• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

ฉีดสลายไขมันแก้มลึก ทำไมลดอย่างเดียวยิ่งหย่อนคล้อย

ฉีดสลายไขมันแก้มลึก ทำไมลดอย่างเดียวยิ่งหย่อนคล้อย

ฉีดสลายไขมันแก้มลึก ทำไมลดอย่างเดียวยิ่งหย่อนคล้อย

ฉีดสลายไขมันแก้มลึกแล้วจบไหม? เอ็นพยุงหย่อนอาจดูหย่อนมากขึ้น การประเมินและหัตถการร่วมจึงสำคัญ

เผยแพร่ -

อัปเดต -

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist

การวิเคราะห์จากหมอวีย็องจิน คลินิกบิวตี้สโตน: เหตุผลที่ยิ่งลดไขมันแก้มลึกยิ่งดูหย่อนคล้อย

 

 

อ่านตรงนี้ก่อนนะครับ

 

Q. แค่สลายไขมันกระพุ้งแก้ม (buccal fat) จะช่วยให้หน้าเรียวเป็น V-line ได้เลยไหมคะ?

A. ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลครับ

สำหรับท่านที่เส้นยึดผิวหนัง (retaining ligament) เริ่มหย่อนคล้อย หากลดแต่ปริมาณไขมันเพียงอย่างเดียว

ก็อาจจะทำให้แก้มดูหย่อนคล้อยลงยิ่งกว่าเดิมเหมือนถุงหนังที่ว่างเปล่าได้ครับ

 

Q. แล้วจะเริ่มเห็นผลลัพธ์เมื่อไหร่และเป็นอย่างไรบ้างครับ?

A. โดยปกติแล้วจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของกรอบหน้าตั้งแต่ครั้งที่ 2-3 เป็นต้นไปครับ

ในเคสที่มีความหย่อนคล้อยร่วมด้วย ผลลัพธ์จะแตกต่างกันอย่างชัดเจน

ขึ้นอยู่กับว่าได้ทำโปรแกรมยกกระชับ (lifting) ควบคู่ไปด้วยหรือไม่ครับ

เหตุผลที่ลูกค้าวัย 53 เสียใจหลังทำ 6 ครั้ง: ถ้าลดแค่ปริมาณไขมันแก้มลึก จะกลายเป็น 'หนังว่างเปล่า'

 

 















ฉีดสลายไขมันกระพุ้งแก้ม (buccal fat),

ผลลัพธ์ที่แท้จริงจะได้แค่ไหนกันนะ

การฉีดสลายไขมันกระพุ้งแก้ม

เป็นหัตถการที่ช่วยสลายไขมัน

ที่สะสมอยู่ในชั้นลึกบริเวณใต้ขากรรไกร (deep jowl fat)

โดยใช้ตัวยาในการสลายและขับออกตามธรรมชาติครับ

 

อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นปัญหา "แก้มหย่อนคล้อย" เหมือนกัน

แต่สาเหตุของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันสิ้นเชิงครับ

 

หากเป็นปัญหาจากไขมัน การฉีดสลายไขมันเพียงอย่างเดียวก็ช่วยให้กรอบหน้ากระชับขึ้นได้

แต่หากมีสาเหตุมาจากกล้ามเนื้อหรือเส้นยึดผิวหนัง

ต่อให้ลดปริมาณไขมันลง กรอบหน้าก็อาจจะไม่ชัดขึ้นครับ

 

เพราะกลไกการทำงานของผิวในแต่ละชั้นนั้น

แตกต่างจากการทำยกกระชับด้วย Ulthera หรือ ชูริงค์

อย่างสิ้นเชิงเลยครับ

สลายไขมันแก้มลึก 1 ครั้ง vs 3 ครั้ง ไทม์ไลน์จริงที่เส้นหน้าเปลี่ยนแปลง

 

 















ทำไมบางคนที่ลดปริมาณไขมันลงแล้ว

กลับดูแก้มห้อยย้อยยิ่งกว่าเดิม?

 

"ปัญหาแก้มห้อยแบบบูลด็อก (bulldog cheeks)

ไม่ได้เกิดจากการที่ไขมันเพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว

แต่เป็นเพราะเส้นยึดผิวหนัง (retaining ligament) เริ่มหย่อนคล้อยลงครับ

 

หากสลายไขมันลดขนาดลงอย่างเดียว

อาจยิ่งทำให้ผิวดูเหี่ยวและหย่อนคล้อยยิ่งขึ้น

ดังนั้นต้องทำควบคู่กับหัตถการยกกระชับ กรอบหน้าถึงจะกลับมาคมชัดครับ"

 

— หมอวี ยองจิน (Beautystone Clinic สาขาฮงแด)

 

สัปดาห์ที่แล้วมีคนไข้วัย 53 ปีท่านหนึ่งเข้ามาปรึกษา เธอเล่าว่าเคยฉีดสลายไขมันกระพุ้งแก้มจากคลินิกอื่นมาถึง 6 ครั้งแล้วครับ

 

ในช่วงแรกดูเหมือนหน้าจะเรียวลง

แต่พอเข้าสู่ครั้งที่ 4 เป็นต้นไป

กลับรู้สึกว่าแก้มบริเวณข้างมุมปากดูหย่อนคล้อยลงยิ่งกว่าเดิม

 

สาเหตุเป็นเพราะไขมันลดลงก็จริง แต่เส้นยึดผิวหนัง (retaining ligament)

