• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

ทำ Potenza ผลไม่ปัง? อาจเข้าใจผิดเรื่องความลึกค่ะ

ทำ Potenza ผลไม่ปัง? อาจเข้าใจผิดเรื่องความลึกค่ะ

ทำ Potenza ผลไม่ปัง? อาจเข้าใจผิดเรื่องความลึกค่ะ

Potenza เปลี่ยนน้อยเพราะความลึกไม่ตรงจุด แก้ความเข้าใจผิดว่ายิ่งลึกยิ่งดีค่ะ

เผยแพร่ -

อัปเดต -

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist

→

ทำ Potenza ผลไม่ปัง? อาจเข้าใจผิดเรื่องความลึกค่ะ

หลายๆ คนที่เคยทำ Potenza มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่กลับรู้สึกว่าผลลัพธ์ไม่ปังอย่างที่คิด ซึ่งน่าประหลาดใจมากเลยใช่ไหมคะ? ทั้งที่ใช้เครื่องมือเดียวกัน แต่ทำไมบางคนทำแล้วดี ส่วนเรากลับรู้สึกเฉยๆ หนึ่งในสาเหตุที่น่าลองกลับมาทบทวนดูนั่นก็คือ "ความลึกของเข็ม" ที่แทงเข้าไปในผิวค่ะ

หลักการทำงานของ Potenza คือการปล่อยพลังงานความร้อนจากคลื่นวิทยุ (RF) ออกมาที่ปลายเข็ม ดังนั้น หากระดับความลึกของเข็มไม่ตรงกับชั้นผิวที่มีปัญหา พลังงานความร้อนก็จะส่งไปผิดจุดค่ะ บทความนี้เขียนขึ้นมาเพื่อให้ผู้ที่เคยทำแล้ว ได้เตรียมตัวสำหรับการปรึกษาในครั้งต่อไป โดยเราจะมาเคลียร์ความเข้าใจผิดยอดฮิตเกี่ยวกับระดับความลึกของเข็มกันทีละข้อค่ะ บทความนี้เป็นคอนเทนต์ที่รวบรวมข้อมูลการรักษาจาก Beautystone สาขาฮับจอง (Hapjeong) ค่ะ

 

หากเคยทำแล้วรู้สึกเฉยๆ ลองมาเช็คเรื่องระดับความลึกของเข็มกันก่อนไหมคะ

Potenza เป็นเครื่องมือกลุ่ม microneedle RF ที่จะส่งเข็มขนาดเล็กมากๆ หลายเล่มเข้าไปในผิว แล้วปล่อยคลื่นวิทยุความร้อนออกมาที่ปลายเข็ม จุดที่หลายคนมักมองข้ามไปก็คือ "จุดที่ปล่อยความร้อนก็คือระดับความลึกที่ปลายเข็มไปหยุดอยู่" นั่นเองค่ะ ดังนั้น หากผลลัพธ์ยังไม่น่าพึงพอใจ แทนที่จะดูเรื่องความแรงของพลังงานหรือจำนวนครั้ง ลองกลับมาเช็คก่อนว่าความลึกของเข็มส่งไปถึงชั้นผิวที่มีปัญหาของเราจริงๆ หรือเปล่า

ผิวหนังของเราแบ่งออกเป็นชั้นใหญ่ๆ คือ ผิวชั้นนอก (Epidermis)*, ถัดลงไปคือผิวชั้นหนังแท้ (Dermis)* และลึกที่สุดคือชั้นไขมันใต้ผิวหนัง เนื่องจากแต่ละปัญหามีต้นตออยู่ที่ชั้นผิวต่างกัน เช่น หากเป็นรอยแผลเป็นซึ่งอยู่ในชั้นหนังแท้ส่วนลึก ก็ต้องส่งพลังงานลงไปลึกๆ แต่ถ้าเป็นปัญหาผิวสัมผัสที่ไม่เรียบเนียนซึ่งอยู่ใกล้ผิวชั้นบน ก็ต้องรักษาแบบตื้นๆ การที่ microneedle RF แบบหุ้มฉนวน (insulated needle) ช่วยลดการบาดเจ็บของผิวชั้นนอกในขณะที่ส่งความร้อนตรงไปยังชั้นหนังแท้ตามความลึกที่ตั้งไว้ ยิ่งทำให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า ทำไมเราจึงต้องปรับระดับความลึกให้ตรงกับชั้นผิวเป้าหมายค่ะ

