• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

เลเซอร์เม็ดสีไม่เหมือนกันทุกตัว ต่างกันจริงๆ

เลเซอร์เม็ดสีไม่เหมือนกันทุกตัว ต่างกันจริงๆ

เลเซอร์เม็ดสีไม่เหมือนกันทุกตัว ต่างกันจริงๆ

กังวลเลเซอร์เม็ดสีแถวฮงแด? เข้าใจความต่างของความยาวคลื่นก่อน รักษาฝ้า กระ จุดด่างดำต่างกัน

สารภาพตามตรงนะครับ เมื่อก่อนฉันก็เคยคิดว่าเลเซอร์ลดรอยดำมันก็เหมือนๆ กันหมดนั่นแหละ

ช่วงนี้พออากาศเริ่มเย็นลง

ในห้องตรวจก็เริ่มคึกคักไปด้วยคนไข้ที่มาด้วยปัญหา

"ที่ไปตากแดดมาเมื่อหน้าร้อน รอยดำยังไม่ยอมหายเลยค่ะ"

 

"ลองหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตแล้ว เครื่องเลเซอร์มีเยอะมากเลยค่ะ

ไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวไหนดี"

ประโยคนี้ แค่สัปดาห์ที่แล้วสัปดาห์เดียว ฉันได้ยินจากคนไข้ถึง 7 คนเลยครับ

 

วันนี้ฉันจะมาค่อยๆ อธิบายเหตุผลให้ฟังกันทีละข้อนะครับ

บรรยากาศปรึกษาเลเซอร์รักษาสีผิวที่คลินิกผิวหนังฮงแด

 

 

สรุปแล้วมันแตกต่างกันยังไงกันแน่นะ?

เลเซอร์ลดรอยดำ (Pigment Laser) เป็นชื่อเรียกโดยรวมของเครื่องมือ

ที่เลือกทำลายเฉพาะเม็ดสีเมลานินอย่างตรงจุดครับ

 

แต่ภายใต้คำว่า "เลเซอร์ลดรอยดำ" คำเดียวนั้น

มีทั้ง Toning, Spectra, Pico, Ruby, Q-Switched...

รวมอยู่ด้วยกันทั้งหมดเลยครับ

 

ซึ่งเป็นจุดที่คุณหมอและคนไข้หลายคนมักจะเข้าใจผิดกันเยอะมาก

เพราะถึงแม้ชื่อจะดูแตกต่างกัน แต่สุดท้ายแล้ว

จะถูกแบ่งออกเป็น 2 อย่างหลักๆ คือ ความยาวคลื่น (nm) และรูปแบบของพัลส์ (Pulse mode)

ส่วนที่เหลือนั้นเป็นเพียงความแตกต่างของแบรนด์ตัวเครื่องครับ

 

ทำไมบางคนทำแล้วถึงไม่ค่อยเห็นผลล่ะ?

 

หัวใจสำคัญของบทความนี้

เลเซอร์ลดรอยดำที่วัยรุ่นช่วงอายุ 20-30 ปีในย่านฮงแดและฮับจองถามกันเข้ามามากที่สุด

ถ้าเข้าใจความแตกต่างของความลึกในแต่ละความยาวคลื่น การเลือกเลเซอร์ก็จะง่ายขึ้นทันทีครับ

เลเซอร์ลดรอยดำที่วัยรุ่นช่วงอายุ 20-30 ปีในย่านฮงแดและฮับจองถามกันเข้ามามากที่สุด


ถ้าเข้าใจความแตกต่างของความลึกในแต่ละความยาวคลื่นแล้ว


การเลือกเลเซอร์ก็จะง่ายขึ้นเยอะมากเลยครับ

นี่เป็นเคสของคนไข้ผู้หญิงอายุ 28 ปีที่เดินทางมาจากฮับจองเมื่อเดือนที่แล้วครับ

เธอเคยทำเลเซอร์ Toning จากคลินิกอื่นมาแล้ว 10 ครั้ง

แต่กลับมาหาเราด้วยความกังวลว่า "รู้สึกว่าฝ้ามันกลับดูเข้มขึ้นกว่าเดิมเสียอีก"

 

พอตรวจวินิจฉัยดูแล้ว ปรากฏว่าไม่ใช่ฝ้าครับ

แต่เป็น ADM (ปานโอตะชนิดเกิดภายหลัง หรือ Acquired Bilateral Nevus of Ota-like Macules)

ซึ่งโรคนี้ค่อนข้างก้ำกึ่งและวินิจฉัยยาก

เพราะมองจากภายนอกแล้วจะคล้ายกับฝ้ามากๆ เลยครับ

 

แต่จุดสำคัญตรงนี้คืออะไรทราบไหมคะ?

