• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

Sofwave กับ Shurink มีความลึกและชั้นผิวที่เป็นเป้าหมายแตกต่างกันอย่างไรคะ?

Sofwave กับ Shurink มีความลึกและชั้นผิวที่เป็นเป้าหมายแตกต่างกันอย่างไรคะ?

Sofwave กับ Shurink มีความลึกและชั้นผิวที่เป็นเป้าหมายแตกต่างกันอย่างไรคะ?

เปรียบเทียบความลึกในการส่งพลังงานของ Sofwave และ Shurink โดยแบ่งตามชั้นผิวหนังแท้ (dermis) และชั้นพังผืดกล้ามเนื้อ (SMAS) พร้อมแนะนำว่าหากคุณกังวลเรื่องเนื้อสัมผัสผิว (skin texture) หรือปัญหาความหย่อนคล้อยของกรอบหน้า ควรเลือกปรึกษาทำโปรแกรมไหนดี

เวลาไปปรึกษาเรื่องยกกระชับ หลายครั้งมักจะได้รับคำแนะนำว่า Sofwave vs Shurink และ Shurink ทั้งสองตัวนี้เป็นเครื่องยกกระชับด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ (HIFU) เหมือนกัน จนทำให้รู้สึกว่า "สุดท้ายมันก็น่าจะคล้ายๆ กันหรือเปล่า" แต่พอเห็นผลลัพธ์จริงๆ กลับพบว่าฝั่งหนึ่งให้ความรู้สึกผิวแน่นเนียนละเอียดขึ้น ส่วนอีกฝั่งให้ความรู้สึกเหมือนช่วยดึงรั้งกรอบหน้าที่หย่อนคล้อยให้ยกขึ้น ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงค่ะ

ความแตกต่างนี้ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับระดับความลึกที่ตัวเครื่องส่งพลังงานอัลตราซาวด์ลงไปในชั้นผิวค่ะ โดย Sofwave vs Shurink จะเน้นไปที่ชั้นหนังแท้ (dermis) ส่วนกลาง ขณะที่ Shurink จะส่งพลังงานลงไปได้ลึกกว่า ตั้งแต่ชั้นหนังแท้ไปจนถึงชั้นพังผืดกล้ามเนื้อ (SMAS) ด้านล่าง ทำให้เป้าหมายในการรักษาแตกต่างกัน หากทำความเข้าใจเรื่องระดับความลึกนี้ไว้สักนิด ก็จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นมากเลยค่ะว่าแบบไหนที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวของเราได้ดีที่สุด

> บทความนี้เป็นคอนเทนต์ที่รวบรวมข้อมูลการทำหัตถการจาก Beautystone สาขาฮับจองค่ะ

เมื่ออ่านบทความนี้แล้ว คุณจะเข้าใจเกี่ยวกับ

  • ระดับความลึกที่ Sofwave vs Shurink และ Shurink ส่งพลังงานลงไปนั้นแตกต่างกันอย่างไร

  • ทำไมผลลัพธ์ถึงแตกต่างกันเมื่อเน้นเป้าหมายไปที่ชั้นหนังแท้เปรียบเทียบกับชั้นพังผืด (SMAS)

  • ช่วยประเมินได้ว่าปัญหาผิวของคุณในตอนนี้ ใกล้เคียงกับเรื่องการบำรุงผิวเนียนละเอียด หรือต้องการการยกกระชับความหย่อนคล้อยมากกว่ากัน

  • สามารถประเมินเบื้องต้นได้ว่า ด้วยสภาพผิวของคุณในปัจจุบัน ควรเลือกปรึกษาคุณหมอเกี่ยวกับเครื่องมือตัวไหนดี

 

มาเริ่มทำความเข้าใจกันก่อนว่า ทำไมการยกกระชับด้วยอัลตราซาวด์ถึงแบ่งตามระดับความลึก