  • ผิวชั้นนอก (Epidermis)* — คือผิวชั้นนอกสุด มีความบางและฟื้นฟูตัวเองได้เร็ว การลดความเสียหายของผิวชั้นนี้จะช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ไวขึ้นค่ะ

  • ผิวชั้นหนังแท้ (Dermis)* — คือชั้นผิวที่หนาอยู่ใต้ผิวชั้นนอก เป็นแหล่งรวมของคอลลาเจนและเส้นใยอีลาสติน จึงเป็นเป้าหมายหลักในการรักษาแผลเป็นและความหย่อนคล้อย

  • คลื่นวิทยุ (RF)* — คือพลังงานไฟฟ้าที่สร้างความร้อนใต้ผิว เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ค่ะ

ดังนั้น เวลาจะหาสาเหตุว่าทำไมผลลัพธ์ถึงยังไม่โดนใจ ขั้นตอนแรกคือต้องนึกให้ออกก่อนว่าปัญหาของเราอยู่ที่ผิวชั้นไหน หากเป้าหมายคือผิวชั้นนอก แต่พลังงานความร้อนกลับส่งลงไปลึกถึงชั้นหนังแท้ หรือในทางกลับกัน ปัญหาคือแผลเป็นลึกในชั้นหนังแท้ แต่พลังงานกลับหยุดอยู่แค่ผิวชั้นบน ต่อให้ใช้เครื่องเดียวกัน ผลลัพธ์ที่ได้ก็ย่อมแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงค่ะ เพราะกลไกการรักษาจะเห็นผลก็ต่อเมื่อระดับที่ความร้อนไปถึงตรงกับชั้นผิวที่มีปัญหาเท่านั้นค่ะ

แม้จะเป็นใบหน้าเดียวกัน แต่ละบริเวณ เช่น หน้าผาก แก้ม จมูก และรอบริมฝีปาก ก็มีความหนาของผิวไม่เท่ากัน ดังนั้น หากใช้ระดับความลึกเดียวรักษาทั่วทั้งใบหน้า บางจุดอาจจะได้รับพลังงานมากเกินไป หรือบางจุดอาจจะน้อยเกินไปได้ค่ะ ตัวอย่างเช่น หากนำระดับความลึกที่เหมาะกับผิวหนาๆ อย่างบริเวณแก้ม ไปใช้กับบริเวณผิวบางอย่างรอบดวงตาหรือรอบปาก ก็อาจทำให้ผิวบริเวณนั้นระคายเคืองได้ง่าย และในทางกลับกัน หากใช้ระดับความลึกของผิวบางไปรักษาแผลเป็นลึกที่แก้ม ความร้อนก็อาจส่งไปไม่ถึงชั้นผิวเป้าหมาย หากคุณรู้สึกว่าผลลัพธ์ยังไม่ชัดเจนเฉพาะบางจุด ลองนึกถึงเรื่องความหนาของผิวที่แตกต่างกันนี้ดูนะคะ

หากเคยทำแล้วรู้สึกเฉยๆ ลองมาเช็คเรื่องระดับความลึกของเข็มกันก่อนไหมคะหากเคยทำแล้วรู้สึกเฉยๆ ลองมาเช็คเรื่องระดับความลึกของเข็มกันก่อนไหมคะ

 

 

ความเข้าใจผิดที่ว่า "ยิ่งทำลึกยิ่งดี" อาจส่งผลอย่างไรบ้าง

ความเข้าใจผิดที่เจอบ่อยที่สุดคือ คิดว่ายิ่งแทงเข็มลงไปลึกเท่าไหร่ ผลลัพธ์ก็จะยิ่งดีขึ้นเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว ระดับความลึกไม่ได้เป็นตัวกำหนดขนาดของผลลัพธ์ แต่เป็นตัวกำหนด "ชั้นผิวที่ความร้อนจะไปถึง" ดังนั้น จะเห็นผลดีที่สุดก็ต่อเมื่อปรับให้ตรงกับชั้นผิวเป้าหมายเท่านั้นค่ะ หากเราพยายามปรับเข็มให้ลึกเกินไปกับปัญหาผิวตื้นๆ ความร้อนก็จะไม่ไปโฟกัสตรงผิวชั้นบนที่ต้องการ แถมยังเพิ่มภาระในการพักฟื้นผิวโดยไม่จำเป็นอีกด้วยค่ะ

