หากกังวลเรื่องรอยแดงและตุ่มคันเล็ก ๆ หลังฉีด skin booster ลองอ่านบทความนี้ที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอาการทั่วไปที่พบได้บ่อย ว่าจะคงอยู่กี่วัน และอาการแบบไหนที่ต้องกลับไปพบแพทย์ผิวหนังกันค่ะ
หลังจากฉีด skin booster แล้วพอมองกระจก เห็นผิวแดงๆ และมีตุ่มนูนเล็กๆ ขึ้นมาตามรอยเข็ม หลายคนคงรู้สึกกังวลใจวับขึ้นมาทันทีเลยใช่ไหมคะว่า "จะมีอะไรผิดปกติหรือเปล่า?" ทั้งที่ตอนทำก็เสร็จไวแท้ๆ แต่เรื่องที่ทำให้กังวลจริงๆ กลับเป็นปฏิกิริยาของผิวที่เกิดขึ้นหลังจากทำเสร็จนี่เอง
ตอบแบบสั้นๆ เลยก็คือ รอยแดงและตุ่มนูนหลังทำทันทีมักจะเป็นปฏิกิริยาปกติที่เกิดขึ้นจากขั้นตอนการฉีดเข็ม และโดยทั่วไปจะค่อยๆ ยุบลงไปเองตามธรรมชาติภายในไม่กี่วันค่ะ แต่ถ้าผ่านไปหลายวันแล้วยังเป็นหนักขึ้นเรื่อยๆ หรือมีอาการปวด รวมถึงรู้สึกร้อนร่วมด้วย นั่นอาจเป็นสัญญาณที่ต้องกลับมาเช็กอีกครั้ง ดังนั้นการแยกแยะระหว่างอาการปกติกับสัญญาณเตือนที่ต้องเฝ้าระวัง จะช่วยให้คุณรู้สึกสบายใจขึ้นเยอะเลยค่ะ
> บทความนี้เป็นคอนเทนต์ที่รวบรวมข้อมูลการทำหัตถการจาก Beautystone สาขาฮับจองค่ะ
เมื่ออ่านบทความนี้แล้วคุณจะ
เข้าใจว่าทำไมหลังทำ skin booster ถึงมีรอยแดงหรือตุ่มนูนขึ้นมา
สามารถประเมินได้ว่าอาการแบบไหนคืออาการปกติ และปกติแล้วจะอยู่กี่วัน
แยกแยะสัญญาณเตือนที่ต้องกลับมาพบแพทย์ได้
รู้ข้อควรระวังและวิธีดูแลตัวเองในช่วงพักฟื้น
ทำไมฉีด skin booster แล้วถึงมีอาการแบบนี้เกิดขึ้น
skin booster คือการใช้เข็มขนาดเล็กฉีดสารเติมเต็มอย่างไฮยาลูรอนิกแอซิด* เข้าสู่ผิวชั้นตื้นๆ ซ้ำๆ หลายครั้งค่ะ เนื่องจากการลงเข็มในปริมาณหลายจุดในช่วงเวลาสั้นๆ ผิวบริเวณนั้นจึงอาจแดงชั่วคราว หรือบวมขึ้นมาดูเป็นตุ่มนูนเล็กน้อยได้ ซึ่งเป็นกระบวนการตามธรรมชาติในระหว่างที่ตัวยาที่ฉีดเข้าไปกำลังกระจายตัวและเซ็ตตัวเข้ากับผิวค่ะ
ไฮยาลูรอนิกแอซิด*: สารให้ความชุ่มชื้นที่มีอยู่แล้วในผิวตามธรรมชาติ ช่วยดึงดูดน้ำเพื่อให้ผิวชุ่มชื้นและกระชับเต่งตึง
ในความเป็นจริง จากงานวิจัยเกี่ยวกับการฉีดสารไฮยาลูรอนิกแอซิดขนาดไมโครเข้าสู่ผิว ก็มีการรายงานถึงอาการเจ็บ บวม หรือรอยช้ำเล็กๆ ว่าเป็นเรื่องที่พบได้ค่อนข้างบ่อย แต่ส่วนใหญ่จะหายไปเองภายใน 3~4 วันและอยู่ในระดับที่ทนได้สบายๆ ค่ะ ผลลัพธ์นี้แสดงให้เห็นว่า ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นทันทีหลังทำไม่ได้แปลว่าจะเกิดปัญหาเสมอไปนั่นเอง