การยกกระชับด้วยคลื่นอัลตราซาวด์คือการส่งพลังงานความร้อนลงไปเฉพาะเจาะจงในระดับความลึกที่ต้องการใต้ผิวหนัง โดยไม่ทำลายผิวชั้นนอก เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจน* ขึ้นมาใหม่ ซึ่งจุดที่พลังงานไปรวมตัวกันนั้นจะกระตุ้นเนื้อเยื่อในชั้นที่แตกต่างกัน ส่งผลให้ผลลัพธ์ที่ได้ย่อมแตกต่างกันไปด้วยค่ะ

คอลลาเจน*: เป็นส่วนประกอบโปรตีนที่สร้างความยืดหยุ่นและการพยุงตัวให้แก่ผิว เมื่อได้รับความร้อนจะเกิดการหดตัว และในกระบวนการฟื้นฟูผิวก็จะสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมา ทำให้ผิวเต่งตึงและแข็งแรงขึ้น

โครงสร้างผิวหนังของเราจะประกอบไปด้วยชั้นกำพร้า (epidermis), ชั้นหนังแท้ (dermis), ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (subcutaneous fat) และชั้น SMAS* ซึ่งเป็นชั้นพังผืดกล้ามเนื้อที่อยู่ลึกลงไป เรียงตัวกันเป็นชั้นๆ โดยชั้นหนังแท้จะเป็นชั้นที่กำหนดเรื่องความยืดหยุ่นและเนื้อสัมผัสของผิว ส่วนชั้น SMAS จะทำหน้าที่เสมือนโครงสร้างที่คอยโอบอุ้มพยุงโครงหน้าทั้งหมดไว้ ดังนั้น แม้จะเป็นเครื่องยกกระชับด้วยอัลตราซาวด์เหมือนกัน แต่หากเน้นส่งความร้อนไปที่ชั้นหนังแท้ ผลลัพธ์ก็จะเน้นไปที่เรื่องเนื้อสัมผัสของผิวและความยืดหยุ่น แต่หากส่งพลังงานลึกไปถึงชั้น SMAS ผลลัพธ์ที่ได้จะเน้นไปที่การดึงหัวมุมกรอบหน้าที่หย่อนคล้อยให้ยกกระชับขึ้นค่ะ เมื่อดูคำอธิบายที่ว่า เครื่องอัลตราซาวด์สามารถปรับความลึกของจุดโฟกัสได้ที่ 1.5 มม. · 3.0 มม. · 4.5 มม. เพื่อโฟกัสตั้งแต่ชั้นหนังแท้ไปจนถึงชั้น SMAS ก็จะเห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่า การควบคุมระดับความลึกคือหัวใจสำคัญของการยกกระชับค่ะ

SMAS*: คือชั้นพังผืดกล้ามเนื้อที่เชื่อมต่อระหว่างกล้ามเนื้อใบหน้าและผิวหนัง หากชั้นนี้เริ่มหย่อนคล้อย จะทำให้ภาพรวมของใบหน้าดูตกลงมา จึงถือเป็นโครงสร้างพยุงผิวที่สำคัญมากในการยกกระชับใบหน้าค่ะ

진피와 근막을 각각 겨냥하는 두 깊이 화살표초음파 리프팅이 깊이로 갈리는 이유부터 짚어볼게요

 

 

Sofwave vs Shurink เน้นไปที่ชั้นหนังแท้ส่วนกลาง ส่วน Shurink จะลงลึกไปถึงชั้น SMAS

Sofwave vs Shurink จะส่งพลังงานอัลตราซาวด์ไปรวมกันที่ชั้นหนังแท้ส่วนกลาง ที่ระดับความลึกประมาณ 1.5 มม. ซึ่งเป็นวิธีที่โฟกัสพลังงานความร้อนไปยังชั้นที่ดูแลเรื่องความยืดหยุ่นใต้ชั้นผิวชั้นนอกโดยตรง จึงตอบสนองได้ดีมากๆ กับปัญหาเรื่องเนื้อสัมผัสของผิว, ริ้วรอยเล็กๆ และการสูญเสียความยืดหยุ่นในระยะเริ่มต้น โดยจะเน้นไปที่การทำให้ผิวแน่นกระชับขึ้นมากกว่าการดึงรั้งโอบอุ้มผิวหน้ายกขึ้นทั้งหน้าค่ะ

