• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

Rejuran Healer กับ HB Plus ต่างกันอย่างไรคะ? และถ้าอยากได้แบบที่เจ็บน้อยกว่า ควรเลือกตัวไหนดี?

Rejuran Healer กับ HB Plus ต่างกันอย่างไรคะ? และถ้าอยากได้แบบที่เจ็บน้อยกว่า ควรเลือกตัวไหนดี?

Rejuran Healer กับ HB Plus ต่างกันอย่างไรคะ? และถ้าอยากได้แบบที่เจ็บน้อยกว่า ควรเลือกตัวไหนดี?

นี่คือคู่มือเปรียบเทียบ Rejuran ที่สรุปข้อมูลแบบเข้าใจง่ายในที่เดียว! ทั้งความแตกต่างของส่วนผสมระหว่าง Rejuran Healer และ HB Plus, เหตุผลที่ทำให้เจ็บน้อยลง, เกณฑ์การเลือกให้เหมาะกับปัญหาผิว รวมไปถึงสัญญาณเตือนที่ต้องระวังในช่วงพักฟื้น

เมื่อศึกษาเกี่ยวกับ Rejuran หลายคนมักจะสับสนระหว่างชื่อ 'Healer' และ 'HB Plus' ว่าสองตัวนี้แตกต่างกันอย่างไร ตัวไหนที่เจ็บน้อยกว่ากัน และตัวไหนที่เหมาะกับเรากันแน่ และยิ่งรู้ว่าเป็น Rejuran เหมือนกันแต่ให้ผลลัพธ์และความเจ็บที่ต่างกัน ก็ยิ่งทำให้รู้สึกเลือกยากขึ้นไปอีก

หากตอบแบบสั้นๆ ทั้งสองตัวมีส่วนประกอบหลักในตระกูลเดียวกัน แต่ Healer เป็นเวอร์ชันที่เน้นการปรับปรุงเนื้อผิวและความยืดหยุ่นของผิวเป็นหลัก ส่วน HB Plus จะเป็นเวอร์ชันที่เพิ่มส่วนผสมเติมความชุ่มชื้นและสารที่ช่วยลดความเจ็บเข้ามา ดังนั้น หากเราพิจารณาจากหัวข้อ 'อยากแก้อาการด้านไหน' ร่วมกับ 'อยากลดความเจ็บลงแค่ไหน' ก็จะช่วยให้เลือกได้ง่ายขึ้นมากเลยค่ะ

> บทความนี้เป็นเนื้อหาที่รวบรวมข้อมูลการทำหัตถการของ Beautystone สาขาฮับจอง

สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้จากบทความนี้

  • เข้าใจความแตกต่างของส่วนผสมระหว่าง Rejuran Healer และ HB Plus

  • รู้เหตุผลว่าทำไมเวอร์ชันที่เจ็บน้อยกว่า ถึงมีความเจ็บที่ลดลงได้

  • สามารถประเมินเกณฑ์การเลือกให้เหมาะกับปัญหาผิวของตัวเองได้

  • แยกแยะอาการตอบสนองทั่วไปในช่วงพักฟื้นหลังทำหัตถการ กับสัญญาณเตือนที่ต้องระวังได้

 

Rejuran Healer และ HB Plus มีส่วนผสมที่แตกต่างกันอย่างไรบ้าง

หัวใจสำคัญของตระกูล Rejuran คือส่วนผสมที่เรียกว่า polynucleotide* ซึ่งเป็นชิ้นส่วน DNA ที่สกัดและทำให้บริสุทธิ์จากปลาแซลมอน เมื่อเข้าสู่ผิวจะทำงานในทิศทางที่ช่วยให้ร่างกายของเราจัดระเบียบเนื้อผิวและฟื้นฟูความยืดหยุ่นได้ด้วยตัวเอง จากคำอธิบายที่ว่า polynucleotide เป็นส่วนผสมที่มีโครงสร้างสายยาวคอยกักเก็บความชุ่มชื้นและช่วยฟื้นฟูเนื้อเยื่อ จะเห็นได้ชัดเจนว่าหัตถการนี้ไม่ได้เป็นการเติมเต็มสิ่งแปลกปลอมเข้าไป แต่เป็นการช่วยฟื้นฟูตัวผิวเองให้แข็งแรงขึ้น

polynucleotide*: เป็นส่วนผสมชิ้นส่วน DNA ที่สกัดและทำให้บริสุทธิ์จากปลาแซลมอน เป็นวัตถุดิบที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นและฟื้นฟูเนื้อเยื่อเมื่อเข้าสู่ผิว