ที่คอยพยุงผิวไว้

เกิดการหย่อนคล้อยลงไปนั่นเองครับ

 

เมื่อพื้นที่ที่เคยมีไขมันเต็มเติมถูกทำให้ว่างเปล่า

ผิวหนังจึงคล้อยลงมาด้านล่างเหมือนถุงที่ไม่มีอะไรอยู่ข้างใน

 

แก้มห้อยย้อยแบบบูลด็อกส่วนใหญ่ ไม่ได้เกิดจากไขมันที่เยอะขึ้น

แต่เกิดจากเส้นเอ็นพยุงผิวที่หย่อนคล้อยลง

จนทำให้ไขมันรอบๆ คล้อยตามลงมาด้วย

 

เมื่อต้นเหตุคือเส้นยึดพยุงผิว แต่เราไปจัดการแค่ไขมัน

โครงสร้างโครงหน้าจึงดูยุบและหย่อนคล้อยลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ

"ถ้านอนราบแล้วหายไป" แบบทดสอบด้วยตัวเองว่าเหมาะกับการฉีดสลายไขมันแก้มลึกหรือไม่

 

 















คู่มือวิเคราะห์ปัญหารายบุคคล

เพื่อผลลัพธ์แก้มกระชับที่ตอบโจทย์

มาลองเช็กดูกันครับว่าคุณจัดอยู่ในกลุ่มไหน

ประเภท

ลักษณะเด่น

แนวทางการรักษาที่แนะนำ

กลุ่มไขมันล้วน

ช่วงอายุ 20~40 ปี, ความยืดหยุ่นของผิวดีเยี่ยม

ฉีดสลายไขมันเดี่ยวๆ 3~4 ครั้ง

กลุ่มหย่อนคล้อยร่วมด้วย

ช่วงอายุ 40 ปีขึ้นไป, มีปัญหาแก้มห้อยบูลด็อกชัดเจน

ทำยกกระชับนำก่อน แล้วจึงฉีดสลายไขมันเสริม

กลุ่มกล้ามเนื้อ (กราม)

เมื่อกัดฟันเคี้ยวจะรู้สึกได้ถึงก้อนกล้ามเนื้อแข็งหนา

แนะนำให้ฉีดท็อกซินลดกราม (botox) เป็นอันดับแรก

ในห้องตรวจ หมอจะตรวจประเมินทั้ง

ท่านอนและท่านั่งประกอบกันครับ

 

เพราะหากล้มตัวลงนอนแล้วความหย่อนคล้อยหายไป

ก็มีโอกาสสูงมากที่จะเกิดจากปัญหาเส้นยืดผิวหนังหย่อนคล้อย

มากกว่าปัญหาจากตัวไขมันเองครับ

 

3 คำถามยอดฮิตก่อนฉีดสลายไขมันกระพุ้งแก้ม

Q1. ฉีดแค่ครั้งเดียวจะเห็นผลเลยไหมคะ?

คนไข้ที่พึงพอใจตั้งแต่การฉีดครั้งแรก

มีเพียงประมาณ 2 ใน 10 คนเท่านั้นครับ

 

การลดลงของไขมันจริงจะค่อยๆ สะสมตั้งแต่ครั้งที่ 2 เป็นต้นไป

และช่วงเวลาที่คนไข้จะรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน

ส่วนใหญ่จะอยู่ประมาณครั้งที่ 3 เป็นต้นไปครับ

 

Q2. ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหนครับ?

หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัวอย่างรวดเร็ว

โดยปกติจะคงอยู่ได้นานประมาณ 2~3 ปีครับ

 

อย่างไรก็ตาม หากน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 5 กก.

เซลล์ไขมันที่ยังหลงเหลืออยู่อาจจะขยายตัวขึ้นอีกครั้ง

ทำให้กรอบหน้ากลับมาดูไม่ชัดเจนได้ ดังนั้นต้องระวังเรื่องน้ำหนักตัวด้วยนะครับ

 

Q3. มีผลข้างเคียงหรือข้อควรระวังอะไรบ้างครับ?

อาการบวมและรอยช้ำหลังทำประมาณ 3~5 วัน

ถือเป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกายที่เกิดขึ้นได้ครับ

 

อย่างไรก็ตาม หากฉีดในชั้นที่ตื้นเกินไปโดยไม่ได้คำนึงถึงแนวเส้นประสาท

อาจส่งผลให้รูปปากดูเบี้ยวไม่เท่ากัน หรือเร่งให้เกิดความหย่อนคล้อยเร็วยิ่งขึ้นได้ครับ







 

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมความเชี่ยวชาญของแพทย์ในการระบุชั้นผิวทางกายวิภาคอย่างแม่นยำจึงสำคัญมากครับ

 

ถ้าจะให้จำเพียงแค่อย่างเดียวในวันนี้

— ผลลัพธ์ของแก้มกระพุ้งแก้มไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า "ลดไขมันไปได้เยอะแค่ไหน"

แต่ขึ้นอยู่กับว่า "เส้นใยผิวหนังช่วยพยุงไว้ได้ดีแค่ไหน" ครับ

 

ในบทความหน้า หมอจะมาแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับ "ขั้นตอนการทำคู่กันระหว่าง ชูริงค์ และการฉีดสลายไขมันกระพุ้งแก้มให้ได้ผลดีที่สุด" นะครับ

 

วันนี้หมอวี ยองจิน ลาไปก่อนครับ

 

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด
ปรึกษาทาง LINE

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1