อาการแบบไหนที่พบได้บ่อย และเป็นอยู่กี่วัน
ในช่วงไม่กี่วันหลังทำ skin booster มักจะมีอาการเบาๆ เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่จะยุบตัวลงได้เองตามธรรมชาติโดยไม่ต้องรักษาอะไรเพิ่มเติมค่ะ
อาการที่พบได้บ่อย | ระยะเวลาโดยทั่วไป | หมายเหตุ |
|---|---|---|
รอยแดงรอบเข็ม | ไม่กี่ชั่วโมง ~ 1 วัน | พบได้บ่อยที่สุด |
รอยนูนเป็นตุ่ม / อาการบวม | 1~3 วัน | จะค่อยๆ ยุบลงเมื่อตัวยากระจายตัว |
รอยช้ำจางๆ | 3~7 วัน | ใช้คอนซีลเลอร์ปกปิดได้ |
รู้สึกจี๊ดๆ / ผิวตึง | 1~2 วัน | บรรเทาลงได้ด้วยการทามอยส์เจอไรเซอร์ |
ถ้าสรุปตารางด้านบนให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ อาการเล็กๆ น้อยๆ หลังทำส่วนใหญ่จะจางลงภายในหนึ่งสัปดาห์ค่ะ ในช่วงเวลานี้ หากเว้นจากการขัดหน้าแรงๆ หรือทรีตเมนต์ที่กระตุ้นผิวไปก่อน ก็จะช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้สบายขึ้นมากเลยค่ะ

สัญญาณแบบไหนที่ควรกลับมาตรวจเช็ก
แม้ว่าอาการส่วนใหญ่จะจางลงตามกาลเวลา แต่หากมีสัญญาณที่ดูแย่ลงเรื่อยๆ ตรงกันข้ามกับทิศทางการฟื้นตัวตามปกติ ก็ควรจะกลับมาเช็กดูสักหน่อยค่ะ หากลองวาดภาพการยุบตัวของรอยแดงและอาการบวมตามปกติ จะออกมาเป็นลักษณะนี้ค่ะ

จากงานวิจัยเกี่ยวกับความปลอดภัยของการฉีดสารไฮยาลูรอนิกแอซิดที่ค่อนข้างอ่อนโยน พบว่าปฏิกิริยาส่วนใหญ่เป็นเพียงอาการชั่วคราวและหายไปเองได้ แต่เพื่อความปลอดภัย หากพบสัญญาณดังต่อไปนี้ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้ทำหัตถการดีที่สุดค่ะ ได้แก่ อาการแดงและบวมไม่ยุบลงหลังจากผ่านไปหลายวัน แถมยังมีอาการรุนแรงขึ้น หรือผิวบริเวณนั้นจับแล้วแข็งเป็นก้อนเฉพาะจุด และรู้สึกเจ็บเมื่อกด นอกจากนี้ หากมีอาการร้อนวูบวาบหรือเจ็บปวดมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้และควรติดต่อคลินิกทันทีค่ะ แม้ว่าสัญญาณเหล่านี้จะไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยนัก แต่การรู้ไว้ล่วงหน้าจะช่วยลดความกังวลที่ไม่จำเป็น และป้องกันไม่ให้เราปล่อยผ่านช่วงเวลาสำคัญไปค่ะ

ทำไมต้องเป็น Beautystone สาขาฮับจอง
พี่ยองจินและทีมแพทย์ Beautystone สาขาฮับจอง เมื่อจะแนะนำโปรแกรม skin booster เรามักจะเลือกให้ข้อมูลเกี่ยวกับปฏิกิริยาของผิวในไม่กี่วันหลังทำให้คนไข้ทราบก่อนตัวหัตถการเสียอีกค่ะ เพราะแม้จะเป็นการทำหัตถการเดียวกัน แต่สำหรับผู้ที่มีผิวบางหรือผิวแพ้ง่าย ปฏิกิริยาตอบสนองก็อาจจะเด่นชัดกว่าคนทั่วไปเล็กน้อย เราจึงช่วยชี้แจงให้ฟังล่วงหน้าว่าอาการแบบไหนคือเรื่องปกติ และสัญญาณแบบไหนที่ต้องระวัง ด้วยความเป็นคลินิกขนาดอบอุ่บที่เดินทางสะดวกเพียงเดินไม่กี่ก้าวจากสถานี Hapjeong เราจึงสามารถดูแลรายละเอียดสภาพผิวของคนไข้แต่ละท่าน และติดตามกระบวนการฟื้นตัวของผิวไปด้วยกันได้อย่างใกล้ชิดค่ะ

