ความลึกเข็ม Potenza ขึ้นกับชั้นผิว แผลเป็นลึก รูขุมขนปานกลาง ริ้วรอยตื้น ปรึกษาหมอเพิ่มเติมครับ
เวลาปรึกษาเรื่องทำ Potenza หลายคนมักจะสงสัยว่า "เครื่องก็เครื่องเดียวกันแท้ๆ แต่ทำไมความลึกที่ใช้ในแต่ละคนถึงไม่เท่ากันนะ?" ทั้งคนที่มาด้วยปัญหารูขุมขนกว้างและคนที่มาด้วยปัญหารอยแผลเป็นจากสิวที่สะสมมานานต่างก็ใช้หัวเข็มชนิดเดียวกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความลึกของเข็มที่ลงไปในผิวจะถูกตั้งค่าให้แตกต่างกันครับ
ตอบแบบเข้าใจง่ายๆ ก็คือ Potenza เป็นนวัตกรรมที่ปล่อยพลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) ออกมาที่ปลายเข็ม ดังนั้นความลึกของเข็มจึงต้องปรับเปลี่ยนไปตามชั้นผิวที่เป็นเป้าหมายว่าอยู่ลึกหรือตื้นครับ หากเป็นปัญหาที่ต้องลงลึกถึงชั้นหนังแท้ตอนลึก เช่น รอยแผลเป็น หรือรอยแตกลาย ก็จะตั้งค่าให้เข็มลงไปลึกหน่อย ถ้าเป็นปัญหารูขุมขนกว้างก็จะตั้งค่าปานกลาง ส่วนริ้วรอยเล็กๆ หรือเนื้อผิวที่ไม่เรียบเนียนก็จะตั้งค่าแบบตื้นครับ พอเราเข้าใจว่าทำไมต้องปรับความลึกแตกต่างกันตามปัญหาผิว เวลาไปปรึกษาคุณหมอแล้วได้ยินตัวเลขต่างๆ ก็จะเข้าใจได้ง่ายขึ้นเยอะเลยครับ
> บทความนี้เป็นเนื้อหาที่รวบรวมข้อมูลการรักษาของ Beautystone สาขาฮับจอง (Hapjeong) ครับ
เมื่ออ่านบทความนี้แล้ว คุณจะเข้าใจเกี่ยวกับ
เหตุผลที่ความลึกของหัวเข็ม Potenza ต้องแตกต่างกันไปตามปัญหาผิวของแต่ละคน
ระดับความลึกโดยประมาณที่ใช้ในการรักษา รอยแผลเป็น·รูขุมขน·ริ้วรอยเล็กๆ
ความสัมพันธ์ระหว่าง ความลึก พลังงาน และจำนวนครั้งในการรักษาที่ต้องปรับควบคู่กัน
คำถามดีๆ ที่ควรถามคุณหมอตอนปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องการตั้งค่าความลึกของหัวเข็ม
ทำไมทำ Potenza ถึงต้องเริ่มจากการกำหนดความลึกของเข็มก่อนครับ
Potenza คือเครื่องมือกลุ่ม Microneedle RF ที่จะส่งผ่านหัวเข็มขนาดเล็กละเอียดมากๆ หลายเล่มเข้าไปในผิว แล้วปล่อยพลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF)* ออกมาจากปลายเข็มเหล่านั้นครับ หัวใจสำคัญคือ "ความร้อน" จะถูกปล่อยออกมา ณ จุดที่ปลายเข็มสัมผัสพอดี ดังนั้น ความลึกของเข็มที่ใส่เข้าไปจึงเป็นตัวกำหนดว่าพลังงานความร้อนจะถูกส่งผ่านไปยังผิวชั้นไหนโดยตรงครับ
คลื่นวิทยุความถี่สูง (RF)*: คือพลังงานไฟฟ้าที่สร้างความร้อนใต้ผิวเพื่อกระตุ้นปฏิกิริยาของคอลลาเจน Potenza จะปล่อยความร้อนนี้ที่ระดับความลึกสุดของปลายเข็ม ช่วยลดการบาดเจ็บของผิวชั้นนอก (Epidermis) และกระตุ้นผิวชั้นหนังแท้ (Dermis) ได้อย่างตรงจุดครับ
โครงสร้างผิวหลักๆ จะแบ่งออกเป็น ผิวชั้นนอก (Epidermis), ชั้นหนังแท้ (Dermis)ที่อยู่ถัดลงไป และชั้นไขมันใต้ผิวหนังที่อยู่ลึกลงไปอีกครับ เนื่องจากปัญหาผิวแต่ละอย่างเกิดขึ้นในชั้นผิวที่แตกต่างกัน ปัญหาเนื้อเยื่อที่เสียหายลึกในชั้นหนังแท้อย่างรอยแผลเป็นจึงต้องดูแลในระดับลึก ส่วนปัญหาที่อยู่ใกล้ชั้นผิวภายนอกอย่างเนื้อผิวไม่ละเอียด ก็สามารถดูแลในระดับตื้น ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมชาติมากๆ ครับ เมื่อเราดูคำอธิบายที่ว่า กระบวนการปล่อยคลื่นวิทยุความถี่สูงผ่านหัวเข็มแบบมีฉนวน (Insulated Microneedle RF) ช่วยลดการทำลายผิวชั้นภายนอก ในขณะที่ส่งผ่านความร้อนไปยังชั้นหนังแท้ตามความลึกที่กำหนด จะยิ่งทำให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าทำไมเราต้องแบ่งระดับความลึกตามบริเวณและชั้นผิวเป้าหมาย และในความเป็นจริง แม้แต่บนใบหน้าเดียวกัน ความหนาของผิวบริเวณหน้าผาก แก้ม จมูก และรอบปากก็ไม่เท่ากัน ดังนั้นการปรับความลึกให้เหมาะกับแต่ละจุดจึงถือเป็นเรื่องปกติที่ต้องทำครับ
ผิวชั้นนอก (Epidermis)*: คือผิวชั้นนอกสุด เป็นส่วนที่บางและฟื้นตัวได้เร็ว การลดความเสียหายในชั้นนี้จะช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้เร็วยิ่งขึ้นครับ
ชั้นหนังแท้ (Dermis)*: คือชั้นที่หนาอยู่ใต้ผิวชั้นนอก เป็นแหล่งรวมของคอลลาเจนและเส้นใยอีลาสติน จึงเป็นชั้นเป้าหมายที่แท้จริงสำหรับการรักษารอยแผลเป็นหรือปัญหาความยืดหยุ่นของผิวครับ


