• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

เลือกคลินิกจูวีลุคในโซล: เข้มข้นและระยะห่าง

เลือกคลินิกจูวีลุคในโซล: เข้มข้นและระยะห่าง

เลือกคลินิกจูวีลุคในโซล: เข้มข้นและระยะห่าง

ลังเลว่าจะฉีดจูวีลุคที่ไหนในโซล? เกณฑ์เลือกคลินิกไม่ใช่แบรนด์ แต่คือความเข้มข้นและกลยุทธ์ระยะห่าง

สวัสดีครับ หมอวี ยองจิน จาก Beautystone ครับ

💡 เช็กตรงนี้ก่อนอ่านนะครับ


Q. จูวีลุค ไม่ว่าจะฉีดที่ไหนก็เป็นผลิตภัณฑ์เดียวกัน ผลลัพธ์ก็น่าจะคล้ายๆ กันไม่ใช่เหรอคะ?

A. ถึงจะเป็นผลิตภัณฑ์เดียวกัน แต่ผลลัพธ์ย่อมแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดตามการปรับระดับความเข้มข้นและการวางแผนระยะห่างในการฉีดครับ 'โปรโตคอล (protocol)' คือหัวใจสำคัญที่มากกว่าเครื่องมือครับ


Q. ฉีด จูวีลุค แค่ครั้งเดียวจะเห็นผลไหมคะ?

A. แม้ฉีดเพียงครั้งเดียวก็สามารถสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของเนื้อผิว แต่หากต้องการไปถึงขั้นฟื้นฟูคอลลาเจน (collagen remodeling) จำเป็นต้องได้รับการฉีดซ้ำในระยะห่างที่เหมาะสมครับ

 

💡 เจาะลึกข้อมูลสำคัญโดย หมอวี ยองจิน

เกณฑ์การเลือกคลินิกฉีด จูวีลุค ปังๆ ในโซล — ความเข้มข้นและระยะห่างในการฉีดคือหัวใจหลักครับ

บรรยากาศปรึกษาก่อนฉีดจูเวลุคที่โซล

 

 

จูวีลุค คืออะไร?

จูวีลุค คือ

หัตถการฉีดฟื้นฟูผิว (skin booster)

ที่มีส่วนประกอบของ PDLLA (Poly-D, L-Lactic Acid) ครับ

 

ถ้า skin booster ทั่วไปจะเป็นการเติมความชุ่มชื้น

ด้วย Hyaluronic Acid (HA)

แต่ จูวีลุค จะมีกลไกที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง

โดยตัวยาจะค่อยๆ ย่อยสลาย

ไปเองใต้ชั้นผิว พร้อมกระตุ้น

การสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติของตัวเราเองครับ

ดังนั้น มันจึงเป็นหัตถการที่ผลลัพธ์แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า "แค่ได้ฉีด"

แต่ขึ้นอยู่กับว่า "ฉีดอย่างไร" ครับ

 

ทำไมฉีด จูวีลุค เหมือนกัน แต่ผลลัพธ์ถึงต่างกัน — วิทยาศาสตร์แห่งความเข้มข้นและระยะห่าง

เป็นเรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดกันเยอะมากครับ

หลายคนมักจะคิดว่า

"จูวีลุค ก็เป็นยาตัวเดียวกันเหมือนกันหมด

ฉีดที่ไหนก็น่าจะคล้ายๆ กันไม่ใช่เหรอ?"

 

สารภาพตามตรงนะครับ

ตอนช่วงแรกๆ ตัวผมเองก็เคยคิดแบบนั้นเหมือนกันครับ

 

แต่ที่ตรงนี้มีจุดสำคัญอยู่อย่างหนึ่งครับ

 

จูวีลุค เป็นตัวยาที่มาในรูปแบบผง

ที่ต้องนำมาผสมเจือจางด้วยน้ำเกลือปราศจากเชื้อ

หรือ HA (Hyaluronic Acid) ก่อนใช้งานครับ

 

อัตราส่วนการเจือจางนี้

หรือพูดง่ายๆ คือ การตั้งค่าความเข้มข้น

จะทำให้ความหนาแน่นของอนุภาค PDLLA

ที่ส่งเข้าไปในชั้นผิวแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ

 