สำหรับปัญหาที่อยู่ใกล้ผิวชั้นบน เช่น ริ้วรอยเล็กๆ หรือผิวสัมผัสที่ไม่เรียบเนียน การใช้ระดับตื้นจะตอบโจทย์ได้ดีกว่าค่ะ หากคุณต้องการปรับผิวให้เรียบเนียน แต่หลังทำกลับมีรอยแดงยาวนาน นั่นอาจไม่ใช่เพราะพลังงานไม่ถึง แต่เป็นเพราะตั้งค่าลึกเกินกว่าจุดเป้าหมายก็เป็นได้ ในทางกลับกัน หากเป็นแผลเป็นเก่าแก่แต่รักษาแบบตื้นเกินไปจนเห็นการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก นั่นก็เป็นเพราะความร้อนส่งลงไปไม่ถึงชั้นหนังแท้ส่วนลึกค่ะ

  • ระดับความลึก = ขนาดของผลลัพธ์ (X) → ระดับความลึก = ชั้นผิวที่ความร้อนจะไปถึง (O)

  • หากรักษาปัญหาตื้นๆ ด้วยระดับที่ลึกเกินไป ความร้อนจะส่งไปที่ผิวชั้นบนได้น้อยลง และใช้เวลาพักฟื้นนานขึ้น

  • แทนที่จะเพิ่มระดับความลึกและความแรงไปพร้อมๆ กัน ควรค่อยๆ ปรับทีละระดับโดยดูการตอบสนองของผิวเป็นหลักค่ะ

การคิดว่าระดับความลึกคือความแรง แล้วพยายามจะเพิ่มทั้งสองอย่างพร้อมกันก็เป็นอีกหนึ่งความเข้าใจผิดค่ะ ในความเป็นจริง ยิ่งปรับระดับลึกเท่าไหร่ แทนที่จะเร่งความแรงขึ้นไปอย่างไร้ทิศทาง การค่อยๆ ปรับให้เข้ากับปฏิกิริยาของผิวทีละสเต็ปจะปลอดภัยและเสถียรกว่าค่ะ ดังนั้น ในการปรึกษาครั้งต่อไป แทนที่จะถามว่า "ใช้เข็มลึกกี่มิลลิเมตร" การแจ้งแพทย์ให้ชัดเจนว่าปัญหาของคุณเป็นปัญหาผิวชั้นบนหรือปัญหาชั้นลึก จะช่วยให้การพูดคุยเป็นไปได้อย่างตรงจุดและง่ายขึ้นมากค่ะ

ความเข้าใจผิดที่ว่า "ยิ่งทำลึกยิ่งดี" อาจส่งผลอย่างไรบ้าง

 

 

ระดับความลึกไม่ตรงกับชั้นผิวที่มีปัญหาหรือเปล่าคะ

เวลาจะวิเคราะห์หาสาเหตุของผลลัพธ์ที่ยังไม่ปัง ลองเริ่มจากจัดกลุ่มก่อนว่าปัญหาผิวของเราอยู่ในชั้นไหน ด้านล่างนี้ตารางสรุปเป้าหมายชั้นผิว ระดับความลึก ความแรงของ RF และแนวทางการรักษาที่แนะนำสำหรับแต่ละปัญหาผิวค่ะ ทั้งนี้ ค่าการตั้งค่าที่แน่นอนจะขึ้นอยู่กับสภาพผิวและบริเวณที่รักษาของแต่ละบุคคล ตารางนี้จึงใช้สำหรับเป็นแนวทางอ้างอิงคร่าวๆ เท่านั้นนะคะ

