skin botox เห็นผลเมื่อไหร่ อยู่ได้นานแค่ไหน? สรุปกลไกที่ต่างจากโบท็อกซ์ทั่วไปและผลที่คาดหวัง

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
หลายคนที่กำลังมองหากระจกหลังจากฉีด Skin Botox ไปได้แค่วันเดียว แล้วรู้สึกผิดหวังพลางคิดในใจว่า "เอ๊ะ ทำไมยังเหมือนเดิมเลย?" เพราะคาดหวังว่ามันจะเห็นผลปังทันตาเห็นในไม่กี่วันเหมือนกับสารลดเลือนริ้วรอยทั่วไป (โบท็อกซ์ปกติ) จนทำให้รู้สึกว่าหน้าเราเปลี่ยนไปช้าจัง
ขอสรุปให้ฟังตรงนี้เลยนะครับว่า Skin Botox ไม่ใช่หัตถการประเภทที่ฉีดปุ๊บจะเห็นผลปั๊บทันที แต่เป็นตัวช่วยที่จะค่อยๆ ปรับสภาพรูขุมขน ควบคุมความมัน และทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติภายในช่วง 1-2 สัปดาห์ครับ และผลลัพธ์ก็ไม่ได้อยู่ถาวรตลอดไปนะครับ แต่จะคงอยู่ได้ประมาณไม่กี่เดือนแล้วค่อยๆ สลายไปตามธรรมชาติ ดังนั้นการรู้จังหวะเวลาที่เหมาะสมในการฉีดจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากครับ
เป็นเรื่องปกติมากๆ ที่จะยังไม่เห็นผลทันทีครับ
โบท็อกซ์ลดริ้วรอยทั่วไปจะทำงานโดยการคลายกล้ามเนื้อเฉพาะจุด ทำให้ริ้วรอยตึงขึ้นค่อนข้างเร็ว แต่สำหรับ Skin Botox นั้น จะเป็นการฉีดตัวยา Botulinum Toxin* ปริมาณเล็กน้อยกระจายเข้าสู่ผิวชั้นตื้น เพื่อเน้นดูแลบริเวณต่อมไขมันและรูขุมขน ดังนั้น แทนที่จะบอกว่า "ริ้วรอยตึงเปรี๊ยะ" น่าจะเรียกว่าช่วยให้ ความมันบนใบหน้าลดลงและรูขุมขนดูกระชับขึ้น อย่างค่อยเป็นค่อยไปมากกว่าครับ
* Botulinum Toxin: ส่วนผสมที่ช่วยลดการทำงานที่มากเกินไปของกล้ามเนื้อหรือต่อมเหงื่อ/ต่อมไขมันชั่วคราว สำหรับ Skin Botox จะเป็นการกระจายตัวยาปริมาณน้อยๆ ในชั้นผิวตื้นเพื่อดูแลเรื่องความมันและรูขุมขนโดยเฉพาะครับ
การออกฤทธิ์แบบนี้จะไม่เห็นผลทันทีในครั้งเดียวครับ โดยทั่วไปจะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของเนื้อผิวและความมันได้หลังจากผ่านไปประมาณ 1-2 สัปดาห์ หลังฉีดอาจมีรอยแดงหรือรอยเข็มเล็กๆ เกิดขึ้นชั่วคราว แต่ปกติแล้วจะยุบตัวลงไปเองอย่างรวดเร็วครับ

ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหน?
ผลลัพธ์ของ Skin Botox ไม่ได้อยู่ถาวรตลอดไปนะครับ ตัวยาจะออกฤทธิ์อยู่ช่วงหนึ่งแล้วค่อยๆ สลายไปตามกาลเวลาและกลับคืนสู่สภาพเดิม เนื่องจากเป็นการใช้ตัวยาปริมาณน้อยฉีดในชั้นผิวตื้น ระยะเวลาคงอยู่จึงอาจสั้นกว่าโบท็อกซ์ลดกรามหรือลดริ้วรอยมัดกล้ามเนื้อใหญ่ ทั้งนี้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ที่หลักเดือนครับ หากใครที่เป็นคนหน้ามันมาก หรือชอบทำกิจกรรมแอดเวนเจอร์ ตัวยาก็อาจจะสลายได้เร็วขึ้นอีกหน่อยครับ
ดังนั้น หัตถการนี้จึงไม่ใช่การฉีดแค่ครั้งเดียวแล้วจบ แต่แนะนำให้ฉีดซ้ำเพื่อรักษาผลลัพธ์อย่างต่อเนื่องเมื่อผลเริ่มจางลงครับ บางท่านอาจรู้สึกว่าครั้งแรกยังไม่ค่อยเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนเท่าไหร่ แต่พอเริ่มทำต่อเนื่องเรื่อยๆ จะรู้สึกได้เลยว่าผิวเรียบเนียนและควบคุมความมันได้คงที่และอยู่ตัวมากขึ้นครับ
การที่ผลลัพธ์อยู่ได้ไม่นานมาก ไม่ใช่ข้อเสียของหัตถการนี้นะครับ แต่เป็นลักษณะเฉพาะของเทคนิคนี้ครับ เนื่องจากการกระจายยาปริมาณน้อยในชั้นผิวตื้นโดยไม่ได้ไปบล็อกกล้ามเนื้อมัดลึก ยาจึงค่อยๆ สลายตัวอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้หมดกังวลเรื่องหน้าแข็งตึงหรือแสดงอารมณ์ไม่ได้ไปได้เลยครับ หากคุณมีแพลนออกงานสำคัญหรือต้องถ่ายรูป และอยากให้ผิวดูเป๊ะที่สุด แนะนำให้เผื่อเวลาล่วงหน้าสัก 1-2 สัปดาห์เพื่อให้ยาออกฤทธิ์เต็มที่นะครับ

เน้น ‘ค่อยๆ ปรับสภาพผิวอย่างสม่ำเสมอ’ ดีกว่า ‘เปลี่ยนแบบปุบปับ’
ระดับความพึงพอใจมักขึ้นอยู่กับความคาดหวังของแต่ละคนครับ เพราะ Skin Botox ไม่ใช่หัตถการที่ช่วยบำรุงเปลี่ยนผิวให้ว้าวได้ในพริบตา แต่ผลลัพธ์ของมันคือการ ช่วยลดความมันเยิ้มและทำให้รูขุมขนดูเรียบเนียนละเอียดขึ้น หลายๆ คนจะเริ่มรู้สึกได้ก่อนเลยว่าแต่งหน้าติดทนขึ้น เครื่องสำอางไม่เยิ้มระหว่างวัน และผิวดูเนียนละเอียดขึ้นครับ
ในทางกลับกัน หัตถการนี้ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยร่องลึกหรือยกกระชับกรอบหน้าที่หย่อนคล้อยนะครับ ปัญหาเหล่านั้นจะมีหัตถการอื่นที่ดูแลในชั้นผิวและใช้วิธีที่แตกต่างออกไป หากหวังจะแก้ทุกปัญหาผิวด้วย Skin Botox อย่างเดียว อาจจะได้ผลลัพธ์ที่ไม่ตรงตามต้องการครับ
ดังนั้นหัตถการนี้จึงมีกลุ่มคนที่ตอบโจทย์อย่างชัดเจนครับ หากคุณเป็นคนที่มีปัญหาหน้ามันช่วง T-zone สังเกตเห็นรูขุมขนกว้าง หรือแต่งหน้าไม่ค่อยติด ผิวแบบนี้จะเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนและตอบโจทย์มากๆ ครับ แต่ถ้าปัญหาหลักของคุณคือริ้วรอยร่องลึกหรือผิวขาดความยืดหยุ่น การทำแค่ Skin Botox อย่างเดียวอาจทำให้รู้สึกว่ายังไม่สุดครับ การประเมินปัญหาก่อนว่าเรากังวลเรื่อง 'ความมัน/รูขุมขน/ผิวไม่เนียน' หรือ 'ริ้วรอย/ความหย่อนคล้อย' จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการเลือกทำหัตถการครับ

สิ่งที่ควรรู้ก่อนรับบริการ
ระยะเวลาการเห็นผลรวมถึงการคงอยู่ของผลลัพธ์จะแตกต่างกันไปตามสภาพผิว ปริมาณน้ำมันบนใบหน้า และไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคลครับ ดังนั้น แทนที่จะฟันธงว่า "เห็นผลในกี่วัน หรืออยู่ได้กี่เดือน" การเข้ามาพบคุณหมอเพื่อรับคำปรึกษาและออกแบบตารางเวลาการดูแลผิวที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุดจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดครับ
นอกจากนี้ หลังทำเสร็จใหม่ๆ ไม่แนะนำให้ถูหรือนวดหน้าแรงๆ นะครับ เพราะเราต้องการให้ตัวยาที่ฉีดลงไปในชั้นผิวตื้นๆ ออกฤทธิ์อยู่ตรงจุดที่ต้องการอย่างเต็มประสิทธิภาพ และควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ใบหน้าเกิดความร้อนหรือแรงดัน เช่น การออกกำลังกายหนักๆ หรือการเข้าซาวน่าในวันแรกด้วยครับ หากคุณมีโรคประจำตัว ผิวแพ้ง่าย หรือกำลังทานยาอะไรอยู่ อย่าลืมแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้าก่อนนะครับ
สรุปง่ายๆ ก็คือ Skin Botox ไม่ใช่การฉีดปุ๊บแล้วตึงเป๊ะทันที แต่เป็นหัตถการที่เริ่มเห็นผลใน 1-2 สัปดาห์ และคงอยู่ต่อได้อีกหลายเดือนครับ หากเข้าใจจังหวะเวลานี้แล้ว จะช่วยให้ระงับความกังวลเรื่อง "ฉีดแล้วทำไมไม่เห็นผล" และช่วยให้เพลิดเพลินไปกับผลลัพธ์ของผิวที่มันน้อยลงและรูขุมขนที่เรียบเนียนขึ้นได้อย่างแฮปปี้ครับ ส่วนปริมาณยูนิตและช่วงเวลาที่เหมาะสมกับผิวของคุณ เข้ามาปรึกษาคุณหมอร่วมกันได้เลยนะครับ
ปรึกษาผ่าน LINE
หากอยากรู้ว่าผิวของคุณเหมาะกับหัตถการนี้ไหม คุณหมอผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษาโดยตรงครับ
▶ พูดคุยปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน LINE
คำถามที่พบบ่อย
Q. หลังฉีด Skin Botox กี่วันถึงจะเริ่มเห็นผลครับ?
โดยปกติจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงในไม่กี่วัน และจะเห็นผลลัพธ์เรื่องรูขุมขน ความมัน และความเนียนละเอียดของผิวได้ชัดเจนยิ่งขึ้นหลังผ่านไป 1-2 สัปดาห์ครับ ไม่ใช่หัตถการที่เห็นผลปุบปับเหมือนโบท็อกซ์ลดริ้วรอยทั่วไป แต่จะค่อยๆ ปรับสภาพผิวอย่างเป็นธรรมชาติครับ
Q. ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหนครับ?
ผลลัพธ์ไม่อยู่ถาวรครับ ส่วนใหญ่จะคงอยู่ได้ประมาณไม่กี่เดือน เนื่องจากเป็นเทคนิคการกระจายยาปริมาณน้อยในชั้นผิวตื้น ระยะเวลาจึงอาจสั้นกว่าการฉีดโบท็อกซ์ลดเลือนริ้วรอยมัดกล้ามเนื้อปกติ และขึ้นอยู่กับการผลิตน้ำมันบนผิวรวมถึงไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนด้วยครับ
Q. ฉีดแค่ครั้งเดียวได้ไหมคะ?
การฉีดเพียงครั้งเดียวก็สามารถสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ครับ แต่ Skin Botox เป็นหัตถการที่แนะนำให้ดูแลอย่างต่อเนื่อง โดยกลับมาฉีดซ้ำเมื่อผลลัพธ์เริ่มจางลง สำหรับบางท่าน ยิ่งทำต่อเนื่อง ผิวจะยิ่งเรียบเนียนและควบคุมความมันได้เสถียรยิ่งขึ้นครับ
Q. ช่วยเรื่องริ้วรอยด้วยไหมคะ?
อาจช่วยให้ริ้วรอยตื้นๆ เล็กๆ ดูเรียบเนียนขึ้นได้บ้าง แต่ไม่ได้ช่วยเรื่องริ้วรอยร่องลึกหรือริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์มากขนาดนั้นครับ ปัญหาเหล่านั้นควรใช้หัตถการอื่นที่ทำงานกับชั้นกล้ามเนื้อลึกที่ตรงจุดกว่า แนะนำให้เลือกทำหัตถการตามเป้าหมายปัญหาผิวที่ต้องการแก้จะดีที่สุดครับ
บทความแนะนำ

