
รีจูรัน PN มาจากแซลมอน? PN เทียบกับ PDRN
รีจูรัน PN มาจากแซลมอน? PN เทียบกับ PDRN
รีจูรัน PN มาจากแซลมอน? PN เทียบกับ PDRN
PN ของรีจูรันมาจากไหน? สรุปแบบเข้าใจง่าย หลักการทำงานในผิว และความต่างจากกรดไฮยาลูรอนิก
คนที่มารับรีจูรัน ครึ่งหนึ่งจะรู้จักแค่ว่าเป็น "ฉีดแซลมอน"
ช่วงนี้มีข่าวโน่นนี่หลายอย่าง ทำให้โลกนอกห้องตรวจดูวุ่นวายจริงๆ นะครับ
เอาเป็นว่า เข้าประเด็นกันเลยดีกว่า
พอเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนฤดู ห้องตรวจยิ่งแน่นขึ้นมาก
เรื่องผิวแห้ง ผิวขาดน้ำ
มีคนพูดถึงกันเยอะมาก ~ ~
ถึงจำนวนคนที่มาหารีจูรันจะลดลงไปบ้าง
แต่เรื่องตัวยา PN
ก็ยังมีคนถามแบบนี้ครับ
"รีจูรันน่ะ สกัดมาจากแซลมอนใช่ไหมครับ?"
ก็ใช่ครับ แต่จริงๆ แล้วมันไม่ได้มีแค่นั้น
วันนี้จะค่อยๆ เล่าให้ฟังถึงแก่นของมัน

แล้วตกลงมันต่างกันตรงไหน
ตัวยาหลักของรีจูรันคือ PN,
ซึ่งเป็นสารที่เรียกว่าโพลีนิวคลีโอไทด์ (Polynucleotide)
ชื่ออาจฟังยาก แต่พูดง่ายๆ คือ
มันคือชิ้นส่วน DNA ที่ถูกย่อยให้เล็กลง
จุดที่ทำให้สับสนเล็กน้อยคือ
ต่างจากฟิลเลอร์ไฮยาลูรอนิก PN
ไม่ใช่ตัวยาที่ใช้เพิ่มปริมาตร
มันจะเข้าไปในผิว
แล้วกระตุ้นให้เซลล์ซ่อมแซมตัวเอง
ดังนั้นมันจึงใกล้เคียงกับคำว่า "ฟื้นฟู" มากกว่า "เติมเต็ม"
ทำไมบางคนถึงเห็นผลน้อยกว่ากันนะ
ประเด็นสำคัญของบทความนี้
PN (โพลีนิวคลีโอไทด์) ของรีจูรันมาจากแซลมอนจริงไหม? อธิบายส่วนผสมและหลักการทำงานให้เข้าใจง่าย
รีจูรัน PN มาจากแซลมอนจริงครับ
พูดให้ตรงคือสกัด DNA จากเซลล์สืบพันธุ์ (อัณฑะ) ของแซลมอนและเทราต์
แล้วทำให้บริสุทธิ์ ก่อนจะ
ย่อยให้เล็กลงเป็นขนาดที่เหมาะกับผิวคน
หัวใจสำคัญคือมีโครงสร้างคล้าย DNA ของมนุษย์มากกว่า 95%
จึงแทบไม่ก่อให้เกิดการต่อต้าน
เมื่อเดือนที่แล้วมีคนไข้วัยกลางคนอายุ 40 กว่าๆ มาพบผม
บอกว่าไปฉีดรีจูรันมา 3 ครั้งที่อื่นแล้ว
"ไม่ค่อยเห็นความต่างเลย" เลยค่อนข้างผิดหวัง
พอดูผิวแล้ว ปัญหาไม่ใช่ตัวยา แต่เป็นความลึกที่ฉีด
มีร่องรอยว่าฉีดตื้นเกินไป

