หลังทำ Juvelook Volume และ Sculptra บวมและวอลลุ่มเปลี่ยนแบบไหนปกติ เมื่อไหร่ควรติดต่อคลินิกค่ะ
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→

หลังจากที่ทำ Juvelook Volume หรือ Sculptra มาแล้ว ทุกครั้งที่ส่องกระจก หลายคนอาจจะเริ่มกังวลและคิดว่า 'นี่คืออาการปกติของการฟื้นฟูหรือเปล่านะ?' บางทีเพิ่งทำเสร็จก็ดูมีวอลลุ่มขึ้นมาทันที แต่ผ่านไปไม่กี่วันกลับดูยุบลง หรือบางคนผ่านไปหลายสัปดาห์แล้วก็ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงจนรู้สึกใจร้อน
แต่รู้ไหมคะว่า ทั้งสองโปรแกรมนี้มี 'ไทม์ไลน์' การฟื้นฟูผิวที่ถูกเซ็ตไว้แตกต่างกันตั้งแต่แรก ผลลัพธ์ที่เรียกว่า 'ไม่มีการเปลี่ยนแปลงตามปกติ' กับ 'สัญญาณที่ต้องเฝ้าระวัง' จะแตกต่างกันไปตามตัวยาที่ใช้ ดังนั้น บทความนี้จะไม่ได้มาช่วยเลือกนะคะว่าจะทำตัวไหนดี แต่เขียนขึ้นเพื่อให้เพื่อนๆ ที่ทำมาแล้วได้ลองเช็กสภาพผิวและอาการของตัวเองในแต่ละช่วงเวลาดูค่ะ
หลังจากทำเสร็จช่วงแรกๆ อาการบวมๆ ยุบๆ ถือเป็นเรื่องปกติไหมนะ
ในวันแรกที่ทำรวมถึงช่วง 2-3 วันหลังจากนั้น จะเป็นช่วงที่สัมผัสได้ถึงความแตกต่างของทั้งสองตัวนี้มากที่สุดค่ะ สำหรับ Juvelook Volume ในวันที่ทำจะเริ่มเห็นวอลลุ่มขึ้นมาในระดับหนึ่งเลย ซึ่งเป็นเพราะสาร Hyaluronic Acid ที่ผสมอยู่ด้วยช่วยดึงน้ำเข้ามาทำให้เกิดปริมาตรทันที ดังนั้น การที่รู้สึกว่า 'เห็นผลลัพธ์ทันที' จึงเป็นเรื่องธรรมชาติของตัวนี้ค่ะ
แต่สำหรับ Sculptra จะตรงกันข้ามเลยค่ะ อาการบวมหลังฉีดทันทีไม่ได้เกิดจากตัวยาหลัก แต่เกิดจากสารละลายที่ใช้ผสม ซึ่งสารละลายนี้จะถูกดูดซึมหายไปภายในเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ ทำให้อาการบวมยุบตัวลงเกือบทั้งหมด ดังนั้นการที่ 'ทำเสร็จแล้วดูฟูขึ้นทันที แต่อีกไม่กี่วันต่อมากลับยุบลงไปเหมือนเดิม' จึงไม่ใช่ความล้มเหลวของ Sculptra นะคะ แต่เป็นขั้นตอนปกติที่ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้วค่ะ

สรุปง่ายๆ ก็คือ อาการบวมหรือฟูในช่วงวันแรกๆ ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่แท้จริง แต่เป็นเพียงภาพลวงตาจากตัวยาและส่วนผสมชั่วคราวเท่านั้น ทั้งวอลลุ่มในวันแรกของ Juvelook Volume และอาการบวมในวันแรกของ Sculptra ยังไม่ใช่ผลลัพธ์ของคอลลาเจนจริง ดังนั้น แนะนำว่าอย่าเพิ่งตัดสินผลลัพธ์จากภายนอกในช่วงนี้ จะได้สบายใจขึ้นค่ะ
Juvelook Volume — ถ้าเห็นวอลลุ่มตั้งแต่วันแรก ถือเป็นเรื่องปกติค่ะ เป็นเอฟเฟกต์ทันทีจาก Hyaluronic Acid
Sculptra — ถ้าอาการบวมในวันแรกยุบลงภายในไม่กี่วัน ถือเป็นเรื่องปกติค่ะ เพราะสารละลายถูกดูดซึมไปแล้ว
ในทั้งสองกรณี แนะนำให้คิดซะว่าผลลัพธ์ที่เห็นในช่วงแรกนี้ยังไม่ใช่ผลลัพธ์สุดท้าย จะได้ไม่ต้องกังวลใจค่ะ