Healer เป็นผลิตภัณฑ์ที่โฟกัสไปที่ polynucleotide นี้โดยเฉพาะ โดยจะเน้นน้ำหนักไปที่การปรับปรุง 'สภาพผิวโดยรวม' เช่น เนื้อผิว, ริ้วรอยเล็กๆ, และความยืดหยุ่น ในทางกลับกัน HB Plus เป็นแบบไฮบริดที่มีส่วนผสมของกรดไฮยาลูรอนิกเพิ่มเข้ามา ในขณะที่ polynucleotide ช่วยฟื้นฟูผิว กรดไฮยาลูรอนิกก็จะช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นไปพร้อมๆ กัน จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทั้งปรับปรุงเนื้อผิวและเติมความชุ่มชื้นพร้อมกัน

진피층에 폴리뉴클레오티드가 분포되는 리쥬란 주입 위치리쥬란 힐러와 HB 플러스는 성분부터 어떻게 다를까요

 

 

ตัวไหนเจ็บน้อยกว่ากัน และเป็นเพราะอะไร

เนื่องจาก Rejuran เป็นการฉีดในปริมาณน้อยๆ กระจายตื้นๆ ทั่วใบหน้า ตัวหัตถการเองจึงมักจะมีความรู้สึกเจ็บจี๊ดๆ ตามมาในระดับหนึ่ง ข้อแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดที่ทำให้รู้สึกเจ็บต่างกันคือการมีส่วนผสมของยาชาอยู่ในผลิตภัณฑ์หรือไม่ ใน HB Plus จะมีส่วนผสมของยาชาเฉพาะที่ที่เรียกว่า Lidocaine รวมอยู่ด้วย ทำให้ความรู้สึกเจ็บจี๊ดในระหว่างการฉีดนั้นน้อยกว่า Healer

สำหรับ Healer เนื่องจากไม่มีส่วนผสมของยาชา จึงมักจะใช้วิธีทายาชาก่อนเริ่มทำหัตถการ ถึงอย่างนั้น หากต้องการลดการระคายเคืองในตอนที่ฉีดให้น้อยลงไปอีก หลายๆ คนมักจะรู้สึกอุ่นใจและเลือกทำ HB Plus ที่มียาชาผสมอยู่มากกว่า อย่างไรก็ตาม ความเจ็บเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล และแตกต่างกันไปตามบริเวณและความลึกในการฉีด ดังนั้นการเข้าใจว่า 'เจ็บน้อยกว่า' จะถูกต้องกว่าคำว่า 'ไม่เจ็บเลย' ค่ะ

통증이 덜한 쪽은 어느 거고, 왜 그럴까요

 

 

ปัญหาผิวของเราเหมาะกับตัวไหน และผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรบ้าง

เกณฑ์ในการเลือกคือ 'เราต้องการปรับปรุงเรื่องอะไร' หากเป้าหมายคือการดูแลสภาพผิวโดยรวม เช่น เนื้อผิว, ริ้วรอยเล็กๆ และความยืดหยุ่น ตัว Healer จะตอบโจทย์ แต่หากต้องการเพิ่มความชุ่มชื้นและความอิ่มฟู พร้อมกับลดความเจ็บลงด้วย HB Plus จะเหมาะสมกว่า ทั้งสองตัวไม่ใช่การทำเพียงครั้งเดียวแล้วจบ แต่เป็นการทำต่อเนื่องหลายครั้งเพื่อสะสมผลลัพธ์และการเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นเรื่อยๆ

ประเภท

Rejuran Healer

Rejuran HB Plus

ส่วนผสมหลัก

polynucleotide

polynucleotide + Hyaluronic Acid

จุดเด่นหลัก

ฟื้นฟูเนื้อผิวและความยืดหยุ่น

ฟื้นฟูเนื้อผิว + เติมความชุ่มชื้น

ระดับความเจ็บ

ค่อนข้างเจ็บจี๊ดๆ

เจ็บน้อยกว่าเพราะผสมยาชา

เหมาะสำหรับปัญหาผิว

ริ้วรอยเล็กๆ · ความยืดหยุ่น

ความชุ่มชื้น · ความอิ่มฟูพร้อมกัน

หากลองวาดภาพการเปลี่ยนแปลงของเนื้อผิวและความชุ่มชื้นตามช่วงเวลา ผลลัพธ์จะไม่ใช่การเปลี่ยนไปในทันทีในครั้งเดียว แต่จะเป็นการค่อยๆ ดีขึ้นและเข้าที่เมื่อทำครบจำนวนครั้งตามลำดับ

회차별 피부결·수분 체감 흐름내 고민엔 어느 쪽이 맞고, 효과 흐름은 어떻게 될까요

 

 

ทำไมต้องเป็น Beautystone สาขาฮับจอง

ที่ Beautystone สาขาฮับจอง เราไม่ได้ฟันธงและแนะนำเพียงแค่ว่าต้องเป็น "Healer หรือไม่ก็ HB Plus" อย่างใดอย่างหนึ่งเป็นหลัก แต่เราจะช่วยประเมินร่วมกันก่อนว่าจุดที่กังวลที่สุดในผิวตอนนี้คือเนื้อผิว ความชุ่มชื้น หรือความยืดหยุ่น เพราะแม้จะเป็น Rejuran เหมือนกัน แต่ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมและระยะห่างในการทำจะแตกต่างกันไปตามสิ่งที่คุณต้องการบำรุง เนื่องจากเราเป็นคลินิกขนาดอบอุ่นที่สามารถเดินเท้าได้สะดวกจากสถานีฮับจอง เราจึงยินดีที่จะติดตามการเปลี่ยนแปลงและร่วมวางแผนการรักษาในครั้งถัดไปร่วมกับคุณ มากกว่าที่จะยัดเยียดคำตอบสำเร็จรูปให้ในครั้งเดียว

왜 합정 뷰티스톤일까요

 

 

ช่วงพักฟื้นหลังทำหัตถการ อาการทั่วไปและสัญญาณที่ต้องระวัง

เนื่องจาก Rejuran เป็นการฉีดตื้นๆ กระจายทั่วใบหน้า อาการตอบสนองเล็กๆ น้อยๆ ในช่วง 2-3 วันแรกหลังทำจึงเป็นเรื่องปกติ และส่วนใหญ่จะค่อยๆ ยุบลงเองได้โดยไม่ต้องทำการรักษาเพิ่มเติม

  • ตุ่มนูนเล็กๆ บริเวณที่ฉีด (Embossing) — ปกติจะยุบลงภายใน 1 ถึง 2 วัน

  • รอยแดงจางๆ หรืออาการเจ็บจี๊ดๆ — เป็นอาการปกติและมักจะหายไปอย่างรวดเร็ว

  • รอยช้ำเล็กๆ — อาจเกิดขึ้นตามจุดที่ฉีดและจะจางลงภายใน 1-2 สัปดาห์

ในช่วงที่ผิวกำลังเข้าที่ ควรงดการเข้าซาวน่า, อบไอน้ำ, การออกกำลังกายอย่างหนัก และการดื่มแอลกอฮอล์เป็นเวลา 2-3 วัน และควรบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นรวมถึงทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม หากมีสัญญาณต่อไปนี้ปรากฏขึ้น กรุณาปรึกษาแพทย์ผู้ทำการรักษาทันที

  • มีอาการบวมหรือปวดที่ไม่ยุบลงและทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

  • มีอาการร้อนผ่าวร่วมกับรอยแดงที่ขยายวงกว้างขึ้น — ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อ

  • บริเวณที่ฉีดแข็งตัวเป็นก้อนและไม่ยอมหายไปเป็นเวลานาน

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปที่สรุปไว้ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย ควรปรึกษาแพทย์ผู้ทำการรักษาโดยตรงเพื่อเลือกผลิตภัณฑ์และจำนวนครั้งที่เหมาะสมกับสภาพผิวของตัวเองที่สุดนะคะ