ฝ้าจะอยู่บริเวณผิวหนังกำพร้าไปจนถึงผิวหนังแท้ชั้นตื้น (ลึกประมาณ 0.3 มม.)

ในขณะที่ ADM จะลงลึกไปจนถึงผิวหนังแท้ชั้นกลาง (ลึกตั้งแต่ 1 มม. ขึ้นไป) ครับ

 

ความยาวคลื่น 1064nm จะสามารถทะลุลงลึกใต้ผิวได้ถึง 4-5 มม.

ส่วนความยาวคลื่น 532nm จะลงลึกได้สุดแค่ประมาณ 1 มม. เท่านั้น

ความแตกต่างตรงนี้แหละครับที่เปลี่ยนผลลัพธ์โดยสิ้นเชิง

เปรียบเทียบความลึกการซึมผ่านผิวตามความยาวคลื่น

เนื่องจากคนไข้ท่านนั้นทำแต่เลเซอร์ Toning ในกลุ่มคลื่น 532nm ซ้ำๆ

พลังงานจึงส่งไปไม่ถึงรอยดำที่อยู่ลึกด้านล่างเลยครับ

 

ที่คลินิกของเราเลยรักษาด้วยเครื่อง Pico 1064nm ร่วมกับ Ruby laser ไป

ทำไปทั้งหมด 3 ครั้ง

สัปดาห์ที่แล้วตอนที่เธอมาตรวจติดตามผล ตัวเธอเองยังตกใจกับผลลัพธ์เลยครับ

แผนภาพความต่างของความลึกตามประเภทเม็ดสี

สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน


สำหรับปัญหารอยดำ "ตำแหน่งที่รอยดำนั้นอยู่" จะเป็นตัวกำหนดทิศทางการรักษาครับ


แม้จะมองเห็นเป็นจุดสีน้ำตาลเหมือนกัน


แต่การจะเลือกใช้เครื่องมือไหน จะขึ้นอยู่กับว่ามันอยู่ชั้นกำพร้าหรือชั้นหนังแท้


ดังนั้น การวินิจฉัยที่ถูกต้องจึงต้องมาก่อน แล้วการทำเลเซอร์ค่อยตามมาครับ

 

ปกติแล้วในห้องตรวจ หมอจะแบ่งประเภทแบบนี้ครับ

แม้ว่าในแต่ละเคสจะมีความแตกต่างกันไป

แต่โดยทั่วไปแล้ว หมอจะอธิบายโดยแบ่งกลุ่มคนไข้ออกเป็นประมาณนี้ครับ

ประเภทของรอยดำ

ความลึก

ความยาวคลื่นหลักที่เลือกใช้

จำนวนครั้งที่คาดว่าจะต้องทำ

กระตื้น·จุดด่างดำ (ชั้นกำพร้า)

0.1-0.3 มม.

532nm

1-2 ครั้ง

ฝ้า

0.3-0.5 มม.

1064nm พลังงานต่ำ

5-10 ครั้ง

ADM (ชั้นหนังแท้)

1 มม. ขึ้นไป

1064nm พลังงานสูง·Ruby

3-6 ครั้ง

ปานโอตะ

ชั้นหนังแท้ส่วนลึก

Ruby·Alexandrite

5-8 ครั้ง

แต่การใช้พลังงานสูงๆ ก็ไม่ใช่ว่าจะดีเสมอไปนะครับ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ "ฝ้า" หากยิงเลเซอร์แรงเกินไป

ก็อาจจะทำให้เกิดรอยดำคล้ำหลังทำเลเซอร์ (Rebound Hyperpigmentation) ยิ่งกว่าเดิมได้ครับ

 

ดังนั้น ในการปรึกษาครั้งแรก

หมอมักจะแนะนำคนไข้ว่า "เราลองตรวจด้วยกล้อง Wood's lamp ดูกันก่อนแล้วค่อยตัดสินใจกันดีกว่าคร้บ"

หมอจะแจ้งคนไข้ในลักษณะนี้เป็นส่วนใหญ่ครับ

 

อย่างไรก็ตาม หากเป็นกลุ่มรอยดำชั้นตื้น

ที่มีขอบเขตชัดเจน เช่น กระตื้น หรือจุดด่างดำหมองคล้ำทั่วไป

มักจะจางลงอย่างชัดเจนหลังทำเพียงแค่ครั้งหรือสองครั้งเท่านั้น

ถือว่าเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและเห็นผลดีที่สุดเลยครับ

แนวทางการรักษาตามประเภทเม็ดสี

 

 

3 คำถามที่หมอโดนถามบ่อยที่สุดในห้องตรวจ

 

Q1. ถ้าทำคลินิกแถวๆ ฮงแด ผลลัพธ์ก็น่าจะเหมือนๆ กันหมดไม่ใช่เหรอคะ?