เกณฑ์ความลึกสำหรับ แผลเป็น·รูขุมขน·ริ้วรอยเล็กๆ แตกต่างกันอย่างไร
หากเราแบ่งปัญหาผิวออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ จะช่วยให้จินตนาการเรื่องระดับความลึกได้ง่ายขึ้นครับ ด้านล่างนี้คือตารางสรุปชั้นผิวเป้าหมายของแต่ละปัญหาผิว รวมถึงแนวทางการปรับความลึก พลังงาน และจำนวนครั้งครับ ทั้งนี้ ค่าที่แน่นอนจะแตกต่างกันไปตามสภาพผิวและบริเวณนั้นๆ ข้อมูลนี้จึงเป็นเพียงคู่มือนำทางเพื่อให้เห็นภาพรวมนะครับ
ปัญหาผิว | ชั้นผิวเป้าหมาย | ความลึกโดยประมาณ | ระดับพลังงาน RF | โปรแกรมที่แนะนำ |
|---|---|---|---|---|
รอยแผลเป็นสิว·รอยแตกลาย | ชั้นหนังแท้ตอนลึก | ระดับลึก (ประมาณ 2.0~3.5 mm) | ค่อนข้างสูง | แบ่งทำหลายๆ ครั้ง |
รูขุมขนกว้าง | ชั้นหนังแท้ตอนกลาง | ระดับปานกลาง (ประมาณ 1.0~2.0 mm) | ปานกลาง | ทำซ้ำเป็นจำนวนครั้ง |
ริ้วรอยเล็กๆ·เนื้อผิวไม่เรียบเนียน | ชั้นหนังแท้ตอนบน | ระดับตื้น (ประมาณ 0.5~1.0 mm) | ค่อนข้างต่ำ | แบบเบาสบายผิว |
สำหรับรอยแผลเป็นและรอยแตกลาย เนื่องจากเนื้อเยื่อในชั้นหนังแท้ตอนลึกเกิดการยุบตัวหรือตึงรั้ง พลังงานความร้อนจึงต้องส่งไปถึงชั้นนั้นถึงจะคาดหวังผลลัพธ์ในการปรับโครงสร้างผิวใหม่ (Skin Remodeling) ได้ครับ ดังนั้นจึงต้องตั้งค่าให้ลึกและใช้พลังงานที่ค่อนข้างสูง แต่แทนที่จะหักโหมทำแรงๆ ในครั้งเดียว การแบ่งทำหลายๆ ครั้งเพื่อความปลอดภัยจะให้ผลลัพธ์ที่มั่นคงกว่าครับ ในทางตรงกันข้าม ปัญหาริ้วรอยเล็กๆ หรือเนื้อผิวที่ไม่ละเอียดนั้นเป็นปัญหาที่อยู่ใกล้ผิวชั้นบน การเน้นทำแบบตื้นและลดระดับพลังงานลงจะช่วยลดภาระในการฟื้นตัวของผิวได้ดีกว่า ส่วนเรื่องรูขุมขนกว้างมักจะตั้งเป้าหมายไว้ที่ชั้นหนังแท้ตอนกลางซึ่งอยู่กึ่งกลางระหว่างสองแบบนี้ครับ
แม้จะอยู่ในการรักษาครั้งเดียวกัน ก็อาจไม่มีการกำหนดความลึกไว้ที่ระดับเดียวตายตัวครับ เหมือนกับในงานวิจัยที่อธิบายเรื่องการแบ่งรอบยิง (Pass) โดยเน้นยิงจุดแผลเป็นลึกด้วยระดับความลึกและพลังงานที่สูงก่อน จากนั้นจึงปรับการตั้งค่าลดลงมาเพื่อดูแลแผลเป็นตื้นๆ บนใบหน้าเดียวกันเราจึงดีไซน์การยิงจุดที่เป็นแผลเป็นลึกกับจุดผิวสัมผัสที่ตื้นด้วยความลึกที่แตกต่างกันได้ครับ ดังนั้น แทนที่จะถามว่า "ผิวของฉันต้องทำกี่ mm" ลำดับแรกที่ดีที่สุดคือการคุยให้ชัดเจนก่อนว่า "ปัญหาผิวของเราอยู่ที่ชั้นไหน" นะครับ

