ
อินไซต์สำคัญจาก หมอวี ยองจิน
การเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมระหว่าง คิวร์เจ็ท หรือ Potenza จะขึ้นอยู่กับขนาดรูขุมขน สภาพน้ำมันส่วนเกิน และระยะเวลาพักฟื้น (Downtime) ที่สะดวกครับ
มีหลายคนเข้าใจผิดคิดว่า
รูขุมขนกว้างเป็นแค่ "รูที่ขยายใหญ่ขึ้น" เท่านั้น
แต่จริงๆ แล้วมีทั้งเคสที่น้ำมันผิวอุดตันมากจนปากรูขุมขนขยายกว้าง
เคสที่ความยืดหยุ่นของชั้นหนังแท้ลดลงจนทำให้รอบๆ รูขุมขน
หย่อนคล้อยย้อยลงมาข้างล่าง
หรือแม้กระทั่งเคสที่มีรอยหลุมสิวร่วมด้วย
ส่วนใหญ่จะเจออย่างน้อยหนึ่งถึงสองสาเหตุ หรือบางครั้งก็ผสมกันทั้งสามสาเหตุเลยครับ
ดังนั้น ขึ้นอยู่กับขนาดรูขุมขน สภาพซีบัม (น้ำมันผิว)
และระยะเวลาพักฟื้นที่คุณสะดวก
โปรแกรมที่เหมาะสมระหว่าง คิวร์เจ็ท และ Potenza จึงแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลครับ

ทำให้นึกถึงคนไข้ท่านหนึ่งเมื่อเดือนก่อนที่อยู่ในช่วงวัย 30 ปี
ที่เข้ามาปรึกษาเรื่องปัญหาสิวและรอยแดงรวมถึงผิวที่เริ่มหย่อนคล้อยลง
คนไข้เล่าว่าผิวมันบริเวณ T-Zone มาก แค่ผ่านไปวันเดียวผิวก็เยิ้มแล้ว
และกังวลเรื่องรูขุมขนข้างจมูกที่ดูดำคล้ำเป็นพิเศษ
ก่อนหน้านี้เคยทำ Potenza จากที่อื่นมาแล้วถึง 4 ครั้ง
แต่กลับรู้สึกว่าแทบไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงเลย
ถ้าพูดกันตามตรงแล้ว
สำหรับเคสนี้ สิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรกไม่ใช่ Potenza แต่เป็น
คิวร์เจ็ท ต่างหากครับ