ขอยกตัวอย่างง่ายๆ นะครับ

 

หากตั้งค่าความเข้มข้นต่ำเกินไป

การฉีดจะทำได้ง่าย รอยช้ำก็น้อย

แต่จำนวนอนุภาคที่จะเข้าไปกระตุ้น

การสร้างคอลลาเจนก็อาจจะไม่เพียงพอได้ครับ

 

ในทางกลับกัน หากตั้งค่าความเข้มข้นสูงเกินไป

ความเสี่ยงในการเกิดตุ่มนูนหรือเป็นก้อน (nodules) ก็จะเพิ่มสูงขึ้นครับ

 

ความยากมันอยู่ตรงที่

ความหนาของผิวแต่ละคนไม่เท่ากัน

และแต่ละบริเวณของใบหน้าก็ไม่เท่ากันด้วย

ดังนั้น "สูตรความเข้มข้นที่สมบูรณ์แบบ" จึงไม่ได้กำหนดมาตายตัวแค่สูตรเดียวครับ

 

แม้จะแตกต่างกันไปตามแต่ละเคส

แต่โดยปกติแล้วผมจะทำการรักษาประมาณนี้ครับ

 

สำหรับบริเวณที่ผิวหนา เช่น หน้าผาก หรือ แก้ม

จะใช้ความเข้มข้นที่ค่อนข้างสูงกว่า

ส่วนบริเวณที่ผิวบาง เช่น ใต้ตา หรือ ลำคอ

จะลดระดับความเข้มข้นลง แต่จะคอยปรับระดับความลึกในการฉีดอย่างละเอียดอ่อนแทนครับ

 

และสิ่งสำคัญอันดับที่สองคือ

ระยะห่างในการฉีด (interval) ครับ

 

เนื่องจาก PDLLA จะค่อยๆ ย่อยสลายในร่างกาย

พร้อมกับกระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจน

ซึ่งกระบวนการนี้ต้องใช้เวลาประมาณ 3~4 สัปดาห์ครับ

 

เราจึงต้องกะจังหวะเวลานี้

ในการฉีดครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 เข้าไป

เพื่อให้คอลลาเจนเกิดการทับถมซ้อนกันเป็นชั้นๆ

จึงจะเกิดการเปลี่ยนแปลงของความหนาแน่นของผิวอย่างแท้จริงครับ

 

หากฉีดเร็วเกินไป

ในขณะที่การกระตุ้นคอลลาเจนจากการฉีดครั้งก่อนยังทำงานไม่เสร็จ

มันก็จะไปซ้อนทับกันมากเกินไป

เปรียบเทียบปฏิกิริยาผิวตามความเข้มข้นของจูเวลุค

 

แต่หากฉีดช้าเกินไป

คอลลาเจนที่สร้างขึ้นจากการฉีดครั้งแรก

ก็เลยจุดที่พีคสุดไปแล้ว

ทำให้ประสิทธิภาพในการส่งเสริมกันลดลงครับ

 

จากประสบการณ์ทางคลินิกที่ผมได้พบเจอมา

แม้จะเป็นโปรแกรม 3 ครั้งเหมือนกัน

ระหว่างคนที่มาฉีดตรงเวลาอย่างสม่ำเสมอ

กับคนที่มาฉีดแบบขาดๆ หายๆ ไม่ตรงเวลา

ความแตกต่างในการฟื้นฟูความยืดหยุ่นของผิว

จากที่สัมผัสได้คือห่างกันถึง 30~40% เลยทีเดียวครับ

ดังนั้น เวลาเลือกคลินิก

ฉีด จูวีลุค ดีๆ ในโซล

แทนที่จะถามว่า "ใช้เครื่องมืออะไรฉีด"

ควรจะถามว่า "ควบคุมระดับความเข้มข้นอย่างไร?

และออกแบบระยะห่างในการฉีดอย่างไร?"

