Onda สลายไขมันต่างจาก RF ยังไง? หัวทิป 7 มม. ดันชั้นไขมันถึง 67°C เซลล์ตายแล้วไม่สร้างใหม่ ไม่โยโย่

ช่วงนี้ในห้องตรวจเริ่มคึกคักขึ้นเรื่อย ๆ เลยค่ะ
เพราะหลายคนเริ่มถอดเสื้อโค้ทหนา ๆ ออก แล้วเริ่มลองจับ ๆ แถวแนวกรอบหน้ากันดู
"ไขมันใต้คางนี่สิคะ ออกกำลังกายยังไงก็ไม่ยอมลดเลย
แบบนี้ไม่ใช่วิธีที่ต้องกำจัดตัวไขมันออกไปโดยตรงหรอกเหรอคะ?"
มีลูกค้าถามกันเข้ามาแบบนี้เยอะมากจริง ๆ ค่ะ
วันนี้เราจะมาค่อย ๆ อธิบายเหตุผลให้ฟังกันแบบเข้าใจง่าย ๆ นะคะ

เครื่อง Onda กับ RF ทั่วไป,
ดูคล้าย ๆ กันใช่ไหมคะ?
แต่ที่จริงแล้วมันต่างกันนะคะ
Onda เป็นเครื่องที่ใช้พลังงานไมโครเวฟ (Microwave)
ในการเลือกส่งความร้อนเข้าไป
ที่ชั้นไขมันใต้ผิวหนังโดยเฉพาะค่ะ
ซึ่งจะแตกต่างจากเครื่องยกกระชับกลุ่ม RF (คลื่นวิทยุ) ที่เราคุ้นเคยกันดี
เพราะความยาวคลื่นของ Onda นั้นแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
ทำให้ส่งพลังงานลงไปได้ลึกกว่าและตรงเป้าหมายเซลล์ไขมันได้แม่นยำกว่ามากค่ะ
ถึงจะจัดอยู่ในกลุ่ม 'การใช้ความร้อนสลายไขมัน' เหมือนกัน
แต่ในความเป็นจริงแล้ว
พลังงานความร้อนจะไปสะสมอยู่ที่จุดไหนและนานแค่ไหนนั้น แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงเลยค่ะ

ทำไมทั้งที่เป็นความร้อนเหมือนกัน
แต่ทำ RF ถึงไม่เห็นผลเท่าใช้ Onda?
"หัวทิปขนาด 7 mm ของ Onda สามารถส่งผ่านพลังงานความร้อน
ที่สูงกว่า 67 องศาเซลเซียส เข้าไปทำลายไขมันแบบถาวร (Irreversible destruction)
มันเหมือนกับการละลายน้ำแข็งครับ
ถ้าน้ำแข็งละลายไปรอบหนึ่งแล้ว มันก็จะไม่กลับมาจับตัวเป็นรูปทรงเดิมอีก
เซลล์ไขมันที่ถูกทำลายไปแล้วครั้งหนึ่งจะไม่สามารถเกิดใหม่ได้
จึงทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ แตกต่างจากการโยโย่เวลาเราลดน้ำหนักครับ"
— หมอวี ยองจิน (Beautystone Clinic สาขาฮงแด)
หลักการทำงานของ Onda คล้าย ๆ กับตอนที่เรา
อุ่นเกี๊ยวซ่าแช่แข็งในไมโครเวฟเลยค่ะ
เพราะไม่ได้เป็นการให้ความร้อนจากภายนอกผิวชั้นบน
แต่เป็นการทำปฏิกิริยาสั่นสะเทือนที่โมเลกุลน้ำและไขมันด้านในโดยตรง เพื่อสร้างความร้อนขึ้นมา
ส่งผลให้เฉพาะชั้นไขมันเป้าหมาย
มีอุณหภูมิสูงขึ้นเกิน 67 องศาเซลเซียส
จึงเกิดการทำลายเซลล์ไขมันแบบถาวร (Irreversible) ขึ้นนั่นเองค่ะ
ในทางกลับกัน เครื่อง RF ทั่วไป ด้วยคุณลักษณะเฉพาะของความยาวคลื่น
จะมุ่งเน้นไปที่ชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) ไปจนถึงชั้นไขมันส่วนตื้นเท่านั้น
แม้จะเก่งในเรื่องของความกระชับ (Tightening) แต่ค่อนข้างมีข้อจำกัด
หากต้องการเอามาใช้เพื่อ 'กำจัด' ก้อนไขมันส่วนลึกออกไปค่ะ
ในเคสวันนี้ก็มีลูกค้าท่านหนึ่งที่เคยทำเครื่องกลุ่ม RF
มาถึง 6 ครั้งแล้ว
แต่ไขมันบริเวณเหนียงและกรอบหน้ายังอยู่เหมือนเดิม เลยแวะเข้ามาปรึกษาเราค่ะ
พอลองใช้อัลตราซาวด์วัดดู
พบว่าความหนาของชั้นไขมันใต้ผิวหนังแทบไม่เปลี่ยนแปลงเลย
ซึ่งคนไข้อาการแบบนี้ ถ้าเปลี่ยนมาทำโปรแกรม Onda
จะเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนแน่นอนค่ะ

