Secret RF ดูแลแผลเป็นสิวและรูขุมขนยังไง? สรุปหลักการ ต่างจากเลเซอร์ จำนวนครั้ง ข้อควรระวัง
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
สำหรับใครที่มีความกังวลใจเรื่องรอยแผลเป็นจากสิวและรูขุมขนกว้าง แล้วกำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับโปรแกรม Secret RF* อยู่ อาจจะมีคำถามผุดขึ้นมาในหัวพร้อมๆ กันเพียบเลยใช่ไหมคะว่า "มันช่วยเรื่องแผลเป็นได้จริงๆ เหรอ" "ทำแค่ครั้งเดียวจะเห็นผลไหม" หรือ "ต้องใช้เวลาพักฟื้นนานแค่ไหน" และหลายคนก็ยังสับสนว่ามันแตกต่างจากเลเซอร์ทั่วไปยังไงบ้าง
ถ้าตอบแบบสั้นๆ เลยก็คือ Secret RF เป็นการใช้เข็มขนาดเล็กละเอียด (microneedle) เพื่อส่งพลังงานความร้อนคลื่นวิทยุ (RF) ลงลึกไปถึงชั้นผิวเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจากภายในครับ ดังนั้น มันจึงไม่ใช่การกรอผิวหรือลอกผิวชั้นนอกออก แต่เป็นการช่วยเติมเต็มเนื้อผิวให้ฟูขึ้นมาจากข้างในนั่นเอง ด้วยเหตุนี้ การทำครั้งเดียวอาจจะยังไม่พอ แต่โดยทั่วไปมักจะรักษากันอย่างต่อเนื่องหลายๆ ครั้งเพื่อสะสมผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงครับ หากเราเข้าใจหลักการทำงานของมันก่อน ก็จะเข้าใจได้ทันทีเลยครับว่าทำไมต้องทำหลายครั้ง และช่วงพักฟื้นเราต้องดูแลตัวเองและระวังเรื่องอะไรบ้าง
บทความนี้เป็นคอนเทนต์ที่รวบรวมข้อมูลการทำหัตถการจาก Beautystone สาขาฮับจอง (Hapjeong) ครับ
เมื่ออ่านบทความนี้แล้ว คุณจะ
เข้าใจว่า Secret RF ทำงานอย่างไรในการช่วยรักษารอยแผลเป็นจากสิวและรูขุมขนกว้าง
เข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างโปรแกรมนี้กับเลเซอร์ลอกผิวทั่วไป
สามารถประเมินจำนวนครั้งในการทำและระยะเวลาเว้นช่วงระหว่างการรักษาในเบื้องต้นได้
สามารถแยกแยะระหว่างอาการปกติหลังทำกับสัญญาณเตือนที่ต้องระวังได้
Secret RF มีหลักการทำงานอย่างไรในการดูแลรอยแผลเป็นและรูขุมขน
Secret RF มีกระบวนการทำงานโดยการใช้เข็มขนาดไมโครที่มีการหุ้มฉนวนป้องกันผิวชั้นนอก แทงผ่านผิวหนังลงลึกไปจนถึงชั้นหนังแท้ (Dermis) จากนั้นตรงปลายเข็มจะปล่อยพลังงานความร้อนคลื่นคลื่นวิทยุ (RF)* ออกมาครับ เป็นการส่งพลังงานความร้อนเพื่อกระตุ้นผิวในชั้นลึกโดยที่ยังคงปกป้องผิวชั้นบนสุดไว้ได้ค่อนข้างดี ความร้อนนี้จึงช่วยกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ จากคำอธิบายที่ว่า microneedle RF จะส่งผ่านพลังงานความร้อนไปกระตุ้นชั้นหนังแท้เพื่อกระตุ้นการทำงานของเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (fibroblasts) ส่งเสริมการสร้างคอลลาเจนและเส้นใยอีลาสติน จึงถูกนำมาใช้เพื่อปรับปรุงรอยแผลเป็นจากสิวและรูขุมขนกว้าง นั่นทำให้เห็นภาพชัดเจนเลยครับว่าทำไมหัตถการนี้ถึงตอบโจทย์ทั้งปัญหารอยแผลเป็นและรูขุมขนไปพร้อมๆ กัน
*RF: เป็นพลังงานคลื่นความถี่วิทยุที่สร้างความร้อนภายในเนื้อเยื่อผิว ช่วยอุ่นผิวในชั้นลึกเพื่อกระตุ้นการทำงานของคอลลาเจน
รอยแผลเป็นจากสิวเกิดจากการที่คอลลาเจนในชั้นหนังแท้ถูกทำลายจนบุ๋มลงไป ดังนั้นเมื่อคอลลาเจนด้านในได้รับการเติมเต็ม ขอบรอยแผลเป็นก็จะดูนุ่มนวลและตื้นขึ้น ส่วนรูขุมขนที่กว้างก็จะดูเล็กลงเนื่องจากผิวชั้นหนังแท้รอบๆ มีความยืดหยุ่นกระชับขึ้น และจุดเด่นอีกอย่างก็คือ เนื่องจากไม่มีการกรอผิวชั้นนอกออก ระยะเวลาการพักฟื้นจึงค่อนข้างสั้นกว่าครับ

แตกต่างจากเลเซอร์ลอกผิวทั่วไปอย่างไรบ้าง
พอพูดถึงโปรแกรมดูแลรอยแผลเป็นหรือรูขุมขน หลายคนมักจะนึกถึงเลเซอร์เป็นอันดับแรก แต่จริงๆ แล้วมันมีหลักการทำงานที่ต่างกันครับ เลเซอร์ประเภท Fractional Ablative Laser ที่เน้นการกรอผิวชั้นนอกออกเป็นจุดเล็กๆ จะให้ผลลัพธ์ที่เห็นชัดเจนจริง แต่อาจจะต้องแลกมากับการที่ผิวตกสะเก็ดและมีรอยแดงที่ต้องใช้เวลาพักฟื้นนานกว่า ส่วน Secret RF เป็นเทคโนโลยีที่ป้องกันผิวชั้นนอกและส่งผ่านความร้อนเฉพาะชั้นลึก จึงเป็นวิธีที่ช่วยลดภาระในการพักฟื้นผิวไปพร้อมๆ กับการเน้นกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ครับ
อย่างไรก็ตาม ไม่มีวิธีไหนที่ดีกว่ากันแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ เพราะวิธีที่เหมาะสมจะแตกต่างกันไปตามความลึกของรอยแผลเป็นและสภาพผิวของแต่ละบุคคล บางรายอาจต้องทำทั้งสองวิธีควบคู่กันหรือสลับกันเป็นระดับๆ ไป ดังนั้นควรเข้ามาให้คุณหมอตรวจประเมินผิวเพื่อเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณจะดีที่สุดครับ
ประเภท | Ablative Laser (เลเซอร์ลอกผิว) | Secret RF |
|---|---|---|
ตำแหน่งการทำงาน | พื้นผิวชั้นนอกสุด | ชั้นหนังแท้ส่วนลึก |
การทำลายผิวชั้นนอก (Epidermis) | ค่อนข้างมาก | ถนอมและปกป้องผิวชั้นนอกมากกว่า |
ความรู้สึกในช่วงพักฟื้น | ค่อนข้างนาน | ค่อนข้างสั้น |
เป้าหมายหลัก | ปรับพื้นผิวชั้นนอก | กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนด้านใน |

ปกติแล้วต้องทำกี่ครั้ง และเว้นช่วงห่างกันเท่าไหร่
Secret RF เป็นหัตถการที่ไม่ใช่ทำครั้งเดียวแล้วจบ แต่จะต้องแบ่งทำเป็นคอร์สหลายๆ ครั้งครับ เนื่องจากกระบวนการสร้างคอลลาเจนไม่สามารถกระตุ้นให้เต็มที่ได้ในการทำเพียงแค่หนเดียว เราจึงต้องส่งพลังงานเข้าไปกระตุ้นซ้ำๆ ตามระยะเวลาที่เหมาะสมเพื่อสะสมผลลัพธ์ ยิ่งรอยแผลเป็นมีความลึกมากเท่าไหร่ก็อาจจะต้องทำจำนวนครั้งมากขึ้นเท่านั้น โดยทั่วไปจะเว้นระยะเวลาเพื่อให้ผิวได้ซ่อมแซมตัวเองอย่างเต็มที่ ซึ่งแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของผิวในแต่ละช่วงเวลาจะเป็นประมาณนี้ครับ

ทั้งนี้ จำนวนครั้งและระยะเวลาในการเว้นห่างจะขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของแผลเป็น ความเร็วในการฟื้นตัวของผิว และเป้าหมายที่ต้องการ จึงไม่มีสูตรสำเร็จที่ตายตัวครับ ส่วนใหญ่อาจจะต้องดูการฟื้นตัวของผิวหลังจากการทำในครั้งแรกก่อนเพื่อวางแผนครั้งต่อไป แผนการรักษารวมจึงมักจะกินเวลาเป็นหน่วยเดือนขึ้นไปครับ

ทำไมต้องเลือก Beautystone สาขาฮับจอง
ที่ Beautystone สาขาฮับจอง ก่อนที่จะแนะนำโปรแกรม Secret RF ทางเราจะทำการวิเคราะห์ความลึกของรอยแผลเป็นและสภาพของรูขุมขนอย่างละเอียดก่อนครับ แทนที่จะเน้นยิงพลังงานแรงๆ ตั้งแต่ครั้งแรกจนผิวระคายเคืองหนัก เราจะเลือกปรับระดับความแรงให้เหมาะสมกับสภาพผิวควบคู่ไปกับเป้าหมายที่คนไข้ต้องการ เนื่องจากความเร็วในการฟื้นตัวของผิวแต่ละคนไม่เท่ากัน แม้จะเป็นโปรแกรมเดียวกันแต่รอบการทำก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล การได้ตรวจประเมินสภาพผิวอย่างละเอียดในทุกๆ ครั้งที่มาทำเพื่อปรับเปลี่ยนตารางการรักษาจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ คลินิกของเราตั้งอยู่ใกล้กับสถานีฮับจอง (Hapjeong Station) สามารถเดินทางมาได้สะดวกด้วยการเดินเท้า เป็นคลินิกดูแลผิวที่พร้อมจะตรวจเช็กสภาพการฟื้นตัวของคนไข้และวางแผนการรักษาร่วมกันอย่างอบอุ่นเป็นกันเองในทุกๆ ขั้นตอนครับ

ช่วงพักฟื้นหลังทำ: อาการปกติทั่วไป และสัญญาณที่ต้องระวัง
เป็นเรื่องธรรมดามากที่หลังการทำ Secret RF จะมีอาการข้างเคียงเล็กน้อยปรากฏขึ้นในช่วง 2-3 วันแรก ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะบรรเทาลงและหายไปได้เองโดยไม่ต้องทำการรักษาเพิ่มเติมครับ
มีจุดแดงเล็กๆ คล้ายรอยเข็ม หรืออาการยิบๆ บนผิว — ปกติแล้วจะค่อยๆ จางลงภายใน 1-2 วัน
มีอาการบวมเล็กน้อยหรือรู้สึกอุ่นใต้ผิว — มักจะยุบลงภายในไม่กี่วัน
รู้สึกผิวสากๆ ไม่เรียบเนียน — อาการนี้จะค่อยๆ ลดลงเมื่อผิวมีการซ่อมแซมและผลัดเซลล์เรียบร้อยแล้วครับ
ในช่วงพักฟื้นนี้ แนะนำให้ทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอและหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์สครับผิว หรือสกินแคร์ที่มีส่วนผสมที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองสักระยะหนึ่งนะครับ แต่หากเกิดอาการดังต่อไปนี้ แนะนำให้รีบติดต่อหรือเข้ามาปรึกษาคุณหมอผู้ดูแลทันทีครับ
มีอาการบวมแดงและปวดระบมมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ผ่านไปหลายวันแล้ว
มีน้ำเหลืองไหลซึม หรือมีรอยแดงแผ่กว้างร่วมกับอาการร้อนวูบวาบ — ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อ
มีรอยดำช้ำทิ้งไว้นานผิดปกติ — ทางคลินิกจะได้ช่วยปรับแนวทางการดูแลผิวหลังหัตถการให้ใหม่ครับ
ข้อมูลข้างต้นนี้เป็นข้อมูลความรู้ในเชิงทั่วไป ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยและความเห็นผลสูงสุด แนะนำเข้ามาปรึกษากับคุณหมอโดยตรงเพื่อประเมินความเหมาะสมของผิวและกำหนดจำนวนครั้งที่เหมาะกับเราที่สุดนะครับ