เข้าสู่ช่วงกลางที่รู้สึกเหมือนวอลลุ่มจะยุบหายไปหมดแล้ว
จุดนี้เป็นจุดที่คนที่ทำ Juvelook Volume ตกใจกันมากที่สุดเลยค่ะ เพราะจะรู้สึกเหมือนวอลลุ่มที่เคยมีในวันแรกๆ ค่อยๆ ลดลงทีละนิดตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่นี่ไม่ใช่เพราะตัวยาหมดฤทธิ์นะคะ แต่เป็นกระบวนการส่งไม้ต่อของส่วนผสมที่ทำหน้าที่สร้างวอลลุ่มต่างหากค่ะ
'วอลลุ่มในวันแรก' กับ 'วอลลุ่มจากคอลลาเจนจริง' ของ Juvelook Volume เกิดจากส่วนผสมคนละตัวกันค่ะ ในช่วงแรก Hyaluronic Acid จะทำหน้าที่เติมเต็มก่อน และเมื่อมันเริ่มสลายตัวและดูดซึมเข้าสู่ร่างกายจนลดลง PDLLA ก็จะเข้ามาทำหน้าที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเพื่อรับช่วงต่อตรงจุดนั้น จึงอาจทำให้มีช่วงหนึ่งที่รู้สึกเหมือนวอลลุ่มยุบหายไปชั่วคราวค่ะ

พูดง่ายๆ ก็คือ ความรู้สึก 'ยุบตัว' ในช่วงนี้ เป็นเพราะเราเห็นแค่ช่วงแรกที่ Hyaluronic Acid กำลังสลายไป แต่ยังไม่ทันเห็นช่วงหลังที่คอลลาเจนกำลังถูกสร้างขึ้นมาทดแทนค่ะ ถ้าเข้าใจการทำงานขั้นตอนนี้แล้ว ก็จะเข้าใจเลยว่าทำไมเราถึงไม่จำเป็นต้องรีบไปฉีดซ้ำในช่วงเวลานี้ และเมื่อรู้ล่วงหน้าว่าจะมีช่วงที่วอลลุ่มดูลดลงชั่วคราว เราก็จะไม่มองว่ามันคือความ 'ล้มเหลว' แต่เป็นเพียงช่วง 'ส่งไม้ต่อ' ของผิวเท่านั้นค่ะ
PDLLA (Poly-D,L-Lactic Acid) เป็นสารที่จะค่อยๆ สลายตัวพร้อมกับกระตุ้นเซลล์ Fibroblast ในชั้นผิวแท้ให้สร้างคอลลาเจนขึ้นมา ส่วน Hyaluronic Acid จะช่วยดึงน้ำเพื่อสร้างวอลลุ่มทันที ก่อนที่จะค่อยๆ ถูกดูดซึมและสลายไปตามเวลา เมื่อไทม์ไลน์ของสารทั้งสองตัวนี้ทับซ้อนกัน จึงทำให้เกิดช่วงว่างตรงกลางที่ดูเหมือนวอลลุ่มยุบตัวลงนั่นเองค่ะ
ผ่านไปหลายสัปดาห์แล้วแต่ยังเงียบกริบ แบบนี้คือไม่เห็นผลหรือเปล่า
นี่คือความกังวลใจยอดฮิตของคนที่ทำ Sculptra เลยค่ะ เพราะแม้จะผ่านไปหลายสัปดาห์แล้วก็ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน จนรู้สึกว่า 'ครั้งนี้รักษาน่าจะไม่เห็นผลซะแล้ว' แต่จริงๆ แล้วสำหรับ Sculptra ช่วงเวลาที่ดูเงียบสงบแบบนี้แหละค่ะคืออาการปกติที่สุด
เนื่องจาก Sculptra มีส่วนประกอบของ PLLA (Poly-L-Lactic Acid) เพียงอย่างเดียว โดยไม่มีสารสร้างวอลลุ่มทันทีอย่าง Hyaluronic Acid ดังนั้น การที่ไม่ค่อยเห็นการเปลี่ยนแปลงในช่วงแรกจึงเป็นเรื่องธรรมชาติมากๆ ค่ะ ผลลัพธ์ที่แท้จริงจะค่อยๆ ปรากฏขึ้นเมื่อคอลลาเจนเริ่มสะสมตัวในช่วงหลายสัปดาห์ไปจนถึงหลายเดือน โดยทั่วไปจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนที่สุดเมื่อเข้าสู่เดือนที่ 6 ค่ะ

