ความลึกซอฟเวฟและชูริงค์ต่างกันที่ชั้นหนังแท้กับพังผืด กังวลผิวเลือกอย่าง กังวลหย่อนคล้อยเลือกอีกครับ
เวลาไปปรึกษาเรื่องยกกระชับ หลายครั้งมักจะได้รับคำแนะนำว่า ซอฟเวฟและชูริงค์ ทั้งสองตัวนี้เป็นเครื่องยกกระชับด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ (HIFU) เหมือนกัน จนทำให้รู้สึกว่า "สุดท้ายมันก็น่าจะคล้ายๆ กันหรือเปล่า" แต่พอเห็นผลลัพธ์จริงๆ กลับพบว่าฝั่งหนึ่งให้ความรู้สึกผิวแน่นเนียนละเอียดขึ้น ส่วนอีกฝั่งให้ความรู้สึกเหมือนช่วยดึงรั้งกรอบหน้าที่หย่อนคล้อยให้ยกขึ้น ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ
ความแตกต่างนี้ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับระดับความลึกที่ตัวเครื่องส่งพลังงานอัลตราซาวด์ลงไปในชั้นผิวครับ โดย ซอฟเวฟ จะเน้นไปที่ชั้นหนังแท้ (dermis) ส่วนกลาง ขณะที่ ชูริงค์ จะส่งพลังงานลงไปได้ลึกกว่า ตั้งแต่ชั้นหนังแท้ไปจนถึงชั้นพังผืดกล้ามเนื้อ (SMAS) ด้านล่าง ทำให้เป้าหมายในการรักษาแตกต่างกัน หากทำความเข้าใจเรื่องระดับความลึกนี้ไว้สักนิด ก็จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นมากเลยครับว่าแบบไหนที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวของเราได้ดีที่สุด
> บทความนี้เป็นคอนเทนต์ที่รวบรวมข้อมูลการทำหัตถการจาก Beautystone สาขาฮับจองครับ
เมื่ออ่านบทความนี้แล้ว คุณจะเข้าใจเกี่ยวกับ
ระดับความลึกที่ ซอฟเวฟและชูริงค์ ส่งพลังงานลงไปนั้นแตกต่างกันอย่างไร
ทำไมผลลัพธ์ถึงแตกต่างกันเมื่อเน้นเป้าหมายไปที่ชั้นหนังแท้เปรียบเทียบกับชั้นพังผืด (SMAS)
ช่วยประเมินได้ว่าปัญหาผิวของคุณในตอนนี้ ใกล้เคียงกับเรื่องการบำรุงผิวเนียนละเอียด หรือต้องการการยกกระชับความหย่อนคล้อยมากกว่ากัน
สามารถประเมินเบื้องต้นได้ว่า ด้วยสภาพผิวของคุณในปัจจุบัน ควรเลือกปรึกษาคุณหมอเกี่ยวกับเครื่องมือตัวไหนดี
มาเริ่มทำความเข้าใจกันก่อนว่า ทำไมการยกกระชับด้วยอัลตราซาวด์ถึงแบ่งตามระดับความลึก
การยกกระชับด้วยคลื่นอัลตราซาวด์คือการส่งพลังงานความร้อนลงไปเฉพาะเจาะจงในระดับความลึกที่ต้องการใต้ผิวหนัง โดยไม่ทำลายผิวชั้นนอก เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจน* ขึ้นมาใหม่ ซึ่งจุดที่พลังงานไปรวมตัวกันนั้นจะกระตุ้นเนื้อเยื่อในชั้นที่แตกต่างกัน ส่งผลให้ผลลัพธ์ที่ได้ย่อมแตกต่างกันไปด้วยครับ