น้ำหนักโมเลกุลของ PN อยู่ราว 50~1,500kDa,
เป็นชิ้นส่วนที่เล็กกว่ากรดไฮยาลูโรนิกมาก
มันต้องลงไปในชั้นหนังแท้ ลึกประมาณ 1.5~2.0 มม.
เพื่อกระตุ้นไฟโบรบลาสต์
และเพิ่มการสร้างคอลลาเจนกับอีลาสติน
ถ้าตื้นเกินไปก็จะถูกดูดซึมที่ชั้นหนังกำพร้าแล้วจบ
ถ้าลึกเกินไป แรงกระตุ้นก็จะกระจาย
แต่ตรงนี้มีเรื่องสำคัญอย่างหนึ่ง
PN ไม่ใช่ตัวยาที่เห็นผลทันทีหลังฉีด
เมื่อเซลล์ค่อยๆ ตอบสนองในช่วง 2~3 สัปดาห์
ผิวสัมผัสจะค่อยๆ ดีขึ้นทีละน้อย
ดังนั้นจึงสำคัญกว่ามากที่จะทำต่อเนื่อง 3~4 ครั้ง ห่างกัน 3~4 สัปดาห์ แทนที่จะทำแค่ครั้งเดียว

สรุปหัวใจสำคัญโดยผอ.วี ยองจิน
รีจูรัน PN คือสารฟื้นฟูที่สกัดจาก DNA ของแซลมอน
ไม่ใช่การเติมเต็ม แต่เป็นการปลุกเซลล์ผิวให้ตื่นขึ้น
ดังนั้นความลึกและจำนวนครั้งที่สะสมจึงเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์
ผมแบ่งในห้องตรวจแบบนี้ครับ
แต่ละเคสก็ไม่เหมือนกัน
หัตถการกลุ่ม PN เองก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิว
แนวทางการรักษาจะแตกต่างพอสมควร
ปัญหาผิว | ชั้นที่ฉีด | จำนวนครั้งที่แนะนำ |
|---|---|---|
ริ้วรอยเล็กๆ·ปรับผิวให้เรียบเนียน | ชั้นบนของหนังแท้ | 3 ครั้ง ห่างกัน 3 สัปดาห์ |
รูขุมขน·ความยืดหยุ่น | ชั้นกลางของหนังแท้ | 4 ครั้ง ห่างกัน 4 สัปดาห์ |
รอบดวงตา·ผิวบาง | หนังแท้ชั้นตื้น | 3 ครั้ง ห่างกัน 3 สัปดาห์ |
แต่ก็ไม่ได้ดีเสมอไป
ช่วง 1~2 วันหลังฉีดจะมีปุ่มนูนเป็นตุ่มๆ เหลืออยู่
และมีหลายคนที่ช้ำด้วย
แต่พอหายแล้ว การปรับผิวให้เรียบเนียน
จะรู้สึกได้เร็วกว่าหัตถการฟื้นฟูอื่นๆ
ดังนั้นสำหรับผิวบางบริเวณรอบดวงตาและแก้มก็ยังเป็นตัวเลือกที่ดี