สำหรับ Shurink จะสามารถเปลี่ยนหัวคาร์ทริดจ์ (cartridge) เพื่อส่งพลังงานลงไปได้หลากหลายระดับความลึก โดยทั่วไปจะใช้คาร์ทริดจ์ขนาด 1.5 มม., 3.0 มม. และ 4.5 มม. ซึ่งคาร์ทริดจ์ระดับตื้นจะส่งพลังงานไปที่ชั้นหนังแท้ ส่วนคาร์ทริดจ์ขนาด 4.5 มม. จะส่งพลังงานลึกไปถึงชั้น SMAS เลยค่ะ เมื่อความร้อนส่งไปถึงชั้น SMAS โครงสร้างพยุงผิวที่โอบอุ้มใบหน้าจะเกิดการหดตัวและเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูสร้างผิวใหม่ ส่งผลให้กรอบหน้าส่วนที่หย่อนคล้อยถูกดึงรั้งยกขึ้นตามไปด้วย ดังคำอธิบายที่ว่า การโฟกัสความร้อนไปที่ชั้น SMAS จะทำให้คอลลาเจนเกิดการแปรสภาพและสร้างขึ้นใหม่ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการปรับปรุงความหย่อนคล้อยและการยกกระชับ การส่งพลังงานลงไปถึงชั้นผิวที่ลึกจึงเป็นจุดสำคัญของผลลัพธ์นี้ค่ะ

สรุปคือ Sofwave vs Shurink จะเน้นลงลึกอย่างหนาแน่นเฉพาะจุดที่ระดับชั้นหนังแท้เป็นหลัก ส่วน Shurink จะแบ่งระดับความลึกเพื่อส่งพลังงานกระจายตั้งแต่ชั้นหนังแท้ไปจนถึงชั้น SMAS ค่ะ เมื่อดูตารางเปรียบเทียบเคียงข้างกันจะเห็นภาพความต่างชัดเจนขึ้นค่ะ

หัวข้อ

Sofwave vs Shurink

Shurink

ระดับความลึกหลัก

ชั้นหนังแท้ส่วนกลาง (~1.5 มม.)

ชั้นหนังแท้ ~ ชั้น SMAS (1.5 · 3.0 · 4.5 มม.)

ชั้นผิวที่เป็นเป้าหมาย

เน้นเฉพาะชั้นหนังแท้ (Dermis)

ชั้นหนังแท้ + SMAS (ชั้นพังผืดกล้ามเนื้อ)

ผลลัพธ์ที่โดดเด่น

ผิวเรียบเนียนละเอียด · ผิวแน่นตึงกระชับ

ดึงยกกระชับกรอบหน้าที่หย่อนคล้อย

ความรู้สึกตอนทำ

เน้นรู้สึกอุ่นๆ และจี๊ดๆ แสบๆ บนผิว

มีควบคู่กับความรู้สึกตื้อๆ ลึกๆ ใต้ผิว

Downtime (ระยะเวลาพักฟื้น)

ค่อนข้างสั้นมากโดยทั่วไป

อาจมีรอยแดงหรือความรู้สึกระบมเล็กน้อยมากกว่า

소프웨이브 vs 슈링크는 진피 중간층, 슈링크는 근막층까지 도달해요

 

 

ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันระหว่างการเน้นเป้าหมายที่ชั้นหนังแท้กับชั้น SMAS

แม้จะเป็นคลื่นอัลตราซาวด์เหมือนกัน แต่เนื่องจากระดับความลึกของพลังงานความร้อนส่งไปถึงชั้นเนื้อเยื่อที่แตกต่างกัน ผลลัพธ์ที่ได้จึงแยกออกชัดเจนค่ะ เมื่อโฟกัสพลังงานความร้อนที่ชั้นหนังแท้ คอลลาเจนในชั้นนั้นจะเกิดการหดตัวและกระตุ้นการสร้างใหม่ ทำให้ผิวหน้าดูเนียนเรียบ น่าสัมผัส และเพิ่มความยืดหยุ่นในระดับตื้น ซึ่งตรงจุดและเหมาะมากสำหรับผู้ที่มีความกังวลเรื่องเนื้อผิวภายนอกและเริ่มมีริ้วรอยแรกเริ่ม มากกว่าเรื่องความหย่อนคล้อยโครงสร้างลึก