ดังนั้น ในช่วงเวลานี้ขอให้เข้าใจว่าไม่ใช่ 'เห็นผลช้า' แต่เป็นเพราะ 'ช่วงเวลาที่ผลลัพธ์แสดงออกนั้นแตกต่างกัน' จะถูกต้องกว่าค่ะ อย่างไรก็ตาม หากมีอาการปวดรุนแรงหรือมีปฏิกิริยาอื่นๆ ที่ผิดปกติ ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงเวลาไหน แนะนำให้รีบปรึกษาแพทย์ผู้ทำการรักษาทันทีค่ะ
PLLA เป็นสารกระตุ้นทางชีวภาพ (Biostimulator) ที่เหนี่ยวนำให้เกิดการสร้างคอลลาเจนผ่านกระบวนการตอบสนองต่อการอักเสบที่ควบคุมได้ มันไม่ใช่สารเติมเต็มทันที แต่ทำหน้าที่ส่งสัญญาณให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเองตามธรรมชาติ ผลลัพธ์จึงค่อยเป็นค่อยไปตามธรรมชาติของตัวยานี้ และโดยปกติแล้ว Sculptra จะแนะนำให้ทำต่อเนื่องประมาณ 3-4 ครั้ง ดังนั้น การที่ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงหลังทำครั้งแรกจึงเป็นเรื่องที่คาดเดาไว้แล้วค่ะ
ทำไมต้องเป็นที่ Beautystone สาขาฮับจอง
ที่ Beautystone สาขาฮับจอง เราไม่ได้ตั้งเป้าแค่การขายชื่อคอร์สการรักษา แต่เราให้ความสำคัญกับการพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจว่าคนไข้อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาไหนมากที่สุด เพราะสำหรับโปรแกรมที่มีไทม์ไลน์หลังทำต่างกันอย่าง Juvelook Volume และ Sculptra หากเราได้ปรับความเข้าใจและรู้ล่วงหน้าว่าอาการแบบไหนคือเรื่องปกติในแต่ละช่วงเวลา ก็จะช่วยลดความกังวลระหว่างรอผลลัพธ์ไปได้เยอะเลยค่ะ
ด้วยความที่เราเป็นคลินิกขนาดอบอุ่นที่สามารถเดินเท้าได้ง่ายๆ จากสถานีฮับจอง เราจึงสามารถดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินสภาพผิวจริงและความต้องการด้านเวลาของแต่ละท่าน เพื่อร่วมกันวางแผนการรักษาว่าควรทำกี่ครั้งและเว้นระยะอย่างไรบ้าง เวลาที่คนไข้สับสนว่าอาการที่เป็นอยู่ตอนนี้ปกติไหม ก็ไม่ต้องคอยกังวลและหาคำตอบคนเดียวค่ะ
เพราะ Juvelook Volume มักจะเป็นโปรแกรมที่ต้องค่อยๆ สะสมผลลัพธ์จากการทำหลายๆ ครั้ง การปรับความคาดหวังในแต่ละช่วงเวลาแทนที่จะตัดสินจากผลลัพธ์หลังทำเพียงครั้งเดียว จะช่วยให้คนไข้สบายใจกว่ามากค่ะ ดังนั้น การเลือกคลินิกที่จะคอยติดตามและประเมินผลลัพธ์ไปด้วยกันหลังจากทำเสร็จแล้ว จะช่วยให้เช็กได้ง่ายขึ้นเยอะเลยว่าตอนนี้ผิวของเรากำลังฟื้นฟูไปในทิศทางปกติหรือไม่