A. สารภาพตามตรงเลยนะครับ

การวินิจฉัยที่ถูกต้องมีผลมากกว่าตัวเครื่องมือเยอะมากเลยครับ

 

ต่อให้ใช้เครื่อง Pico แบรนด์เดียวกัน

แต่ถ้าประเมินประเภทของรอยดำผิดพลาดตั้งแต่แรก

การตั้งค่าพลังงานและเลือกความยาวคลื่นก็จะผิดเพี้ยนไปทั้งหมดเลยครับ

 

สำหรับหมอแล้ว ในการมาตรวจครั้งแรก

หมอจะต้องตรวจด้วย Wood's lamp ร่วมกับกล้องส่องผิวหนังเดอร์โมสโคป (Dermoscopy) เสมอครับ

Q2. ต้องทำประมาณกี่ครั้ง และค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่ครับ?

A. แตกต่างกันไปตามแต่ละประเภทของรอยดำเลยครับ

กลุ่มจุดด่างดำชั้นตื้นบ่อยครั้งที่ทำแค่ 1-2 ครั้งก็หายแล้ว

ส่วนฝ้าโดยทั่วไปต้องมองไว้ที่อย่างน้อย 5 ครั้งขึ้นไปครับ

 

ส่วนรื่องราคา จะแตกต่างกันไปตามบริเวณ พื้นที่รอยโรค และตัวเครื่องที่เลือกใช้

เนื่องจากช่วงราคาต่อครั้งค่อนข้างกว้าง

หมอจึงคิดว่าการมาพูดคุยรายละเอียดตอนเข้ามาปรึกษากันโดยตรงจะดีที่สุดครับ

Q3. มีคนบอกว่ายิ่งทำเลเซอร์หน้ายิ่งดำขึ้นจริงไหมคะ?

A. อาการนั้นเรียกว่า รอยดำคล้ำหลังการอักเสบ (Post-inflammatory Hyperpigmentation หรือ PIH) ครับ

ซึ่งมักจะเกิดขึ้นได้ง่ายเป็นพิเศษในคนไข้ที่เป็นฝ้า

 

อาการนี้จะเกิดขึ้นเมื่อตั้งค่าพลังงานเลเซอร์แรงเกินไป

หรือเว้นระยะห่างในการทำในแต่ละรอบสั้นเกินไปครับ

 

ด้วยเหตุนี้ หมอเลยชอบวิธีการใช้เลเซอร์พลังงานต่ำยิงซ้ำๆ แบบถนอมผิวมากกว่าครับ

แม้ว่าจะต้องใช้เวลาสักหน่อย แต่ปลอดภัยแน่นอนครับ

ในบทความถัดไป เดี๋ยวพวกเรามาคุยรายละเอียดที่เจาะลึกกันต่อดีกว่านะครับ ขอบคุณครับ หมอวี ยองจิน ครับ

สารภาพตามตรงนะครับ เมื่อก่อนฉันก็เคยคิดว่าเลเซอร์ลดรอยดำมันก็เหมือนๆ กันหมดนั่นแหละ

ช่วงนี้พออากาศเริ่มเย็นลง

ในห้องตรวจก็เริ่มคึกคักไปด้วยคนไข้ที่มาด้วยปัญหา

"ที่ไปตากแดดมาเมื่อหน้าร้อน รอยดำยังไม่ยอมหายเลยค่ะ"

 

"ลองหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตแล้ว เครื่องเลเซอร์มีเยอะมากเลยค่ะ

ไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวไหนดี"

ประโยคนี้ แค่สัปดาห์ที่แล้วสัปดาห์เดียว ฉันได้ยินจากคนไข้ถึง 7 คนเลยครับ

 

วันนี้ฉันจะมาค่อยๆ อธิบายเหตุผลให้ฟังกันทีละข้อนะครับ

บรรยากาศปรึกษาเลเซอร์รักษาสีผิวที่คลินิกผิวหนังฮงแด

 

 

สรุปแล้วมันแตกต่างกันยังไงกันแน่นะ?