แต่ถ้าส่งพลังงานไปถึงชั้น SMAS เรื่องราวจะเปลี่ยนไปเล็กน้อยค่ะ เนื่องจากชั้น SMAS ทำหน้าที่เสมือนเสาพยุงโครงสร้างใบหน้า เมื่อชั้นนี้หดตัว ผิวหนังและชั้นไขมันที่โปะอยู่ด้านบนก็จะถูกดึงยกขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น จึงมีจุดเด่นในการดึงรั้งผิวบริเวณที่ห้อยคล้อยลงมาแล้ว เช่น แก้มคล้อย หรือกรอบหน้าเหนียง ให้เชิดยกขึ้น ด้านล่างนี้คือรูปภาพจำลองแสดงระดับความลึกที่เครื่องมือทั้งสองตัวส่งพลังงานลงไปค่ะ

장비별 주 도달 깊이 (mm)

เพราะฉะนั้น เราจึงไม่สามารถบอกได้ว่า "ยิ่งทำลึกยิ่งแปลว่าดีกว่าเสมอไป" หากคุณกังวลเกี่ยวกับเรื่องผิวสัมผัสเรียบเนียนและความยืดหยุ่นเริ่มต้น การเลือกหัตถการที่เน้นชั้นหนังแท้อย่างละเอียดจะตอบโจทย์กว่า แต่ถ้ากังวลเรื่องรูปหน้ากรอบหน้าหย่อนคล้อย การเลือกหัตถการที่ลงลึกถึงชั้น SMAS จะเหมาะสมกว่า ดังนั้น ขั้นตอนแรกคือการวิเคราะห์ก่อนว่าปัญหาที่คุณกังวลนั้นเกิดจากโครงสร้างผิวชั้นไหนกันแน่ค่ะ

진피를 겨냥할 때와 근막을 겨냥할 때 결과가 갈려요

 

 

หากประเมินจากสภาพผิวของฉัน ควรเลือกปรึกษาแบบไหนดีนะ

ถึงแม้จะเข้าใจเรื่องระดับความลึกแล้ว แต่ถ้ายังนึกไม่ออกว่า "แล้วสุดท้ายฉันควรเลือกทำอะไรดี" แนะนำให้ลองแบ่งแยกดูว่า สิ่งที่คุณกังวลใจที่สุดในเวลานี้คือเรื่องของสภาพผิว หรือเป็นเรื่องกรอบหย่อนคล้อย โดยอิงตามเกณฑ์คร่าวๆ ด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ

  • กังวลเรื่องผิวไม่สม่ำเสมอ ผิวสาก หรือริ้วรอยยืดหยุ่นแรกเริ่ม — เหมาะกับ Sofwave vs Shurink ที่เน้นส่งพลังงานลงชั้นหนังแท้อย่างละเอียดถี่ถ้วนค่ะ

  • เริ่มรู้สึกว่าแก้มและกรอบหน้าห้อยย้อยตกลงมาด้านล่าง — จะเห็นผลลัพธ์ที่ดีกว่าเมื่อใช้หัวคาร์ทริดจ์ระดับลึกของ Shurink ที่ส่งพลังงานไปถึงชั้น SMAS ค่ะ

  • กังวลทั้งเรื่องสภาพผิวภายนอกและกรอบหน้าที่หย่อนคล้อยไปพร้อมกัน — แนะนำให้เข้าพบคุณหมอเพื่อประเมินสำหรับการทำผสมผสานทั้งสองวิธี หรือวางแผนแบ่งทำทีละช่วงเวลาค่ะ

  • เป็นคนผิวค่อนข้างบอบบางแพ้ง่าย หรือกังวลเรื่องระยะเวลาพักฟื้น (Downtime) — จำเป็นต้องพิจารณาความรู้สึกระหว่างทำและระยะเวลาฟื้นตัวไปร่วมด้วย เพื่อให้แพทย์ช่วยปรับระดับระดับพลังงานให้อย่างเหมาะสมค่ะ

