ผู้อำนวยการ วี ยองจิน คิม กาอึล แห่งคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก

ลดรูขุมขน: พีลลิง vs Secret RF แก้ได้จริง

ลดรูขุมขน: พีลลิง vs Secret RF แก้ได้จริง

ลดรูขุมขน: พีลลิง vs Secret RF แก้ได้จริง

ทำไมพีลลิงซ้ำๆ ไม่ช่วยลดรูขุมขน? Secret RF ฟื้นฟูคอลลาเจนชั้นหนังแท้ แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ

“คุณหมอคะ ทำพีลลิงมาเกินสิบครั้งแล้ว ทำไมยังเหมือนเดิมอยู่คะ?” — คำถามที่ได้รับเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

พอเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนฤดู ห้องตรวจของเราก็เริ่มคึกคักอีกครั้งด้วยการปรึกษาเรื่องรูขุมขน·แผลเป็น

“ทำพีลลิงที่คลินิกผิวหนังมานานกว่าหนึ่งปีแล้ว,

พูดตรงๆ ก็ไม่รู้เลยว่ามีอะไรต่างไปบ้าง.”

สัปดาห์นี้ก็มีคนไข้สองท่านพูดประโยคเดียวกันกับผมเลย

วันนี้ผมจะค่อยๆ อธิบายเหตุผลให้ฟังครับ







แล้วมันต่างกันตรงไหนกันแน่

ซีเคร็ต RF เป็นเครื่องนีเดิล RF ที่ใช้เข็มเล็กๆ แทงลงไปในผิว

แล้วปล่อยพลังงานความถี่วิทยุ (RF) จากปลายเข็ม

เพื่อกระตุ้นชั้นหนังแท้โดยตรง

ต่างจากพีลลิง ซีเคร็ต RF ไม่ได้

ทำให้เซลล์ผิวเก่าหรือหนังกำพร้า 'ละลาย'

แต่ใช้ความลึก 1.5~3.5 มม. ในชั้นหนังแท้

สร้างความร้อนบาดเจ็บเพื่อกระตุ้นให้คอลลาเจนจัดเรียงใหม่







ทำไมบางคนทำพีลลิงซ้ำๆ แล้วยังได้ผลน้อยกว่าที่ควร



ประเด็นสำคัญของบทความนี้

พีลลิงแบบชั่วคราว vs ซีเคร็ต RF แบบแก้ที่ต้นเหตุ,

อธิบายความต่างของการ 'แก้ปัญหารูขุมขนอย่างแท้จริง'

สรุปสำคัญ


รูขุมขนไม่ใช่ปัญหา 'คราบสกปรกบนหนังกำพร้า'


แต่เป็นปัญหา 'โครงสร้างของหนังแท้'


ต่อให้ขจัดชั้นหนังกำพร้าออกไปมากแค่ไหน


ถ้าฐานด้านล่างทรุดลง รูนั้นก็ยังเหมือนเดิม

เดือนที่แล้วมีผู้ชายอายุช่วงต้น 30 มาพบผมคนหนึ่ง

เพราะรูขุมขนที่จมูก·แก้ม

เขาบอกว่าที่อื่นทำพีลลิงแทบเดือนละครั้งต่อเนื่องมา 2 ปี

แต่พอหยิบกระจกมาให้ดู

สภาพแทบไม่ต่างจากรูปเมื่อ 2 ปีก่อนเลย

นี่แหละคือจุดที่หลายคนสับสน

พีลลิง (กรด AHA·กรดซาลิไซลิก ฯลฯ)

จะละลายชั้นขี้ไคลของหนังกำพร้า

เพื่อให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้นชั่วคราว

มองในกระจกตอนนั้นก็จะดูดีขึ้นจริงๆ

แต่สาเหตุที่แท้จริงของรูขุมขนที่กว้างออกคือ

คอลลาเจนในชั้นหนังแท้ทรุดตัวลง

จนพยุงผนังรูขุมขนเอาไว้ไม่ได้

พีลลิงลงไปไม่ถึงตรงนั้น

ลึกไม่พอ

시크릿RF 진피층 콜라겐 재구성 원리

ซีเคร็ต RF ใช้เข็มที่ลงไปได้ลึก 1.5 มม., 2.0 มม., 2.5 มม.