สามคำถามที่มักได้ยินบ่อยที่สุดในห้องตรวจ
Q1. ถ้าแพ้แซลมอน จะฉีดไม่ได้ใช่ไหม?
A. เป็นจุดที่หลายคนเข้าใจผิดกันมาก
PN ไม่ได้มาจากเนื้อหรือไข่แซลมอน
แต่เป็นชิ้นส่วน DNA ที่ผ่านการทำให้บริสุทธิ์แล้ว
โปรตีนถูกกำจัดออกไปเกือบหมด
จึงถือว่าแยกจากอาการแพ้แซลมอน
แต่ตอนปรึกษาอย่าลืมบอกให้ทราบล่วงหน้าด้วยนะครับ
Q2. ต้องฉีดกี่ครั้ง และอยู่ได้นานแค่ไหน?
A. โดยทั่วไปคือ 3~4 ครั้ง ห่างกัน 3~4 สัปดาห์
หลังจากนั้นแนะนำให้ดูแลต่อเนื่องทุก 6 เดือนครั้ง
หลายคนฉีดแค่ครั้งเดียวแล้วบอกว่า "ไม่ค่อยเห็นผล"
พูดตรงๆ ว่าแค่ครั้งเดียวตัดสินได้ยากครับ
เพราะต้องให้การตอบสนองสะสมก่อน ผิวถึงจะดีขึ้น
Q3. หลังทำต้องระวังอะไรบ้าง?
A. วันทำควรหลีกเลี่ยงซาวน่า·แอลกอฮอล์·การออกกำลังกายหนัก
ช่วง 2~3 วันอาจยังมีตุ่มนูนหลงเหลืออยู่
แต่งหน้าได้ตั้งแต่วันถัดไป
รอยช้ำโดยทั่วไปจะหายภายในหนึ่งสัปดาห์
แนะนำให้ปรึกษาให้ละเอียดก่อนทำแล้วค่อยตัดสินใจ
คนที่มารับรีจูรัน ครึ่งหนึ่งจะรู้จักแค่ว่าเป็น "ฉีดแซลมอน"
ช่วงนี้มีข่าวโน่นนี่หลายอย่าง ทำให้โลกนอกห้องตรวจดูวุ่นวายจริงๆ นะครับ
เอาเป็นว่า เข้าประเด็นกันเลยดีกว่า
พอเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนฤดู ห้องตรวจยิ่งแน่นขึ้นมาก
เรื่องผิวแห้ง ผิวขาดน้ำ
มีคนพูดถึงกันเยอะมาก ~ ~
ถึงจำนวนคนที่มาหารีจูรันจะลดลงไปบ้าง
แต่เรื่องตัวยา PN
ก็ยังมีคนถามแบบนี้ครับ
"รีจูรันน่ะ สกัดมาจากแซลมอนใช่ไหมครับ?"
ก็ใช่ครับ แต่จริงๆ แล้วมันไม่ได้มีแค่นั้น
วันนี้จะค่อยๆ เล่าให้ฟังถึงแก่นของมัน

แล้วตกลงมันต่างกันตรงไหน
ตัวยาหลักของรีจูรันคือ PN,
ซึ่งเป็นสารที่เรียกว่าโพลีนิวคลีโอไทด์ (Polynucleotide)
ชื่ออาจฟังยาก แต่พูดง่ายๆ คือ
มันคือชิ้นส่วน DNA ที่ถูกย่อยให้เล็กลง
จุดที่ทำให้สับสนเล็กน้อยคือ
ต่างจากฟิลเลอร์ไฮยาลูรอนิก PN
ไม่ใช่ตัวยาที่ใช้เพิ่มปริมาตร
มันจะเข้าไปในผิว
แล้วกระตุ้นให้เซลล์ซ่อมแซมตัวเอง
ดังนั้นมันจึงใกล้เคียงกับคำว่า "ฟื้นฟู" มากกว่า "เติมเต็ม"
ทำไมบางคนถึงเห็นผลน้อยกว่ากันนะ
ประเด็นสำคัญของบทความนี้
PN (โพลีนิวคลีโอไทด์) ของรีจูรันมาจากแซลมอนจริงไหม? อธิบายส่วนผสมและหลักการทำงานให้เข้าใจง่าย
รีจูรัน PN มาจากแซลมอนจริงครับ
พูดให้ตรงคือสกัด DNA จากเซลล์สืบพันธุ์ (อัณฑะ) ของแซลมอนและเทราต์
แล้วทำให้บริสุทธิ์ ก่อนจะ
ย่อยให้เล็กลงเป็นขนาดที่เหมาะกับผิวคน
หัวใจสำคัญคือมีโครงสร้างคล้าย DNA ของมนุษย์มากกว่า 95%
จึงแทบไม่ก่อให้เกิดการต่อต้าน
เมื่อเดือนที่แล้วมีคนไข้วัยกลางคนอายุ 40 กว่าๆ มาพบผม
บอกว่าไปฉีดรีจูรันมา 3 ครั้งที่อื่นแล้ว
"ไม่ค่อยเห็นความต่างเลย" เลยค่อนข้างผิดหวัง
พอดูผิวแล้ว ปัญหาไม่ใช่ตัวยา แต่เป็นความลึกที่ฉีด
มีร่องรอยว่าฉีดตื้นเกินไป