ปัญหาผิว

ชั้นผิวเป้าหมาย

ระดับความลึกโดยประมาณ

ความแรงของ RF

แนวทางการรักษาที่แนะนำ

รอยแผลเป็นจากสิว·รอยแตกลาย

ชั้นหนังแท้ส่วนลึก

ระดับลึก (ประมาณ 2.0~3.5 mm)

ค่อนข้างสูง

แบ่งทำหลายๆ ครั้ง

รูขุมขนกว้าง

ชั้นหนังแท้ส่วนกลาง

ระดับกลาง (ประมาณ 1.0~2.0 mm)

ระดับปานกลาง

ทำซ้ำประมาณ 2-3 ครั้ง

ริ้วรอยตื้นๆ·ผิวไม่เรียบเนียน

ชั้นหนังแท้ส่วนบน

ระดับตื้น (ประมาณ 0.5~1.0 mm)

ค่อนข้างต่ำ

เน้นแบบอ่อนโยน สบายผิว

เนื่องจากรอยแผลเป็นและรอยแตกลาย เกิดจากการที่เนื้อเยื่อในชั้นหนังแท้ส่วนลึกถูกทำลายหรือดึงรั้งไว้ พลังงานความร้อนจึงต้องส่งลงไปถึงชั้นนั้นเพื่อกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูผิวใหม่ (skin remodeling) ในทางกลับกัน ปัญหารูขุมขนกว้างมักจะเน้นเป้าหมายไปที่ชั้นหนังแท้ส่วนกลาง หากคุณต้องการรักษารอยแผลเป็นแต่ตั้งค่าเข็มตื้นเกินไป หรือต้องการดูแลผิวสัมผัสแต่ตั้งค่าลึกเกินไป แสดงว่าระดับความลึกไม่ตรงกับชั้นผิวเป้าหมาย ซึ่งนี่คือจุดสำคัญที่ต้องนำไปพูดคุยในการปรึกษาครั้งถัดไปค่ะ

เวลาดูตารางนี้ แนะนำให้จับแนวทางหลักๆ 3 ทิศทาง จะเข้าใจง่ายกว่าการจำตัวเลขค่ะ ยิ่งเป็นปัญหาผิวที่อยู่ลึก ระดับความลึกและความแรงก็จะยิ่งสูงขึ้น และต้องแบ่งการรักษาออกเป็นหลายๆ ครั้ง ในทางกลับกัน ยิ่งเป็นปัญหาตื้นๆ ทิศทางการรักษาก็จะเน้นแบบตื้นและลดภาระของผิวลง ส่วนรูขุมขนก็จะอยู่ตรงกลางค่ะ ลองเอาประวัติการรักษาครั้งก่อนมาเทียบกับตารางนี้ดูนะคะ จะช่วยให้เดาได้ง่ายขึ้นว่ามีจุดไหนที่คลาดเคลื่อนไปหรือเปล่า

ในการรักษาเพียงครั้งเดียว แพทย์อาจจะไม่ได้ล็อกระดับความลึกไว้ที่ค่าเดียว แต่อาจมีการปรับเปลี่ยนไปตามจุดต่างๆ เช่น จากงานวิจัยระบุว่า มีเทคนิคการยิงแบบแบ่งผ่านหลายรอบ (multiple passes) โดยเริ่มยิงเน้นที่รอยแผลเป็นลึกด้วยระดับความลึกและความแรงที่สูงก่อน จากนั้นจึงปรับพลังงานลดลงเพื่อเก็บรายละเอียดแผลเป็นที่ตื้นขึ้น ดังนั้น บนใบหน้าเดียวกัน จุดที่ลึกและจุดที่ตื้นก็อาจจะใช้วิธีรักษาที่ระดับความลึกต่างกันได้ค่ะ ด้วยเหตุนี้ ขั้นตอนแรกที่สำคัญกว่าการรู้ว่าใช้เข็มลึกกี่มิลลิเมตร คือการระบุให้ได้ว่าปัญหาผิวของเราอยู่ที่ชั้นไหนค่ะ

ระดับความลึกไม่ตรงกับชั้นผิวที่มีปัญหาหรือเปล่าคะ

 