คำถามที่พบบ่อย
Q. ทำ Secret RF เพื่อรักษารอยแผลเป็นสิวแค่ครั้งเดียวจะเห็นผลไหมคะ?
A. ถึงแม้การทำเพียงครั้งเดียวจะเริ่มสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงบางส่วน แต่สำหรับรอยแผลเป็นทั่วไปแล้ว จำเป็นต้องทำอย่างต่อเนื่องหลายครั้งเพื่อกระตุ้นให้เกิดการสะสมตัวของคอลลาเจน ขอบแผลเป็นถึงจะดูเรียบเนียนและตื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ ยิ่งมีปัญหาแผลเป็นลึกก็อาจจะต้องทำจำนวนครั้งเพิ่มขึ้น แนะนำให้เข้ามาประเมินสภาพแผลเป็นจริงกับคุณหมอก่อนตัดสินใจจะดีที่สุดครับ
Q. หากอยู่ในช่วงที่มีสิวขึ้น สามารถทำได้ไหมคะ?
A. หากเป็นช่วงที่มีสิวอักเสบเห่อค่อนข้างรุนแรง เพื่อความปลอดภัยอาจจะต้องพิจารณาเลื่อนการทำออกไปก่อน หรือคุณหมออาจจะช่วยทำทรีตเมนต์เพื่อกดสิวและกดอาการอักเสบให้สงบลงก่อน หรือปรับลดระดับพลังงานให้สอดคล้องกับสภาพผิวในวันนั้นๆ ครับ ดังนั้นควรให้คุณหมอช่วยตรวจประเมินสภาพผิวหน้าจริงก่อนทำนะครับ
Q. หลังทำแล้ว สามารถเริ่มแต่งหน้าได้ตั้งแต่ตอนไหนครับ?
A. โดยส่วนใหญ่แล้วสามารถเริ่มแต่งหน้าเบาๆ ได้ในวันถัดไปครับ แต่หากยังมีรอยเข็มแดงๆ เล็กๆ หลงเหลืออยู่ แนะนำให้เว้นการแต่งหน้าด้วยเครื่องสำอางกลุ่มสีสัน (Color Makeup) เพิ่มอีกสัก 1-2 วันจะดีต่อผิวที่สุด ในช่วงพักฟื้นนี้เน้นการบำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์สูตรอ่อนโยนและการทากันแดดเป็นหลักก็เพียงพอแล้วครับ หากไม่แน่ใจสามารถปรึกษากับเจ้าหน้าที่และแพทย์ผู้ดูแลได้เลยครับ
Q. Secret RF ช่วยเรื่องรูขุมขนกว้างได้ด้วยไหมคะ?
A. สาเหตุหนึ่งของรูขุมขนกว้างเกิดจากผิวบริเวณรอบๆ ขาดความยืดหยุ่นเนื่องจากคอลลาเจนเสื่อมสภาพลงครับ เมื่อทำ Secret RF เข้าไปกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่ ก็จะช่วยให้รูขุมขนดูตึงกระชับขึ้นและมองเห็นได้น้อยลง อย่างไรก็ตาม ปัญหารูขุมขนเปรียบเสมือนงานละเอียดที่ผิวจะค่อยๆ ปรับสภาพดีขึ้นเรื่อยๆ ไม่เหมือนกับการเติมเต็มรอยแผลเป็นแบบรวดเดียว จึงจำเป็นต้องรักษาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แนะนำให้พูดคุยกับคุณหมอเพื่อประเมินความคาดหวังร่วมกันในขั้นตอนการปรึกษาครับ
บทความที่เกี่ยวข้องน่าสนใจ

ยกกระชับ
แก้มชาตื้อ ๆ หลังทำ Ultherapy Prime ปกติไหม อีกกี่วันหาย?

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฉีด Sculptra แล้วแก้มขึ้นข้างเดียว อีกนานไหมกว่าจะเท่ากัน?

ยกกระชับ
ลด Level พลังงาน Thermage เพราะกลัวเจ็บ ผลลัพธ์จะหายไปด้วยไหม?

ผิว
ขนคุดที่แขน ยิ่งขัดสครับยิ่งแดง เปลี่ยนวิธีดูแลยังไงดี?

ยกกระชับ
หลัง Onda Lifting แล้วสองข้างหน้าลดไม่เท่ากัน — ปกติหรือต้องกังวล?

ผิว
สกินบูสเตอร์หมดฤทธิ์แล้วจริงไหม หลังสองเดือนผิวเริ่มแห้งขึ้น



