ทำไมกำจัดขนบราซิเลียนเจ็บมาก หลักการลดความเจ็บปวดด้วยก๊าซเย็น และวิธีรับมือแต่ละเคสจากห้องตรวจ
ให้อ่านตรงนี้ก่อนเริ่มนะคะ
Q. ปกติแล้วตอนทำ บราซิลเลียน (Brazilian) เราต้องทนเจ็บอย่างเดียวเลยเหรอคะ?
A. ไม่ใช่เรื่องที่ต้องฝืนทนเลยค่ะ เพราะเทคโนโลยีของเครื่องสามารถช่วยลดความเจ็บลงไปได้เยอะมาก ยิ่งถ้าเลือกใช้เครื่องที่มีระบบพ่นแก๊สทำความเย็น (Cooling gas) ความรู้สึกตอนทำจะเปลี่ยนไปคนละเรื่องเลยค่ะ
Q. ทำไมตรงส่วนนี้ถึงเจ็บกว่าบริเวณอื่นเป็นพิเศษคะ?
A. เพราะผิวตรงนั้นบอบบางมากและมีความหนาแน่นของรากขนสูงค่ะ แม้จะใช้พลังงานเท่ากัน แต่ความรู้สึกเจ็บจะทวีคูณขึ้นหลายเท่าตัวเลยค่ะ

แล้วมันแตกต่างกันยังไงนะ?
การกำจัดขนบราซิลเลียน (Brazilian)
คือการใช้เลเซอร์กำจัดขนบริเวณอวัยวะเพศค่ะ
ซึ่งหลักการทำงานก็เหมือนกับการเลเซอร์ขนขาหรือขนรักแร้เลย
แต่ความเจ็บที่รู้สึกได้นี่ บอกเลยว่าเป็นคนละโลกค่ะ
แตกต่างจากการขนบริเวณทั่วไป
เพราะผิวบราซิลเลียนนั้นทั้งบาง
และรากขนก็หนา แถมยังฝังตัวอยู่ลึกมากด้วย
ดังนั้น ถึงแม้จะใช้เครื่องเดียวกัน พลังงานเท่ากัน
แต่หลายๆ ท่านจะรู้สึกเจ็บมากกว่าถึง 2-3 เท่าเลยค่ะ
ทำไมบางท่านทำแล้วถึงไม่ค่อยเห็นผลลัพธ์ที่ดีพอ?
ข้อมูลเจาะลึกจาก หมอวี ยองจิน
ผิวบริเวณบราซิลเลียนบอบบางและเซนซิทีฟมาก การเลือกประเภทของเครื่องเลเซอร์จึงเป็นตัวตัดสินระดับความเจ็บเลยค่ะ
เครื่อง GentleMax Pro Plus (젠틀맥스프로플러스) จะพ่นแก๊สทำความเย็นออกมาก่อนยิงเลเซอร์ทันที
ทำให้ช่วยลดความเจ็บลงได้ โดยที่ยังคงระดับพลังงานการรักษาไว้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพค่ะ
พูดกันตามตรงเลยนะคะ
สิ่งที่จะตัดสินว่าทำบราซิลเลียนแล้วเจ็บแค่ไหน
เครื่องมือที่ใช้มีผลมากกว่าฝีมือของแพทย์ผู้ทำซะอีกค่ะ
ยิ่งเป็นผิวส่วนที่บางและบอบบางมากเท่าไหร่
ระบบ 'ทำความเย็น (Cooling)' จะเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดค่ะ
เมื่อเดือนก่อนมีคนไข้ช่วงอายุ 30 ปีต้นๆ ท่านหนึ่งมาปรึกษา
เธอเคยทำบราซิลเลียนที่อื่นมา 4 ครั้งแล้ว
แต่ทนเจ็บไม่ไหวจนต้องถอดใจล้มเลิกไปกลางคัน
แล้วถามหมอว่า "กลับไปใช้วิธีแว็กซ์ (Waxing) เหมือนเดิมดีกว่าไหมคะ?"
สำหรับคนไข้เคสแบบนี้ หมอมักจะแนะนำให้ลองทำด้วยเครื่อง GentleMax Pro Plus ดูอีกครั้งค่ะ
ซึ่งหลังจากทำครั้งแรกเสร็จ คนไข้ถึงกับทักเลยว่า "นี่คือเลเซอร์ตัวเดียวกันจริงๆ เหรอคะ?"