อย่างไรก็ตาม เกณฑ์เหล่นี้เป็นเพียงข้อมูลอ้างอิงเบื้องต้นเพื่อช่วยในการมองหาทิศทางเท่านั้นค่ะ เพราะในความเป็นจริง ความหนาของผิวและระดับความหย่อนคล้อยจำเป็นต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยด้วยตาเปล่าและสัมผัสโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง เนื่องจากปัญหา "ความคล้อย" ที่มีปริมาณไขมันสะสมมาก กับความคล้อยที่เกิดจากความยืดหยุ่นของผิวสลายไปเฉยๆ นั้น จะมีวิธีการรักษาที่เหมาะสมแตกต่างกันออกไปค่ะ

내 피부 기준으로 어느 쪽을 상담해보면 좋을까요

 

 

ทำไมต้องเลือก Beautystone สาขาฮับจอง

ที่ Beautystone สาขาฮับจอง แทนที่เราจะเจาะจงระบุชื่อตัวเครื่องมือในการทำทันที เราจะเน้นช่วยวิเคราะห์และชี้จุดให้คนไข้เห็นก่อนว่า ปัจจุบันปัญหาผิวในชั้นไหนของคุณที่กำลังเริ่มสูญเสียประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นไปค่ะ เนื่องจาก Sofwave vs Shurink และ Shurink มีระดับความลึกในการส่งพลังงานที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน แม้จะเป็นบนใบหน้าเดียวกัน แต่บริเวณที่เหมาะสมของแต่ละตัวก็ไม่เหมือนกัน หากเลือกทำเพราะเห็นแค่ชื่อโปรแกรมโดยไม่ได้ผ่านการปรึกษาอย่างละเอียด ก็มีโอกาสสูงมากที่ผลลัพธ์จะไม่ได้ตามความคาดหวัง คลินิกของเราเป็นคลินิกขนาดกะทัดรัดตั้งอยู่ใกล้กับสถานีฮับจอง (Hapjeong Station) เดินทางสะดวกมาก คุณหมอจะดูแลด้วยความเป็นกันเอง คอยตรวจสภาพผิวจริงอย่างละเอียด เพื่อร่วมประเมินและตัดสินใจไปพร้อมกับคนไข้ว่าควรเน้นชั้นหนังแท้หรือลงลึกไปถึงชั้นพังผืด SMAS ดีค่ะ

왜 합정 뷰티스톤일까요

 

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q. สรุปแล้ว Sofwave vs Shurink เป็นหัตถการที่ดีกว่า Shurink แน่นอนเลยหรือเปล่าครับ/ค่ะ?

A. ไม่ใช่ว่าตัวไหนดีกว่าตัวไหนอย่างสมบูรณ์แบบค่ะ แต่ขึ้นอยู่กับเรื่องระดับความลึกที่ส่งพลังงานและการตอบโจทย์ปัญหาผิวที่ต่างกัน โดย Sofwave vs Shurink จะโฟกัสชั้นหนังแท้ส่วนกลางอย่างละเอียดถี่ถ้วน ช่วยเรื่องสภาพผิวภายนอกและริ้วรอยแรกเริ่ม ส่วน Shurink จะลงลึกไปถึงชั้น SMAS ช่วยเรื่องการดึงยกพยุงกรอบหน้าที่ย้อยคล้อย จึงควรเลือกตามปัญหาเฉพาะบุคคลว่าเน้นเรื่องคุณภาพผิวหรือความคล้อยเป็นหลักค่ะ

Q. ในเมื่อ Shurink ลงได้ลึกกว่า แบบนี้มันก็ครอบคลุมผลลัพธ์ของ Sofwave vs Shurink ไปด้วยเลยไม่ใช่หรือครับ/ค่ะ?

A. แม้ว่า Shurink จะสามารถเลือกใช้หัวยิงระดับตื้นเพื่อโฟกัสชั้นหนังแท้ได้เช่นกัน แต่เนื่องจากเทคโนโลยีของ Sofwave vs Shurink ถูกออกแบบมาเพื่อรวบรวมและกระจายพลังงานในชั้นความลึกหนังแท้อย่างหนาแน่นและสม่ำเสมอเป็นพิเศษ ทำให้ผลลัพธ์เรื่องงานผิวและ Texture ออกมาโดดเด่นโดนใจแตกต่างกันค่ะ ทั้งสองเครื่องนี้จึงควรเปรียบเทียบในแง่ของจุดเด่นเฉพาะตัวมากกว่าการนำมาวัดว่าเครื่องไหนเหนือกว่ากัน โดยผลลัพธ์ที่ได้อาจมีบางส่วนที่ทับซ้อนกันและบางส่วนที่แตกต่างกันไปอย่างสิ้นเชิงค่ะ