Onda ควรทำบริเวณไหน และเหมาะกับใครบ้าง
ที่จะเห็นผลลัพธ์ที่แตกต่างชัดเจนที่สุด?
มาลองเช็กสภาพผิวและไขมันของตัวเองตามตารางด้านล่างนี้กันดูนะคะ
บริเวณ | ระดับความแนะนำ | ข้อมูลเพิ่มเติม |
ใต้คาง·เหนียง | แนะนำเป็นอย่างยิ่ง | ระดับความลึกของหัวทิป 7 mm ตอบโจทย์กับชั้นไขมันจุดนี้พอดีเป๊ะ |
ต้นแขนด้านใน | แนะนำ | เริ่มรู้สึกได้ถึงขนาดรอบแขนที่เปลี่ยนไป หลังทำครั้งที่ 2~3 |
แก้ม | แนะนำเฉพาะบางกรณี | หากตำแหน่งไขมันอยู่ลึกมาก ผลลัพธ์อาจทำได้อย่างจำกัด |
ไขมันหน้าท้อง | ไม่ค่อยแนะนำ | หากไขมันส่วนบุคคลหนาเกิน 5 cm แนะนำไปทำโปรแกรมอื่นจะดีกว่า |
เช่นสัปดาห์ก่อน มีลูกค้าวัย 52 ปีท่านหนึ่ง
ต้องการกระชับสัดส่วนบริเวณหน้าท้อง
แต่ไขมันใต้ผิวหนังมีความหนาเกือบ 6 cm
เราจึงไม่ได้แนะนำให้ทำโปรแกรมนี้ค่ะ
เราให้คำแนะนำตามความจริงว่า
ผลลัพธ์ที่ได้อาจจะไม่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายที่เสียไปค่ะ
ถึงแม้ Onda จะเป็นเครื่องมือที่มีพลังการสลายตัว
เซลล์ไขมันที่ทรงประสิทธิภาพมาก
แต่ขึ้นอยู่กับบริเวณผิวและความหนาของไขมันด้วยค่ะ
สิ่งสำคัญที่สุดคือระดับความเหมาะสมของแต่ละบุคคลนั่นเองค่ะ
3 คำถามยอดฮิต
ที่ลูกค้าถามกันเข้ามาบ่อยที่สุด
Q1. ทำแค่ครั้งเดียวจะเห็นผลเลยไหมคะ?
สำหรับบริเวณที่ชั้นไขมันบางอย่างใต้คางหรือเหนียง
ทำแค่ครั้งเดียวก็เริ่มสัมผัสได้ถึงแนวกรอบหน้าที่เปลี่ยนไปแล้วค่ะ
แต่สำหรับบริเวณที่มีพื้นที่กว้างกว่าอย่างเช่น ต้นแขน
อาจจะต้องทำอย่างน้อย 2~3 ครั้งขึ้นไปนะคะ
ถึงจะเริ่มสังเกตเห็นความต่างได้ชัดเจนเวลาส่องกระจกค่ะ
Q2. เซลล์ไขมันที่ถูกทำลายไปแล้วครั้งหนึ่ง
จะไม่กลับมาจริง ๆ ใช่ไหมคะ?
จริงค่ะ ตัวเซลล์ไขมันที่ถูกทำลายไปแล้วจะไม่สามารถกลับคืนสภาพหรือสร้างเพิ่มใหม่ได้
อย่างไรก็ตาม เซลล์ไขมันที่ยังหลงเหลืออยู่อาจมีขนาดขยายใหญ่ขึ้นได้ถ้าทานเยอะเกินไป
ดังนั้นการหลีกเลี่ยงการพฤติกรรมทานมากเกินไป (Binge eating) จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากค่ะ
แต่ข้อดีคือ บริเวณที่ทำไปแล้วจะกลายเป็นจุดที่อ้วนขึ้นยากกว่าจุดอื่น ๆ ถึงแม้จะทานเท่าเดิมค่ะ
Q3. มีผลข้างเคียงหรือเจ็บมากไหมคะ?
ระหว่างทำจะรู้สึกอุ่น ๆ ค่ะ
แทบไม่มีอาการเจ็บจนทนไม่ได้เลยค่ะ
ในบางเคสที่พบได้น้อยมาก อาจมีรอยช้ำหรือรู้สึกตึง ๆ ใต้ผิวบ้าง
แต่โดยทั่วไปอาการเหล่านี้จะหายไปเองตามธรรมชาติภายใน 2~3 สัปดาห์
คนไข้สามารถสบายใจได้เลยค่ะ
อยากให้ทุกคนจำข้อสำคัญข้อนี้ไปนะคะว่า
— Onda ไม่ใช่หัตถการที่ช่วย 'ลดน้ำหนักให้ผอมลง'
แต่คือบริการที่ช่วย 'ลดจำนวนเซลล์ไขมันให้น้อยลง'
โดยตรงค่ะ
บทความถัดไป
เราจะมาเล่าให้ฟังเรื่อง 'หลังทำ Onda ครบ 4 สัปดาห์ vs 8 สัปดาห์
ระยะเวลาที่ไขมันถูกขับออกจากร่างกาย แตกต่างกันอย่างไรบ้าง' รอติดตามกันได้เลยนะคะ
ไว้พบกันใหม่ครับ ผม หมอวี ยองจิน ครับ
บทความที่น่าอ่านเพิ่มเติม