น้ำหนักโมเลกุลของ PN อยู่ราว 50~1,500kDa,
เป็นชิ้นส่วนที่เล็กกว่ากรดไฮยาลูโรนิกมาก
มันต้องลงไปในชั้นหนังแท้ ลึกประมาณ 1.5~2.0 มม.
เพื่อกระตุ้นไฟโบรบลาสต์
และเพิ่มการสร้างคอลลาเจนกับอีลาสติน
ถ้าตื้นเกินไปก็จะถูกดูดซึมที่ชั้นหนังกำพร้าแล้วจบ
ถ้าลึกเกินไป แรงกระตุ้นก็จะกระจาย
แต่ตรงนี้มีเรื่องสำคัญอย่างหนึ่ง
PN ไม่ใช่ตัวยาที่เห็นผลทันทีหลังฉีด
เมื่อเซลล์ค่อยๆ ตอบสนองในช่วง 2~3 สัปดาห์
ผิวสัมผัสจะค่อยๆ ดีขึ้นทีละน้อย
ดังนั้นจึงสำคัญกว่ามากที่จะทำต่อเนื่อง 3~4 ครั้ง ห่างกัน 3~4 สัปดาห์ แทนที่จะทำแค่ครั้งเดียว

สรุปหัวใจสำคัญโดยผอ.วี ยองจิน
รีจูรัน PN คือสารฟื้นฟูที่สกัดจาก DNA ของแซลมอน
ไม่ใช่การเติมเต็ม แต่เป็นการปลุกเซลล์ผิวให้ตื่นขึ้น
ดังนั้นความลึกและจำนวนครั้งที่สะสมจึงเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์
ผมแบ่งในห้องตรวจแบบนี้ครับ
แต่ละเคสก็ไม่เหมือนกัน
หัตถการกลุ่ม PN เองก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิว
แนวทางการรักษาจะแตกต่างพอสมควร
ปัญหาผิว | ชั้นที่ฉีด | จำนวนครั้งที่แนะนำ |
|---|---|---|
ริ้วรอยเล็กๆ·ปรับผิวให้เรียบเนียน | ชั้นบนของหนังแท้ | 3 ครั้ง ห่างกัน 3 สัปดาห์ |
รูขุมขน·ความยืดหยุ่น | ชั้นกลางของหนังแท้ | 4 ครั้ง ห่างกัน 4 สัปดาห์ |
รอบดวงตา·ผิวบาง | หนังแท้ชั้นตื้น | 3 ครั้ง ห่างกัน 3 สัปดาห์ |
แต่ก็ไม่ได้ดีเสมอไป
ช่วง 1~2 วันหลังฉีดจะมีปุ่มนูนเป็นตุ่มๆ เหลืออยู่
และมีหลายคนที่ช้ำด้วย
แต่พอหายแล้ว การปรับผิวให้เรียบเนียน
จะรู้สึกได้เร็วกว่าหัตถการฟื้นฟูอื่นๆ
ดังนั้นสำหรับผิวบางบริเวณรอบดวงตาและแก้มก็ยังเป็นตัวเลือกที่ดี