แต่ตรงนี้มีจุดสำคัญที่ต้องรู้อยู่เรื่องหนึ่งค่ะ
เครื่อง GentleMax Pro Plus นั้น
ก่อนที่แสงเลเซอร์จะถูกปล่อยออกมาเสี้ยววินาที
เครื่องจะพ่นแก๊สทำความเย็นที่เรียกว่า DCD
ลงบนผิวหนังชั้นบนโดยตรง
ใช้เวลาเพียงแค่ประมาณ 20~100ms เท่านั้น
ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สั้นมากๆ
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญใช่ไหมคะ?
เพราะมันจะช่วยลดอุณหภูมิของผิวชั้นบนลงทันที
ก่อนที่จะยิงพลังงานคลื่นความยาว 755nm Alexandrite หรือ
1064nm Nd:YAG ลงไปตามหลังค่ะ
ทำให้ผิวชั้นนอกได้รับการปกป้องอย่างปลอดภัยด้วยความเย็น
ในขณะที่พลังงานเลเซอร์ยังคงพุ่งตรงเข้าทำลายรากขนได้อย่างเต็มที่
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงช่วยลดความเจ็บลงได้
โดยที่ผลลัพธ์ยังคงดีเยี่ยมเหมือนเดิมค่ะ

ในทางกลับกัน เครื่องเลเซอร์ที่มีระบบทำความเย็นเฉพาะแบบสัมผัส (Cooling Tip)
จะให้ความเย็นเฉพาะตอนที่ตัวเครื่องแตะโดนผิวเท่านั้นค่ะ
แต่บริเวณบราซิลเลียนที่มีความโค้งเว้าเยอะ
และหัวเลเซอร์สัมผัสแนบสนิทได้ยาก
ความเย็นจึงกระจายตัวได้ไม่ทั่วถึงและไม่สม่ำเสมอค่ะ
ทำให้ถึงแม้จะใช้พลังงานเท่าเดิม
คนไข้เลยมักจะบอกว่า "มีแค่บางจุดที่รู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมาเป็นพิเศษค่ะ"
สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน
ความเจ็บจากการทำบราซิลเลียนไม่ใช่เรื่องที่ต้องอดทนค่ะ แต่เป็นเรื่องที่เราลดเลี่ยงได้ด้วยเครื่องมือที่ดี
ถ้าเลือกใช้วิธีที่มีแก๊สทำความเย็นพ่นออกมา ความรู้สึกเจ็บตอนทำจะลดฮวบลงทันที โดยที่เราไม่ต้องไปลดพลังงานของเลเซอร์ลงเลยค่ะ
การลดระดับพลังงานเพราะกลัวคนไข้เจ็บ จะทำให้ผลลัพธ์น้อยลงและต้องมาทำจำนวนครั้งเพิ่มขึ้น ซึ่งนั่นกลายเป็นวงจรอุบาทว์ที่เสียเวลาค่ะ
หมอมีเกณฑ์การประเมินคนไข้ในห้องตรวจแบบนี้ค่ะ
เราจะเลือกวิธีดูแลที่เหมาะสมตามระดับความทนเจ็บ
และโทนสีผิวของแต่ละบุคคลค่ะ
ถึงแม้รายละเอียดของแต่ละเคสจะต่างกันไป
แต่ปกติแล้วหมอจะแบ่งกลุ่มคนไข้ออกเป็นประมาณนี้ค่ะ
ประเภท | ลักษณะเฉพาะ | แนวทางการรักษา |
|---|---|---|
ผิวเซนซิทีฟเจ็บง่าย + ผิวขาว | ช่วงก่อน/หลังมีประจำเดือน ผิวจะไวต่อความรู้สึกเป็นพิเศษ | ใช้คลื่น 755nm + พ่นแก๊สทำความเย็นยาวนานขึ้น |
ขนปริมาณมาก + เส้นขนหนา | ครั้งแรกจะรู้สึกเจ็บที่สุด | เริ่มจากพลังงานน้อยๆ แล้วค่อยปรับขึ้นเรื่อยๆ |
โทนสีผิวค่อนข้างคล้ำ | เสี่ยงต่อการเกิดรอยดำ (hyperpigmentation) | เน้นใช้คลื่น 1064nm Nd:YAG เป็นหลัก |
เคยล้มเลิกจากคลินิกอื่น | มีความกลัวฝังใจอยู่แล้ว | เริ่มทดลองด้วยพลังงานต่ำๆ ให้ผิวชินก่อนขยับขึ้น |
แต่มีเรื่องหนึ่งที่หมอต้องขอเรียนตามตรงนะคะ
ต่อให้ระบบแก๊สทำความเย็นจะดีแค่ไหน
ก็ไม่ได้แปลว่าจะ "ไม่เจ็บเลย 100%" นะคะ
ในการทำ 1-2 ครั้งแรกที่มีเส้นขนหนาๆ อยู่หนาแน่น
ก็ยอมรับตรงๆ ว่าอาจจะมีบางจุดที่รู้สึกจี๊ดๆ แสบๆ บ้างค่ะ
แต่หลังจากผ่านครั้งที่ 3 ขึ้นไปแล้ว
จำนวนเส้นขนจะบางลงมาก
ทำให้ความเจ็บลดลงไปอย่างชัดเจนเลยค่ะ