และถ้าจำเป็นก็ลึกได้ถึง 3.5 มม.

ที่ระดับความลึกนั้น จะปล่อยความร้อน RF ราว 75 องศา

เพื่อจงใจทำให้คอลลาเจนเกิดการเปลี่ยนสภาพ

ร่างกายจึงรับรู้ว่าเป็น 'การบาดเจ็บ'

แล้วสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาในบริเวณนั้น

ถ้าทำซ้ำ 2~3 ครั้ง

โครงสร้างที่ค้ำยันผนังรูขุมขนก็จะหนาขึ้น

คนไข้ท่านที่พูดถึงก่อนหน้านี้

หลังมาทำซีเคร็ต RF ที่คลินิกเรา 3 ครั้ง

ก็พูดกับผมตอนมาติดตามอาการสัปดาห์ที่แล้วว่า

“ทำมา 3 ครั้งดีกว่าพีลลิงที่ทำมา 2 ปีมาก”

시크릿RF 니들 깊이별 치료

สรุปสำคัญจากหมอวียองจิน


พีลลิงคือ 'การทำความสะอาดหนังกำพร้า',


ซีเคร็ต RF คือ 'การฟื้นฟูหนังแท้'


ถ้ารูขุมขนเป็นมานานและลึก


ต่อให้ผลัดเซลล์ผิวซ้ำแล้วซ้ำเล่า


ถ้าไม่แตะฐานราก ก็ยังเหมือนเดิม







ผมแบ่งแบบนี้ในห้องตรวจครับ

แม้แต่ละเคสจะต่างกัน

แต่โดยทั่วไปผมจะแบ่งแบบนี้

시크릿RF 근본해결 모공 치료

ประเภท

สภาพ

แนวทางที่แนะนำ

ประเภท A

มีความมันเยอะและชั้นขี้ไคลหนาอย่างเดียว

ดูแลด้วยพีลลิง·สเกลลิงต่อเนื่องก็พอ

ประเภท B

รูขุมขนกว้าง + ความกระชับลดลงเล็กน้อย

ซีเคร็ต RF 2 ครั้ง + ทำพีลลิงร่วมด้วย

ประเภท C

รูขุมขนลึก·มีแผลเป็นสิวร่วมด้วย

ซีเคร็ต RF 3~4 ครั้ง, ความลึก 2.5~3.5 มม.

แต่ก็ไม่ได้ดีไปเสียทั้งหมดนะครับ

ซีเคร็ต RF หลังทำประมาณ 3~5 วัน

จะมีรอยแดงเป็นจุดๆ คล้ายผื่นขึ้น

และต้องปกปิดด้วยเมคอัพประมาณ 1 สัปดาห์

ไม่ใช่หัตถการที่ทำแล้วออกไปทำงานได้ทันทีเหมือนพีลลิง

แต่เมื่อบริเวณนั้นมีคอลลาเจนเติมเต็มอย่างเหมาะสมแล้ว

ผลลัพธ์จะอยู่ได้อย่างน้อย 1~2 ปี

ดังนั้นในระยะยาว

ค่าใช้จ่ายและเวลาที่ต้องเสียอาจน้อยกว่าการทำพีลลิงทุกเดือนเสียอีก

모공 유형별 시크릿RF 치료 가이드







อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว คุณน่าจะสงสัยเรื่องนี้



Q1. ถ้าทำซีเคร็ต RF แล้ว ยังต้องทำพีลลิงอีกไหม?