เพราะหากเราไม่เริ่มเติมเต็มบริเวณที่ผิวเว้าแหว่งหรือยุบตัวลงไป
ด้วย คิวร์เจ็ท ก่อน
แล้วไปเน้นทำแต่ Potenza เพื่อหวังผลเรื่องการฟื้นฟูผิว (RF) เพียงอย่างเดียว
ต่อให้พยายามกระชับผิวจากภายนอกแค่ไหน ข้างในที่ยุบตัวลงไปก็ไม่สามารถฟูขึ้นมาได้ครับ
ในทางกลับกัน สำหรับท่านที่รูขุมขนบริเวณแก้ม
หย่อนคล้อยและย้อยลงด้านล่าง
หากทำแต่ คิวร์เจ็ท ซ้ำๆ
แม้ผิวจะดูเรียบเนียนขึ้นบ้าง
แต่ความรู้สึกหย่อนคล้อยรอบๆ รูขุมขนก็ยังคงเหลืออยู่เหมือนเดิมครับ
ปกติแล้ว Potenza จะใช้เข็มลงลึกได้ประมาณ 0.8~3.5 มม.
เพื่อเข้าไปกระตุ้นการจัดเรียงเกลียวคอลลาเจนใหม่ในชั้นหนังแท้ (Dermal Remodeling)
ซึ่งการปรับระดับความลึกนี้เป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่งสำหรับรูขุมขนที่ขาดความยืดหยุ่นครับ
สรุปใจความสำคัญจาก หมอวี ยองจิน
หากปัญหาคือรูขุมขนยุบตัวเป็นหลุม ให้เลือก คิวร์เจ็ท หากปัญหาเกิดจากเนื้อเยื่อรอบๆ รูขุมขนหย่อนคล้อย ให้เลือก Potenza ครับ
หากมีปัญหาหลุมสิวรุนแรงร่วมด้วย แนะนำให้เริ่มทำ คิวร์เจ็ท ก่อน
แต่หากเป็นรูขุมขนกว้างที่ขาดความยืดหยุ่นและหย่อนคล้อย แนะนำให้เลือก Potenza ครับ
และแน่นอนว่า มีคนไข้จำนวนไม่น้อยเลยครับที่จำเป็นต้องทำทั้งสองโปรแกรมร่วมกัน
เกณฑ์แนะนำการเลือกโปรแกรมตามประเภทของรูขุมขน
ปกติเวลาประเมินคนไข้ที่ห้องตรวจ
ผมมักจะแบ่งเกณฑ์แบบนี้ครับ
หัวข้อ | คิวร์เจ็ท | Potenza |
|---|---|---|
เป้าหมายหลัก | รอยหลุมสิวแผลเป็น, รูขุมขนกว้างแบบยุบตัว | ความยืดหยุ่นชั้นหนังแท้, กระชับรอบรูขุมขน |
ผิวที่เหมาะสม | ผิวที่มีปัญหารอยแผลเป็นหลุมสิว | รูขุมขนหย่อนคล้อย, ผิวขาดความยืดหยุ่น |
ความเจ็บ | ค่อนข้างเจ็บ.. | เจ็บระดับปานกลางหลังแปะยาชา |
ระยะเวลาพักฟื้น (Downtime) | มีรอยแดงประมาณ 4 วัน | รอยแดง 2-3 วัน, อาจมีสะเก็ดขนาดเล็กมาก |
จำนวนครั้งที่แนะนำ | เดือนละ 1 ครั้ง, ต่อเนื่อง 3-5 ครั้ง | ห่างกันทุก 4-6 สัปดาห์, ทำ 3 ครั้ง |
อย่างไรก็ตาม วิธีการเหล่านี้มีจุดเด่นและข้อจำกัดที่ต่างกันครับ
คิวร์เจ็ท อาจมีข้อจำกัดในการช่วยเรื่องรูขุมขนกว้างที่เน้นเรื่องความหย่อนคล้อยมากๆ
ส่วน Potenza มีจุดที่อาจยังไม่ตอบโจทย์เต็มที่สำหรับการรักษาหลุมสิวลึกๆ
และทั้งสองโปรแกรมมีระยะเวลาพักฟื้นผิว (Downtime)
ดังนั้น ใครที่มีนัดสำคัญทันทีหลังจากนี้อาจจะต้องพิจารณาเลือกช่วงเวลาให้เหมาะสมครับ
แต่สำหรับผู้ที่มีทั้งปัญหาหลุมสิวและขาดความยืดหยุ่นร่วมกัน
สูตรผสมผสานอย่างการทำ คิวร์เจ็ท 2 ครั้ง แล้วตามด้วย Potenza
ก็ยังคงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดและให้ผลลัพธ์ยอดเยี่ยมครับ
3 คำถามสุดท้ายที่ต้องเช็กให้ชัวร์ก่อนทำโปรแกรม
Q1. เคยทำ Potenza จากที่อื่นมา 5 ครั้งแล้ว แต่รูขุมขนยังเหมือนเดิมเลย เป็นเพราะอะไรครับ?
A. มีโอกาสสูงมากที่จะเป็นเคสที่มีรอยหลุมสิวลึกหรือแกนรูขุมขนยุบตัวครับ
หมายความว่ามีช่องว่างในระดับชั้นเซลล์อย่างเห็นได้ชัด
หากทำเพียงแค่การส่งคลื่น RF ซ้ำๆ โดยไม่เติมเต็มเนื้อเยื่อ
ก็ยากที่จะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนครับ
สำหรับเคสแบบนี้ ผมแนะนำให้ใช้ คิวร์เจ็ท เข้าไปเคลียร์และเติมเต็มช่องว่างก่อน
แล้วค่อยปรับมาทำ Potenza ในขั้นตอนถัดไปครับ
คนไข้หลายคนที่เคยทำจากที่อื่นแล้วไม่เห็นผล
พอมาปรับใช้โปรแกรมผสมผสาน 2-3 ครั้งที่คลินิกของเรา
ต่างก็พึงพอใจกับผลลัพธ์การรักษามากๆ ครับ
Q2. สามารถทำทั้งสองอย่างพร้อมกันในวันเดียวกันได้ไหมคะ? กังวลว่าผิวจะทำงานหนักเกินไป
A. ส่วนตัวหมอแนะนำว่าไม่ควรทำในวันเดียวกันครับ
เนื่องจากเราจำเป็นต้องประเมินและติดตามผลลัพธ์ของแต่ละโปรแกรมอย่างละเอียดด้วยครับ
นอกจากนี้ อาจเป็นการกระตุ้นผิวที่มากเกินไป
ขึ้นอยู่กับสภาพผิวแต่ละบุคคล
หมอจึงแนะนำให้แยกทำในครั้งแรกก่อน
แล้วค่อยเริ่มทำควบคู่กันตั้งแต่ครั้งที่ 2 เป็นต้นไปจะดีที่สุดครับ
Q3. หลังทำแล้วผิวแดงง่ายขึ้นหรือแพ้ง่ายขึ้น ถือเป็นอาการปกติไหมคะ?
A. เนื่องจาก Potenza มีการใช้เข็มขนาดเล็กสัมผัสกับผิว
จึงอาจเกิดรอยแดงและสะเก็ดขนาดเล็กมากๆ ดีขึ้นได้ใน 2-3 วันครับ
(อย่างไรก็ตาม สามารถแต่งหน้าปกปิดได้หลังจากทำไปแล้ว 1 วันครับ)
สำหรับ คิวร์เจ็ท อาจมีพลังงานทางกลส่งลงลึกไปในผิว
ทำให้ระยะเวลาพักฟื้น (Downtime) อาจจะนานกว่า Potenza ประมาณ 2 วันครับ
ทั้งนี้ ในช่วง 3 วันแรกหลังทำโปรแกรม แนะนำให้งดใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของ Retinol หรือผลิตภัณฑ์กลุ่มกรดเอซิดต่างๆ
และให้ความสำคัญกับการทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอด้วยนะครับ
ในเคสที่พบได้น้อยมาก อาจเกิดรอยดำชั่วคราวหลังทำได้
แต่อาการเหล่านี้หมอสามารถดูแลให้รักษาหายกลับมาเป็นปกติได้ครับ
หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถทักมาปรึกษาผ่านช่องทาง LINE ก่อนเข้ามาใช้บริการได้เลยครับ
คิวร์เจ็ท vs Potenza เกณฑ์แนะนำสำหรับโปรแกรมกระชับรูขุมขน
ขอสรุปให้ฟังตรงนี้ก่อนเลยนะครับ
การเลือกโปรแกรมกระชับรูขุมขน ไม่ใช่การถามว่า "แบบไหนดีกว่ากัน" แต่เป็น
"แบบไหนที่ใช่และเหมาะกับรูขุมขนของเรา" มากกว่าครับ
แล้วในบทความนี้ ผมจะมาเล่าให้ฟังครับว่าทำไม