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว น่าจะกำลังสงสัยข้อนี้อยู่ใช่ไหมคะ?
Q1. ช่วงมีประจำเดือน สามารถมารับบริการได้ไหมคะ?
A. แนะนำให้เลี่ยงช่วงมีรอบเดือนค่ะ
นอกจากเรื่องของสุขอนามัยแล้ว
การเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมนจะทำให้ร่างกายรับรู้ความรู้สึกเจ็บ
ไวขึ้นกว่าปกติถึง 20~30% เลยค่ะ
ช่วงเวลาที่ดีและสบายที่สุดในการทำ
คือหลังจากประจำเดือนหมดไปแล้วประมาณ 3-4 วันค่ะ
Q2. ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจน และราคาเท่าไหร่คะ?
A. โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 6~8 ครั้งค่ะ
เนื่องจากรอบการเจริญเติบโตของเส้นขน แนะนำให้มาทำทุกๆ 4~6 สัปดาห์ค่ะ
และหลังจากนั้น ด้วยอิทธิพลของฮอร์โมนในร่างกาย
หลายๆ ท่านอาจจะมีขนขึ้นมาบ้างเล็กน้อย ทำให้ต้องมาเก็บรายละเอียดปีละ 1~2 ครั้งค่ะ
ส่วนเรื่องของค่าใช้จ่ายจะแตกต่างกันไปตามแพ็กเกจ
มารับคำปรึกษาและประเมินราคากับเจ้าหน้าที่เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำที่สุดจะดีกว่าค่ะ
Q3. หลังทำแล้วจะมีโอกาสเกิดรอยดำหรือรูขุมขนอักเสบบ้างไหมคะ?
A. มีโอกาสเกิดขึ้นได้ค่ะ
โดยเฉพาะในช่วง 2-3 วันแรกหลังทำเสร็จ
ควรหลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นจัด ซาวน่า หรือการออกกำลังกายอย่างหนักค่ะ
เพราะรูขุมขนอักเสบส่วนใหญ่เกิดจากการที่มีเหงื่อไปอุดตันในรูขุมขนนั่นเองค่ะ
ส่วนรอยดำมักจะเกิดขึ้นเมื่อผิวถูกกระตุ้นด้วยรังสี UV หลังทำเลเซอร์
แต่เนื่องจากบริเวณนี้แทบจะไม่ได้รับแสงแดดอยู่แล้ว
จึงค่อนข้างปลอดภัยสูงกว่าการทำเลเซอร์ในบริเวณอื่นค่ะ
ถ้าหากยังมีข้อสงสัยตรงไหน หมอพร้อมจะตรวจดูผิวหน้างานและให้คำแนะนำเพิ่มเติมในห้องตรวจนะคะ หวังว่าจะได้พบกันค่ะ—หมอวี ยองจิน
หากกังวลเรื่องความเจ็บในการทำบราซิลเลียน มาเช็ก 🌊โปรโมชั่นพิเศษ🌊 ที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณได้เลยค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
RTTE RF ทำงานอย่างไรกับพุงแก้มที่หย่อนคล้อยข้างโหนกแก้มเพื่อช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้ใบหน้าส่วนกลาง และจะเหมาะกับใครบ้างนะ?
สรุปหลักการทำงานของ Alite RF ในการคืนความยืดหยุ่นให้กับใบหน้าส่วนกลาง พร้อมช่วงเวลาที่เริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน และความแตกต่างระหว่างหัตถการนี้กับโปรแกรมยกกระชับอื่นๆ หรือการฉีดฟิลเลอร์ค่ะ