คอลลาเจน*: เป็นส่วนประกอบโปรตีนที่สร้างความยืดหยุ่นและการพยุงตัวให้แก่ผิว เมื่อได้รับความร้อนจะเกิดการหดตัว และในกระบวนการฟื้นฟูผิวก็จะสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมา ทำให้ผิวเต่งตึงและแข็งแรงขึ้น
โครงสร้างผิวหนังของเราจะประกอบไปด้วยชั้นกำพร้า (epidermis), ชั้นหนังแท้ (dermis), ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (subcutaneous fat) และชั้น SMAS* ซึ่งเป็นชั้นพังผืดกล้ามเนื้อที่อยู่ลึกลงไป เรียงตัวกันเป็นชั้นๆ โดยชั้นหนังแท้จะเป็นชั้นที่กำหนดเรื่องความยืดหยุ่นและเนื้อสัมผัสของผิว ส่วนชั้น SMAS จะทำหน้าที่เสมือนโครงสร้างที่คอยโอบอุ้มพยุงโครงหน้าทั้งหมดไว้ ดังนั้น แม้จะเป็นเครื่องยกกระชับด้วยอัลตราซาวด์เหมือนกัน แต่หากเน้นส่งความร้อนไปที่ชั้นหนังแท้ ผลลัพธ์ก็จะเน้นไปที่เรื่องเนื้อสัมผัสของผิวและความยืดหยุ่น แต่หากส่งพลังงานลึกไปถึงชั้น SMAS ผลลัพธ์ที่ได้จะเน้นไปที่การดึงหัวมุมกรอบหน้าที่หย่อนคล้อยให้ยกกระชับขึ้นครับ เมื่อดูคำอธิบายที่ว่า เครื่องอัลตราซาวด์สามารถปรับความลึกของจุดโฟกัสได้ที่ 1.5 มม. · 3.0 มม. · 4.5 มม. เพื่อโฟกัสตั้งแต่ชั้นหนังแท้ไปจนถึงชั้น SMAS ก็จะเห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่า การควบคุมระดับความลึกคือหัวใจสำคัญของการยกกระชับครับ
SMAS*: คือชั้นพังผืดกล้ามเนื้อที่เชื่อมต่อระหว่างกล้ามเนื้อใบหน้าและผิวหนัง หากชั้นนี้เริ่มหย่อนคล้อย จะทำให้ภาพรวมของใบหน้าดูตกลงมา จึงถือเป็นโครงสร้างพยุงผิวที่สำคัญมากในการยกกระชับใบหน้าครับ


ซอฟเวฟ เน้นไปที่ชั้นหนังแท้ส่วนกลาง ส่วน ชูริงค์ จะลงลึกไปถึงชั้น SMAS
ซอฟเวฟ จะส่งพลังงานอัลตราซาวด์ไปรวมกันที่ชั้นหนังแท้ส่วนกลาง ที่ระดับความลึกประมาณ 1.5 มม. ซึ่งเป็นวิธีที่โฟกัสพลังงานความร้อนไปยังชั้นที่ดูแลเรื่องความยืดหยุ่นใต้ชั้นผิวชั้นนอกโดยตรง จึงตอบสนองได้ดีมากๆ กับปัญหาเรื่องเนื้อสัมผัสของผิว, ริ้วรอยเล็กๆ และการสูญเสียความยืดหยุ่นในระยะเริ่มต้น โดยจะเน้นไปที่การทำให้ผิวแน่นกระชับขึ้นมากกว่าการดึงรั้งโอบอุ้มผิวหน้ายกขึ้นทั้งหน้าครับ
