• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

Ulthera ยิ่งเจ็บยิ่งเห็นผลจริงไหมนะ?

Ulthera ยิ่งเจ็บยิ่งเห็นผลจริงไหมนะ?

Ulthera ยิ่งเจ็บยิ่งเห็นผลจริงไหมนะ?

เราได้รวบรวมข้อสงสัยเกี่ยวกับความเจ็บของ Ulthera ที่ว่า “ต้องเจ็บถึงจะเห็นผล” มาไว้ที่นี่แล้วค่ะ พร้อมอธิบายสาเหตุว่าทำไมถึงเจ็บ และทำไมการใช้ยาชาหรือการปรับพลังงานถึงไม่ได้ลดประสิทธิภาพของผลลัพธ์ลงเลย

เวลาหาข้อมูลเกี่ยวกับ Ulthera มักจะได้ยินคำพูดทำนองที่ว่า “ยิ่งเจ็บยิ่งได้ผลดี” หรือ “ถ้าไม่เจ็บเลยแปลว่าเสียเงินฟรี” บ่อยๆ ใช่ไหมคะ? หลายคนก็เลยกังวลว่า ถ้าเราลดความเจ็บลง ผลลัพธ์จะลดลงไปด้วยหรือเปล่า จนถึงขั้นลังเลว่าไม่ควรแปะยาชาดีไหม

ขอสรุปให้ฟังตรงนี้เลยค่ะว่า ที่ Ulthera เจ็บไม่ใช่เพราะผลลัพธ์มันดีเลิศเลอหรอกนะคะ แต่เป็นเพราะมันเป็นโปรแกรมการรักษาที่ส่งผ่านความร้อนลึกลงไปถึงชั้นผิวที่ลึกที่สุดต่างหาก ความรุนแรงของความเจ็บไม่ได้แปรผันตามขนาดของผลลัพธ์ค่ะ ถึงจะลด ความเจ็บลง แต่พลังงานส่งลงไปในความลึกที่ต้องการ ผลลัพธ์ก็ยังคงปังเหมือนเดิมแน่นอนค่ะ



ที่เจ็บเป็นเพราะลงลึกถึงชั้นผิวชั้นใน

Ulthera จะยิง ※ คลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง (High-Intensity Focused Ultrasound) แบบไม่ทำลายผิวชั้นนอก แต่จะส่งเข้าไปสะสมความร้อนเป็นจุดเล็กๆ ในชั้นผิวที่ลึกกว่า จุดที่ความร้อนนี้ไปถึงก็คือ ※ ชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นที่ค้ำจุนพยุงรูปหน้าของเราไว้นั่นเองค่ะ พอจุดความร้อนเกิดขึ้นทันทีในชั้นที่ลึกขนาดนั้น (ไม่ใช่ที่ผิวชั้นนอก) เราเลยรู้สึกจี๊ดๆ หรือปวดตื้อๆ ขึ้นมานั่นเองค่ะ

* คลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง: เป็นวิธีการรวบรวมพลังงานอัลตราซาวด์ไว้ในจุดเดียวเพื่อสร้างความร้อน โดยไม่รบกวนผิวชั้นนอก แต่จะทำปฏิกิริยาเฉพาะความลึกที่กำหนดไว้ในชั้นผิวชั้นในเท่านั้น

* ชั้น SMAS: เป็นชั้นเนื้อเยื่อที่แข็งแรงใต้ผิวหนังใบหน้าที่คอยพยุงกรอบหน้าเอาไว้ เป็นเป้าหมายหลักที่โปรแกรมยกกระชับต้องการเข้าไปกระตุ้น ดังนั้นพลังงานจึงต้องลงไปลึกพอที่จะเข้าถึงชั้นนี้

พูดง่ายๆ ก็คือ ความรู้สึกเจ็บเป็นเพียงผลพลอยได้ที่บอกว่า “พลังงานกำลังเข้าไปกระตุ้นชั้นผิวที่ลึกอยู่นะ” แต่ตัวมันเองไม่ใช่มาตรวัดปริมาณของผลลัพธ์ที่จะได้ค่ะ


아픈 건 깊은 층을 건드리기 때문



‘ต้องเจ็บถึงจะได้ผล’ เป็นความเข้าใจผิดค่ะ

ระดับความเจ็บที่แต่ละคนรู้สึกนั้นแตกต่างกันมากเลยค่ะ แม้จะใช้พลังงานเท่ากัน คนที่ไวต่อความรู้สึกก็อาจจะรู้สึกเจ็บมาก ส่วนคนที่ไม่ค่อยไวก็อาจรู้สึกเจ็บน้อยกว่า ความอ่อนไหวต่อความเจ็บปวดขึ้นอยู่กับการกระจายตัวของเส้นประสาทและสภาพร่างกายในวันนั้น ดังนั้นต่อให้รู้สึกเจ็บน้อยลง ก็ไม่ได้แปลว่าได้รับพลังงานน้อยลงแต่อย่างใดค่ะ