สิ่งที่ควรใส่ใจในช่วงพักฟื้น
ในช่วงไม่กี่วันหลังทำหัตถการ หากร่วมดูแลตามข้อปฏิบัติต่อไปนี้ จะช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ง่ายขึ้นมากเลยค่ะ
ลดการระคายเคือง — งดการถู ขัด หรือนวดหน้าบริเวณที่ทำแรงๆ เป็นเวลาสองสามวันนะคะ
เติมความชุ่มชื้นและปลอบประโลมผิว — เน้นทามอยส์เจอไรเซอร์สูตรอ่อนโยนเพื่อรักษาความชุ่มชื้นของผิวไว้
ความร้อนและเหงื่อ — ควรงดซาวน่าและออกกำลังกายหนักๆ สัก 1-2 วัน จะช่วยให้รอยแดงยุบตัวได้ดีขึ้นค่ะ
ป้องกันรังสี UV — หลังจากวันรุ่งขึ้นเป็นต้นไป อย่าลืมทาครีมกันแดดให้ทั่วใบหน้าด้วยนะคะ
รอยแดงและตุ่มนูนเล็กๆ หลังทำ skin booster ส่วนใหญ่เป็นเพียงอาการชั่วคราวที่เกิดขึ้นแล้วก็หายไป ดังนั้นหากเราเข้าใจกระบวนการฟื้นตัวและรออย่างใจเย็น ก็จะช่วยลดความกังวลไปได้เยอะเลยค่ะ อย่างไรก็ตาม บทความนี้เป็นเพียงข้อมูลทั่วไป อาการที่คุณกำลังเผชิญอยู่นั้นเป็นเรื่องปกติหรือไม่ หรือเป็นสัญญาณที่ต้องตรวจเช็กเพิ่มเติม การปรึกษากับแพทย์ผู้ดูแลโดยตรงจึงเป็นวิธีที่ถูกต้องและแม่นยำที่สุดค่ะ หากรอยแดงหรืออาการบวมเป็นก้อนไม่ยอมลดลงเลยหลังจากผ่านไปหลายวัน หรือรู้สึกเจ็บมากขึ้นเรื่อยๆ แนะนำว่าอย่าปล่อยทิ้งไว้ แล้วรีบเข้าไปรับการตรวจเช็กเพื่อความปลอดภัยกันนะคะ

คำถามที่พบบ่อย
Q. ตุ่มนูนที่ขึ้นมาหลังทำ จะยุบตัวลงเมื่อไหร่คะ?
A. ตุ่มนูนเกิดจากตัวยาที่ฉีดเข้าไปและกำลังกระจายตัว ซึ่งโดยปกติจะยุบตัวลงตามธรรมชาติภายใน 1-3 วันค่ะ สำหรับท่านที่มีผิวบางหรือผิวแพ้ง่าย อาการอาจอยู่นานกว่านั้นเล็กน้อย ในช่วงนี้แนะนำให้เน้นบำรุงด้วยมอยส์เจอไรเซอร์และห้ามขัดถูผิวแรงๆ นะคะ แต่ถ้าผ่านไป 1 สัปดาห์แล้วยังมีก้อนแข็งๆ หลงเหลืออยู่ แนะนำให้ติดต่อสอบถามทางคลินิกค่ะ
Q. หลังทำหัตถการ สามารถแต่งหน้าได้ตั้งแต่ตอนไหนคะ?
A. โดยปกติสามารถแต่งหน้าอ่อนๆ ได้ตั้งแต่วันถัดไปเลยค่ะ แต่หากบริเวณรอยเข็มยังมีรอยแดงหรือรู้สึกจี๊ดๆ แนะนำให้เลี่ยงการแต่งหน้าสีสันไปก่อนสัก 1-2 วันนะคะ ตอนล้างหน้าก็ไม่ควรใช้วิธีถูแรงๆ แต่ให้ใช้วิธีซับเบาๆ แทน จะช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ดีขึ้นค่ะ
Q. มีรอยช้ำเกิดขึ้น มีวิธีทำให้รอยช้ำหายเร็วขึ้นบ้างไหมคะ?
A. รอยช้ำจางๆ มักจะหายไปเองตามธรรมชาติภายใน 3-7 วันค่ะ ในช่วงวันแรกหลังทำ การประคบเย็นเบาๆ บริเวณที่ช้ำสามารถช่วยได้ค่ะ แต่ต้องระวังอย่ากดน้ำหนักแรงๆ นะคะ หากรอยช้ำอยู่นานผิดปกติหรือมีสีเข้มขึ้นเรื่อยๆ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้ทำหัตถการเพื่อความปลอดภัยค่ะ
Q. หากรอยแดงไม่ยอมหายไป ควรทำอย่างไรดีคะ?
A. รอยแดงทันทีหลังทำส่วนใหญ่จะจางลงภายใน 1 วันค่ะ แต่ถ้าผ่านไปหลายวันแล้วยังไม่ยุบลง แถมมีอาการเป็นหนักขึ้น หรือรู้สึกร้อนร่วมกับมีอาการปวด แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลทันทีแทนที่จะปล่อยทิ้งไว้ค่ะ แม้จะไม่ใช่กรณีที่เกิดขึ้นบ่อย แต่การรู้ล่วงหน้าจะช่วยให้เรารับมือได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงทีค่ะ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