สำหรับ ชูริงค์ จะสามารถเปลี่ยนหัวคาร์ทริดจ์ (cartridge) เพื่อส่งพลังงานลงไปได้หลากหลายระดับความลึก โดยทั่วไปจะใช้คาร์ทริดจ์ขนาด 1.5 มม., 3.0 มม. และ 4.5 มม. ซึ่งคาร์ทริดจ์ระดับตื้นจะส่งพลังงานไปที่ชั้นหนังแท้ ส่วนคาร์ทริดจ์ขนาด 4.5 มม. จะส่งพลังงานลึกไปถึงชั้น SMAS เลยครับ เมื่อความร้อนส่งไปถึงชั้น SMAS โครงสร้างพยุงผิวที่โอบอุ้มใบหน้าจะเกิดการหดตัวและเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูสร้างผิวใหม่ ส่งผลให้กรอบหน้าส่วนที่หย่อนคล้อยถูกดึงรั้งยกขึ้นตามไปด้วย ดังคำอธิบายที่ว่า การโฟกัสความร้อนไปที่ชั้น SMAS จะทำให้คอลลาเจนเกิดการแปรสภาพและสร้างขึ้นใหม่ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการปรับปรุงความหย่อนคล้อยและการยกกระชับ การส่งพลังงานลงไปถึงชั้นผิวที่ลึกจึงเป็นจุดสำคัญของผลลัพธ์นี้ครับ
สรุปคือ ซอฟเวฟ จะเน้นลงลึกอย่างหนาแน่นเฉพาะจุดที่ระดับชั้นหนังแท้เป็นหลัก ส่วน ชูริงค์ จะแบ่งระดับความลึกเพื่อส่งพลังงานกระจายตั้งแต่ชั้นหนังแท้ไปจนถึงชั้น SMAS ครับ เมื่อดูตารางเปรียบเทียบเคียงข้างกันจะเห็นภาพความต่างชัดเจนขึ้นครับ
หัวข้อ | ซอฟเวฟ | ชูริงค์ |
|---|---|---|
ระดับความลึกหลัก | ชั้นหนังแท้ส่วนกลาง (~1.5 มม.) | ชั้นหนังแท้ ~ ชั้น SMAS (1.5 · 3.0 · 4.5 มม.) |
ชั้นผิวที่เป็นเป้าหมาย | เน้นเฉพาะชั้นหนังแท้ (Dermis) | ชั้นหนังแท้ + SMAS (ชั้นพังผืดกล้ามเนื้อ) |
ผลลัพธ์ที่โดดเด่น | ผิวเรียบเนียนละเอียด · ผิวแน่นตึงกระชับ | ดึงยกกระชับกรอบหน้าที่หย่อนคล้อย |
ความรู้สึกตอนทำ | เน้นรู้สึกอุ่นๆ และจี๊ดๆ แสบๆ บนผิว | มีควบคู่กับความรู้สึกตื้อๆ ลึกๆ ใต้ผิว |
Downtime (ระยะเวลาพักฟื้น) | ค่อนข้างสั้นมากโดยทั่วไป | อาจมีรอยแดงหรือความรู้สึกระบมเล็กน้อยมากกว่า |

ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันระหว่างการเน้นเป้าหมายที่ชั้นหนังแท้กับชั้น SMAS
แม้จะเป็นคลื่นอัลตราซาวด์เหมือนกัน แต่เนื่องจากระดับความลึกของพลังงานความร้อนส่งไปถึงชั้นเนื้อเยื่อที่แตกต่างกัน ผลลัพธ์ที่ได้จึงแยกออกชัดเจนครับ เมื่อโฟกัสพลังงานความร้อนที่ชั้นหนังแท้ คอลลาเจนในชั้นนั้นจะเกิดการหดตัวและกระตุ้นการสร้างใหม่ ทำให้ผิวหน้าดูเนียนเรียบ น่าสัมผัส และเพิ่มความยืดหยุ่นในระดับตื้น ซึ่งตรงจุดและเหมาะมากสำหรับผู้ที่มีความกังวลเรื่องเนื้อผิวภายนอกและเริ่มมีริ้วรอยแรกเริ่ม มากกว่าเรื่องความหย่อนคล้อยโครงสร้างลึก
