ฉีดโบหน้าผากไม่ได้ ก็ทำ Skin Botox ได้ ใช้โบทูลินัมตัวเดียวกระจายน้อยในหนังแท้ กระชับรูขุมขน คุมมัน
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
พอเห็นคำว่า ‘skin btox’ (สกินโบท็อกซ์) บ่อย ๆ หลายคนอาจจะคิดว่าเป็น ‘เวอร์ชันโดสต่ำ’ ของโบท็อกซ์หน้าผากทั่วไปเพราะใช้ชื่อโบท็อกซ์เหมือนกัน แต่จริง ๆ แล้ว ถึงแม้จะใช้ตัวยาเดียวกัน แต่เป้าหมายในการรักษาต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ โบท็อกซ์หน้าผากจะเน้นไปที่ชั้นกล้ามเนื้อ ส่วน skin btox จะเน้นดูแลที่ชั้นผิวหนังครับ นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมคนที่กังวลเรื่องรูขุมขนกว้างแล้วอยากทำ skin btox ถึงไม่ต้องกังวลว่า 'ถ้าทำโบท็อกซ์หน้าผากไม่ได้ แล้วจะทำตัวนี้ไม่ได้ด้วยหรือเปล่า' ครับ
ทั้งสองอย่างคือ ‘ตัวยาเดียวกัน แต่ผลลัพธ์ต่างกัน’ ครับ
ทั้งสองโปรแกรมใช้ Botulinum Toxin Type A เหมือนกันครับ จะเลือกใช้แบรนด์ไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น Botox, Dysport หรือ Xeomin แต่จุดที่แตกต่างกันคือ 'ฉีดตรงไหน และปริมาณเท่าไหร่' ครับ
โบท็อกซ์หน้าผากจะฉีดเข้าไปที่ชั้นกล้ามเนื้อ (ความลึกประมาณ 5-6 มม.) จุดละประมาณ 2-4 U ส่วน skin btox จะฉีดเข้าไปที่ชั้นผิวหนังแท้ (ความลึกประมาณ 1-2 มม.) โดยใช้ตัวยาที่เจือจางกว่ามาก ซี่งจะฉีดจุดละประมาณ 0.5-1 U เท่านั้นครับ ทั้งความลึกและปริมาณยาต่างกัน ทำให้จุดที่ออกฤทธิ์แตกต่างกันนั่นเองครับ

เป้าหมายคือ ‘ผิวหนัง’ ไม่ใช่ ‘กล้ามเนื้อ’ ครับ
จุดที่ skin btox ออกฤทธิ์คือชั้นผิวหนังแท้ (Dermis*)* ซึ่งในชั้นนี้จะเป็นแหล่งรวมของต่อมไขมัน, รูขุมขน, เส้นเลือดฝอย และกล้ามเนื้อขนาดเล็กอย่างกล้ามเนื้อขนลุก (arrector pili muscle) ซึ่ง Botulinum Toxin จะเข้าไป ช่วยยับยั้งการส่งสัญญาณประสาทในบริเวณเหล่านี้บางส่วน ทำให้ช่วยดูแลเรื่องรูขุมขน ความมัน และรอยแดงได้ดีครับ
ตัวยาแทบจะไม่สัมผัสกับกล้ามเนื้อหน้าผากมัดใหญ่เลยครับ ดังนั้นถึงแม้จะมีชื่อว่าโบท็อกซ์เหมือนกัน แต่แทบจะไม่มีผลต่อการแสดงอารมณ์ทางสีหน้าหรือทำให้กล้ามเนื้อเป็นอัมพาตเลยครับ เหมาะมากสำหรับท่านที่ต้องการปรับผิวให้เรียบเนียนละเอียด โดยที่ยังอยากแสดงสีหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติครับ
* Dermis (ชั้นผิวหนังแท้): ผิวส่วนหลักที่อยู่ใต้ชั้นหนังกำพร้า เป็นที่รวมของคอลลาเจน, เส้นใยอีลาสติน, ต่อมไขมัน, รูขุมขน และเส้นเลือดฝอย ซึ่งเป็นชั้นผิวที่ skin btox ออกฤทธิ์นั่นเองครับ
* Mesobotox / Microbotox: เป็นชื่อที่เรียกกันในทางการแพทย์ของ skin btox คำว่า ‘Meso’ หมายถึงผิวหนังแท้ และ ‘Micro’ หมายถึงการฉีดปริมาณน้อย ๆ กระจายไปหลาย ๆ จุด ซึ่งก็คือโปรแกรมเดียวกันแต่เรียกต่างกันครับ