สามคำถามที่มักได้ยินบ่อยที่สุดในห้องตรวจ
Q1. ถ้าแพ้แซลมอน จะฉีดไม่ได้ใช่ไหม?
A. เป็นจุดที่หลายคนเข้าใจผิดกันมาก
PN ไม่ได้มาจากเนื้อหรือไข่แซลมอน
แต่เป็นชิ้นส่วน DNA ที่ผ่านการทำให้บริสุทธิ์แล้ว
โปรตีนถูกกำจัดออกไปเกือบหมด
จึงถือว่าแยกจากอาการแพ้แซลมอน
แต่ตอนปรึกษาอย่าลืมบอกให้ทราบล่วงหน้าด้วยนะครับ
Q2. ต้องฉีดกี่ครั้ง และอยู่ได้นานแค่ไหน?
A. โดยทั่วไปคือ 3~4 ครั้ง ห่างกัน 3~4 สัปดาห์
หลังจากนั้นแนะนำให้ดูแลต่อเนื่องทุก 6 เดือนครั้ง
หลายคนฉีดแค่ครั้งเดียวแล้วบอกว่า "ไม่ค่อยเห็นผล"
พูดตรงๆ ว่าแค่ครั้งเดียวตัดสินได้ยากครับ
เพราะต้องให้การตอบสนองสะสมก่อน ผิวถึงจะดีขึ้น
Q3. หลังทำต้องระวังอะไรบ้าง?
A. วันทำควรหลีกเลี่ยงซาวน่า·แอลกอฮอล์·การออกกำลังกายหนัก
ช่วง 2~3 วันอาจยังมีตุ่มนูนหลงเหลืออยู่
แต่งหน้าได้ตั้งแต่วันถัดไป
รอยช้ำโดยทั่วไปจะหายภายในหนึ่งสัปดาห์
แนะนำให้ปรึกษาให้ละเอียดก่อนทำแล้วค่อยตัดสินใจ
บทความแนะนำ
บทความแนะนำ
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

ยกกระชับ
ทำหัตถการในโซล เลือกย่านฮงแดหรือคังนัมดีกว่ากัน — คู่มือสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ทั้งราคาและความสะดวกในการเข้าถึงก็สำคัญนะคะ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือคุณหมอเจ้าของคลินิกเป็นผู้ตรวจและดูแลเองหรือไม่ โดยเฉพาะถ้าไปที่ที่รับคนไข้ต่างชาติ ก็จะช่วยเช็กความแตกต่างทางกายวิภาคได้ด้วย

ยกกระชับ
ผลข้างเคียงของ Ulthera พูดตามตรง แม้แต่ฉันเมื่อ 5 ปีก่อนก็ยังไม่รู้
ผลข้างเคียงของ Ulthera ที่น่ากลัวกว่ารอยช้ำหรืออาการบวม คือมุมปากไม่สมมาตร เพราะความลึก 4.5 มม. จะผ่านใกล้กับแขนงของเส้นประสาท

ผิว
รูขุมขนที่เลเซอร์แก้ไม่ได้ Potenza RF ต่างกันไหม?
เลเซอร์กับไมโครนีดเดิล RF ทำงานกับรูขุมขนคนละแบบ ต่างกันที่ส่งพลังงานไปชั้นผิวหรือชั้นหนังแท้

ผิว
เลือกคลินิกผิวหนังฮงแด ฉันดูก่อนว่า 'หมอตรวจเอง'
คลินิกผิวหนังในฮงแดมีเยอะจนเลือกยาก เราสรุปเหตุผลและวิธีเช็กว่าหมอตรวจเองจริงไหมไว้แล้ว

ยกกระชับ
เลือกคลินิกในมาโพทำ Thermage ให้ได้ผล ควรดูอะไร?
เลือกคลินิกผิวหนังในมาโพ มีเกณฑ์สำคัญกว่าทำเลที่ตั้ง เราสรุปเช็กลิสต์ทำ Thermage ไม่ให้เสียดายทีหลัง

โครงหน้า&วอลลุ่ม
Juvelook ต่างจาก filler ยังไงคะ?
Juvelook, Sculptra, PRP, ฟิลเลอร์ ดูคล้ายกัน แต่ทำงานต่างกัน ความต่าง collagen booster กับ filler
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1
💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้
🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1



![[บิวตี้สโตน] ฟิลเลอร์ใต้ตาคล้ำ: 0.3cc เปลี่ยนผลลัพธ์](https://framerusercontent.com/images/F4Q84TUWgjbZJV6MNheLnWHnaw.jpg?width=1080&height=1080)