พลังงานและจำนวนครั้งที่สำคัญไม่แพ้ความลึก มีความสัมพันธ์กันอย่างไร
ความลึกไม่ได้กำหนดขึ้นมาเดี่ยวๆ แต่ทำงานควบคู่ไปกับระดับพลังงาน RF และจำนวนครั้งในการรักษา ยิ่งส่งพลังงานลงไปลึก ผิวชั้นหนังแท้ตอนลึกก็ยิ่งได้รับการกระตุ้นมาก ส่งผลให้เกิดกระบวนการฟื้นฟูผิวที่กระตือรือร้นขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น โดยทั่วไปจึงต้องมีการดีไซน์ระดับพลังงานและระยะเวลาในการทำควบคู่กันไปครับ
ความลึกกับระดับพลังงาน — ยิ่งปรับลึกขึ้น ไม่ใช่ว่าจะเพิ่มพลังงานแรงขึ้นเรื่อยๆ แบบไม่มีขีดจำกัด แต่ต้องปรับเป็นขั้นบันไดในระดับที่ผิวตอบรับไหวอย่างเหมาะสมครับ
ความลึกกับจำนวนครั้ง — ปัญหาที่ลึก (แผลเป็น·รอยแตกลาย) แทนที่จะอัดพลังงานเต็มที่รอบเดียว การแบ่งระยะทำหลายๆ ครั้งจะค่อยๆ ช่วยปรับแต่งและฟื้นฟูชั้นผิวทีละน้อยได้อย่างนุ่มนวลกว่าครับ
ความลึกกับการฟื้นตัว — การทำแบบตื้น อาการแดงอาจอยู่แค่ 1-2 วัน แต่หากทำแบบลึก อาการแดงอาจอยู่ยาวนานขึ้นอีกสองสามวัน ดังนั้นควรวางแผนตารางเวลาให้มีวันพักหน้าสบายๆ จะดีที่สุดครับ
ความลึกตามจุดต่างๆ — แม้จะเป็นคนเดียวกัน แต่หน้าผาก แก้ม จมูก และรอบริมฝีปากมีความหนาของผิวไม่เท่ากัน จึงต้องดีไซน์ความลึกของเข็มในแต่ละจุดให้แตกต่างกันเล็กน้อยครับ
หากลองเปรียบเทียบระดับความลึกโดยประมาณที่จำเป็นในแต่ละปัญหาผิวให้เห็นภาพชัดเจน จะเป็นไปตามแผนภาพนี้ครับ