 

การหวังผลลัพธ์ให้จบในครั้งเดียว อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้รู้สึกเฉยๆ ก็ได้ค่ะ

ระดับความลึกไม่ได้กำหนดขึ้นมาเดี่ยวๆ แต่จะทำงานร่วมกับความแรงของ RF และจำนวนครั้งในการรักษา การพยายามรักษาปัญหาผิวลึกๆ ให้หายขาดในครั้งเดียว อาจส่งผลให้ผลลัพธ์ออกมาก้ำกึ่งไม่ชัดเจนได้ค่ะ เพราะยิ่งส่งพลังงานลงไปลึกเพื่อกระตุ้นชั้นหนังแท้ส่วนลึก ผิวก็ยิ่งต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวค่อนข้างมาก ดังนั้น แนวทางการรักษาที่ปลอดภัยและเสถียรที่สุดคือการปรับความแรงและระยะห่างในการทำ แล้วแบ่งรักษาเป็นหลายๆ ครั้งค่ะ

  • ระดับความลึกและความแรง — ยิ่งตั้งค่าลึก แทนที่จะเร่งพลังงานให้แรงขึ้นอย่างเดียว ควรสังเกตการตอบสนองของผิวแล้วค่อยๆ ปรับอย่างเป็นขั้นตอนค่ะ

  • ระดับความลึกและจำนวนครั้ง — ปัญหาผิวส่วนลึก (แผลเป็น, รอยแตกลาย) แทนที่จะอัดพลังงานทีเดียว ควรแบ่งทำหลายๆ ครั้งเพื่อค่อยๆ ปรับสภาพผิวทีละชั้นอย่างปลอดภัยค่ะ

  • ระดับความลึกและการพักฟื้น — การทำระดับตื้น รอยแดงอาจหายไปใน 1-2 วัน แต่หากทำระดับลึก รอยแดงอาจอยู่ได้นานกว่านั้นหลายวัน แนะนำให้เผื่อเวลาและจัดตารางชีวิตล่วงหน้าจะดีที่สุดค่ะ

  • ระดับความลึกในแต่ละจุด — ผิวบริเวณหน้าผาก แก้ม จมูก และรอบปากมีความหนาต่างกัน ต่อให้เป็นคนเดียวกัน แพทย์ก็จะปรับความลึกแตกต่างกันไปตามแต่ละจุดค่ะ

ดังนั้น หากการรักษาครั้งก่อนของคุณจบลงในครั้งเดียวทั้งที่เป็นปัญหาระดับลึก นั่นอาจเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คุณรู้สึกไม่เห็นผลค่ะ ผิวชั้นลึกไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ทันทีจากการกระตุ้นเพียงครั้งเดียว แต่การค่อยๆ ปรับโครงสร้างผิวทีละนิดผ่านการรักษาหลายๆ ครั้งจะดูเป็นธรรมชาติมากกว่า หากเราโหมทำแรงๆ ในครั้งเดียว ผิวอาจจะรับภาระหนักในการพักฟื้น แต่ผลลัพธ์ที่ได้อาจจะไม่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับการค่อยๆ ทยอยทำค่ะ

ระยะเวลาในการพักฟื้นผิวก็ใช้หลักการเดียวกันค่ะ สำหรับการปรับผิวสัมผัสระดับตื้น รอยแดงมักจะยุบลงภายใน 1-2 วัน แต่หากรักษารอยแผลเป็นระดับลึก แนะนำให้เผื่อเวลาพักหน้าเพิ่มขึ้นอีกสักสองสามวันจะสบายใจกว่าค่ะ หากครั้งที่แล้วคุณรู้สึกตกใจที่ผิวใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่าที่คิด นั่นเป็นสัญญาณว่าแพทย์ได้ทำการรักษาระดับลึกให้คุณแล้ว ดังนั้น ครั้งต่อไปแนะนำให้วางแผนเผื่อเวลาพักหน้าและแบ่งทำเป็นรอบๆ จะตอบโจทย์ที่สุดค่ะ แทนที่จะยึดติดกับตัวเลขมิลลิเมตร ให้จำหลักการง่ายๆ ว่า "ปัญหาลึก = รักษาลึก + แบ่งทำหลายครั้ง", "ปัญหาตื้น = รักษาตื้น + สบายผิว" แบบนี้จะช่วยให้วางแผนการรักษาในครั้งต่อไปได้ง่ายขึ้นมากค่ะ

การหวังผลลัพธ์ให้จบในครั้งเดียว อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้รู้สึกเฉยๆ ก็ได้ค่ะ

 

 

หากจะทำอีกครั้ง ที่ Beautystone สาขาฮับจอง จะประเมินจากอะไรก่อนเป็นอันดับแรก?