Q. ทั้งสองหัตถการนี้เจ็บมาก หรือต้องพักหน้ายาวนานไหมครับ/ค่ะ?

A. ทั้งคู่แทบไม่ต้องพักหน้าเลยค่ะ สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันปกติได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม การใช้หัว Shurink ระดับลึกเพื่อกระตุ้นไปถึงชั้น SMAS อาจจะทำให้เกิดความรู้สึกระบม ตื้อๆ หรือระคายเคืองลึกๆ ใต้ผิวมากกว่าในระหว่างและหลังทำ ซึ่งความเจ็บและการฟื้นตัวของแต่ละบุคคลแตกต่างกันไป แนะนำให้ปรึกษากับแพทย์เพื่อปรับระดับพลังงานให้เหมาะสมค่ะ

Q. ปกติผลลัพธ์จะเริ่มแสดงประสิทธิภาพเต็มที่เมื่อไหร่ และคงอยู่ได้นานขนาดไหนครับ/ค่ะ?

A. การยกกระชับด้วยกลุ่มอัลตราซาวด์จำเป็นต้องรอกระบวนการผลิตคอลลาเจนใหม่หลังผิวได้รับความร้อน ดังนั้น แทนที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงแบบปุบปับทันที ผลลัพธ์จะค่อยๆ เผยตัวชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงประมาณ 2-3 เดือนหลังทำค่ะ สำหรับระยะเวลาผลลัพธ์จะแตกต่างกันไปตามโครงสร้างผิวของแต่ละบุคคล แต่โดยทั่วไปสามารถคาดหวังผลลัพธ์ได้ประมาณครึ่งปีถึงหนึ่งปี เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แนะนำให้ปรึกษากับแพทย์ผู้ดูแลรักษาเพื่อกำหนดรอบระยะเวลาในการมาทำซ้ำอย่างเหมาะสมจะดีที่สุดค่ะ

 

บทความน่าอ่านเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

Onda microwave จะช่วยเรื่องเซลลูไลท์ด้วยไหมนะ? แล้วเครื่องนี้จะทำงานกับไขมันและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอย่างไรบ้าง?

ร่างกาย

온다 마이크로웨이브 (Onda Microwave) ช่วยเรื่องเซลลูไลท์ด้วยไหม และทำงานกับไขมันและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอย่างไรบ้างคะ?

온다 마이크로웨이브 (Onda Microwave) เป็นเทคโนโลยีที่ส่งความร้อนลงลึกถึงชั้นไขมันและเนื้อเยื่อพังผืดเพื่อช่วยรีโมเดลคอลลาเจนค่ะ เราได้สรุปความแตกต่างของชั้นผิวที่เป็นเป้าหมายในการทำ face lifting และการลดเซลลูไลท์ รวมถึงปฏิกิริยาการฟื้นฟูผิวหลังทำมาให้เรียบร้อยแล้วค่ะ

ขนคุดหรือรูขุมขนอักเสบหลังเลเซอร์กำจัดขนด้วย GentleMax Pro เกิดจากอะไร และควรดูแลตัวเองอย่างไรดี?

กำจัดขน

ทำเลเซอร์กำจัดขนด้วย GentleMax แล้วทำไมถึงเป็นรูขุมขนอักเสบ? มีวิธีดูแลตัวเองอย่างไรดี?