แต่ถ้าส่งพลังงานไปถึงชั้น SMAS เรื่องราวจะเปลี่ยนไปเล็กน้อยครับ เนื่องจากชั้น SMAS ทำหน้าที่เสมือนเสาพยุงโครงสร้างใบหน้า เมื่อชั้นนี้หดตัว ผิวหนังและชั้นไขมันที่โปะอยู่ด้านบนก็จะถูกดึงยกขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น จึงมีจุดเด่นในการดึงรั้งผิวบริเวณที่ห้อยคล้อยลงมาแล้ว เช่น แก้มคล้อย หรือกรอบหน้าเหนียง ให้เชิดยกขึ้น ด้านล่างนี้คือรูปภาพจำลองแสดงระดับความลึกที่เครื่องมือทั้งสองตัวส่งพลังงานลงไปครับ

เพราะฉะนั้น เราจึงไม่สามารถบอกได้ว่า "ยิ่งทำลึกยิ่งแปลว่าดีกว่าเสมอไป" หากคุณกังวลเกี่ยวกับเรื่องผิวสัมผัสเรียบเนียนและความยืดหยุ่นเริ่มต้น การเลือกหัตถการที่เน้นชั้นหนังแท้อย่างละเอียดจะตอบโจทย์กว่า แต่ถ้ากังวลเรื่องรูปหน้ากรอบหน้าหย่อนคล้อย การเลือกหัตถการที่ลงลึกถึงชั้น SMAS จะเหมาะสมกว่า ดังนั้น ขั้นตอนแรกคือการวิเคราะห์ก่อนว่าปัญหาที่คุณกังวลนั้นเกิดจากโครงสร้างผิวชั้นไหนกันแน่ครับ

หากประเมินจากสภาพผิวของฉัน ควรเลือกปรึกษาแบบไหนดีนะ
ถึงแม้จะเข้าใจเรื่องระดับความลึกแล้ว แต่ถ้ายังนึกไม่ออกว่า "แล้วสุดท้ายฉันควรเลือกทำอะไรดี" แนะนำให้ลองแบ่งแยกดูว่า สิ่งที่คุณกังวลใจที่สุดในเวลานี้คือเรื่องของสภาพผิว หรือเป็นเรื่องกรอบหย่อนคล้อย โดยอิงตามเกณฑ์คร่าวๆ ด้านล่างนี้ได้เลยครับ
กังวลเรื่องผิวไม่สม่ำเสมอ ผิวสาก หรือริ้วรอยยืดหยุ่นแรกเริ่ม — เหมาะกับ ซอฟเวฟ ที่เน้นส่งพลังงานลงชั้นหนังแท้อย่างละเอียดถี่ถ้วนครับ
เริ่มรู้สึกว่าแก้มและกรอบหน้าห้อยย้อยตกลงมาด้านล่าง — จะเห็นผลลัพธ์ที่ดีกว่าเมื่อใช้หัวคาร์ทริดจ์ระดับลึกของ ชูริงค์ ที่ส่งพลังงานไปถึงชั้น SMAS ครับ
กังวลทั้งเรื่องสภาพผิวภายนอกและกรอบหน้าที่หย่อนคล้อยไปพร้อมกัน — แนะนำให้เข้าพบคุณหมอเพื่อประเมินสำหรับการทำผสมผสานทั้งสองวิธี หรือวางแผนแบ่งทำทีละช่วงเวลาครับ
เป็นคนผิวค่อนข้างบอบบางแพ้ง่าย หรือกังวลเรื่องระยะเวลาพักฟื้น (Downtime) — จำเป็นต้องพิจารณาความรู้สึกระหว่างทำและระยะเวลาฟื้นตัวไปร่วมด้วย เพื่อให้แพทย์ช่วยปรับระดับระดับพลังงานให้อย่างเหมาะสมครับ
อย่างไรก็ตาม เกณฑ์เหล่นี้เป็นเพียงข้อมูลอ้างอิงเบื้องต้นเพื่อช่วยในการมองหาทิศทางเท่านั้นครับ เพราะในความเป็นจริง ความหนาของผิวและระดับความหย่อนคล้อยจำเป็นต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยด้วยตาเปล่าและสัมผัสโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง เนื่องจากปัญหา "ความคล้อย" ที่มีปริมาณไขมันสะสมมาก กับความคล้อยที่เกิดจากความยืดหยุ่นของผิวสลายไปเฉยๆ นั้น จะมีวิธีการรักษาที่เหมาะสมแตกต่างกันออกไปครับ