เลเซอร์ลดรอยดำ (Pigment Laser) เป็นชื่อเรียกโดยรวมของเครื่องมือ

ที่เลือกทำลายเฉพาะเม็ดสีเมลานินอย่างตรงจุดครับ

 

แต่ภายใต้คำว่า "เลเซอร์ลดรอยดำ" คำเดียวนั้น

มีทั้ง Toning, Spectra, Pico, Ruby, Q-Switched...

รวมอยู่ด้วยกันทั้งหมดเลยครับ

 

ซึ่งเป็นจุดที่คุณหมอและคนไข้หลายคนมักจะเข้าใจผิดกันเยอะมาก

เพราะถึงแม้ชื่อจะดูแตกต่างกัน แต่สุดท้ายแล้ว

จะถูกแบ่งออกเป็น 2 อย่างหลักๆ คือ ความยาวคลื่น (nm) และรูปแบบของพัลส์ (Pulse mode)

ส่วนที่เหลือนั้นเป็นเพียงความแตกต่างของแบรนด์ตัวเครื่องครับ

 

ทำไมบางคนทำแล้วถึงไม่ค่อยเห็นผลล่ะ?

 

หัวใจสำคัญของบทความนี้

เลเซอร์ลดรอยดำที่วัยรุ่นช่วงอายุ 20-30 ปีในย่านฮงแดและฮับจองถามกันเข้ามามากที่สุด

ถ้าเข้าใจความแตกต่างของความลึกในแต่ละความยาวคลื่น การเลือกเลเซอร์ก็จะง่ายขึ้นทันทีครับ

เลเซอร์ลดรอยดำที่วัยรุ่นช่วงอายุ 20-30 ปีในย่านฮงแดและฮับจองถามกันเข้ามามากที่สุด


ถ้าเข้าใจความแตกต่างของความลึกในแต่ละความยาวคลื่นแล้ว


การเลือกเลเซอร์ก็จะง่ายขึ้นเยอะมากเลยครับ

นี่เป็นเคสของคนไข้ผู้หญิงอายุ 28 ปีที่เดินทางมาจากฮับจองเมื่อเดือนที่แล้วครับ

เธอเคยทำเลเซอร์ Toning จากคลินิกอื่นมาแล้ว 10 ครั้ง

แต่กลับมาหาเราด้วยความกังวลว่า "รู้สึกว่าฝ้ามันกลับดูเข้มขึ้นกว่าเดิมเสียอีก"

 

พอตรวจวินิจฉัยดูแล้ว ปรากฏว่าไม่ใช่ฝ้าครับ

แต่เป็น ADM (ปานโอตะชนิดเกิดภายหลัง หรือ Acquired Bilateral Nevus of Ota-like Macules)

ซึ่งโรคนี้ค่อนข้างก้ำกึ่งและวินิจฉัยยาก

เพราะมองจากภายนอกแล้วจะคล้ายกับฝ้ามากๆ เลยครับ

 

แต่จุดสำคัญตรงนี้คืออะไรทราบไหมคะ?

ฝ้าจะอยู่บริเวณผิวหนังกำพร้าไปจนถึงผิวหนังแท้ชั้นตื้น (ลึกประมาณ 0.3 มม.)

ในขณะที่ ADM จะลงลึกไปจนถึงผิวหนังแท้ชั้นกลาง (ลึกตั้งแต่ 1 มม. ขึ้นไป) ครับ

 

ความยาวคลื่น 1064nm จะสามารถทะลุลงลึกใต้ผิวได้ถึง 4-5 มม.

ส่วนความยาวคลื่น 532nm จะลงลึกได้สุดแค่ประมาณ 1 มม. เท่านั้น

ความแตกต่างตรงนี้แหละครับที่เปลี่ยนผลลัพธ์โดยสิ้นเชิง

เปรียบเทียบความลึกการซึมผ่านผิวตามความยาวคลื่น

เนื่องจากคนไข้ท่านนั้นทำแต่เลเซอร์ Toning ในกลุ่มคลื่น 532nm ซ้ำๆ

พลังงานจึงส่งไปไม่ถึงรอยดำที่อยู่ลึกด้านล่างเลยครับ

 