สำหรับ Potenza ที่ Beautystone สาขาฮับจอง เราให้ความสำคัญกับการประเมินสภาพผิวและชั้นผิวที่มีปัญหาของคนไข้ก่อน เพื่อกำหนดระดับความลึกที่เหมาะสมที่สุดค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับท่านที่เคยผ่านการทำมาแล้ว การมาร่วมพูดคุยกันว่าจุดไหนที่ยังรู้สึกไม่พอใจในครั้งก่อน จะช่วยให้เราปรับตั้งค่าเครื่องสำหรับครั้งต่อไปได้ง่ายขึ้นมากค่ะ เนื่องจากคนไข้ส่วนใหญ่มักมีทั้งปัญหารอยแผลเป็น รูขุมขน และริ้วรอยตื้นๆ ผสมกัน เราจึงช่วยจัดลำดับความสำคัญของปัญหาที่ต้องการแก้ไขก่อน จากนั้นจึงออกแบบระดับความลึกและจำนวนครั้งที่เหมาะสมให้ค่ะ

เนื่องจากเราเป็นคลินิกขนาดอบอุ่นที่ตั้งอยู่ใกล้สถานีฮับจอง เดินทางสะดวก เราจึงเน้นการรักษาที่ดูแลอย่างใกล้ชิด ค่อยเป็นค่อยไป โดยประเมินจากการฟื้นตัวของผิวในแต่ละครั้งเพื่อกำหนดวันนัดรอบถัดไปร่วมกัน สำหรับท่านที่ต้องการนำผลลัพธ์ที่ยังไม่พึงพอใจจากครั้งก่อนมาปรับปรุงในแผนการรักษาใหม่ การร่วมมือกันประเมินและปรับแต่งแบบละเอียดนี้จะตอบโจทย์มากๆ ค่ะ หากท่านกำลังเตรียมตัวเข้ามาปรึกษา ลองเตรียมข้อมูลเหล่านี้มาล่วงหน้าจะช่วยให้คุยกับคุณหมอได้เข้าใจตรงกันยิ่งขึ้นนะคะ

  • จุดไหนที่รู้สึกว่ายังไม่เห็นผลในการทำครั้งก่อน — หากเป็นเฉพาะจุด อาจเกี่ยวข้องกับความหนาของผิวและระดับความลึกของเข็มค่ะ

  • ปัญหาผิวของคุณอยู่ในชั้นไหน — แผลเป็น/รอยแตกลาย อยู่ชั้นลึก, รูขุมขน อยู่ชั้นกลาง, ริ้วรอย/ผิวไม่เนียน อยู่ชั้นบนค่ะ

  • วางแผนจะทำทั้งหมดกี่ครั้ง — ยิ่งเป็นปัญหาระดับลึก การแบ่งทำหลายๆ ครั้งจะปลอดภัยและเห็นผลสม่ำเสมอกว่าทำครั้งเดียวค่ะ

  • มีเวลาพักฟื้นผิว (downtime) นานแค่ไหน — ระยะเวลาของรอยแดงและอาการบวมจะต่างกันไปตามความลึกที่ใช้ ดังนั้นควรวางแผนตารางงานล่วงหน้าไว้ก่อนค่ะ

ระดับความลึกไม่ใช่ค่าสำเร็จรูปที่มีคำตอบตายตัวเพียงค่าเดียว แต่เป็นค่าที่ต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากับชั้นผิวที่มีปัญหาและสภาพผิวของแต่ละบุคคลค่ะ ดังนั้น แม้ผลลัพธ์ครั้งก่อนจะยังไม่โดนใจ แต่หากเรานำจุดบกพร่องมาวิเคราะห์และปรับตั้งค่าใหม่ในการทำครั้งถัดไป ก็ยังมีโอกาสได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ ทั้งนี้ บทความนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลทั่วไปเพื่อประกอบการตัดสินใจ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด แนะนำให้ปรึกษารายละเอียดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงก่อนรับการรักษานะคะ

หากจะทำอีกครั้ง ที่ Beautystone สาขาฮับจอง จะประเมินจากอะไรก่อนเป็นอันดับแรก?