อาการสิวขึ้นหลังจากเลเซอร์กำจัดขนด้วย GentleMax Pro มักจะเป็นภาวะรูขุมขนอักเสบ (Folliculitis) ที่เกิดขึ้นในระหว่างกระบวนการที่เส้นขนกำลังจะหลุดร่วงค่ะ ซึ่งเราได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอาการทั่วไปที่พบได้ปกติ สัญญาณเตือนที่ต้องกลับมาพบแพทย์ และวิธีการดูแลตัวเองง่ายๆ ที่บ้านมาให้แล้วค่ะ

ทำไมฟิลเลอร์ (Filler) ถึงเคลื่อนที่ผิดตำแหน่งได้ และเราควรใส่ใจเรื่องไหนบ่อยชี้ชัดเป็นพิเศษเพื่อลดโอกาสการเคลื่อนตัวนี้คะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

ทำไมฟิลเลอร์ถึงเคลื่อนที่ผิดตำแหน่ง และเราต้องระวังเรื่องไหนบ้างเพื่อลดการเคลื่อนตัวของฟิลเลอร์คะ?

การที่ฟิลเลอร์เคลื่อนที่เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งชั้นผิวที่ฉีด ปริมาณฟิลเลอร์ และการขยับของใบหน้าในบริเวณนั้นค่ะ เราได้รวบรวมเงื่อนไขที่ทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนตัวได้ง่าย วิธีการป้องกัน และสัญญาณเตือนเมื่อสงสัยว่าฟิลเลอร์อาจจะเคลื่อนที่มาให้แล้วค่ะ

ริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์และริ้วรอยแห่งวัยมีความแตกต่างกันอย่างไร และทำไมวิธีดูแลรักษาถึงต้องแตกต่างกันด้วยนะ?

ผิว

ริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์และริ้วรอยแห่งวัยมีความแตกต่างกันอย่างไร และทำไมถึงต้องใช้วิธีการดูแลรักษาที่ต่างกันคะ?

ริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์ (Dynamic wrinkles) เกิดจากกล้ามเนื้อที่ใช้แสดงสีหน้า ส่วนริ้วรอยร่องลึก (Static wrinkles) เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผิว เราสรุปความต่างของสาเหตุและแนวทางการดูแลรักษารวมถึงความเข้าใจผิดที่พบบ่อยของริ้วรอยทั้งสองแบบนี้ไว้ให้แล้วค่ะ

คีลอยด์ (keloid) กับแผลเป็นนูนหนา (hypertrophic scar) แตกต่างกันอย่างไร และทำไมถึงต้องมีวิธีดูแลรักษาที่แตกต่างกันคะ?

ผิว

แผลเป็นคีลอยด์ (keloid) กับแผลเป็นนูนหนา (hypertrophic scar) แตกต่างกันอย่างไร และทำไมวิธีการดูแลรักษาถึงไม่เหมือนกันนะ?

แผลเป็นคีลอยด์ (keloid) จะโตเกินขอบเขตแผลเดิมและกลับมาเป็นซ้ำได้บ่อย ในขณะที่แผลเป็นนูนหนา (hypertrophic scar) จะโตอยู่เฉพาะในขอบเขตแผลเดิมและมักจะค่อยๆ คงที่ค่ะ เราได้รวบรวมความต่างของกลไกการเกิด วิธีการดูแลรักษาของทั้งสองแบบ รวมถึงความเข้าใจผิดที่พบบ่อยมาไว้ให้แล้วค่ะ

ฝ้า กระ จุดด่างดำวัยชรา หรือปานโอตะ (Nevus of Ota)... ปัญหาเม็ดสีผิวของเราเหมาะกับเลเซอร์ตัวไหนดีนะ?

ผิว

ฝ้า กระ จุดด่างดำวัยชรา หรือปานโอตะเทียม เม็ดสีผิวของเราเหมาะกับเลเซอร์ตัวไหนดีนะ?

เม็ดสีแต่ละชนิดมีทั้งแบบที่อยู่บนชั้นผิวกำพร้า (epidermis) และที่ฝังลึกในชั้นหนังแท้ (dermis) ซึ่งเลเซอร์คลื่นสั้นและคลื่นยาวจะจับเป้าหมายที่ความลึกต่างกัน เรามาดูแนวทางการรักษาตามประเภทของเม็ดสีกันค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1