ยกกระชับ
เลือกคลินิกอย่างไรดี? สำหรับการทำหัตถการยกกระชับแบบผสมผสานระหว่าง Ultherapy และ Thermage
สรุปความต่างของระดับความลึกในการทำงานระหว่าง Ulthera และ Thermage พร้อมเกณฑ์การเลือกคลินิกสำหรับทำโปรแกรมยกกระชับแบบผสมผสาน ทั้งในเรื่องของเครื่องมือ ประสบการณ์ของแพทย์ และการวางโปรแกรมรักษามาให้แล้วค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่า InMode FX ช่วยแก้ปัญหาเหนียงสองชั้นและแก้มห้อยได้ผลดีจริงไหม แล้วจะเหมาะกับผิวแบบไหนมากที่สุด?
สรุปหลักการทำงาน ผลลัพธ์ และข้อจำกัดของ InMode FX ที่ช่วยคืนความกระชับให้กรอบหน้าและแก้มที่หย่อนคล้อย พร้อมเปรียบเทียบความต่างกับหัตถการอื่นๆ ให้ดูกันค่ะ

ผิว
skin booster กลุ่มกระตุ้นคอลลาเจน (collagen booster) ควรเริ่มทำตั้งแต่อายุเท่าไหร่ดี? แล้วผลลัพธ์ที่คาดหวังในแต่ละช่วงวัยจะแตกต่างกันอย่างไรบ้างคะ?
เราได้รวบรวมหลักการทำงานของคอลลาเจนบูสเตอร์ (collagen booster) ในการช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว พร้อมทั้งเป้าหมายและผลลัพธ์ที่คาดหวังซึ่งจะแตกต่างกันไปตามแต่ละช่วงวัยมาฝากกันค่ะ

ผิว
รอยดำ ฝ้า และกระ แต่ละชนิดจะเหมาะกับเลเซอร์ที่แตกต่างกัน แล้วแบบนี้เราควรเลือกทำเลเซอร์ตัวไหนดีนะ?
เราได้รวบรวมและเปรียบเทียบเกณฑ์การเลือกเลเซอร์รักษาที่แตกต่างกันไปตามความลึกของจุดด่างดำ ฝ้า กระ และประเภทของเม็ดสีผิวไว้ให้แล้วค่ะ

ยกกระชับ
ผลลัพธ์ของ Sofwave lifting จะเริ่มเห็นผลตั้งแต่เมื่อไหร่หลังทำ และจะอยู่ได้นานแค่ไหนคะ?
Sofwave เป็นการรักษาที่ใช้พลังงานความร้อนจากคลื่นอัลตราซาวด์เข้าไปกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวดูอิ่มฟูและยกระดับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ มาเช็กกันให้ครบในที่เดียว ตั้งแต่ความรู้สึกทันทีหลังทำ ช่วงเวลาที่เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างเต็มที่ ระยะเวลาผลลัพธ์ ช่วงเวลาที่ควรทำซ้ำ ไปจนถึงเคล็ดลับการดูแลตัวเองเพื่อรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานขึ้นกันค่ะ