A. ไม่ถึงขนาดนั้นครับ

การดูแลความมันและขี้ไคลยังจำเป็นอยู่

ใช้ซีเคร็ต RF เพื่อ 'วางโครงสร้าง' ไว้ก่อน

แล้วค่อยทำพีลลิงเบาๆ เดือนละครั้ง

เพื่อเก็บผิวชั้นนอกให้เรียบ ผมมักแนะนำแบบผสมนี้มากที่สุด

Q2. ต้องทำกี่ครั้ง และผลอยู่ได้นานแค่ไหน?

A. ถ้ามีแค่รูขุมขน ปกติ 2~3 ครั้ง

ถ้ามีแผลเป็นสิวร่วมด้วย จะดูที่ประมาณ 4 ครั้ง

ทำทุก 1 เดือน

และช่วง 3 เดือนหลังทำครั้งสุดท้าย

คอลลาเจนจะเติมขึ้นมากที่สุด

ผลลัพธ์อยู่ได้นานอย่างน้อย 1 ปีขึ้นไป

จากนั้นปีละ 1 ครั้งเพื่อคงผลก็เพียงพอ

Q3. มีผลข้างเคียงหรือข้อควรระวังไหม?

A. ที่พบบ่อยที่สุดคือรอยแดงหลังทำและ

สะเก็ดจุดเล็กๆ คล้ายรอยเข็ม

ซึ่งส่วนใหญ่จะยุบลงใน 4~7 วัน

หนึ่งสัปดาห์ก่อนและหลังทำ ควรหลีกเลี่ยงการผลัดเซลล์ผิวแรงๆ,

เรตินอล และซาวน่า

คนที่มีแนวโน้มเกิดรอยคล้ำหลังอักเสบ

ต้องลดระดับพลังงานลง

เพราะฉะนั้นตอนปรึกษาอย่าลืมแจ้งให้ทราบนะครับ

ถ้ารูขุมขนของคุณยังไม่ตอบสนองต่อพีลลิง ส่งรูปผิวมาทางคาเคาทอล์กได้เลยครับ — วียองจิน

“คุณหมอคะ ทำพีลลิงมาเกินสิบครั้งแล้ว ทำไมยังเหมือนเดิมอยู่คะ?” — คำถามที่ได้รับเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

พอเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนฤดู ห้องตรวจของเราก็เริ่มคึกคักอีกครั้งด้วยการปรึกษาเรื่องรูขุมขน·แผลเป็น

“ทำพีลลิงที่คลินิกผิวหนังมานานกว่าหนึ่งปีแล้ว,

พูดตรงๆ ก็ไม่รู้เลยว่ามีอะไรต่างไปบ้าง.”

สัปดาห์นี้ก็มีคนไข้สองท่านพูดประโยคเดียวกันกับผมเลย

วันนี้ผมจะค่อยๆ อธิบายเหตุผลให้ฟังครับ







แล้วมันต่างกันตรงไหนกันแน่

ซีเคร็ต RF เป็นเครื่องนีเดิล RF ที่ใช้เข็มเล็กๆ แทงลงไปในผิว

แล้วปล่อยพลังงานความถี่วิทยุ (RF) จากปลายเข็ม

เพื่อกระตุ้นชั้นหนังแท้โดยตรง

ต่างจากพีลลิง ซีเคร็ต RF ไม่ได้

ทำให้เซลล์ผิวเก่าหรือหนังกำพร้า 'ละลาย'

แต่ใช้ความลึก 1.5~3.5 มม. ในชั้นหนังแท้

สร้างความร้อนบาดเจ็บเพื่อกระตุ้นให้คอลลาเจนจัดเรียงใหม่







ทำไมบางคนทำพีลลิงซ้ำๆ แล้วยังได้ผลน้อยกว่าที่ควร



ประเด็นสำคัญของบทความนี้

พีลลิงแบบชั่วคราว vs ซีเคร็ต RF แบบแก้ที่ต้นเหตุ,

อธิบายความต่างของการ 'แก้ปัญหารูขุมขนอย่างแท้จริง'