ก่อนเป็นอันดับแรกครับ

แผนภูมิออกแบบระยะห่างการฉีดจูเวลุคโซล

👨‍⚕️ สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน:


จูวีลุค คือ 'ยาตัวเดียวกัน' แต่ 'ไม่ใช่การรักษาแบบเดียวกัน' เสมอไปครับ


การตั้งค่าความเข้มข้นต้องแตกต่างกันไปตามบริเวณและระดับความหนาของผิว


และระยะห่างในการฉีดก็ต้องเหมาะสมกับวงจรการสังเคราะห์คอลลาเจน ผลลัพธ์ถึงจะสะสมเห็นผลชัดเจนครับ


คลินิกที่สามารถอธิบายสองข้อนี้ได้อย่างเป็นระบบและชัดเจน


ย่อมให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างอย่างแน่นอนครับ

 

จูวีลุค Volume vs จูวีลุค — ควรฉีดตัวไหนดี?

ช่วงนี้ตอนให้คำปรึกษา

คนไข้มักจะถามบ่อยมากเลยครับว่า

"จูวีลุค กับ จูวีลุค Volume

มันแตกต่างกันยังไงคะ?"

 

ผมขอสรุปให้อย่างง่ายๆ ดังนี้ครับ

การเปรียบเทียบ

จูวีลุค

จูวีลุค Volume

ปริมาณสาร PDLLA

ค่อนข้างต่ำกว่า

ค่อนข้างสูงกว่า

วัตถุประสงค์หลัก

ปรับสภาพผิว, ความยืดหยุ่น, ริ้วรอยเล็กๆ

แก้ไขแก้มตอบ, ร่องลึก, เติมเต็มวอลลุ่ม

บริเวณที่แนะนำ

ทั่วใบหน้า, ใต้ตา, ลำคอ

ขมับ, แก้ม, ร่องแก้ม

ระยะเวลาผลลัพธ์

ประมาณ 12~18 เดือน

ประมาณ 18~24 เดือน

จำนวนครั้งที่แนะนำ

ปกติ 3~4 ครั้ง

ปกติ 1~2 ครั้ง

แต่ก็ไม่ได้แปลว่าแบบ Volume จะดีกว่าเสมอไปนะครับ

 

เนื่องจาก จูวีลุค Volume มีส่วนประกอบของ PDLLA สูง

หลังฉีดใหม่อาจจะรู้สึกตึงและได้วอลลุ่มที่ดูล้นๆ ไปบ้าง

ในช่วงแรก

และหากนำไปฉีดในบริเวณผิวที่บอบบาง

ความเสี่ยงที่จะเป็นก้อนไตก็จะยิ่งสูงขึ้นไปด้วยครับ

 

ดังนั้น ตัวหมอเองจะไม่แนะนำให้ทำ

รุ่น Volume ไปเสียทุกเคสครับ

 

เราต้องประเมินสภาพผิวจริงก่อน

ถ้าคนไข้ต้องการเน้น "ฟื้นฟูผิวและรูขุมขนเป็นหลัก"

หมอจะเลือกฉีดรุ่นธรรมดาเพื่อปรับเบสผิวให้ดีก่อน

แต่ถ้าคนไข้ "กังวลเรื่องแก้มตอบหรือร่องลึกเป็นหลัก"

หมอก็จะพิจารณาใช้รุ่น Volume

เพื่อแยกแยะการใช้ให้ตรงจุดและเหมาะสมที่สุดครับ

 

คนไข้หลายคนที่เคยไปทำที่อื่นมา 5~6 ครั้งแล้วไม่เห็นผล

พอมารับการตรวจที่นี่ ส่วนใหญ่แล้วพบว่า

มีการเลือกใช้รุ่นที่ไม่เหมาะสมมาตั้งแต่แรกครับ

ตัวอย่างการใช้จูเวลุคโซลตามแต่ละบริเวณ

 

 

Checklist ก่อนเลือกคลินิกฉีด จูวีลุค ในโซล

ถ้าหมอเป็นฝั่งคนไข้เอง

หมอจะเช็ก 3 ข้อนี้ให้มั่นใจแน่นอนครับ

 