ทำไมต้องเลือก Beautystone สาขาฮับจอง
ที่ Beautystone สาขาฮับจอง แทนที่เราจะเจาะจงระบุชื่อตัวเครื่องมือในการทำทันที เราจะเน้นช่วยวิเคราะห์และชี้จุดให้คนไข้เห็นก่อนว่า ปัจจุบันปัญหาผิวในชั้นไหนของคุณที่กำลังเริ่มสูญเสียประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นไปครับ เนื่องจาก ซอฟเวฟและชูริงค์ มีระดับความลึกในการส่งพลังงานที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน แม้จะเป็นบนใบหน้าเดียวกัน แต่บริเวณที่เหมาะสมของแต่ละตัวก็ไม่เหมือนกัน หากเลือกทำเพราะเห็นแค่ชื่อโปรแกรมโดยไม่ได้ผ่านการปรึกษาอย่างละเอียด ก็มีโอกาสสูงมากที่ผลลัพธ์จะไม่ได้ตามความคาดหวัง คลินิกของเราเป็นคลินิกขนาดกะทัดรัดตั้งอยู่ใกล้กับสถานีฮับจอง (Hapjeong Station) เดินทางสะดวกมาก คุณหมอจะดูแลด้วยความเป็นกันเอง คอยตรวจสภาพผิวจริงอย่างละเอียด เพื่อร่วมประเมินและตัดสินใจไปพร้อมกับคนไข้ว่าควรเน้นชั้นหนังแท้หรือลงลึกไปถึงชั้นพังผืด SMAS ดีครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. สรุปแล้ว ซอฟเวฟ เป็นหัตถการที่ดีกว่า ชูริงค์ แน่นอนเลยหรือเปล่าครับ/ครับ?
A. ไม่ใช่ว่าตัวไหนดีกว่าตัวไหนอย่างสมบูรณ์แบบครับ แต่ขึ้นอยู่กับเรื่องระดับความลึกที่ส่งพลังงานและการตอบโจทย์ปัญหาผิวที่ต่างกัน โดย ซอฟเวฟ จะโฟกัสชั้นหนังแท้ส่วนกลางอย่างละเอียดถี่ถ้วน ช่วยเรื่องสภาพผิวภายนอกและริ้วรอยแรกเริ่ม ส่วน ชูริงค์ จะลงลึกไปถึงชั้น SMAS ช่วยเรื่องการดึงยกพยุงกรอบหน้าที่ย้อยคล้อย จึงควรเลือกตามปัญหาเฉพาะบุคคลว่าเน้นเรื่องคุณภาพผิวหรือความคล้อยเป็นหลักครับ
Q. ในเมื่อ ชูริงค์ ลงได้ลึกกว่า แบบนี้มันก็ครอบคลุมผลลัพธ์ของ ซอฟเวฟ ไปด้วยเลยไม่ใช่หรือครับ/ครับ?
A. แม้ว่า ชูริงค์ จะสามารถเลือกใช้หัวยิงระดับตื้นเพื่อโฟกัสชั้นหนังแท้ได้เช่นกัน แต่เนื่องจากเทคโนโลยีของ ซอฟเวฟ ถูกออกแบบมาเพื่อรวบรวมและกระจายพลังงานในชั้นความลึกหนังแท้อย่างหนาแน่นและสม่ำเสมอเป็นพิเศษ ทำให้ผลลัพธ์เรื่องงานผิวและ Texture ออกมาโดดเด่นโดนใจแตกต่างกันครับ ทั้งสองเครื่องนี้จึงควรเปรียบเทียบในแง่ของจุดเด่นเฉพาะตัวมากกว่าการนำมาวัดว่าเครื่องไหนเหนือกว่ากัน โดยผลลัพธ์ที่ได้อาจมีบางส่วนที่ทับซ้อนกันและบางส่วนที่แตกต่างกันไปอย่างสิ้นเชิงครับ