สรุปสำคัญ


รูขุมขนไม่ใช่ปัญหา 'คราบสกปรกบนหนังกำพร้า'


แต่เป็นปัญหา 'โครงสร้างของหนังแท้'


ต่อให้ขจัดชั้นหนังกำพร้าออกไปมากแค่ไหน


ถ้าฐานด้านล่างทรุดลง รูนั้นก็ยังเหมือนเดิม

เดือนที่แล้วมีผู้ชายอายุช่วงต้น 30 มาพบผมคนหนึ่ง

เพราะรูขุมขนที่จมูก·แก้ม

เขาบอกว่าที่อื่นทำพีลลิงแทบเดือนละครั้งต่อเนื่องมา 2 ปี

แต่พอหยิบกระจกมาให้ดู

สภาพแทบไม่ต่างจากรูปเมื่อ 2 ปีก่อนเลย

นี่แหละคือจุดที่หลายคนสับสน

พีลลิง (กรด AHA·กรดซาลิไซลิก ฯลฯ)

จะละลายชั้นขี้ไคลของหนังกำพร้า

เพื่อให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้นชั่วคราว

มองในกระจกตอนนั้นก็จะดูดีขึ้นจริงๆ

แต่สาเหตุที่แท้จริงของรูขุมขนที่กว้างออกคือ

คอลลาเจนในชั้นหนังแท้ทรุดตัวลง

จนพยุงผนังรูขุมขนเอาไว้ไม่ได้

พีลลิงลงไปไม่ถึงตรงนั้น

ลึกไม่พอ

시크릿RF 진피층 콜라겐 재구성 원리

ซีเคร็ต RF ใช้เข็มที่ลงไปได้ลึก 1.5 มม., 2.0 มม., 2.5 มม.

และถ้าจำเป็นก็ลึกได้ถึง 3.5 มม.

ที่ระดับความลึกนั้น จะปล่อยความร้อน RF ราว 75 องศา

เพื่อจงใจทำให้คอลลาเจนเกิดการเปลี่ยนสภาพ

ร่างกายจึงรับรู้ว่าเป็น 'การบาดเจ็บ'

แล้วสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาในบริเวณนั้น

ถ้าทำซ้ำ 2~3 ครั้ง

โครงสร้างที่ค้ำยันผนังรูขุมขนก็จะหนาขึ้น

คนไข้ท่านที่พูดถึงก่อนหน้านี้

หลังมาทำซีเคร็ต RF ที่คลินิกเรา 3 ครั้ง

ก็พูดกับผมตอนมาติดตามอาการสัปดาห์ที่แล้วว่า

“ทำมา 3 ครั้งดีกว่าพีลลิงที่ทำมา 2 ปีมาก”

시크릿RF 니들 깊이별 치료

สรุปสำคัญจากหมอวียองจิน


พีลลิงคือ 'การทำความสะอาดหนังกำพร้า',


ซีเคร็ต RF คือ 'การฟื้นฟูหนังแท้'


ถ้ารูขุมขนเป็นมานานและลึก


ต่อให้ผลัดเซลล์ผิวซ้ำแล้วซ้ำเล่า


ถ้าไม่แตะฐานราก ก็ยังเหมือนเดิม







ผมแบ่งแบบนี้ในห้องตรวจครับ

แม้แต่ละเคสจะต่างกัน

แต่โดยทั่วไปผมจะแบ่งแบบนี้

시크릿RF 근본해결 모공 치료

ประเภท

สภาพ

แนวทางที่แนะนำ

ประเภท A

มีความมันเยอะและชั้นขี้ไคลหนาอย่างเดียว

ดูแลด้วยพีลลิง·สเกลลิงต่อเนื่องก็พอ

ประเภท B

รูขุมขนกว้าง + ความกระชับลดลงเล็กน้อย

ซีเคร็ต RF 2 ครั้ง + ทำพีลลิงร่วมด้วย

ประเภท C

รูขุมขนลึก·มีแผลเป็นสิวร่วมด้วย

ซีเคร็ต RF 3~4 ครั้ง, ความลึก 2.5~3.5 มม.