แทนที่จะยึดติดกับตัวเลขเปอร์เซ็นต์หรือมิลลิเมตร ให้จำหลักการง่ายๆ ว่า "ปัญหาลึกให้ทำแบบลึกและแบ่งทำน้อยๆ ครั้ง ส่วนปัญหาตื้นให้ทำแบบตื้นเพื่อลดภาระผิว" วิธีนี้จะช่วยให้เข้าใจคำอธิบายของคุณหมอเวลาเข้าไปรับคำปรึกษาได้ง่ายขึ้นมากเลยครับ

ทำไมต้องเป็น Beautystone สาขาฮับจอง
ที่ Beautystone สาขาฮับจอง แม้จะเป็นโปรแกรม Potenza เหมือนกัน แต่เราให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกกับการตรวจดูสภาพผิวและชั้นผิวที่มีปัญหาของคนไข้ก่อน แล้วจึงค่อยประเมินระดับความลึกที่เหมาะสมครับ เนื่องจากคนไข้ส่วนใหญ่มักมีปัญหารอยแผลเป็น รูขุมขน และริ้วรอยปะปนร่วมกัน เราจึงอยากร่วมวางแผนจัดลำดับความสำคัญก่อน-หลังว่าควรเน้นแก้ไขจุดไหนก่อน จากนั้นจึงออกแบบระดับความลึกและจำนวนครั้งในการทำที่ลงตัวที่สุดให้ครับ ด้วยความที่เป็นคลินิกขนาดกะทัดรัด เดินทางสะดวกใกล้สถานีรถไฟใต้ดินฮับจอง (Hapjeong Station) เราจึงไม่เน้นยัดเยียดคอร์สทำรัวๆ แต่เน้นการดูแลแบบติดตามผล ค่อยๆ ดูสภาพการฟื้นฟูของผิวแล้วจึงนัดหมายร่วมกันในครั้งถัดไปอย่างใส่ใจครับ อย่างไรก็ตาม บทความนี้เป็นเนื้อหาที่รวบรวมข้อมูลทั่วไป เพื่อความปลอดภัยและเพื่อประเมินความเหมาะสมในการทำหัตถการกับสภาพผิวอย่างแท้จริง แนะนำให้อิงตามการวินิจฉัยและการปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงครับ

เวลาปรึกษาเรื่องความลึก ควรเช็กข้อไหนบ้างดีนะ
เพื่อให้เข้าใจเรื่องการตั้งค่าความลึกของเข็มอย่างถูกต้อง ลองใช้จุดสังเกตเหล่านี้พูดคุยตอนรับคำปรึกษาดูนะครับ ดีกว่ามองแค่ตัวเลขอย่างเดียว การเข้าใจว่าทำไมถึงต้องใช้ตัวเลขนั้นจะช่วยให้สบายใจและมั่นใจขึ้นเยอะเลยครับ
ปัญหาผิวของเราอยู่ในชั้นผิวไหน — แผลเป็นและรอยแตกลายจะอยู่ชั้นลึก รูขุมขนอยู่ชั้นกลาง ส่วนริ้วรอยเล็กๆ และเนื้อผิวสัมผัสจะอยู่ชั้นตื้นด้านบนครับ
จะปรับสมดุลความลึกและระดับพลังงานร่วมกันอย่างไร — ลองถามคุณหมอกว้างๆ ว่าเมื่อสอดเข็มลงลึกแล้ว มีเกณฑ์การปรับระดับพลังงาน RF อย่างไรให้ปลอดภัยกับผิวของเรา
วางแผนว่าจะแบ่งทำกี่ครั้ง — ยิ่งปัญหาผิวลึกเท่าไหร่ การแบ่งทำเป็นระยะๆ จะให้ผลลัพธ์ที่เสถียรและปลอดภัยกว่าการทำอัดเดียวครับ
ระยะเวลาพักฟื้นผิว (Downtime) นานแค่ไหน — ระยะเวลาที่ผิวแดงหรือบวมจะแตกต่างกันไปตามระดับความลึกที่ใช้ การรู้ล่วงหน้าจะช่วยให้วางแผนตารางชีวิตง่ายขึ้นครับ
มีการปรับความลึกแตกต่างกันตามจุดต่างๆ บนใบหน้าไหม — ลองเช็กดูว่ามีการปรับหัวเข็มให้รับกับความหนาของผิวที่แตกต่างกันตามหน้าผาก แก้ม จมูก หรือรอบปากด้วยหรือเปล่าเพื่อความละเอียดอ่อนในการรักษาครับ
ความลึกไม่ใช่ค่าสำเร็จรูปแบบ One-size-fits-all แต่เป็นสิ่งที่ตั้งค่าขึ้นมาเฉพาะบุคคล เพื่อปรับให้ตรงกับชั้นผิวที่มีปัญหาและสภาพผิวโดยรวมของแต่ละคนครับ หากเราเข้าใจแนวทางดีไซน์นี้ล่วงหน้า เวลาไปนั่งคุยในห้องปรึกษา ตัวเลขต่างๆ ก็จะไม่ใช่เรื่องเข้าใจยากอีกต่อไป แต่จะเป็นการพูดคุยเพื่อร่วมกันออกแบบผิวสวยอย่างสนุกสนานครับ ทั้งนี้ บทความนี้เขียนขึ้นเพื่ออธิบายข้อมูลบริการของ Beautystone สาขาฮับจอง แผนการรักษาจริงที่เหมาะสมกับคุณที่สุดจึงควรได้รับการประเมินอย่างละเอียดผ่านการปรึกษาแบบตัวต่อตัวกับคุณหมอที่คลินิกนะครับ

Q&A คำถามที่พบบ่อย
Q. มีทั้งรอยแผลเป็นสิวและร้อยรูขุมขนกว้างผสมกัน ต้องเลือกทำความลึกระดับเดียวไหมคะ
A. ไม่จำเป็นต้องเลือกแค่ค่าเดียวเลยครับ แม้จะอยู่ในรอบการยิงเดียวกัน แต่คุณหมอสามารถเลือกตั้งค่าปรับระดับความลึกระดับหนึ่งสำหรับจุดที่เป็นรอยแผลเป็นลึก และใช้อีกระดับสำหรับบริเวณรูขุมขนกว้างได้ครับ อย่างไรก็ตาม แนะนำให้ประเมินร่วมกันตอนปรึกษาว่าปัญหาไหนควรรักษาเป็นอันดับแรก เพราะสไตล์การแบ่งยิงจะขึ้นอยู่กับสภาพการต้านทานของผิวและเวลาพักฟื้นที่คนไข้รับไหวด้วยครับ
Q. ยิ่งปล่อยพลังงานลึก ยิ่งเห็นผลลัพธ์ดีกว่าหรือเปล่าคะ
A. ความลึกไม่ได้เป็นตัวตัดสินระดับของผลลัพธ์เสมอไปครับ ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดจะเกิดขึ้นต่อเมื่อพลังงานความร้อนถูกส่งไปที่ชั้นผิวที่เป็นเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ หากรักษาปัญหาระดับตื้นแต่ฝืนตั้งค่าลึกเกินไป อาจส่งผลแค่เพิ่มความเสี่ยงและภาระในการฟื้นตัวของผิวโดยใช่เหตุครับ สำหรับริ้วรอยบางๆ หรือผิวหยาบกร้านระนาบตื้น การตั้งค่าลึกระดับตื้นจะเหมาะสมตรงจุดมากกว่า ดังนั้น ชั้นผิวที่เราต้องการแก้ปัญหาคือเกณฑ์ที่แท้จริงในการเลือกความลึกครับ
Q. ถ้าทำแบบลึก จะต้องพักหน้านานขึ้นมากไหมคะ
A. อาการแดงและบวมอาจระเรื่ออยู่นานกว่าการทำโปรแกรมแบบตื้นเล็กน้อยครับ หากระนาบตื้นแค่ 1-2 วันก็มักจะสงบลงแล้ว แต่ถ้าเป็นเคสรักษาแผลเป็นในระดับลึก อาจต้องเผื่อเวลาชิลๆ ไว้อีกสักนิดครับ แนะนำให้แจ้งรายละเอียดตารางงานหรือนัดสำคัญให้แพทย์ทราบตอนปรึกษาก่อนทำ เพื่อปรับแผนระยะเวลาพักฟื้นผิว (Downtime) ให้ลงตัวกับคุณที่สุดครับ
Q. จำเป็นต้องกะเกณฑ์เลข mm ไว้ในใจก่อนไปคลินิกไหมคะ
A. ไม่จำเป็นต้องจำเลขมิลลิเมตรไปเลยครับ ความลึกเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่คุณหมอจะพิจารณาให้ตอนประเมินสภาพผิวจริง ความหนาบางในแต่ละส่วน ตลอดจนระดับชั้นที่มีปัญหาอยู่แล้ว ดังนั้น แนะนำให้ไปคุยชิลๆ ได้เลยครับ แค่รวบรวมความต้องการของตัวเองไปเล่าให้คุณหมอฟังว่า "ตอนนี้กังวลใจเรื่องผิวส่วนไหนเป็นพิเศษ" เท่านี้การพูดคุยก็ลื่นไหลและเข้าใจตรงกันแล้วครับ
บทความน่าอ่านเพิ่มเติม