시술 후 회복기, 흔한 반응과 조심할 신호

 

 

คำถามที่พบบ่อย

Q. สามารถทำ Rejuran Healer และ HB Plus ร่วมกันได้ไหมคะ

A. หากเป้าหมายต่างกัน ก็อาจใช้วิธีแบ่งช่วงเวลาเพื่อทำร่วมกันได้ค่ะ อย่างไรก็ตาม การจะรวมสูตรผสมอย่างไรในครั้งเดียวนั้น จำเป็นต้องประเมินสภาพผิวและระยะเวลาฟื้นตัวก่อน จึงควรตัดสินใจร่วมกับแพทย์ผู้ทำการรักษาค่ะ หากเป็นการทำครั้งแรก แนะนำให้เริ่มจากตัวใดตัวหนึ่งก่อนเพื่อดูการตอบสนองของผิวจะปลอดภัยที่สุดค่ะ

Q. กังวลเรื่องความเจ็บมากค่ะ ถ้าเป็น HB Plus จะไม่เจ็บเลยใช่ไหมคะ

A. HB Plus มีการผสมยาชาอยู่ด้วย จึงทำให้รู้สึกเจ็บจี๊ดๆ น้อยกว่าตัว Healer แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เจ็บเลยนะคะ ความเจ็บขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ความลึก และความอดทนของแต่ละบุคคล หากกังวลเรื่องความเจ็บจริงๆ สามารถปรึกษาเรื่องวิธีการระงับความเจ็บกับแพทย์ก่อนทำหัตถการเพื่อลดความกังวลลงได้ค่ะ

Q. ต้องทำประมาณกี่ครั้งถึงจะเริ่มเห็นผลคะ

A. Rejuran เป็นหัตถการที่ทำการรักษาต่อเนื่องเพื่อสะสมผลลัพธ์ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ มากกว่าการทำครั้งเดียวแล้วจบ จำนวนครั้งและระยะเวลาห่างจะแตกต่างกันไปตามสภาพผิวและเป้าหมายของแต่ละบุคคล ดังนั้นการวางแผนคร่าวๆ ร่วมกับแพทย์ตั้งแต่การตรวจครั้งแรกจะช่วยให้กะเกณฑ์แผนการรักษาได้ดียิ่งขึ้นค่ะ

Q. หลังทำสามารถแต่งหน้าได้ทันทีเลยไหมคะ

A. เนื่องจากจุดที่ฉีดต้องการเวลาในการฟื้นตัว ในวันแรกที่ทำจึงควรหลีกเลี่ยงการแต่งหน้าเพื่อลดการระคายเคืองผิวค่ะ โดยทั่วไปจะเริ่มแต่งหน้าได้ตามปกติในวันถัดไป แต่การฟื้นตัวของแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกันออกไป แนะนำให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ผู้ดูแลอย่างเคร่งครัดนะคะ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

กำจัดขน

เช็คลิสต์ก่อนทำเลเซอร์กำจัดขนรักแร้

สรุปเหตุผลที่ทำไมเราต้องเช็กทั้งปัญหาผิวใต้วงแขนคล้ำ รอยระคายเคืองจากการโกน และเนื้อสัมผัสของผิวก่อนเริ่มเลเซอร์กำจัดขนรักแร้ค่ะ

การฉีดฟิลเลอร์สะโพกบุ๋ม (Hip Dip filler) ต้องใช้ปริมาณเท่าไหร่ถึงจะดูสวยเป็นธรรมชาติ ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหน และมีค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่คะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

ฉีดฟิลเลอร์สะโพกบุ๋ม (Hip Dip Filler) ต้องใช้ปริมาณเท่าไหร่ถึงจะดูสวยเป็นธรรมชาติ? ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหน? และราคาประมาณเท่าไหร่กันน้า?