แต่ก็ไม่ได้ดีไปเสียทั้งหมดนะครับ

ซีเคร็ต RF หลังทำประมาณ 3~5 วัน

จะมีรอยแดงเป็นจุดๆ คล้ายผื่นขึ้น

และต้องปกปิดด้วยเมคอัพประมาณ 1 สัปดาห์

ไม่ใช่หัตถการที่ทำแล้วออกไปทำงานได้ทันทีเหมือนพีลลิง

แต่เมื่อบริเวณนั้นมีคอลลาเจนเติมเต็มอย่างเหมาะสมแล้ว

ผลลัพธ์จะอยู่ได้อย่างน้อย 1~2 ปี

ดังนั้นในระยะยาว

ค่าใช้จ่ายและเวลาที่ต้องเสียอาจน้อยกว่าการทำพีลลิงทุกเดือนเสียอีก

모공 유형별 시크릿RF 치료 가이드







อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว คุณน่าจะสงสัยเรื่องนี้



Q1. ถ้าทำซีเคร็ต RF แล้ว ยังต้องทำพีลลิงอีกไหม?

A. ไม่ถึงขนาดนั้นครับ

การดูแลความมันและขี้ไคลยังจำเป็นอยู่

ใช้ซีเคร็ต RF เพื่อ 'วางโครงสร้าง' ไว้ก่อน

แล้วค่อยทำพีลลิงเบาๆ เดือนละครั้ง

เพื่อเก็บผิวชั้นนอกให้เรียบ ผมมักแนะนำแบบผสมนี้มากที่สุด

Q2. ต้องทำกี่ครั้ง และผลอยู่ได้นานแค่ไหน?

A. ถ้ามีแค่รูขุมขน ปกติ 2~3 ครั้ง

ถ้ามีแผลเป็นสิวร่วมด้วย จะดูที่ประมาณ 4 ครั้ง

ทำทุก 1 เดือน

และช่วง 3 เดือนหลังทำครั้งสุดท้าย

คอลลาเจนจะเติมขึ้นมากที่สุด

ผลลัพธ์อยู่ได้นานอย่างน้อย 1 ปีขึ้นไป

จากนั้นปีละ 1 ครั้งเพื่อคงผลก็เพียงพอ

Q3. มีผลข้างเคียงหรือข้อควรระวังไหม?

A. ที่พบบ่อยที่สุดคือรอยแดงหลังทำและ

สะเก็ดจุดเล็กๆ คล้ายรอยเข็ม

ซึ่งส่วนใหญ่จะยุบลงใน 4~7 วัน

หนึ่งสัปดาห์ก่อนและหลังทำ ควรหลีกเลี่ยงการผลัดเซลล์ผิวแรงๆ,

เรตินอล และซาวน่า

คนที่มีแนวโน้มเกิดรอยคล้ำหลังอักเสบ

ต้องลดระดับพลังงานลง

เพราะฉะนั้นตอนปรึกษาอย่าลืมแจ้งให้ทราบนะครับ

ถ้ารูขุมขนของคุณยังไม่ตอบสนองต่อพีลลิง ส่งรูปผิวมาทางคาเคาทอล์กได้เลยครับ — วียองจิน

บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก
บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก

บทความแนะนำ

บทความแนะนำ

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ถ้าทำเลเซอร์โทนนิ่ง 10 ครั้งแล้วจุดด่างดำยังเหมือนเดิมอยู่หรือเปล่า? 90% มักเป็นปัญหาเรื่องการเลือก “ความยาวคลื่น”

ผิว

พูดตรงๆ เลยครับ เมื่อ 5 ปีก่อน ผมเองก็ไม่ได้ใช้ 1064nm แบบนี้เหมือนกัน

ทำไมเลเซอร์ 1064nm ถึงได้ผลไม่ค่อยแรงกับจุดด่างดำ แต่กลับแรงกับฝ้าและรอยสัก? สรุปให้เข้าใจง่ายทั้งเรื่อง trade-off ระหว่างความลึกของความยาวคลื่นกับการดูดกลืนแสง และเหตุผลว่าทำไมถึงต้องใช้ dual toning ด้วย

โบท็อกซ์รักษาภาวะเหงื่อออกมาก 300,000 วอน vs 700,000 วอน คุณเคยดูไหมว่า “ใช้ยาไปเยอะแค่ไหน”?