เห็นผลลัพธ์ดีเยี่ยวมั้งในเรื่องรูขุมขน, ความมัน และรอยแดง
โดยทั่วไป skin btox จะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนใน 4 ด้านด้วยกันครับ อย่างแรกคือ ขนาดรูขุมขน รูขุมขนจะดูกระชับขึ้นเนื่องจากการส่งสัญญาณของต่อมไขมันลดลง อย่างที่สองคือ การควบคุมความมัน ผิวจะมันเยิ้มน้อยลง ทำให้เมคอัพติดทนนานขึ้น อย่างที่สามคือ รอยแดง ช่วยลดรอยแดงให้อ่อนลงเนื่องจากสัญญาณในเส้นเลือดฝอยสงบลง และอย่างที่สี่คือ ริ้วรอยเล็กๆ และ texture ผิว ผิวบริเวณชั้นนอกจะดูเรียบเนียนละเอียดขึ้นมากครับ
ผลลัพธ์จะคงอยู่ได้ประมาณ 2-3 เดือน ซึ่งสั้นกว่าโบท็อกซ์หน้าผากแบบทั่วไป (ที่อยู่ได้ประมาณ 3-4 เดือน) เนื่องจากชั้นผิวหนังแท้มีการฟื้นตัวเร็วกว่าชั้นกล้ามเนื้อ จึงต้องเข้ารับการรักษาบ่อยกว่าครับ สำหรับผู้ที่ทำเป็นประจำ โดยทั่วไปจะแนะนำให้ทำทุก ๆ 8-12 สัปดาห์ครับ

หมดกังวลเรื่องปัญหาหนังตาตกเทียม (Anisocoria/Ptosis)
เนื่องจาก skin btox จะฉีดเฉพาะในชั้นผิวหนังแท้เท่านั้น จึงแทบไม่ส่งผลกระทบต่อกล้ามเนื้อหน้าผาก (Frontalis) หรือกล้ามเนื้อยกเปลือกตาบน (Levator palpebrae superioris) เลย ดังนั้น จึงแทบไม่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหนังตาตกเทียมที่เกิดจากการพึ่งพากล้ามเนื้อหน้าผากเลยครับ แม้กระทั่งผู้ที่ไม่สามารถฉีดโบท็อกซ์หน้าผากได้เนื่องจากการประเมินเบื้องต้นพบว่ามีการพึ่งพากล้ามเนื้อหน้าผากสูง ก็ยังสามารถทำ skin btox ได้อย่างสบายใจครับ
ตารางเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างสองโปรแกรมนี้ครับ
หัวข้อ | โบท็อกซ์หน้าผาก (Classic) | skin btox (Meso/Micro) |
|---|---|---|
เป้าหมาย | กล้ามเนื้อหน้าผาก (Frontalis) — กล้ามเนื้อ | ผิวหนังแท้, ต่อมไขมัน, รูขุมขน — ผิวหนัง |
ความลึก | ชั้นกล้ามเนื้อ (5~6 mm) | ชั้นผิวหนังแท้ (1~2 mm) |
ปริมาณยา (ต่อจุด) | 2~4 U | 0.5~1 U (เจือจาง) |
ผลลัพธ์ | ริ้วรอยแนวนอนลดลง ↓ | รูขุมขน·ความมัน·รอยแดงลดลง ↓, ผิวเรียบเนียนขึ้น ↑ |
ระยะเวลาผลลัพธ์ | 3~4 เดือน | 2~3 เดือน |
ความเสี่ยงหนังตาตกเทียม | มี (หากเป็นกลุ่มที่มีการพึ่งพากล้ามเนื้อหน้าผาก) | แทบไม่มี |
การเปลี่ยนแปลงของสีหน้า | มี (หน้าผากขยับได้น้อยลง) | แทบไม่มี |