ที่คลินิกของเราเลยรักษาด้วยเครื่อง Pico 1064nm ร่วมกับ Ruby laser ไป

ทำไปทั้งหมด 3 ครั้ง

สัปดาห์ที่แล้วตอนที่เธอมาตรวจติดตามผล ตัวเธอเองยังตกใจกับผลลัพธ์เลยครับ

แผนภาพความต่างของความลึกตามประเภทเม็ดสี

สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน


สำหรับปัญหารอยดำ "ตำแหน่งที่รอยดำนั้นอยู่" จะเป็นตัวกำหนดทิศทางการรักษาครับ


แม้จะมองเห็นเป็นจุดสีน้ำตาลเหมือนกัน


แต่การจะเลือกใช้เครื่องมือไหน จะขึ้นอยู่กับว่ามันอยู่ชั้นกำพร้าหรือชั้นหนังแท้


ดังนั้น การวินิจฉัยที่ถูกต้องจึงต้องมาก่อน แล้วการทำเลเซอร์ค่อยตามมาครับ

 

ปกติแล้วในห้องตรวจ หมอจะแบ่งประเภทแบบนี้ครับ

แม้ว่าในแต่ละเคสจะมีความแตกต่างกันไป

แต่โดยทั่วไปแล้ว หมอจะอธิบายโดยแบ่งกลุ่มคนไข้ออกเป็นประมาณนี้ครับ

ประเภทของรอยดำ

ความลึก

ความยาวคลื่นหลักที่เลือกใช้

จำนวนครั้งที่คาดว่าจะต้องทำ

กระตื้น·จุดด่างดำ (ชั้นกำพร้า)

0.1-0.3 มม.

532nm

1-2 ครั้ง

ฝ้า

0.3-0.5 มม.

1064nm พลังงานต่ำ

5-10 ครั้ง

ADM (ชั้นหนังแท้)

1 มม. ขึ้นไป

1064nm พลังงานสูง·Ruby

3-6 ครั้ง

ปานโอตะ

ชั้นหนังแท้ส่วนลึก

Ruby·Alexandrite

5-8 ครั้ง

แต่การใช้พลังงานสูงๆ ก็ไม่ใช่ว่าจะดีเสมอไปนะครับ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ "ฝ้า" หากยิงเลเซอร์แรงเกินไป

ก็อาจจะทำให้เกิดรอยดำคล้ำหลังทำเลเซอร์ (Rebound Hyperpigmentation) ยิ่งกว่าเดิมได้ครับ

 

ดังนั้น ในการปรึกษาครั้งแรก

หมอมักจะแนะนำคนไข้ว่า "เราลองตรวจด้วยกล้อง Wood's lamp ดูกันก่อนแล้วค่อยตัดสินใจกันดีกว่าคร้บ"

หมอจะแจ้งคนไข้ในลักษณะนี้เป็นส่วนใหญ่ครับ

 

อย่างไรก็ตาม หากเป็นกลุ่มรอยดำชั้นตื้น

ที่มีขอบเขตชัดเจน เช่น กระตื้น หรือจุดด่างดำหมองคล้ำทั่วไป

มักจะจางลงอย่างชัดเจนหลังทำเพียงแค่ครั้งหรือสองครั้งเท่านั้น

ถือว่าเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและเห็นผลดีที่สุดเลยครับ

แนวทางการรักษาตามประเภทเม็ดสี

 

 

3 คำถามที่หมอโดนถามบ่อยที่สุดในห้องตรวจ

 

Q1. ถ้าทำคลินิกแถวๆ ฮงแด ผลลัพธ์ก็น่าจะเหมือนๆ กันหมดไม่ใช่เหรอคะ?

A. สารภาพตามตรงเลยนะครับ

การวินิจฉัยที่ถูกต้องมีผลมากกว่าตัวเครื่องมือเยอะมากเลยครับ

 

ต่อให้ใช้เครื่อง Pico แบรนด์เดียวกัน

แต่ถ้าประเมินประเภทของรอยดำผิดพลาดตั้งแต่แรก

การตั้งค่าพลังงานและเลือกความยาวคลื่นก็จะผิดเพี้ยนไปทั้งหมดเลยครับ

 

สำหรับหมอแล้ว ในการมาตรวจครั้งแรก

หมอจะต้องตรวจด้วย Wood's lamp ร่วมกับกล้องส่องผิวหนังเดอร์โมสโคป (Dermoscopy) เสมอครับ

Q2. ต้องทำประมาณกี่ครั้ง และค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่ครับ?

