ฉีดสลายไขมันแก้มลึกแล้วจบไหม? เอ็นพยุงหย่อนอาจดูหย่อนมากขึ้น การประเมินและหัตถการร่วมจึงสำคัญ

อ่านตรงนี้ก่อนนะครับ
Q. แค่สลายไขมันกระพุ้งแก้ม (buccal fat) จะช่วยให้หน้าเรียวเป็น V-line ได้เลยไหมคะ?
A. ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลครับ
สำหรับท่านที่เส้นยึดผิวหนัง (retaining ligament) เริ่มหย่อนคล้อย หากลดแต่ปริมาณไขมันเพียงอย่างเดียว
ก็อาจจะทำให้แก้มดูหย่อนคล้อยลงยิ่งกว่าเดิมเหมือนถุงหนังที่ว่างเปล่าได้ครับ
Q. แล้วจะเริ่มเห็นผลลัพธ์เมื่อไหร่และเป็นอย่างไรบ้างครับ?
A. โดยปกติแล้วจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของกรอบหน้าตั้งแต่ครั้งที่ 2-3 เป็นต้นไปครับ
ในเคสที่มีความหย่อนคล้อยร่วมด้วย ผลลัพธ์จะแตกต่างกันอย่างชัดเจน
ขึ้นอยู่กับว่าได้ทำโปรแกรมยกกระชับ (lifting) ควบคู่ไปด้วยหรือไม่ครับ

ฉีดสลายไขมันกระพุ้งแก้ม (buccal fat),
ผลลัพธ์ที่แท้จริงจะได้แค่ไหนกันนะ
การฉีดสลายไขมันกระพุ้งแก้ม
เป็นหัตถการที่ช่วยสลายไขมัน
ที่สะสมอยู่ในชั้นลึกบริเวณใต้ขากรรไกร (deep jowl fat)
โดยใช้ตัวยาในการสลายและขับออกตามธรรมชาติครับ
อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นปัญหา "แก้มหย่อนคล้อย" เหมือนกัน
แต่สาเหตุของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันสิ้นเชิงครับ
หากเป็นปัญหาจากไขมัน การฉีดสลายไขมันเพียงอย่างเดียวก็ช่วยให้กรอบหน้ากระชับขึ้นได้
แต่หากมีสาเหตุมาจากกล้ามเนื้อหรือเส้นยึดผิวหนัง
ต่อให้ลดปริมาณไขมันลง กรอบหน้าก็อาจจะไม่ชัดขึ้นครับ
เพราะกลไกการทำงานของผิวในแต่ละชั้นนั้น
แตกต่างจากการทำยกกระชับด้วย Ulthera หรือ ชูริงค์
อย่างสิ้นเชิงเลยครับ

ทำไมบางคนที่ลดปริมาณไขมันลงแล้ว
กลับดูแก้มห้อยย้อยยิ่งกว่าเดิม?
"ปัญหาแก้มห้อยแบบบูลด็อก (bulldog cheeks)
ไม่ได้เกิดจากการที่ไขมันเพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว
แต่เป็นเพราะเส้นยึดผิวหนัง (retaining ligament) เริ่มหย่อนคล้อยลงครับ
หากสลายไขมันลดขนาดลงอย่างเดียว
อาจยิ่งทำให้ผิวดูเหี่ยวและหย่อนคล้อยยิ่งขึ้น
ดังนั้นต้องทำควบคู่กับหัตถการยกกระชับ กรอบหน้าถึงจะกลับมาคมชัดครับ"
— หมอวี ยองจิน (Beautystone Clinic สาขาฮงแด)
สัปดาห์ที่แล้วมีคนไข้วัย 53 ปีท่านหนึ่งเข้ามาปรึกษา เธอเล่าว่าเคยฉีดสลายไขมันกระพุ้งแก้มจากคลินิกอื่นมาถึง 6 ครั้งแล้วครับ
ในช่วงแรกดูเหมือนหน้าจะเรียวลง
แต่พอเข้าสู่ครั้งที่ 4 เป็นต้นไป
กลับรู้สึกว่าแก้มบริเวณข้างมุมปากดูหย่อนคล้อยลงยิ่งกว่าเดิม
สาเหตุเป็นเพราะไขมันลดลงก็จริง แต่เส้นยึดผิวหนัง (retaining ligament)
ที่คอยพยุงผิวไว้
เกิดการหย่อนคล้อยลงไปนั่นเองครับ
เมื่อพื้นที่ที่เคยมีไขมันเต็มเติมถูกทำให้ว่างเปล่า
ผิวหนังจึงคล้อยลงมาด้านล่างเหมือนถุงที่ไม่มีอะไรอยู่ข้างใน
แก้มห้อยย้อยแบบบูลด็อกส่วนใหญ่ ไม่ได้เกิดจากไขมันที่เยอะขึ้น
แต่เกิดจากเส้นเอ็นพยุงผิวที่หย่อนคล้อยลง
จนทำให้ไขมันรอบๆ คล้อยตามลงมาด้วย
เมื่อต้นเหตุคือเส้นยึดพยุงผิว แต่เราไปจัดการแค่ไขมัน
โครงสร้างโครงหน้าจึงดูยุบและหย่อนคล้อยลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ

คู่มือวิเคราะห์ปัญหารายบุคคล
เพื่อผลลัพธ์แก้มกระชับที่ตอบโจทย์
มาลองเช็กดูกันครับว่าคุณจัดอยู่ในกลุ่มไหน
ประเภท | ลักษณะเด่น | แนวทางการรักษาที่แนะนำ |
กลุ่มไขมันล้วน | ช่วงอายุ 20~40 ปี, ความยืดหยุ่นของผิวดีเยี่ยม | ฉีดสลายไขมันเดี่ยวๆ 3~4 ครั้ง |
กลุ่มหย่อนคล้อยร่วมด้วย | ช่วงอายุ 40 ปีขึ้นไป, มีปัญหาแก้มห้อยบูลด็อกชัดเจน | ทำยกกระชับนำก่อน แล้วจึงฉีดสลายไขมันเสริม |
กลุ่มกล้ามเนื้อ (กราม) | เมื่อกัดฟันเคี้ยวจะรู้สึกได้ถึงก้อนกล้ามเนื้อแข็งหนา | แนะนำให้ฉีดท็อกซินลดกราม (botox) เป็นอันดับแรก |
ในห้องตรวจ หมอจะตรวจประเมินทั้ง
ท่านอนและท่านั่งประกอบกันครับ
เพราะหากล้มตัวลงนอนแล้วความหย่อนคล้อยหายไป
ก็มีโอกาสสูงมากที่จะเกิดจากปัญหาเส้นยืดผิวหนังหย่อนคล้อย
มากกว่าปัญหาจากตัวไขมันเองครับ
3 คำถามยอดฮิตก่อนฉีดสลายไขมันกระพุ้งแก้ม
Q1. ฉีดแค่ครั้งเดียวจะเห็นผลเลยไหมคะ?
คนไข้ที่พึงพอใจตั้งแต่การฉีดครั้งแรก
มีเพียงประมาณ 2 ใน 10 คนเท่านั้นครับ
การลดลงของไขมันจริงจะค่อยๆ สะสมตั้งแต่ครั้งที่ 2 เป็นต้นไป
และช่วงเวลาที่คนไข้จะรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน
ส่วนใหญ่จะอยู่ประมาณครั้งที่ 3 เป็นต้นไปครับ
Q2. ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหนครับ?
หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัวอย่างรวดเร็ว
โดยปกติจะคงอยู่ได้นานประมาณ 2~3 ปีครับ
อย่างไรก็ตาม หากน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 5 กก.
เซลล์ไขมันที่ยังหลงเหลืออยู่อาจจะขยายตัวขึ้นอีกครั้ง
ทำให้กรอบหน้ากลับมาดูไม่ชัดเจนได้ ดังนั้นต้องระวังเรื่องน้ำหนักตัวด้วยนะครับ
Q3. มีผลข้างเคียงหรือข้อควรระวังอะไรบ้างครับ?
อาการบวมและรอยช้ำหลังทำประมาณ 3~5 วัน
ถือเป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกายที่เกิดขึ้นได้ครับ
อย่างไรก็ตาม หากฉีดในชั้นที่ตื้นเกินไปโดยไม่ได้คำนึงถึงแนวเส้นประสาท
อาจส่งผลให้รูปปากดูเบี้ยวไม่เท่ากัน หรือเร่งให้เกิดความหย่อนคล้อยเร็วยิ่งขึ้นได้ครับ
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมความเชี่ยวชาญของแพทย์ในการระบุชั้นผิวทางกายวิภาคอย่างแม่นยำจึงสำคัญมากครับ
ถ้าจะให้จำเพียงแค่อย่างเดียวในวันนี้
— ผลลัพธ์ของแก้มกระพุ้งแก้มไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า "ลดไขมันไปได้เยอะแค่ไหน"
แต่ขึ้นอยู่กับว่า "เส้นใยผิวหนังช่วยพยุงไว้ได้ดีแค่ไหน" ครับ
ในบทความหน้า หมอจะมาแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับ "ขั้นตอนการทำคู่กันระหว่าง ชูริงค์ และการฉีดสลายไขมันกระพุ้งแก้มให้ได้ผลดีที่สุด" นะครับ
วันนี้หมอวี ยองจิน ลาไปก่อนครับ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

ยกกระชับ
Alltite RF เห็นผลเมื่อไหร่? ไทม์ไลน์ผลลัพธ์และระยะเวลาที่อยู่ได้
ไทม์ไลน์ผลลัพธ์ Alltite RF ตั้งแต่สัปดาห์แรกถึง 12 สัปดาห์ ระยะเวลาที่อยู่ได้ และข้อควรระวัง

โครงหน้า&วอลลุ่ม
Juvelook Volume กับ Ellanse เลือกอันไหนดีสำหรับแก้มตอบ?
เปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สำหรับแก้มตอบ รู้จักส่วนผสม กลไก และวิธีเลือกที่เหมาะกับคุณ

ผิว
Rejuran HB ทำรอบดวงตาตัวเดียวพอไหม หรือต้องจับคู่กับอะไรเพิ่ม?
รอยย่นรอบดวงตาแต่ละประเภทต้องการการดูแลต่างกัน เจาะลึกว่า Rejuran HB คนเดียวพอ หรือต้องเสริม Botox

โครงหน้า&วอลลุ่ม
โบท็อกซ์กรามกลับมาเหลี่ยมอีกแล้ว ทำซ้ำได้เลยไหม หรือต้องรอ?
กรามเริ่มกลับมาเหลี่ยมหลัง Botox? บทความนี้แนะนำสัญญาณบ่งบอกและจังหวะทำซ้ำที่เหมาะสมค่ะ

ผิว
ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ก่อนตัดสินใจ
ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ผิว แบบไหนทำได้-ควรรอ และการดูแล Skin Barrier ก่อน-หลังทำ

กำจัดขน
ทำเลเซอร์กำจัดขนแล้วขนขึ้นมากขึ้น เกิดอะไรขึ้น?
ทำเลเซอร์กำจัดขนแล้วขนดูเยอะขึ้น? รู้จัก paradoxical hypertrichosis สาเหตุ กลุ่มเสี่ยง วิธีรับมือ