ควรฉีดบริเวณไหน และฉีดอย่างไรดี
โดยทั่วไป skin btox จะฉีดกระจายทั่วบริเวณ T-zone (หน้าผาก, จมูก, คาง) แก้มทั้งสองข้าง และบริเวณโหนกแก้ม โดยฉีดเป็นจุดเล็ก ๆ ห่างกันทุก 1-2 ซม. ปกติแล้วจะฉีดประมาณ 50-100 จุดต่อครั้งครับ ผลลัพธ์จะเริ่มเห็นได้ภายใน 1 สัปดาห์ โดยจะรู้สึกว่ารูขุมขนดูกระชับขึ้น และจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนที่สุดในสัปดาห์ที่ 2 ครับ
หากต้องการฉีดโบท็อกซ์หน้าผากร่วมด้วย ก็สามารถทำได้ในวันเดียวกันเลยครับเพราะความลึกในการฉีดต่างกัน อย่างไรก็ตาม สำหรับท่านที่อยู่ในกลุ่มที่ต้องพึ่งพากล้ามเนื้อหน้าผากเพื่อลืมตา เพื่อความปลอดภัย แนะนำให้ทำ skin btox ก่อน แล้วค่อยสังเกตอาการหลังจากนั้น 2 สัปดาห์ เพื่อประเมินและตัดสินใจเรื่องการฉีดโบท็อกซ์หน้าผากอีกทีจะดีที่สุดครับ เพียงแค่จำไว้ว่า 'ใช้ยาตัวเดียวกัน ไม่ได้หมายความว่าจะมีความเสี่ยงเท่ากัน' เท่านี้ก็ช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นแล้วครับ
คำถามที่พบบ่อย
Q. ฉีด สกินโบท็อกซ์ (Skin Botox) แล้วจะทำให้หน้าแข็ง ตึง ขยับได้ไม่ธรรมชาติไหมคะ?
A. แทบจะไม่แข็งเกร็งเลยครับ เพราะตัวยาจะเข้าไปแค่ในชั้นหนังแท้ (dermis) เท่านั้น จึงแทบไม่สัมผัสกับกล้ามเนื้อที่ใช้ในการแสดงสีหน้าเลย แต่ถ้าฉีดลึกไปนิดเดียวแม้จะอยู่ในจุดที่ตื้นมากๆ ก็อาจส่งผลต่อกล้ามเนื้อได้ ดังนั้นการควบคุมความลึกในการฉีดของแพทย์ผู้ตรวจรักษาจึงสำคัญมากๆ ครับ
Q. สำหรับคนที่ไม่สามารถฉีด forehead Botox ได้ จะยังสามารถฉีด skin booster หรือ skin Botox ได้ไหมคะ?
A. ใช่ครับ แทบจะทำได้ทุกคนเลยนะครับ สำหรับคนที่เลี่ยงการทำ Botox หน้าผากเพราะต้องใช้กล้ามเนื้อหน้าผากในการลืมตาเยอะ ๆ ก็สามารถทำ skin booster หรือ skin botox ได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องกังวลเรื่องตาตก/หนังตาตกเทียมเลยครับ เพราะตัวยาแทบจะไม่โดนชั้นกล้ามเนื้อเลย นอกจากนี้ยังเหมาะมาก ๆ สำหรับจุดประสงค์อื่นอย่างการกระชับรูขุมขนและลดความมันบนใบหน้าด้วยครับ
Q. สกินโบท็อกซ์ (skin botox) ช่วยลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ บริเวณระหว่างคิ้วหรือหางตาได้ผลดีไหมคะ?
A. สำหรับริ้วรอยเล็กๆ อาจจะพอเห็นผลบ้างครับ แต่ถ้าเป็นริ้วรอยจากแสดงอารมณ์ที่ค่อนข้างลึก (เช่น รอยย่นระหว่างคิ้วเป็นเลข 11 หรือรอยตีนกา) การฉีด Botox หน้าผาก/ระหว่างคิ้ว/หางตา (ที่เน้นกล้ามเนื้อโดยตรง) จะเห็นผลลัพธ์ที่ดีกว่าครับ ส่วน Skin Botox จะเน้นช่วยปรับ 'Skin texture' ให้เรียบเนียนละเอียดมากขึ้น จึงทำหน้าที่เหมือนเป็นหัตถการเสริมที่ช่วยกู้ผิวให้ดูเนียนเป๊ะยิ่งขึ้นครับ
Q. ผลลัพธ์ของ skin botox จะเริ่มเห็นผลชัดเจนเมื่อไหร่ และคงอยู่ได้นานแค่ไหนครับ?
A. โดยทั่วไปรูขุมขนจะดูกระชับภายในหนึ่งสัปดาห์ และชัดเจนขึ้นในสัปดาห์ที่ 2 ระยะคงผลอยู่ที่ 2~3 เดือน สั้นกว่า Botox หน้าผาก เพราะชั้นหนังแท้ฟื้นตัวเร็วกว่ากล้ามเนื้อ โดยปกติเว้นระยะ 8~12 สัปดาห์ครับ

ยกกระชับ
แก้มชาตื้อ ๆ หลังทำ Ultherapy Prime ปกติไหม อีกกี่วันหาย?

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฉีด Sculptra แล้วแก้มขึ้นข้างเดียว อีกนานไหมกว่าจะเท่ากัน?

ยกกระชับ
ลด Level พลังงาน Thermage เพราะกลัวเจ็บ ผลลัพธ์จะหายไปด้วยไหม?

ผิว
ขนคุดที่แขน ยิ่งขัดสครับยิ่งแดง เปลี่ยนวิธีดูแลยังไงดี?

ยกกระชับ
หลัง Onda Lifting แล้วสองข้างหน้าลดไม่เท่ากัน — ปกติหรือต้องกังวล?

ผิว
สกินบูสเตอร์หมดฤทธิ์แล้วจริงไหม หลังสองเดือนผิวเริ่มแห้งขึ้น