A. แตกต่างกันไปตามแต่ละประเภทของรอยดำเลยครับ

กลุ่มจุดด่างดำชั้นตื้นบ่อยครั้งที่ทำแค่ 1-2 ครั้งก็หายแล้ว

ส่วนฝ้าโดยทั่วไปต้องมองไว้ที่อย่างน้อย 5 ครั้งขึ้นไปครับ

 

ส่วนรื่องราคา จะแตกต่างกันไปตามบริเวณ พื้นที่รอยโรค และตัวเครื่องที่เลือกใช้

เนื่องจากช่วงราคาต่อครั้งค่อนข้างกว้าง

หมอจึงคิดว่าการมาพูดคุยรายละเอียดตอนเข้ามาปรึกษากันโดยตรงจะดีที่สุดครับ

Q3. มีคนบอกว่ายิ่งทำเลเซอร์หน้ายิ่งดำขึ้นจริงไหมคะ?

A. อาการนั้นเรียกว่า รอยดำคล้ำหลังการอักเสบ (Post-inflammatory Hyperpigmentation หรือ PIH) ครับ

ซึ่งมักจะเกิดขึ้นได้ง่ายเป็นพิเศษในคนไข้ที่เป็นฝ้า

 

อาการนี้จะเกิดขึ้นเมื่อตั้งค่าพลังงานเลเซอร์แรงเกินไป

หรือเว้นระยะห่างในการทำในแต่ละรอบสั้นเกินไปครับ

 

ด้วยเหตุนี้ หมอเลยชอบวิธีการใช้เลเซอร์พลังงานต่ำยิงซ้ำๆ แบบถนอมผิวมากกว่าครับ

แม้ว่าจะต้องใช้เวลาสักหน่อย แต่ปลอดภัยแน่นอนครับ

ในบทความถัดไป เดี๋ยวพวกเรามาคุยรายละเอียดที่เจาะลึกกันต่อดีกว่านะครับ ขอบคุณครับ หมอวี ยองจิน ครับ

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

หน้าหย่อนหลังคลอด ทำอัลเทอร่าตอนให้นมได้ไหมคะ

ยกกระชับ

หน้าหย่อนหลังคลอด ทำอัลเทอร่าตอนให้นมได้ไหมคะ

อัลเทอร่าตอนให้นมบุตรปลอดภัยจริงไหม ควรเริ่มช่วงไหนหลังคลอด ดูจากสัญญาณฟื้นตัวของร่างกายค่ะ

ลดน้ำหนักแล้วหน้าตอบ เติม Juvelook Volume ได้ไหม

ผิว

ลดน้ำหนักแล้วหน้าตอบ เติม Juvelook Volume ได้ไหม

ลดน้ำหนักแล้วแก้มตอบดูโทรม Juvelook Volume ช่วยได้อย่างไร รวมกลไก ผลลัพธ์ และข้อควรระวังค่ะ

สูบบุหรี่ทำ Rejuran เห็นผลช้าลงจริงไหม?

ผิว

สูบบุหรี่ทำ Rejuran เห็นผลช้าลงจริงไหม?

คนสูบบุหรี่ทำสกินบูสเตอร์ Rejuran คอลลาเจนฟื้นตัวช้าลงหรือเปล่า และจะดูแลให้ได้ผลดีขึ้นยังไง มาดูกัน

เครียดสะสมจนผิวหย่อนคล้อย RF ช่วยได้จริงไหมคะ

ยกกระชับ

เครียดสะสมจนผิวหย่อนคล้อย RF ช่วยได้จริงไหมคะ

สรุปขอบเขตและข้อจำกัดของ RF ลิฟติ้งต่อผิวหย่อนคล้อยจากความเครียด แยกจากการดูแลชีวิตประจำวันค่ะ

มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?

ผิว

มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?

เป็นเบาหวาน ความดัน หรือกินยาละลายลิ่มเลือด ทำหัตถการความงามได้ไหม? มาดูสิ่งที่ต้องบอกคุณหมอกันค่ะ

ซีเคร็ต RF ไมโครนีดเดิ้ล แก้แผลเป็น-รูขุมขนได้ไหม

ยกกระชับ

ซีเคร็ต RF ไมโครนีดเดิ้ล แก้แผลเป็น-รูขุมขนได้ไหม

ซีเคร็ต RF ผสานไมโครนีดเดิ้ลกับคลื่นวิทยุ ดูแลแผลเป็น รูขุมขน และความกระชับด้วยหลักการเดียวกัน

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1