ข้อแรก, มีการอธิบายการปรับระดับความเข้มข้นให้ฟังหรือไม่

ถ้าคลินิกไหนพูดแค่ว่า "เดี๋ยวจะฉีด จูวีลุค ให้ 1 Vial นะคะ"

อยากให้ลองหยุดคิดและพิจารณาให้ดีอีกนิดครับ

ลองถามเขาดูว่าการเจือจางความเข้มข้นแยกตามบริเวณผิว

และความหนาของผิวเราอย่างไรบ้าง

 

ข้อสอง, มีการวางแผนระยะห่างในการฉีดอย่างชัดเจนไหม

ที่บอกว่า "อีก 2 สัปดาห์มานะคะ" หรือ "อีก 1 เดือนค่อยมานะคะ"

คลินิกที่ดีและมีโปรโตคอลที่ได้มาตรฐาน

จะสามารถอธิบายเหตุผลเบื้องหลังของคำแนะนำเรื่องระยะห่างเหล่านั้นได้ชัดเจนครับ

 

ข้อสาม, กล้าบอกข้อเสียหรือข้อจำกัดให้เราฟังก่อนหรือไม่

เพื่อความจริงใจนะครับ

จูวีลุค ไม่ใช่ยาวิเศษ

ที่จะตอบโจทย์ได้ครบทุกปัญหาผิวหรอกครับ

หากต้องการผลลัพธ์การเติมวอลลุ่มรอดชีวิตแบบเร่งด่วนทันใจ

ฟิลเลอร์ (filler) จะเหมาะสมกว่าครับ

หรือหากปัญหาคือรูขุมขนกว้างมากๆ หรือมีรอยแผลเป็นลึก

การทำเลเซอร์ร่วมด้วยก็อาจจะเป็นสิ่งที่จำเป็นครับ

 

คลินิกที่กล้าตอบสิ่งเหล่านี้อย่างตรงไปตรงมา

สุดท้ายแล้ว มักจะมีแนวโน้มที่ผลลัพธ์จะออกมาดีและน่าพึงพอใจที่สุดครับ

 

คำถามที่พบบ่อย

 

Q1. ฉีด จูวีลุค แล้วรุ่งขึ้นไปทำงานได้เลยไหมคะ?

A. ส่วนใหญ่สามารถไปทำงานได้ตามปกติเลยครับ

อาจจะมีอาการบวมหรือรอยแดงเล็กน้อย

บริเวณที่ฉีดบ้าง

แต่ปกติแล้วจะค่อยๆ ยุบลงภายใน 1-2 วันครับ

ในบางกรณีก็อาจจะมีรอยช้ำเล็กๆ เกิดขึ้นได้เช่นกัน

หากคนไข้มีตารางงานหรือนัดสำคัญ

แนะนำให้เผื่อเวลาพักฟื้นล่วงหน้าสัก 3~4 วันจะดีที่สุดครับ

Q2. ราคาประมาณเท่าไหร่ และต้องฉีดกี่ครั้งครับ?

A. ราคาต่อครั้งอาจจะแตกต่างกันไปตามแต่ละคลินิก

แต่โดยทั่วไปจะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1 ขวด (full vial) ราวๆ 500,000 วอน ครับ!

 

ในส่วนของจำนวนครั้ง สำหรับ จูวีลุค รุ่นปกติ แนะนำที่ 3~4 ครั้ง

และรุ่น Volume แนะนำที่ 1~2 ครั้ง เป็นคอร์สพื้นฐานครับ

เพื่อรักษาสภาพผิวให้อยู่นานขึ้น

หลายๆ คนมักจะกลับมาฉีดทัชอัพ (touch-up)

ซ้ำอีกครั้งหลังผ่านไปประมาณ 6 เดือน ถึง 1 ปีครับ

อย่างไรก็ดี แนะนำให้เข้ามาปรึกษาก่อนเพื่อรับการประเมินสภาพผิวที่แม่นยำที่สุดครับ

Q3. กังวลเรื่องผลข้างเคียงของ จูวีลุค จะปลอดภัยไหมคะ?