มาลองเช็กสเตจการฟื้นฟูผิวของตัวเองกันดีกว่าค่ะ
ความกังวลหลังทำมักจะเกิดขึ้นเมื่อเราไม่รู้ว่าตอนนี้ผิวเรากำลังอยู่ในขั้นตอนไหน หากเราแบ่งสัญญาณผิวที่ปกติออกเป็นแต่ละช่วงเวลาตามแต่ละโปรแกรม เราก็จะพอคาดเดาได้เองในระดับหนึ่งว่าอาการที่เป็นอยู่ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนที่ถูกต้องแล้วหรือยัง โดยเฉพาะ Juvelook Volume และ Sculptra ที่ใช้ตัวยาต่างกัน ผลลัพธ์ปกติในเวลาเดียวกันก็อาจจะต่างกันได้ จึงต้องเช็กตามโปรแกรมที่เราเลือกทำเป็นหลักนะคะ
ช่วงเวลา | Juvelook Volume | Sculptra |
|---|---|---|
วันแรกหลังทำ | เริ่มเห็นวอลลุ่มขึ้นมาระดับหนึ่ง | มีอาการบวมเล็กน้อย ก่อนจะยุบลงในไม่กี่วัน |
ไม่กี่สัปดาห์หลังทำ | รู้สึกเหมือนวอลลุ่มยุบตัวลงเล็กน้อย | ยังไม่ค่อยเห็นการเปลี่ยนแปลง |
หลายสัปดาห์ ~ หลายเดือน | คอลลาเจนเริ่มทำงานและรับช่วงต่อ | คอลลาเจนค่อยๆ สะสมและสร้างตัวขึ้น |
ประมาณเดือนที่ 6 | ผลลัพธ์จากคอลลาเจนเริ่มคงที่และเข้าที่ | ผลลัพธ์แสดงออกชัดเจนและสวยที่สุด |