ยกกระชับ

ราคาบอท็อกซ์รักษาเหงื่อออกมาก ทำไมถึงต่างกันได้มากกว่า 5 เท่า

โบท็อกซ์รักษาภาวะเหงื่อออกมาก ราคาทำไมถึงต่างจากโบท็อกซ์ทั่วไปมากกว่า 5 เท่า? เราจะอธิบายโครงสร้างการทำหัตถการแบบ 100 ยูนิต และความคุ้มค่าที่แท้จริงจากผลลัพธ์ที่อยู่ได้นาน 4–6 เดือน

"ไม่ได้อ้วนขึ้นแต่มีเหนียง?" ทำไมก่อนปรึกษาดูดไขมันถึงควรเริ่มจากอัลตราซาวนด์

ยกกระชับ

โบท็อกซ์ลดเหนียง: ทำไมต้องดูต่อมน้ำลายก่อนดูดไขมัน

ถ้าคุณกำลังค้นหาเกี่ยวกับโบท็อกซ์ลดเหนียง ลองเช็กข้อนี้ก่อนนะคะ ถ้าไม่ใช่ไขมัน แต่เป็นต่อมน้ำลายใต้คางที่โตขึ้น การดูดไขมันจะไม่ได้ผลเลย ส่วนโบท็อกซ์ 20~40U คือคำตอบค่ะ

ผลข้างเคียงของ Xeomin 0%? อาการที่เจอในห้องตรวจอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง

โครงหน้า&วอลลุ่ม

ผลข้างเคียงของ Xeomin ขอเล่าตามความถี่ที่เจอจริงในห้องตรวจตลอด 1 สัปดาห์

ผลข้างเคียงของ Xeomin ไม่ได้เป็นศูนย์นะคะ ปวดศีรษะพบได้ประมาณ 5~10% หนังตาตกน้อยกว่า 1% และเพราะไม่มีโปรตีนเชิงซ้อน ความเสี่ยงการแพ้จึงอยู่ราวครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับ Botox พร้อมเล่าความถี่ที่พบจริงในห้องตรวจและวิธีรับมือด้วย

ร้อยไหม vs ฟิลเลอร์, "ความต่างที่ต้องรู้เมื่อกลัวไหมแต่ก็อยากยกกระชับ"

โครงหน้า&วอลลุ่ม

ร้อยไหม vs ฟิลเลอร์, ต่างกันแค่ 1 สัปดาห์กับ 2 วัน

การร้อยไหมกับฟิลเลอร์มีแรงดึงที่แตกต่างกัน โดยร้อยไหมใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 1 สัปดาห์ ส่วน MD Code filler ใช้เวลาพักฟื้นราว 2–3 วัน

ผลข้างเคียงของชูริงค์ "มุมปากไม่ยกขึ้น" 99% มักเกิดจากการเลือกทิปผิด

ยกกระชับ

ผลข้างเคียงของ Shurink, 3 อย่างที่พบบ่อยที่สุดในคลินิกและระยะเวลาฟื้นตัว

ถ้าคุณกำลังค้นหาผลข้างเคียงของ Shurink อยู่ ก็คงกังวลเรื่องปวดเส้นประสาท อาการชา หรือหน้าแฟบยุบใช่ไหมคะ แค่เลือกความลึกให้เหมาะและเช็กจุดนี้ให้ดี ก็ช่วยหลีกเลี่ยงได้ถึง 90% เลยค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1