 

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ทำไปครั้งหนึ่งแล้วไม่ค่อยเห็นความเปลี่ยนแปลงเลย แปลว่าทำล้มเหลวหรือเปล่าคะ?

ไม่จำเป็นต้องคิดแบบนั้นเสมอไปค่ะ หากระดับความลึกของเข็มไม่ตรงกับชั้นผิวที่มีปัญหา หรือพยายามจะแก้ปัญหาลึกๆ ให้จบในครั้งเดียว ก็อาจทำให้รู้สึกว่าเห็นผลน้อยได้ค่ะ ในการปรึกษาครั้งต่อไป ลองแจ้งคุณหมอว่ามีจุดไหนที่ยังไม่พอใจ และร่วมกันกำหนดเป้าหมายชั้นผิว เพื่อปรับตั้งค่าเครื่องให้ตรงจุดขึ้นได้ค่ะ

จำเป็นต้องรู้ระดับความลึก (มิลลิเมตร) ที่เคยทำครั้งก่อน เพื่อมาคุยในการปรึกษาครั้งใหม่ไหมคะ?

ไม่จำเป็นต้องทราบตัวเลขเป๊ะๆ ก็ได้ค่ะ การบอกคุณหมอว่ามีจุดไหนบ้างที่ยังไม่พึงพอใจ และปัญหาหลักๆ ของคุณคืออะไร จะเป็นประโยชน์ในการประเมินมากกว่าค่ะ เนื่องจากระดับความลึกเป็นค่าที่แพทย์ต้องปรับเปลี่ยนตามความหนาของผิวและบริเวณที่รักษาอยู่แล้ว การตรวจเช็คสภาพผิวจริง ณ ปัจจุบันแล้วค่อยกำหนดระดับความลึกจึงเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุดค่ะ

ถ้าครั้งก่อนไม่เห็นผล ครั้งต่อไปควรปรับให้ลึกขึ้นกว่าเดิมไหมคะ?

การปรับให้ลึกขึ้นอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบเสมอไปค่ะ หากเราแก้ปัญหาตื้นๆ ด้วยระดับที่ลึกเกินไป พลังงานความร้อนจะไม่ไปโฟกัสตรงผิวชั้นบนที่ต้องการ แถมยังทำให้ผิวระคายเคืองและพักฟื้นนานขึ้นด้วย สิ่งแรกที่ต้องทำคือวิเคราะห์ร่วมกับแพทย์ก่อนว่า สาเหตุที่ยังไม่เห็นผลเป็นเพราะเข็มตื้นเกินไป ระดับชั้นผิวไม่ตรงกัน หรือจำนวนครั้งในการทำยังไม่เพียงพอกันแน่ค่ะ

ถ้าจะทำอีกครั้ง ควรเว้นระยะห่างจากการทำครั้งก่อนนานแค่ไหนคะ?

ระยะห่างที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของผิวและความลึกของปัญหาผิวของแต่ละบุคคล จึงไม่สามารถระบุระยะเวลาที่แน่นอนสำหรับทุกคนได้ค่ะ โดยทั่วไปการรักษาแบบตื้นผิวจะฟื้นตัวเร็ว ส่วนการรักษาระดับลึกอาจมีรอยแดงและอาการบวมอยู่หลายวัน แนะนำให้เข้ามาตรวจเช็คสภาพผิวกับแพทย์ก่อนเพื่อร่วมกันประเมินวันนัดทำครั้งต่อไปที่ปลอดภัยที่สุดค่ะ

คอนเทนต์

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด