ทำไมลบรอยสักสียากเป็นพิเศษ หลักการพิโคเลเซอร์หลายความยาวคลื่น ความยากตามสี อธิบายด้วยเคสจริง
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
ช่วงนี้มีข่าวสารนู่นนี่นั่นเต็มไปหมด นอกห้องตรวจเลยดูค่อนข้างวุ่นวายทีเดียวนะครับ
อย่างไรก็ตาม เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าครับ
เมื่อเข้าสู่ช่วงที่ผู้คนเริ่มใส่เสื้อแขนสั้นอย่างช่วงนี้
มักจะมีคนไข้แวะเวียนมาหาเยอะขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับบอกว่า
"รู้สึกกังวลกับรอยสักรูปกุหลาบสีแดงที่ทำมาเมื่อ 10 ปีก่อนจังเลยค่ะ"
แต่คนไข้ส่วนใหญ่มักจะมีจุดร่วมเหมือนกันอย่างหนึ่งครับ
นั่นก็คือประโยคที่ว่า "เคยไปลบจากที่อื่นมาตั้ง 5-6 ครั้งแล้ว แต่สีก็ยังไม่ยอมหลุดออกไปเลย"
วันนี้ผมจะมาค่อยๆ อธิบายให้ฟังกันครับว่าเพราะอะไร

สรุปแล้วมันมีความแตกต่างกันยังไงกันแน่นะ?
การลบรอยสักสี (Color Tattoo Removal) คือการส่งพลังงานเลเซอร์ไปสลายโมเลกุลน้ำหมึกสีต่างๆ ที่ฝังอยู่ในชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) ให้แตกตัวเป็นอนุภาคเล็กๆ
เพื่อให้เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด Macrophage
เข้ามาดูดซับและขับออกจากร่างกายตามธรรมชาติครับ
ในขณะที่เลเซอร์ระบบ Q-Switched แบบเดิมจะใช้ความยาวคลื่นหลักๆ 2 ช่วง คือ 1064nm และ 532nm
ซึ่งออกแบบมาเพื่อจัดการกับสีดำและสีแดงเป็นหลัก
แต่เทคโนโลยี Picosecond Laser นั้นสามารถใช้ความยาวคลื่นที่หลากหลายกว่า
ทำให้สามารถสลายโมเลกุลน้ำหมึกสีเขียว สีเหลือง และสีน้ำเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จุดเด่นหลักๆ เลยก็คือ ความเร็วในการปล่อยพลังงานที่เปลี่ยนจากระดับ Nano-second (1 ในพันล้านวินาที)
มาเป็นระดับ Picosecond (1 ในล้านล้านวินาที) ซึ่งเร็วกว่าเดิมถึง 1,000 เท่าครับ
ส่วนที่มักจะเกิดความเข้าใจผิดบ่อยๆ ตรงนี้
ใจความสำคัญของโพสต์นี้
รอยสักแฟนซีที่มีสีแดง สีเขียว หรือสีเหลือง มักจะลบออกยากมากด้วยเลเซอร์รุ่นเก่าๆ ครับ
แต่ PicoWay สามารถใช้ความยาวคลื่นที่หลากหลาย จึงช่วยสลายอนุภาคเม็ดสีของน้ำหมึกได้ทุกเฉดสี ไม่ใช่แค่สีดำเท่านั้นครับ
รอยสักสีๆ อย่างสีแดง สีเขียว สีเหลือง
ลบออกได้ยากมากด้วยเลเซอร์รุ่นเก่าทั่วไปครับ
แต่สำหรับเครื่อง PicoWay ที่สามารถใช้ความยาวคลื่นได้หลากหลาย
จะช่วยสลายอนุภาคของน้ำหมึกได้ทุกเฉดสี
ไม่ใช่แค่เฉพาะสีดำเท่านั้นครับ
เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ฟังครับว่าเพราะอะไร
เพราะน้ำหมึกแต่ละสีจะมีช่วงความยาวคลื่นของแสงที่ดูดซับได้แตกต่างกันครับ
สีดำจะตอบสนองเป็นอย่างดีกับคลื่นความยาว 1064nm
ส่วนสีแดงก็ตอบสนองได้ดีกับคลื่นความยาว 532nm
แต่สำหรับสีเขียวและสีน้ำเงินนั้นจะค่อนข้างปราบเซียน
เพราะแทบจะไม่ตอบสนองกับความยาวคลื่นทั้งสองชนิดนี้เลย
ดังนั้น ต่อให้เรายิงเลเซอร์คลื่น 1064nm ลงบนรอยสักสีเขียวสักกี่ครั้ง
ผลลัพธ์ก็คือผิวจะร้อนขึ้นเฉยๆ แต่สียังสวยชัดอยู่เหมือนเดิมครับ

มีคนไข้ผู้หญิงวัย 30 กว่าๆ คนหนึ่งที่มาหาผมเมื่อเดือนที่แล้วที่ผมจำได้แม่นเลยครับ
เธอมีรอยสักรูปใบไม้สีเขียวตรงข้อมือมานานถึง 8 ปี
เคยผ่านการทำเลเซอร์จากคลินิกอื่นมาแล้ว 7 ครั้ง
แต่สีเขียวนั้นแทบจะไม่จางลงเลย
พอผมลองเช็กดูในประวัติการรักษาเดิม ก็พบว่าใช้เพียงคลื่นความยาวเดี่ยว 1064nm ทั้งหมดเลยครับ
จริงๆ แล้ว คลื่นความยาวที่ตอบสนองกับน้ำหมึกสีเขียวได้ดีที่สุด
ก็คือคลื่นความยาว 755nm Alexandrite ครับ
หลังจากที่รักษาด้วย Picosecond คลื่นความยาว 755nm ไป 3 ครั้ง
รอยสักก็จางลงไปได้ถึงประมาณ 70% เลยครับ

แต่ก็ไม่ได้แปลว่าทุกอย่างจะง่ายและราบรื่นไปซะหมดนะครับ
มีจุดหนึ่งที่ผมอยากจะเน้นย้ำมากๆ เลยก็คือ
แม้จะเป็น Picosecond Laser แต่หากใช้กับรอยสักที่เป็นสีขาวหรือสีเนื้อ (Nude)
ก็อาจจะกระตุ้นให้รอยสักนั้นเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำขึ้นกว่าเดิมได้ครับ
เนื่องจากส่วนประกอบของ Titanium Dioxide เมื่อโดนความร้อนจากเลเซอร์
จะเกิดปฏิกิริยารีดักชัน (Reduction) ทำให้เปลี่ยนเป็นสีดำ
ดังนั้น แม้จะเป็นรอยสักสีเหมือนกัน แต่การประเมินว่ามีสีอะไรบ้าง
ฝังลึกอยู่ในชั้นผิวระดับไหน
จึงจำเป็นต้องใช้วิธีการและดีไซน์การรักษาที่แตกต่างกันออกไปครับ
สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน
การที่รอยสักสีไม่ยอมจางลง ส่วนใหญ่ไม่ใช่เพราะฝีมือแพทย์ไม่ดีนะครับ
แต่เป็นเพราะคลื่นความยาวเลเซอร์ที่ใช้ไม่ตรงกับสีของรอยสักต่างหากครับ
เนื่องจากแต่ละสีต้องการความยาวคลื่นที่จำเพาะเจาะจงแตกต่างกันไป
ดังนั้น สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการเลือกใช้เครื่องมือที่ตรงกับเฉดสีรอยสักของเราครับ
เวลาอยู่ในห้องตรวจ ผมจะแบ่งประเภทแบบนี้ครับ
เพราะวิธีการรับมือของแต่ละสีจะค่อนข้างแตกต่างกันพอสมควรเลยครับ
ตารางด้านล่างนี้คือการรวบรวมคำถามที่ผมพบบ่อยที่สุดครับ
โทนสี | ความยาวคลื่นที่เหมาะสมที่สุด | จำนวนครั้งโดยเฉลี่ย | ระดับความยาก |
|---|---|---|---|
สีดำ • สีน้ำเงินเข้ม | 1064nm | 4 - 6 ครั้ง | ง่าย |
สีแดง • สีส้ม | 532nm | 5 - 7 ครั้ง | ปานกลาง |
สีเขียว • สีฟ้าน้ำทะเล | 755nm | 6 - 10 ครั้ง | ยาก |
สีเหลือง | 532 + 785nm | 8 - 12 ครั้ง | ยากมาก |
สีขาว • สีเนื้อ | ไม่แนะนำให้ลบ | - | อันตราย |
พุดกันตามตรงเลยนะครับ
รอยสักสีโทนพาสเทลอย่างสีเหลืองหรือสีเขียวอ่อน
ต่อให้ยิงเลเซอร์ไปมากกว่า 10 ครั้ง ก็อาจจะยากที่จะลบออกให้หายวับไปได้ 100% ครับ
อย่างไรก็ตาม หากสีจางลงไปได้ประมาณ 50-70%
ก็จะอยู่ในระดับที่มองด้วยตาเปล่าแทบไม่เห็นแล้วครับ
ซึ่งก็มีคนไข้หลายๆ ท่านที่ตั้งเป้าหมายการลบไว้ที่ระดับนี้เช่นกันครับ

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว น่าจะเริ่มสงสัยเรื่องเหล่านี้กันใช่ไหมครับ?
Q1. เคยลบจากที่อื่นมาหลายครั้งแล้ว ถ้ามาเริ่มต้นรักษาใหม่ที่ Beautystone จะยังเห็นผลไหมคะ?
A. นี่เป็นจุดที่หลายคนเข้าใจผิดกันเยอะมากครับ
อันที่จริงแล้ว หากการรักษาครั้งก่อนๆ ได้ช่วยสลายอนุภาคของน้ำหมึกให้แตกตัวไปบ้างแล้ว
การเข้ามารักษาต่อด้วยความยาวคลื่นที่ถูกต้องและเหมาะสม
มักจะช่วยขับปริมาณเม็ดสีที่เหลืออยู่ให้ออกไปได้อย่างรวดเร็วครับ
ในความเป็นจริง มีคนไข้หลายเคสที่เคยลบจากที่อื่นมา 7-8 ครั้งแล้วยังไม่เห็นผล
พอมาทำที่นี่แค่ 2-3 ครั้ง ก็ได้ผลลัพธ์ที่พึงพอใจกลับไปเพียบเลยครับ
Q2. ควรเว้นระยะห่างกี่สัปดาห์ และต้องทำทั้งหมดประมาณกี่ครั้งครับ?
A. โดยปกติแล้วจะเว้นระยะห่างประมาณ 4-8 สัปดาห์ ครับ
เนื่องจากผิวกายจำเป็นต้องใช้เวลาในการขับน้ำหมึกผ่านระบบน้ำเหลืองและเซลล์เม็ดเลือดขาว
หากทำบ่อยจนเกินไป นอกจากจะไม่ค่อยเห็นผลแล้ว
ยังเป็นการเพิ่มภาระและทำร้ายผิวโดยไม่จำเป็นอีกด้วยครับ
สำหรับเรื่องค่าบริการนั้น จะแตกต่างกันไปตามขนาด สี และความลึกของรอยสัก
ทำให้ไม่สามารถประเมินแบบเหมาจ่ายได้
แต่โดยทั่วไปแล้ว การลบรอยสักสีจะมีค่าใช้จ่ายต่อรอบและจำนวนครั้งที่ต้องทำ
สูงกว่าการลบรอยสักสีดำล้วนครับ
Q3. มีโอกาสจะเกิดแผลเป็นหรือเม็ดสีผิวเปลี่ยนไปไหมคะ?
A. ถึงแม้ว่า Picosecond Laser จะช่วยลดความเสียหายจากความร้อนสะสมบนผิวไปได้เยอะมาก
แต่ก็ไม่สามารถเคลมได้ว่าปลอดภัย 100% แบบไม่มีผลข้างเคียงเลยครับ
โดยเฉพาะคนไข้ที่มีโทนผิวสีเข้ม (Darker Skin Tone)
หรือในเคสที่รอยสักถูกลงหมึกฝังลึกไปถึงชั้นหนังแท้มากๆ
ก็อาจจะมีโอกาสเกิดภาวะรอยด่างขาวชั่วคราว (Hypopigmentation) ได้ครับ
ซึ่งอาการนี้มักจะค่อยๆ ฟื้นฟูกลับมาเป็นปกติได้เองภายใน 3-6 เดือน
แต่ถึงอย่างนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการปรับตั้งค่าความยาวคลื่นและระดับพลังงานของเลเซอร์
ให้เหมาะสมกับสภาพผิวของคนไข้แต่ละรายก่อนเริ่มทำการรักษาครับ
หวังว่าบทความในวันนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคนนะครับ ผม หมอวี ยองจิน สวัสดีครับ
คำถามที่พบบ่อย
Q. Q1. หากเคยรักษาที่โรงพยาบาลอื่นมาหลายครั้งแล้ว หากเริ่มใหม่อีกครั้งจะยังได้ผลหรือไม่?
A. ถ้ามีสีอยู่ ก็ย่อมหลุดออกได้เร็วกว่าแน่นอน ยิ่งถ้าหมึกถูกแตกเป็นชิ้นเล็กๆ อยู่แล้ว ก็ยิ่งกำจัดออกได้เร็วขึ้นไปอีก
Q. Q2. โดยเว้นระยะห่างกี่สัปดาห์ และโดยรวมควรเผื่อไว้ประมาณเท่าไร?
A. ระยะห่างโดยทั่วไปคือ 4–8 สัปดาห์ และการสักสีโดยเฉลี่ยใช้เวลาประมาณ 12 ครั้ง
Q. Q3. ไม่มีความกังวลเรื่องแผลเป็นหรือการเปลี่ยนแปลงของสีผิวใช่ไหม?
A. พิโคเลเซอร์ทิ้งรอยแผลเป็นน้อยกว่าครับ แต่จากประสบการณ์ หากยิงเลเซอร์แรงเกินไป ก็ยังมีโอกาสเกิดรอยแผลเป็นอยู่ดีครับ
Q. ทำไมรอยสักสีเขียว ถึงลบด้วยเลเซอร์ตั้งหลายรอบแล้วก็ยังไม่ยอมหลุดออกครับ?
A. อาจเป็นเพราะการใช้ความยาวคลื่นที่ไม่ตรงกันครับ เนื่องจากหมึกสีเขียวจะดูดซับพลังงานได้ดีที่สุดกับคลื่น 755nm Alexandrite แต่ถ้าใช้เพียงคลื่น 1064nm ยิงรักษาอย่างเดียว อาจทำให้รู้สึกร้อนที่ผิวเฉยๆ แต่สีรอยสักจะยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลงครับ

ยกกระชับ
แก้มชาตื้อ ๆ หลังทำ Ultherapy Prime ปกติไหม อีกกี่วันหาย?

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฉีด Sculptra แล้วแก้มขึ้นข้างเดียว อีกนานไหมกว่าจะเท่ากัน?

ยกกระชับ
ลด Level พลังงาน Thermage เพราะกลัวเจ็บ ผลลัพธ์จะหายไปด้วยไหม?

ผิว
ขนคุดที่แขน ยิ่งขัดสครับยิ่งแดง เปลี่ยนวิธีดูแลยังไงดี?

ยกกระชับ
หลัง Onda Lifting แล้วสองข้างหน้าลดไม่เท่ากัน — ปกติหรือต้องกังวล?

ผิว
สกินบูสเตอร์หมดฤทธิ์แล้วจริงไหม หลังสองเดือนผิวเริ่มแห้งขึ้น