คิวร์เจ็ท และ Potenza เหมือนกันแค่เป็น 'จุด' ดูแลรูขุมขน แต่นอกนั้นต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ
คิวร์เจ็ท คือการใช้น้ำเกลือปราศจากเชื้อ
ผสมกับ จูวีลุค แล้วยิงด้วยพลังงานแรงดันน้ำสูงพิเศษ (Water Jet) เข้าไปในรูขุมขน
เพื่อกระตุ้นและเติมเต็มคอลลาเจนครับ
ส่วน Potenza คือการใช้เข็มขนาดเล็ก (Microneedle) สัมผัสลงบนผิว
เพื่อส่งพลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) ลงไปถึงชั้นหนังแท้
ซึ่งจัดเป็นโปรแกรม Microneedle RF ครับ
ถ้าจะพูดให้เห็นภาพ คิวร์เจ็ท คือการ "เติมเต็มจากข้างในรูขุมขน" ส่วน
Potenza จะใกล้เคียงกับแนวคิด "กระชับชั้นหนังแท้รอบๆ รูขุมขน
เพื่อบีบให้ปากรูขุมขนที่เบิกกว้างนั้นแคบลง" ครับ
ดังนั้น เรื่องนี้จึงค่อนข้างละเอียดอ่อน
แม้จะเป็นกังวลเรื่องรูขุมขนเหมือนกัน
แต่ถ้าสาเหตุต่างกัน ผลลัพธ์และคำตอบก็ย่อมต่างกันออกไปครับ
สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้รูขุมขนดูกว้างนั้น จริงๆ แล้วมีมากกว่าที่คิดครับ
อินไซต์สำคัญจาก หมอวี ยองจิน
การเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมระหว่าง คิวร์เจ็ท หรือ Potenza จะขึ้นอยู่กับขนาดรูขุมขน สภาพน้ำมันส่วนเกิน และระยะเวลาพักฟื้น (Downtime) ที่สะดวกครับ
มีหลายคนเข้าใจผิดคิดว่า
รูขุมขนกว้างเป็นแค่ "รูที่ขยายใหญ่ขึ้น" เท่านั้น
แต่จริงๆ แล้วมีทั้งเคสที่น้ำมันผิวอุดตันมากจนปากรูขุมขนขยายกว้าง
เคสที่ความยืดหยุ่นของชั้นหนังแท้ลดลงจนทำให้รอบๆ รูขุมขน
หย่อนคล้อยย้อยลงมาข้างล่าง
หรือแม้กระทั่งเคสที่มีรอยหลุมสิวร่วมด้วย
ส่วนใหญ่จะเจออย่างน้อยหนึ่งถึงสองสาเหตุ หรือบางครั้งก็ผสมกันทั้งสามสาเหตุเลยครับ
ดังนั้น ขึ้นอยู่กับขนาดรูขุมขน สภาพซีบัม (น้ำมันผิว)
และระยะเวลาพักฟื้นที่คุณสะดวก
โปรแกรมที่เหมาะสมระหว่าง คิวร์เจ็ท และ Potenza จึงแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลครับ

ทำให้นึกถึงคนไข้ท่านหนึ่งเมื่อเดือนก่อนที่อยู่ในช่วงวัย 30 ปี
ที่เข้ามาปรึกษาเรื่องปัญหาสิวและรอยแดงรวมถึงผิวที่เริ่มหย่อนคล้อยลง
คนไข้เล่าว่าผิวมันบริเวณ T-Zone มาก แค่ผ่านไปวันเดียวผิวก็เยิ้มแล้ว
และกังวลเรื่องรูขุมขนข้างจมูกที่ดูดำคล้ำเป็นพิเศษ
ก่อนหน้านี้เคยทำ Potenza จากที่อื่นมาแล้วถึง 4 ครั้ง
แต่กลับรู้สึกว่าแทบไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงเลย
ถ้าพูดกันตามตรงแล้ว
สำหรับเคสนี้ สิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรกไม่ใช่ Potenza แต่เป็น
คิวร์เจ็ท ต่างหากครับ

เพราะหากเราไม่เริ่มเติมเต็มบริเวณที่ผิวเว้าแหว่งหรือยุบตัวลงไป
ด้วย คิวร์เจ็ท ก่อน
แล้วไปเน้นทำแต่ Potenza เพื่อหวังผลเรื่องการฟื้นฟูผิว (RF) เพียงอย่างเดียว
ต่อให้พยายามกระชับผิวจากภายนอกแค่ไหน ข้างในที่ยุบตัวลงไปก็ไม่สามารถฟูขึ้นมาได้ครับ
ในทางกลับกัน สำหรับท่านที่รูขุมขนบริเวณแก้ม
หย่อนคล้อยและย้อยลงด้านล่าง
หากทำแต่ คิวร์เจ็ท ซ้ำๆ
แม้ผิวจะดูเรียบเนียนขึ้นบ้าง
แต่ความรู้สึกหย่อนคล้อยรอบๆ รูขุมขนก็ยังคงเหลืออยู่เหมือนเดิมครับ
ปกติแล้ว Potenza จะใช้เข็มลงลึกได้ประมาณ 0.8~3.5 มม.
เพื่อเข้าไปกระตุ้นการจัดเรียงเกลียวคอลลาเจนใหม่ในชั้นหนังแท้ (Dermal Remodeling)
ซึ่งการปรับระดับความลึกนี้เป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่งสำหรับรูขุมขนที่ขาดความยืดหยุ่นครับ
สรุปใจความสำคัญจาก หมอวี ยองจิน
หากปัญหาคือรูขุมขนยุบตัวเป็นหลุม ให้เลือก คิวร์เจ็ท หากปัญหาเกิดจากเนื้อเยื่อรอบๆ รูขุมขนหย่อนคล้อย ให้เลือก Potenza ครับ
หากมีปัญหาหลุมสิวรุนแรงร่วมด้วย แนะนำให้เริ่มทำ คิวร์เจ็ท ก่อน
แต่หากเป็นรูขุมขนกว้างที่ขาดความยืดหยุ่นและหย่อนคล้อย แนะนำให้เลือก Potenza ครับ
และแน่นอนว่า มีคนไข้จำนวนไม่น้อยเลยครับที่จำเป็นต้องทำทั้งสองโปรแกรมร่วมกัน
เกณฑ์แนะนำการเลือกโปรแกรมตามประเภทของรูขุมขน
ปกติเวลาประเมินคนไข้ที่ห้องตรวจ
ผมมักจะแบ่งเกณฑ์แบบนี้ครับ
หัวข้อ | คิวร์เจ็ท | Potenza |
|---|---|---|
เป้าหมายหลัก | รอยหลุมสิวแผลเป็น, รูขุมขนกว้างแบบยุบตัว | ความยืดหยุ่นชั้นหนังแท้, กระชับรอบรูขุมขน |
ผิวที่เหมาะสม | ผิวที่มีปัญหารอยแผลเป็นหลุมสิว | รูขุมขนหย่อนคล้อย, ผิวขาดความยืดหยุ่น |
ความเจ็บ | ค่อนข้างเจ็บ.. | เจ็บระดับปานกลางหลังแปะยาชา |
ระยะเวลาพักฟื้น (Downtime) | มีรอยแดงประมาณ 4 วัน | รอยแดง 2-3 วัน, อาจมีสะเก็ดขนาดเล็กมาก |
จำนวนครั้งที่แนะนำ | เดือนละ 1 ครั้ง, ต่อเนื่อง 3-5 ครั้ง | ห่างกันทุก 4-6 สัปดาห์, ทำ 3 ครั้ง |
อย่างไรก็ตาม วิธีการเหล่านี้มีจุดเด่นและข้อจำกัดที่ต่างกันครับ
คิวร์เจ็ท อาจมีข้อจำกัดในการช่วยเรื่องรูขุมขนกว้างที่เน้นเรื่องความหย่อนคล้อยมากๆ