Q. ทั้งสองหัตถการนี้เจ็บมาก หรือต้องพักหน้ายาวนานไหมครับ/ครับ?
A. ทั้งคู่แทบไม่ต้องพักหน้าเลยครับ สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันปกติได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม การใช้หัว ชูริงค์ ระดับลึกเพื่อกระตุ้นไปถึงชั้น SMAS อาจจะทำให้เกิดความรู้สึกระบม ตื้อๆ หรือระคายเคืองลึกๆ ใต้ผิวมากกว่าในระหว่างและหลังทำ ซึ่งความเจ็บและการฟื้นตัวของแต่ละบุคคลแตกต่างกันไป แนะนำให้ปรึกษากับแพทย์เพื่อปรับระดับพลังงานให้เหมาะสมครับ
Q. ปกติผลลัพธ์จะเริ่มแสดงประสิทธิภาพเต็มที่เมื่อไหร่ และคงอยู่ได้นานขนาดไหนครับ/ครับ?
A. การยกกระชับด้วยกลุ่มอัลตราซาวด์จำเป็นต้องรอกระบวนการผลิตคอลลาเจนใหม่หลังผิวได้รับความร้อน ดังนั้น แทนที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงแบบปุบปับทันที ผลลัพธ์จะค่อยๆ เผยตัวชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงประมาณ 2-3 เดือนหลังทำครับ สำหรับระยะเวลาผลลัพธ์จะแตกต่างกันไปตามโครงสร้างผิวของแต่ละบุคคล แต่โดยทั่วไปสามารถคาดหวังผลลัพธ์ได้ประมาณครึ่งปีถึงหนึ่งปี เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แนะนำให้ปรึกษากับแพทย์ผู้ดูแลรักษาเพื่อกำหนดรอบระยะเวลาในการมาทำซ้ำอย่างเหมาะสมจะดีที่สุดครับ
บทความน่าอ่านเพิ่มเติม

ยกกระชับ
จองคิว Potenza แล้ว ต้องหยุดเรตินอลกับแว็กซ์ก่อนกี่วัน
ก่อนทำ Potenza ควรวางมือจากเรตินอล กรดผลัดเซลล์ผิว การแว็กซ์ และผลิตภัณฑ์ทาผิวสีแทนล่วงหน้ากี่วัน รวมกรอบเวลานับถอยหลังและสิ่งที่ควรแจ้งแพทย์ก่อนถึงคิว

ยกกระชับ
มีงานสำคัญต้องถ่ายรูป ควรทำ Oligio X ล่วงหน้ากี่สัปดาห์?
วางแผนทำ Oligio X ก่อนวันงานหรือวันถ่ายรูป ควรนับถอยหลังกี่สัปดาห์ถึงจะพอดี ชวนดูไทม์ไลน์หลังทำแต่ละช่วง พร้อมข้อควรระวังและค่าใช้จ่ายโดยประมาณ

ผิว
여름 지나 스킨부스터, 언제 시작하면 좋을까요
지금 피부가 회복 모드인지 자극 모드인지로 스킨부스터 시작 시점을 판단하는 방법과 상담 전 자가 점검 항목을 정리했어요.

ผิว
샤워와 세안 물 온도, 어느 정도가 좋을까요
뜨거운 물이 피지막에 어떻게 작용하는지부터 손등으로 미온수를 가늠하는 방법까지, 매일 반복되는 씻기 습관을 순서대로 정리했어요.

ยกกระชับ
ร่องแก้มและมุมปากตก Sofwave ช่วยได้แค่ไหน เช็กก่อนตัดสินใจ
เงาร่องแก้มและมุมปากอาจมาจากผิวหย่อนหรือวอลลุ่มที่ลดลง บทความนี้อธิบายว่า Sofwave ลงลึกถึงชั้นไหน คาดหวังอะไรได้ที่กลางใบหน้า และเมื่อไหร่ควรเลือกฟิลเลอร์ค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ขมับยุบฉีด Sculptra ต้องแบ่งกี่ครั้ง เว้นระยะเท่าไหร่ถึงพอดี
ขมับยุบไม่ได้มาจากการผอมลงอย่างเดียว บทความนี้อธิบายว่าทำไม Sculptra ถึงต้องแบ่งฉีดหลายครั้ง เว้นระยะกี่สัปดาห์ และระหว่างรอควรสังเกตอะไรก่อนตัดสินใจ