ยกกระชับ
ถ้าคิดว่าการทำ Onda Lifting จะเหมือนกับ Thermage หรือ Ultherapy ละก็ อาจจะผิดหวังได้นะคะ
รวบรวมข้อมูลมาให้แล้วค่ะ! ทำไมถึงยังไม่เห็นผลลัพธ์ของ Onda Lifting ทันทีหลังทำ? พร้อมไขข้อแตกต่างระหว่าง Thermage และ Ulthera รวมถึงจำนวนครั้งที่แนะนำและระยะเวลาคงผลลัพธ์สำหรับผิวหน้าและผิวกาย

โครงหน้า&วอลลุ่ม
스킨보톡스 (Skin Botox) ไม่ใช่ตัวยาที่ ‘ฤทธิ์อ่อนกว่า’ นะคะ — แต่เป็นวิธีฉีดแบบพิเศษเพื่อช่วยกระชับรูขุมขนและควบคุมความมันค่ะ
แม้จะเป็นโบท็อกซ์ (Botulinum Toxin) เหมือนกัน แต่ถ้าใช้ความเข้มข้นและฉีดในความลึกที่ต่างกัน ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะตอบโจทย์ปัญหาผิวที่ต่างกันค่ะ วันนี้เราสรุปทั้งขอบเขตผลลัพธ์ของ skin botox ระยะเวลาการคงผลลัพธ์ ไปจนถึงรอยเข็มหลังทำทันทีมาให้เรียบร้อยแล้วค่ะ

ผิว
Oligio ที่เขาว่าเป็น 'Thermage เกาหลี' ทำแล้วจะได้ผลลัพธ์ปังเหมือนกันไหมนะ?
สรุปมาให้แล้วค่ะ! ความเหมือนและความต่างระหว่าง Oligio และ Thermage ทำไมถึงเห็นผลลัพธ์ชัดเจนในช่วง 2-3 เดือน พร้อมข้อมูลเรื่องความเจ็บและระยะเวลาในการคงผลลัพธ์

กำจัดขน
ทำไมการเลเซอร์กำจัดขนบริเวณเครา (턱수염) ถึงต้องทำจำนวนครั้งเยอะกว่าการทำบริเวณหนวด (콧수염)?
แม้จะเป็นหนวดเคราบนใบหน้าเหมือนกัน แต่ความหนาและความหนาแน่นของเส้นขนในแต่ละจุดนั้นแตกต่างกัน ทำให้จำนวนครั้งในการเลเซอร์ไม่เท่ากันเลยค่ะ วันนี้เราสรุปเกณฑ์จำนวนครั้งและการออกแบบสำหรับการทำเลเซอร์กำจัดขนบริเวณหนวดและเครามาให้แล้วค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
เลือกคลินิกผิวหนังย่านฮงแด สิ่งสำคัญที่ต้องดูก่อนดูชื่อโปรแกรมรักษา
ทำไมหัตถการเดียวกันแต่ผลลัพธ์ที่ได้ถึงต่างกัน? คำตอบอยู่ที่การประเมินผิวและการตั้งค่าเครื่องค่ะ วันนี้เราสรุปเกณฑ์การเลือกคลินิกผิวหนังในย่านฮงแดมาให้ช้อปปิ้งคลินิกกันแบบชัวร์ๆ แล้วค่ะ

ผิว
ทำไมการเลือกคลินิกผิวหนังใกล้สถานี Hapjeong ถึงตอบโจทย์ที่สุด สำหรับหัตถการที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง
การทำกำจัดขน, ยกกระชับ (lifting) และ skin booster ต้องทำอย่างต่อเนื่องตามระยะเวลาที่กำหนดหลายๆ ครั้ง ผลลัพธ์ถึงจะค่อยๆ สะสมและเห็นผลชัดเจนนะคะ นี่คือเหตุผลว่าทำไมความสะดวกในการเดินทางไปคลินิกถึงมีผลต่อผลลัพธ์การรักษาค่ะ