ส่วน Potenza มีจุดที่อาจยังไม่ตอบโจทย์เต็มที่สำหรับการรักษาหลุมสิวลึกๆ
และทั้งสองโปรแกรมมีระยะเวลาพักฟื้นผิว (Downtime)
ดังนั้น ใครที่มีนัดสำคัญทันทีหลังจากนี้อาจจะต้องพิจารณาเลือกช่วงเวลาให้เหมาะสมครับ
แต่สำหรับผู้ที่มีทั้งปัญหาหลุมสิวและขาดความยืดหยุ่นร่วมกัน
สูตรผสมผสานอย่างการทำ คิวร์เจ็ท 2 ครั้ง แล้วตามด้วย Potenza
ก็ยังคงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดและให้ผลลัพธ์ยอดเยี่ยมครับ
3 คำถามสุดท้ายที่ต้องเช็กให้ชัวร์ก่อนทำโปรแกรม
Q1. เคยทำ Potenza จากที่อื่นมา 5 ครั้งแล้ว แต่รูขุมขนยังเหมือนเดิมเลย เป็นเพราะอะไรครับ?
A. มีโอกาสสูงมากที่จะเป็นเคสที่มีรอยหลุมสิวลึกหรือแกนรูขุมขนยุบตัวครับ
หมายความว่ามีช่องว่างในระดับชั้นเซลล์อย่างเห็นได้ชัด
หากทำเพียงแค่การส่งคลื่น RF ซ้ำๆ โดยไม่เติมเต็มเนื้อเยื่อ
ก็ยากที่จะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนครับ
สำหรับเคสแบบนี้ ผมแนะนำให้ใช้ คิวร์เจ็ท เข้าไปเคลียร์และเติมเต็มช่องว่างก่อน
แล้วค่อยปรับมาทำ Potenza ในขั้นตอนถัดไปครับ
คนไข้หลายคนที่เคยทำจากที่อื่นแล้วไม่เห็นผล
พอมาปรับใช้โปรแกรมผสมผสาน 2-3 ครั้งที่คลินิกของเรา
ต่างก็พึงพอใจกับผลลัพธ์การรักษามากๆ ครับ
Q2. สามารถทำทั้งสองอย่างพร้อมกันในวันเดียวกันได้ไหมคะ? กังวลว่าผิวจะทำงานหนักเกินไป
A. ส่วนตัวหมอแนะนำว่าไม่ควรทำในวันเดียวกันครับ
เนื่องจากเราจำเป็นต้องประเมินและติดตามผลลัพธ์ของแต่ละโปรแกรมอย่างละเอียดด้วยครับ
นอกจากนี้ อาจเป็นการกระตุ้นผิวที่มากเกินไป
ขึ้นอยู่กับสภาพผิวแต่ละบุคคล
หมอจึงแนะนำให้แยกทำในครั้งแรกก่อน
แล้วค่อยเริ่มทำควบคู่กันตั้งแต่ครั้งที่ 2 เป็นต้นไปจะดีที่สุดครับ
Q3. หลังทำแล้วผิวแดงง่ายขึ้นหรือแพ้ง่ายขึ้น ถือเป็นอาการปกติไหมคะ?
A. เนื่องจาก Potenza มีการใช้เข็มขนาดเล็กสัมผัสกับผิว
จึงอาจเกิดรอยแดงและสะเก็ดขนาดเล็กมากๆ ดีขึ้นได้ใน 2-3 วันครับ
(อย่างไรก็ตาม สามารถแต่งหน้าปกปิดได้หลังจากทำไปแล้ว 1 วันครับ)
สำหรับ คิวร์เจ็ท อาจมีพลังงานทางกลส่งลงลึกไปในผิว
ทำให้ระยะเวลาพักฟื้น (Downtime) อาจจะนานกว่า Potenza ประมาณ 2 วันครับ
ทั้งนี้ ในช่วง 3 วันแรกหลังทำโปรแกรม แนะนำให้งดใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของ Retinol หรือผลิตภัณฑ์กลุ่มกรดเอซิดต่างๆ
และให้ความสำคัญกับการทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอด้วยนะครับ
ในเคสที่พบได้น้อยมาก อาจเกิดรอยดำชั่วคราวหลังทำได้
แต่อาการเหล่านี้หมอสามารถดูแลให้รักษาหายกลับมาเป็นปกติได้ครับ
หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถทักมาปรึกษาผ่านช่องทาง LINE ก่อนเข้ามาใช้บริการได้เลยครับ
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