ยกกระชับ
จองคิว Potenza แล้ว ต้องหยุดเรตินอลกับแว็กซ์ก่อนกี่วัน
ก่อนทำ Potenza ควรวางมือจากเรตินอล กรดผลัดเซลล์ผิว การแว็กซ์ และผลิตภัณฑ์ทาผิวสีแทนล่วงหน้ากี่วัน รวมกรอบเวลานับถอยหลังและสิ่งที่ควรแจ้งแพทย์ก่อนถึงคิว

ยกกระชับ
มีงานสำคัญต้องถ่ายรูป ควรทำ Oligio X ล่วงหน้ากี่สัปดาห์?
วางแผนทำ Oligio X ก่อนวันงานหรือวันถ่ายรูป ควรนับถอยหลังกี่สัปดาห์ถึงจะพอดี ชวนดูไทม์ไลน์หลังทำแต่ละช่วง พร้อมข้อควรระวังและค่าใช้จ่ายโดยประมาณ

ผิว
여름 지나 스킨부스터, 언제 시작하면 좋을까요
지금 피부가 회복 모드인지 자극 모드인지로 스킨부스터 시작 시점을 판단하는 방법과 상담 전 자가 점검 항목을 정리했어요.

ผิว
샤워와 세안 물 온도, 어느 정도가 좋을까요
뜨거운 물이 피지막에 어떻게 작용하는지부터 손등으로 미온수를 가늠하는 방법까지, 매일 반복되는 씻기 습관을 순서대로 정리했어요.

ยกกระชับ
ร่องแก้มและมุมปากตก Sofwave ช่วยได้แค่ไหน เช็กก่อนตัดสินใจ
เงาร่องแก้มและมุมปากอาจมาจากผิวหย่อนหรือวอลลุ่มที่ลดลง บทความนี้อธิบายว่า Sofwave ลงลึกถึงชั้นไหน คาดหวังอะไรได้ที่กลางใบหน้า และเมื่อไหร่ควรเลือกฟิลเลอร์ค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ขมับยุบฉีด Sculptra ต้องแบ่งกี่ครั้ง เว้นระยะเท่าไหร่ถึงพอดี
ขมับยุบไม่ได้มาจากการผอมลงอย่างเดียว บทความนี้อธิบายว่าทำไม Sculptra ถึงต้องแบ่งฉีดหลายครั้ง เว้นระยะกี่สัปดาห์ และระหว่างรอควรสังเกตอะไรก่อนตัดสินใจ