A. ตัวส่วนประกอบ PDLLA เองนั้น

สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติในร่างกาย

จึงเป็นสารที่ได้ผ่านการรับรองด้านความปลอดภัยเรียบร้อยแล้วครับ

อย่างไรก็ดี ถ้าหากฉีดด้วยความเข้มข้นที่สูงเกินไป

หรือฉีดลงไปในชั้นผิวที่ตื้นจนเกินไป

ก็มีโอกาสที่จะเกิดปุ่มนูน/ก้อนไตใต้ผิวเล็กๆ (nodules) ได้ครับ

ซึ่งผลลัพธ์ความปลอดภัยนี้จะขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแพทย์

และความสามารถในการปรับความเข้มข้นของตัวยาโดยตรง

หมอจึงอยากเน้นย้ำให้เช็กตาม Checklist

ที่หมอแจ้งไปด้านบนให้เรียบร้อยก่อนรับบริการครับ

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามผ่านทาง Line (LINE) หรือโทรเข้ามาฝากคำถามไว้ได้เลยนะครับ ยินดีต้อนรับทุกท่านครับ ผมหมอวี ยองจิน ครับ

 

▶ บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

Secret RF ไมโครนีดเดิลลิฟติ้ง ช่วยแก้ทั้งรอยแผลเป็นและรูขุมขนกว้างได้ในครั้งเดียวครับ

ยกกระชับ

Secret RF ลิฟติ้ง แก้แผลเป็น-รูขุมขนได้ไหมครับ

มาดูกันครับว่า Secret RF ใช้ไมโครนีดเดิลกับ RF อย่างไร และช่วยแผลเป็น รูขุมขน ความกระชับได้อย่างไร

จูเวลุค โวลุ่ม เติมเต็มแก้มตอบและร่องแก้มด้วยคอลลาเจนได้จริงหรือครับ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

จูเวลุค โวลุ่ม เติมแก้มตอบ-ร่องแก้มด้วยคอลลาเจนไหม

มาดูกันครับว่าจูเวลุค โวลุ่มต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร และคอลลาเจนช่วยแก้มตอบ-ร่องแก้มอย่างไร

RE2O สกินบูสเตอร์ใต้ตา แก้ปัญหาร่องลึก ใต้ตาคล้ำ และริ้วรอยได้พร้อมกันจริงหรือครับ

ผิว

RE2O สกินบูสเตอร์ใต้ตา แก้ร่องลึก-คล้ำ-ริ้วรอยครับ

มาดูกันครับว่าใต้ตาคล้ำมีสาเหตุอะไรบ้าง และ RE2O ช่วยเสริมผิวใต้ตาให้หนาขึ้นอย่างไร

ฝ้าและจุดด่างดำปนกัน เลเซอร์โทนนิ่ง พิโค และ IPL ต่างกันอย่างไรตามชนิดเม็ดสี

ผิว

ฝ้า-จุดด่างดำผสมกัน โทนิ่ง,พิโค,IPL ต่างกันยังไงคะ

มาดูกันครับว่าเลเซอร์โทนนิ่ง พิโค IPL จัดการเม็ดสีต่างกันอย่างไร เหมาะกับฝ้า-จุดด่างดำแบบไหน

ถ้าอายุ 40 ปีแล้วเริ่มมองหาการยกกระชับผิวเป็นครั้งแรก ควรเริ่มจาก HIFU หรือคลื่นวิทยุความถี่สูงก่อนดี

ยกกระชับ

อายุ 40 ยกกระชับครั้งแรก เริ่ม HIFU หรือ RF ครับ

มาดูความต่างของ HIFU กับ RF ทั้งความลึก ความรู้สึก และการฟื้นตัว สำหรับวัย 40 ที่เริ่มยกกระชับครับ

Ultherapy PRIME ทำไมต้องลงลึกถึงชั้น SMAS ถึงจะยกกระชับได้จริง?

ยกกระชับ

Ultherapy PRIME ทำไมลงถึงชั้น SMAS ยกกระชับได้?

ทำไมความลึกระดับชั้น SMAS ถึงสำคัญกับการยกกระชับด้วย Ultherapy PRIME พร้อมแนวทางดูแลจากคลินิกโซล

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1