ผิว
กินยาคุมอยู่ ทำเลเซอร์ฝ้าได้ไหม ต้องวางแผนยังไง
ฝ้าที่มาจากฮอร์โมนกลับมาง่ายกว่าฝ้าทั่วไป มาดูกลไก แนวทางเลเซอร์ที่เหมาะ และข้อควรระวังก่อนเริ่มค่ะ

ผิว
ดูแลรูขุมขนตอนอายุ 20 กว่า เริ่มเลยหรือรอก่อนดี
รูขุมขนกว้างขึ้นตอนอายุ 20 กว่า ควรเริ่มเลยไหม รวมกลไก จังหวะที่เหมาะ จำนวนครั้ง และข้อควรระวังค่ะ

ผู้ชาย
ผิวผู้ชายหนากว่า ตั้งค่า Oligio X เหมือนเดิมได้ไหม
ชั้นหนังแท้ผู้ชายหนากว่าและมันกว่า ความร้อนจึงไปไม่ถึงชั้นลึก มาดูเหตุผลและแนวหนวดเคราที่ต้องแยกดู

ยกกระชับ
หลังทำ InMode FX บวมกี่วันหาย รอยช้ำจางตอนไหน
ไทม์ไลน์หลังทำ InMode FX วันต่อวัน บวมกับรอยช้ำจางตอนไหน ใครช้ำง่าย ควรเผื่อกี่วันก่อนงานสำคัญค่ะ

ผิว
ฉีดสกินบูสเตอร์ด้วยมือกับใช้หัวฉีด ต่างกันตรงไหน เจ็บกว่ากันไหม?
เทียบการฉีดสกินบูสเตอร์ด้วยมือกับหัวฉีดอัตโนมัติ ทั้งความเจ็บ รอยช้ำ และความลึกที่ยาไปถึง

ยกกระชับ
จำนวนช็อต Sofwave ต้องเท่าไหร่ถึงพอดีกับแต่ละบริเวณ?
ช็อตเยอะกว่าแปลว่าดีกว่าจริงไหม มาดูกันว่าแต่ละบริเวณบนใบหน้าใช้จำนวนต่างกันเพราะอะไรค่ะ
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1
💬 ปรึกษาผ่าน Line
🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1