ทั้งสองโปรแกรมนี้ไม่ใช่การทำครั้งเดียวแล้วจบ แต่เป็นการค่อยๆ สะสมผลลัพธ์ผ่านการทำซ้ำค่ะ โดย Juvelook Volume มักจะต้องทำหลายครั้ง และ Sculptra จะทำประมาณ 3-4 ครั้ง โดยการนัดครั้งต่อไปจะประเมินจากการตอบสนองของคอลลาเจน ซึ่งส่วนใหญ่จะเว้นระยะห่างตั้งแต่ไม่กี่สัปดาห์ไปจนถึงหนึ่งเดือนขึ้นไปค่ะ
ผลลัพธ์สุดท้ายจะเริ่มคงที่เมื่อเวลาผ่านไปไม่กี่เดือนหลังจากการทำครั้งล่าสุด และคอลลาเจนก็จะค่อยๆ ลดลงตามธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไป จึงแนะนำให้วางแผนระยะเวลาสำหรับการทำทรีตเมนต์เพื่อคงสภาพผิวไว้ด้วยนะคะ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากความเร็วในการสร้างคอลลาเจนของแต่ละคนจะแตกต่างกันไปตามอายุ สภาพผิว และจำนวนครั้งที่ทำ เพื่อความปลอดภัยและแม่นยำที่สุด แนะนำให้ประเมินร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลผิวของเราโดยตรงนะคะ บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อให้เพื่อนๆ ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเบื้องต้นเท่านั้นค่ะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
หลังจากทำ Juvelook Volume แล้วรู้สึกเหมือนวอลลุ่มยุบลงระหว่างทาง แบบนี้ต้องรีบไปฉีดเพิ่มเลยไหมคะ?
ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงที่ Hyaluronic Acid กำลังสลายตัวและยุบลง ในขณะที่คอลลาเจนที่กระตุ้นโดย PDLLA กำลังเตรียมตัวเข้ามาเติมเต็มพื้นที่แทน จึงไม่ได้แปลว่าวอลลุ่มหายไปทั้งหมดนะคะ ดังนั้น แทนที่จะรีบตัดสินใจฉีดเพิ่มเพราะความรู้สึกในช่วงนี้ แนะนำให้รอจนกว่าจะถึงช่วงที่คอลลาเจนเริ่มสร้างตัวเสร็จสมบูรณ์ แล้วค่อยเข้ามาปรึกษาคุณหมอเพื่อประเมินอีกครั้งดีกว่าค่ะ
ทำ Sculptra มาแล้ว อาการบวมในช่วงแรกยุบลงไปในไม่กี่วัน แบบนี้แปลว่าตัวยาสลายหายไปหมดแล้วหรือเปล่าคะ?
อาการบวมในช่วงแรกเกิดจากสารละลายที่ใช้ผสมตัวยา ไม่ใช่ตัว Sculptra เองค่ะ การที่อาการบวมยุบลงไปภายในไม่กี่วันถึง 1 สัปดาห์จึงเป็นเรื่องปกติมากๆ ส่วนผลลัพธ์ที่แท้จริงของ Sculptra จะค่อยๆ แสดงให้เห็นเมื่อคอลลาเจนเริ่มสร้างตัวขึ้นมา ดังนั้น สบายใจได้เลยค่ะว่าตัวยาไม่ได้หายไปไหนแน่นอน
เราควรจะประเมินผลลัพธ์สุดท้ายของทั้งสองตัวนี้ตอนไหนดีคะ?
เนื่องจากทั้งสองโปรแกรมต้องใช้เวลาในการกระตุ้นและสร้างคอลลาเจน ผลลัพธ์สุดท้ายจึงมักจะเริ่มคงที่หลังจากทำครั้งสุดท้ายไปแล้วไม่กี่เดือนค่ะ โดย Sculptra จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ชัดเจนที่สุดในช่วงประมาณเดือนที่ 6 ส่วน Juvelook Volume ก็จำเป็นต้องรอดูจนถึงช่วงที่คอลลาเจนเข้ามาแทนที่หลังจากการสลายตัวของ Hyaluronic Acid เช่นกัน ดังนั้น แนะนำว่าอย่าเพิ่งตัดสินใจว่าได้ผลหรือไม่จากสัปดาห์แรกๆ นะคะ
อาการแบบไหนในระหว่างการฟื้นฟูผิวที่จำเป็นต้องติดต่อคลินิกทันทีคะ?
อาการอย่างเช่นความรู้สึกว่าวอลลุ่มลดลง หรือการที่ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงในช่วงแรกๆ นั้น ถือเป็นสัญญาณตามปกติที่เฝ้าดูอาการต่อไปได้ค่ะ แต่หากมีอาการปวดอย่างรุนแรง หรือมีปฏิกิริยาอื่นๆ ที่ผิดปกติและไม่คาดคิด ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงสัปดาห์ไหน แนะนำให้ติดต่อทีมแพทย์ผู้รักษาเพื่อตรวจเช็กทันทีเพื่อความปลอดภัยค่ะ เนื่องจากสภาพผิวและการตอบสนองของแต่ละคนไม่เหมือนกัน หากมีข้อสงสัย การปรึกษากับคลินิกที่ทำการรักษาโดยตรงจะเป็นวิธีที่ถูกต้องและแม่นยำที่สุดค่ะ
คอนเทนต์

ผิว
CO2 Fractional ทำไมพักหน้านานกว่าเลเซอร์แบบไม่ลอกผิว? เลือกยังไงดี

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฟิลเลอร์หน้าผากต้องใช้กี่ซีซี ทำไมราคาต่อซีซีถึงบอกราคารวมไม่ได้?

ผิว
หน้ามันแต่ยังตึง ช่วงเปลี่ยนฤดูควรแก้อะไรก่อนดี?

กำจัดขน
เลเซอร์กำจัดขนรักแร้ ราคาต่อครั้งถูก แต่รวมทั้งคอร์สต้องจ่ายเท่าไหร่?

ลบรอยสัก
จะสักทับ (Cover-up) ต้องเลเซอร์ให้รอยสักเดิมจางก่อนกี่ครั้ง?

ผิว
큐어젯 다운타임, 다음 날 출근과 화장은 언제부터 될까요?