ยกกระชับ
หลังทำ Sofwave คลำเจอก้อนแข็ง ผิดปกติหรือเปล่า?
คลำเจอก้อนแข็งใต้ผิวหลังทำ Sofwave ไม่ได้แปลว่าผิดปกติเสมอไป มาดูสาเหตุ ระยะเวลาที่ก้อนมักนิ่มลง วิธีดูแลระหว่างรอ และสัญญาณที่ควรกลับไปพบแพทย์

ผิว
ผิวเพิ่งไหม้แดด ทำเลเซอร์ฝ้ากระได้เลยไหม รอนานแค่ไหน?
ผิวที่เพิ่งโดนแดดจัดเปลี่ยนจุดที่พลังงานเลเซอร์ลงไปทำงาน มาดูว่าควรรอนานแค่ไหนก่อนทำเลเซอร์ฝ้ากระ ทำไมต้องรอ และดูยังไงว่าผิวพร้อมแล้ว

ลบรอยสัก
กำลังลบตาตูด้วย Pico laser อยู่ค่ะ แต่ตรงส่วนที่เป็นสีเนื้อกลับคล้ำลงกว่าเดิม เป็นเพราะหมึกสีขาวหรือเปล่าคะ?
อธิบายถึงสิ่งที่คุณต้องเช็คและข้อมูลที่ต้องเตรียมไว้ปรึกษาในการรักษาเซสชันถัดไป เมื่อพยายามลบรอยสักแบบ cover-up แล้วกลับพบว่าสีผิวกลับเข้มขึ้นกว่าเดิม

ผิว
หลังจากทำ Thermage แล้ว สามารถกลับไปเข้าซาวน่า สปาร้อน หรือออกกำลังกายได้ตั้งแต่วันไหนคะ?
เราได้อธิบายรายละเอียดอย่างเจาะลึก โดยแบ่งออกเป็นสองส่วน คือกระบวนการฟื้นฟูผิวที่เกิดขึ้นในชั้นผิวแท้ทันทีหลังทำ Thermage และกระบวนการที่การกระตุ้นด้วยความร้อนทำให้เกิดรอยแดงเป็นเวลานานค่ะ

ผิว
ต่อขนตาอยู่ทำหัตถการรอบดวงตาได้ไหม ถอดเมื่อไหร่ดี
ต่อขนตาอยู่จะทำ HIFU ยกกระชับ สกินบูสเตอร์ หรือเลเซอร์รอบดวงตาได้ไหม มาดูว่าหัตถการไหนต้องถอดขนตาออกก่อน และควรต่อใหม่เมื่อไหร่ดีค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
หากต้องเลือกคอลลาเจน skin booster เพียงอย่างเดียวระหว่าง Radiesse กับ Juvelook จะตัดสินใจเลือกอย่างไรดี?
หากคุณกำลังลังเลระหว่าง Radiesse และ Juvelook เพื่อเป็น คอลลา겐 booster เราได้สรุปตั้งแต่ความแตกต่างของตัวยา ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมฝีมือของแพทย์ผู้ให้บริการจึงเป็นสิ่งสำคัญมาให้แล้วค่ะ