โครงหน้า&วอลลุ่ม
อยากแก้ปัญหาผิวคอและกรอบหน้าหย่อนคล้อยด้วย Sofwave จะเห็นผลลัพธ์ประมาณไหน และต้องทำกี่ครั้งคะ?
หากคุณสงสัยเกี่ยวกับผลลัพธ์และจำนวนครั้งในการทำ Sofwave ลองอ่านบทความนี้ที่รวบรวมตั้งแต่หลักการทำงานของคลื่นอัลตราซาวนด์ในการกระตุ้นคอลลาเจน, การเปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงเวลา, ไปจนถึงจำนวนครั้งที่แนะนำตามระดับความหย่อนคล้อยของผิวได้เลยค่ะ

ผิว
หลังจากทำ Onda แล้ว จะสามารถกลับไปเข้าซาวน่าหรืออกกำลังกายหนักๆ ได้ตั้งแต่วันไหนคะ?
หากคุณสงสัยเกี่ยวกับการดูแลตัวเองหลังทำ can Onda แนะนำให้ลองอ่านบทความนี้เลยค่ะ เราได้รวบรวมช่วงเวลาที่เหมาะสมในการกลับไปเข้าซาวน่าหรือออกกำลังกายหลังการรักษาด้วยเลเซอร์กลุ่มยกกระชับที่ใช้พลังงานความร้อนมาให้เรียบร้อยแล้ว

ผิว
หลังจากฉีด skin booster แล้วผิวแดงและเป็นตุ่มนูนขึ้นมา อาการแบบนี้เป็นปกติไหมคะ / ครับ?
หากกังวลเรื่องรอยแดงและตุ่มคันเล็ก ๆ หลังฉีด skin booster ลองอ่านบทความนี้ที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอาการทั่วไปที่พบได้บ่อย ว่าจะคงอยู่กี่วัน และอาการแบบไหนที่ต้องกลับไปพบแพทย์ผิวหนังกันค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
หลังจากฉีด Juvelook Volume แล้วมีรอยช้ำ ปกติแล้วรอยช้ำจะหายไปประมาณกี่วัน และมีวิธีดูแลตัวเองอย่างไรบ้างคะ?
หากกังวลเรื่องรอยช้ำหลังจากทำ Juvelook Volume ลองอ่านบทความนี้ที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับระยะเวลาที่รอยช้ำจะค่อยๆ หายไป วิธีดูแลตัวเองในไม่กี่วันแรก และสัญญาณเตือนที่คุณต้องคอยสังเกตดูค่ะ

กำจัดขน
หลังจากทำ skin booster หรือโปรแกรมดูแลผิวหน้าแล้ว จะเริ่มสระผมได้ตอนไหน และต้องสระอย่างไรถึงจะปลอดภัยที่สุดคะ?
หากคุณยังสับสนว่าควรสระผมหลังทำหัตถการตอนไหนดี? ลองอ่านบทความนี้ที่ได้รวบรวมข้อมูลมาให้แล้วว่าสามารถสระได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ระยะเวลาที่ต้องรอของแต่ละหัตถการ พร้อมวิธีสระผมแบบอ่อนโยนเพื่อลดการระคายเคืองค่ะ

ยกกระชับ
อยากทำ Thermage กับ Ultherapy คู่กันเลยค่ะ ควรทำตัวไหนก่อนดีคะ และควรเว้นระยะห่างระหว่างสองโปรแกรมนี้เท่าไหร่ดี?
Thermage ที่ใช้คลื่นวิทยุความถี่สูง (고주파) และ Ultherapy ที่ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ (초음파) ทำงานกับผิวคนละชั้นกันค่ะ วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงเกณฑ์ในการจัดลำดับและระยะห่างในการทำโปรแกรมควบคู่กัน รวมถึงการตอบสนองของผิวทั่วไปในช่วงพักฟื้นกันค่ะ