ในทางกลับกัน หากเจ็บเกินไปจนเกร็งตัวหรือต้องหยุดระหว่างทำบ่อยๆ อาจทำให้คุณหมอยิงพลังงานได้ไม่ทั่วถึงและสม่ำเสมอในบริเวณที่ต้องการ การลดความเจ็บลงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและทำได้อย่างสบายใจ จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและเสถียรกว่าด้วยซ้ำค่ะ

ที่ความเข้าใจผิดนี้แพร่หลายออกไปก็มีเหตุผลอยู่ค่ะ สมัยก่อนการบรรเทาความเจ็บปวดยังไม่ดีเท่านี้ คนก็เลยมองว่าเป็น “โปรแกรมที่ต้องทนเจ็บเป็นธรรมดา” จนเล่าปากต่อปากกันไปว่าความเจ็บคือหลักฐานของความปัง แต่พอมองในความเป็นจริงที่ว่า แม้จะใช้พลังงานเท่ากัน แต่บางคนเจ็บมาก บางคนเจ็บน้อย ก็พิสูจน์แล้วว่า ความเจ็บเป็นเรื่องของประสาทสัมผัสเฉพาะบุคคล ไม่ใช่เรื่องของผลลัพธ์ค่ะ


‘아파야 효과’는 오해예요



ลดเจ็บ แต่ผลลัพธ์ยังเป๊ะเหมือนเดิม

ดังนั้น วิธีการบรรเทาความเจ็บต่างๆ จึงไม่ได้มีไว้เพื่อลดทอนประสิทธิภาพการรักษา แต่มีไว้เพื่อช่วยให้ยิงพลังงานได้เต็มที่ตามที่ตั้งเป้าไว้ต่างหากค่ะ ไม่ว่าจะเป็นยาชาแบบครีม, ยาแก้ปวด, การปรับพลังงานตามตำแหน่ง หรือการปรับความเร็วในการยิง ซึ่งวิธีการเหล่านี้จะช่วยคุมระดับความเจ็บให้อยู่ในเกณฑ์ที่ทนได้ หัวใจสำคัญคือไม่ใช่การดันทุรังลดค่าพลังงานลงอย่างไร้เหตุผล แต่คือการยิงพลังงานที่จำเป็นในความลึกที่เหมาะสม ควบคู่ไปกับการจัดการความเจ็บปวดอย่างเป็นระบบค่ะ

แน่นอนว่าหากเป็นคนผิวบางหรือไวต่อความเจ็บมากๆ คุณหมอก็อาจจะปรับพลังงานให้เหมาะสมค่ะ แต่นั่นเป็นการปรับแต่งเฉพาะบุคคลเพื่อความปลอดภัยและความสบายตัว ไม่ได้หมายความว่า “เจ็บน้อยลง = ยอมทิ้งผลลัพธ์” เสมอไปค่ะ

และเป็นเรื่องดีที่จะรู้ไว้ว่าความเจ็บในแต่ละจุดจะไม่เหมือนกันค่ะ บริเวณที่มีเนื้อแก้มหนา เช่น แก้ม หรือโหนกแก้ม จะค่อนข้างทนได้สบายๆ ส่วนบริเวณที่ใกล้กระดูกหรือผิวบาง เช่น หน้าผาก ปลายคาง หรือรอบริมฝีปาก จะรู้สึกจี๊ดๆ มากกว่า แม้จะเป็นคนคนเดียวกัน ความเจ็บแต่ละจุดก็ต่างกันได้ค่ะ ดังนั้นในระหว่างนอนทำ หากรู้สึกว่า “ตรงนี้เจ็บเป็นพิเศษ” สามารถบอกคุณหมอเพื่อปรับความเร็วหรือระดับความแรงเฉพาะจุดได้เลยค่ะ การอดทนไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด แต่การพูดคุยสื่อสารกับคุณหมอจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและน่าพึงพอใจมากกว่าค่ะ


통증을 줄여도 효과는 그대로



เจ็บประมาณไหน และข้อควรระวัง

ความเจ็บของ Ulthera จะรู้สึกเหมือนมีอาการปวดหน่วงๆ หรือจี๊ดๆ แป๊บๆ แล้วหายไป บริเวณที่ใกล้กระดูกหรือผิวบางอาจจะไวต่อความรู้สึกเป็นพิเศษ หลังจากทำเสร็จอาจรู้สึกตึงๆ ระบม หรือบวมเล็กน้อยเวลาเอามือกดไปอีกประมาณ 2-3 วัน ซึ่งอาการเหล่านี้จะค่อยๆ ดีขึ้นเองค่ะ แต่หากอาการเจ็บปวดรุนแรงต่อเนื่องยาวนานหลังจากทำไปแล้ว หรืออาการบวมไม่ยุบลง อย่าทนนะคะ แนะนำให้ติดต่อคลินิกที่ทำเพื่อตรวจเช็กทันทีเพื่อความปลอดภัยค่ะ