นี่คือคู่มือเกี่ยวกับ ฟิลเลอร์สะโพก (hip dip filler) ที่รวบรวมข้อมูลทุกอย่างไว้ในที่เดียว ตั้งแต่โครงสร้างการเกิดสะโพกบุ๋ม (hip dip) ปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ปัจจัยที่มีผลต่อระยะเวลาและการควบคุมค่าใช้จ่าย ไปจนถึงสัญญาณเตือนที่ต้องระวังในช่วงพักฟื้นค่ะ

สำหรับ Sculptra จะใช้เวลาเท่าไหร่กว่าที่คอลลาเจนจะเริ่มสร้างขึ้นมา และปกติแล้วต้องแบ่งฉีดทั้งหมดกี่ครั้งคะ?

ผิว

สำหรับ Sculptra จะใช้เวลาเท่าไหร่กว่าที่คอลลาเจนจะเริ่มสร้างขึ้นมา และปกติแล้วต้องแบ่งฉีดทั้งหมดกี่ครั้งคะ?

นี่คือคู่มือสรุปแบบเข้าใจง่ายที่จะบอกว่า Sculptra แตกต่างจากฟิลเลอร์ที่ช่วยเติมเต็มทันทีอย่างไร พร้อมทั้งช่วงเวลาที่คอลลาเจนเริ่มสร้างตัว จำนวนครั้งและระยะห่างในการทำ รวมถึงสัญญาณเตือนที่ต้องระวังในช่วงพักฟื้นค่ะ

Secret RF ทำงานอย่างไรกับรอยแผลเป็นจากสิวและรูขุมขนที่กว้างขึ้น และปกติแล้วต้องทำประมาณกี่ครั้งคะ?

ผิว

Secret RF ช่วยรักษาแผลเป็นจากสิวและกระชับรูขุมขนที่กว้างได้อย่างไร และปกติแล้วต้องทำประมาณกี่ครั้งคะ?

นี่คือข้อมูลสรุปแบบเข้าใจง่ายในครั้งเดียว เกี่ยวกับหลักการทำงานของ Secret RF ที่ใช้คลื่นวิทยุร่วมกับเข็มขนาดเล็ก (microneedle RF) ในการดูแลรักษาแผลเป็นและรูขุมขน พร้อมความแตกต่างระหว่างการทำเลเซอร์ จำนวนครั้งและระยะห่างในการทำ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ไปจนถึงสัญญาณเตือนที่ต้องระวังในช่วงพักฟื้นค่ะ

สกินบูสเตอร์ Rejuran Healer กับ HB Plus แตกต่างกันอย่างไรคะ? และถ้าอยากเน้นตัวที่เจ็บน้อยกว่า ควรเลือกสูตรไหนดี?

ผิว

Rejuran Healer กับ HB Plus ต่างกันอย่างไรคะ? และถ้าอยากได้แบบที่เจ็บน้อยกว่า ควรเลือกตัวไหนดี?

นี่คือคู่มือเปรียบเทียบ Rejuran ที่สรุปข้อมูลแบบเข้าใจง่ายในที่เดียว! ทั้งความแตกต่างของส่วนผสมระหว่าง Rejuran Healer และ HB Plus, เหตุผลที่ทำให้เจ็บน้อยลง, เกณฑ์การเลือกให้เหมาะกับปัญหาผิว รวมไปถึงสัญญาณเตือนที่ต้องระวังในช่วงพักฟื้น

Artite with Titanium lifting ชื่อคล้ายกันมากเลย ผลลัพธ์และรูปแบบพลังงานแตกต่างกันอย่างไรคะ?

ยกกระชับ

Altithe กับ Titanium Lifting ชื่อคล้ายกันมากเลยค่ะ แล้วพลังงานที่ใช้กับผลลัพธ์ที่ได้แตกต่างกันอย่างไรบ้างคะ?

Artite คือคลื่นวิทยุ (RF) ส่วน Titanium Lifting คือเลเซอร์ค่ะ นี่คือคู่มือเปรียบเทียบโปรแกรมยกกระชับที่รวบรวมทั้งความต่างของพลังงานทั้งสองแบบ วิธีการสัมผัสผิว เกณฑ์การเลือกให้เหมาะกับปัญหาผิว ไปจนถึงสัญญาณเตือนที่ต้องระวังในช่วงพักฟื้นไว้ในที่เดียว

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1