หากกังวลเรื่องความเจ็บ แนะนำให้แจ้งคุณหมอไว้ล่วงหน้าดีกว่าอดทนไว้ค่ะ เพราะเราสามารถเตรียมการป้องกันด้วยยาชาหรือการปรับพลังงานให้คุณหมอยิงได้อย่างสบายๆ ก่อนเริ่มโปรแกรมลองประเมินและแจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าปกติเป็นคนกลัวเจ็บแค่ไหน หรืออยากเน้นยาชาเป็นพิเศษในระดับใด เพื่อที่จะได้เตรียมตัวให้พร้อมตามสภาพร่างกายในวันนั้นๆ ค่ะ

สรุปก็คือ ความเจ็บของ Ulthera ไม่ใช่ ‘หลักฐานของผลลัพธ์’ แต่เป็นเพียงประสาทสัมผัสที่เกิดขึ้นในระหว่างกระบวนการกระตุ้นชั้นผิวส่วนลึกเท่านั้นค่ะ ดังนั้น แทนที่จะคิดว่า “เจ็บน้อยลงแล้วจะขาดทุน” แล้วฝืนไม่ยอมทาหรือไม่แปะยาชา เปลี่ยนมาเป็นการส่งพลังงานเข้าสู่ระดับความลึกที่เหมาะสมควบคู่ไปกับการดูแลความเจ็บปวดอย่างน่าพึงพอใจดีกว่าค่ะ สิ่งสำคัญที่สุดคือการเข้ารับคำปรึกษาเพื่อหาวิธีที่แมตช์กับความหนาของผิวและระดับความเจ็บที่ทนได้ของตัวเราเอง โดยไม่ใช้ความเจ็บเป็นเกณฑ์ตัดสินประสิทธิภาพของการรักษาค่ะ



ปรึกษาผ่าน KakaoTalk

หากต้องการทราบว่าโปรแกรมนี้เหมาะกับคุณไหม คุณหมอผู้เชี่ยวชาญพร้อมประเมินด้วยตัวเองโดยตรงค่ะ

▶ ปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk



คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q. ทำ Ulthera ต้องเจ็บผลลัพธ์ถึงจะดีจริงไหมคะ?

ไม่จริงค่ะ ความเจ็บเป็นเพียงความรู้สึกส่วนเกินที่เกิดขึ้นจากการส่งผ่านความร้อนไปยังชั้นผิวที่ลึก ไม่ใช่เกณฑ์วัดผลลัพธ์การรักษา แถมระดับความไวต่อความรู้สึกของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน ต่อให้รู้สึกเจ็บน้อยกว่าก็ไม่ได้แปลว่าได้รับพลังงานน้อยลงค่ะ

Q. แปะยาชาแล้วผลลัพธ์จะลดลงไหมคะ?

ยาชาช่วยลดเพียงความรู้สึกเจ็บปวดเท่านั้น ไม่ได้ปิดกั้นพลังงานอัลตราซาวด์ที่ส่งลงไปยังชั้นผิวส่วนลึกแต่อย่างใดค่ะ ในทางกลับกัน การนอนทำได้อย่างสบายตัวจะช่วยให้คุณหมอยิงพลังงานได้อย่างสม่ำเสมอและทั่วถึงในจุดที่ต้องการอีกด้วยค่ะ

Q. ถ้าเจ็บเกินไป ขอปรับลดพลังงานลงได้ไหมคะ?

หากคุณเป็นคนผิวบางหรือไวต่อความเจ็บมากๆ คุณหมอสามารถทำการปรับพลังงานเฉพาะจุดให้ได้ค่ะ แต่อันนี้เป็นการดีไซน์เพื่อความปลอดภัยและความสบายส่วนบุคคล โดยเป็นการปรับให้พลังงานลงลึกได้พอดี ไม่ใช่การลดระดับลงอย่างไร้ทิศทางค่ะ

Q. อาการเจ็บจะอยู่ได้นานแค่ไหนคะ?

ในระหว่างทำจะรู้สึกจี๊ดๆ เพียงชั่วคราวขณะเครื่องทำงานค่ะ และหลังจากนั้นอาจรู้สึกตึงๆ ระบม หรือบวมขึ้นเล็กน้อยประมาณ 2-3 วัน ซึ่งจะค่อยๆ บรรเทาลงเองตามธรรมชาติ หากอาการปวดบวมรุนแรงและปวดนานเกินไป ควรติดต่อเข้ามาตรวจเช็กอาการเพื่อความชัวร์ค่ะ



บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ที่บอกกันว่าขนผู้ชายเส้นหนาแล้วจะเลเซอร์เห็นผลดี อันนี้จริงแค่ครึ่งเดียวครับ

ผู้ชาย

ที่บอกว่าขนผู้ชายเส้นหนาแล้วจะทำเลเซอร์ได้ผลดี อันนี้จริงแค่ครึ่งเดียวค่ะ

คำกล่าวที่ว่า 'ขนของผู้ชายเส้นหนาเลยเลเซอร์ออกง่าย' นั้น ถูกแค่ครึ่งเดียวค่ะ วันนี้เราสรุปเหตุผลที่ทำให้จำนวนครั้งในการทำเลเซอร์แตกต่างกันไปตามความหนาแน่น ความลึก และโทนสีผิว รวมถึงวิธีการดูแลในแต่ละส่วนมาฝากกันค่ะ

รอยหนวดเขียวครึ้มต่อให้โกนแล้วก็ยังเห็นชัด สามารถจางลงได้ด้วยเลเซอร์นะคะ

ผู้ชาย

รอยหนวดเขียวครึ้มแม้จะโกนแล้วก็ยังเห็นอยู่ สามารถทำให้จางลงได้ด้วยการทำเลเซอร์นะคะ

หนวดเขียวครึ้มที่โกนเท่าไหร่ก็ยังเห็นชัด แท้จริงแล้วไม่ได้อยู่ที่ผิวภายนอก แต่เป็นปัญหาที่รากขนค่ะ วันนี้เราสรุปวิธีช่วยให้รอยเขียวดูจางลงด้วยเลเซอร์กำจัดขน พร้อมกับผลลัพธ์ที่คุณสามารถคาดหวังได้จริงมาฝากกันค่ะ

เลเซอร์กําจัดขนอ่อนระหว่างคิ้ว จะปลอดภัยต่อดวงตาไหมคะ?

กำจัดขน

เลเซอร์กําจัดขนอ่อนระหว่างคิ้ว จะปลอดภัยต่อดวงตาไหมคะ?

เลเซอร์กำจัดขนคิ้วที่อยู่ใกล้กับดวงตา สามารถทำได้ถึงขั้นตอนไหนกันนะ? เราได้รวบรวมมาตรฐานความปลอดภัย, หลักการทำงาน, จำนวนครั้งที่ต้องทำ และการออกแบบทรงคิ้ว (eyebrow line design) มาไว้ให้แล้วค่ะ

กำจัดขนที่ skin clinic ต่างจากการทำแว็กซ์ยังไงบ้างคะ?

กำจัดขน

กำจัดขนที่ skin clinic ต่างจากการแว็กซ์ (waxing) ยังไงบ้างคะ?

กำจัดขนที่คลินิกผิวหนังต่างจากวิธีอื่นยังไงนะ? เราได้สรุปความต่างของหลักการทำงานระหว่างการแว็กซ์ เครื่องกำจัดขนแบบโฮมยูส และความปลอดภัยสำหรับแต่ละโทนสีผิวมาให้แล้วค่ะ

กำจัดขนทั่วเรือนร่าง (body hair removal) สามารถทำเสร็จหมดในครั้งเดียวเลยได้ไหมคะ?

กำจัดขน

กำจัดขนทั่วเรือนร่าง (body hair removal) จะทำเสร็จหมดในครั้งเดียวได้ไหมนะ?

การเลเซอร์กำจัดขนทั่วตัว (Whole Body Hair Removal) ไม่ได้เสร็จสิ้นเรียนร้อยในครั้งเดียวนะคะ แต่เป็นการสะสมจำนวนครั้งในแต่ละส่วนค่ะ วันนี้เราสรุปความแตกต่างของจำนวนครั้งที่ต้องทำในแต่ละจุด พร้อมแพลนการรักษาตามจริงมาฝากกันค่ะ

ฉีดสกินโบท็อกซ์ (Skin Botox) แล้วจะเห็นผลลัพธ์ทันทีเลยไหมคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

ฉีดสกินโบท็อกซ์ (Skin Botox) แล้วผิวจะดีขึ้นทันทีเลยไหมคะ?

ผลลัพธ์ของ สกินโบท็อกซ์ (Skin Botox) จะเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่ และคงอยู่ได้นานแค่ไหน? เราได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกลไกการทำงานที่แตกต่างจากโบท็อกซ์ทั่วไป รวมถึงผลลัพธ์ที่คุณคาดหวังได้จริงมาฝากค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1