หากคุณกำลังลังเลว่าจะทำ Thermage ดีไหม? มาลองเช็กประเภทความหย่อนคล้อยของผิว ความคาดหวัง ข้อควรระวังที่ควรเลื่อนการทำออกไปก่อน รวมถึงสิ่งที่คุณควรเตรียมตัวตกลงกับคุณหมอตอนปรึกษา โดยลองพิจารณาไปทีละขั้นตอนตามสถานการณ์จริงกันค่ะ

Author
Wi Young-jin · Chief director
→

พอเริ่มค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ Thermage คำถามสุดท้ายที่มักจะคาใจทุกคนก็คือ "แล้วตอนนี้เราควรทำดีไหมนะ?" แม้ว่าจะมีข้อมูลอธิบายหลักการหรือความเจ็บอยู่เต็มไปหมด แต่ก็ยากที่จะตัดสินใจได้ด้วยตัวเองว่ามันตอบโจทย์กับปัญหาผิวของเราจริงๆ หรือเปล่า
ดังนั้น บทความนี้จึงไม่ได้เขียนขึ้นมาเพื่อเป็นคู่มือขั้นตอนการทำทรีตเมนต์ แต่ตั้งใจให้เป็น 'ตัวช่วยในการตัดสินใจ' ค่ะ เรามาเช็กกันไปทีละข้อนะคะว่า ความหย่อนคล้อยของเราเป็นแบบที่เหมาะกับ Thermage ไหม? ควรตั้งความคาดหวังไว้ที่ระดับไหน? มีสถานการณ์ไหนที่ยังไม่ควรทำตอนนี้บ้าง? และถ้าตัดสินใจจะทำแล้ว มีอะไรบ้างที่เราต้องเตรียมตัววางแผนไว้ล่วงหน้า
บทความนี้จัดทำขึ้นโดยรวบรวมข้อมูลการรักษาของ Beautystone สาขาฮับจอง ดังนั้น สำหรับการเข้ารับการรักษาจริงและเทคนิคที่เหมาะสม แนะนำให้ปรึกษากับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเพื่อประเมินร่วมกันนะคะ
ความหย่อนคล้อยของผิวเราตอนนี้ เหมาะกับ Thermage หรือเปล่านะ?
ถึงแม้จะเรียกว่า 'ความหย่อนคล้อย' เหมือนกัน แต่ถ้ามองลึกลงไป ปัญหาผิวแต่ละแบบนั้นไม่เหมือนกันค่ะ Thermage ทำงานโดยการส่งผ่านพลังงานความร้อนจากคลื่นวิทยุ (RF) ลงไปสู่ชั้นผิวแท้อย่างทั่วถึงเพื่อฟื้นฟูความยืดหยุ่น จึงเหมาะมากๆ กับปัญหาผิวที่สัมผัสได้ว่าสูญเสียความยืดหยุ่น ขาดความกระชับ มีริ้วรอยเล็กๆ และผิวดูเหนื่อยล้าโดยรวม ในทางตรงกันข้าม หากเป็นปัญหาผิวหย่อนคล้อยคล้อยตัวลึก เช่น แนวกรามคล้อยลงมาอย่างเห็นได้ชัด หรือโครงหน้าหย่อนคล้อย ปัญหานี้อาจจะต้องการการดูแลที่แตกต่างออกไปนิดหน่อยค่ะ
ผิวชั้นแท้ (Dermis) คือชั้นผิวที่อยู่ใต้ชั้นกำพร้า ซึ่งเป็นที่อยู่ของคอลลาเจนและอีลาสติน และนี่คือชั้นผิวเป้าหมายที่พลังงานความร้อนของ Thermage จะส่งลงไปกระตุ้นค่ะ เมื่อผิวชั้นนี้ได้รับการกระตุ้น ความยืดหยุ่นของผิวก็จะเพิ่มขึ้น ดังนั้น ถ้าเรามาแยกแยะก่อนว่า 'ปัญหาผิวของเราเกิดจากความยืดหยุ่นของผิวชั้นนี้หรือเปล่า' ก็จะช่วยให้เลือกแนวทางการรักษาได้ง่ายขึ้นค่ะ
ประเภทปัญหาผิวของฉัน | ความเข้ากันได้กับ Thermage |
|---|---|
ริ้วรอยเล็กๆ, เนื้อสัมผัสผิว, ผิวขาดความยืดหยุ่นโดยรวม | เข้ากันได้ดีมาก — เป็นการอุ่นผิวชั้นแท้ในวงกว้างเพื่อปรับผิวให้กระชับเรียบเนียน |
ความหย่อนคล้อยลึก, กรอบหน้าและแนวกรามหย่อนคล้อย | เน้นแก้ปัญหาคนละแบบ — กลุ่มคลื่นอัลตราซาวนด์ที่เน้นส่งพลังงานจุดเล็กๆ ในชั้นลึก อาจจะตอบโจทย์มากกว่า |
มีปัญหาทั้งสองแบบผสมกัน | มักจะวางแผนทำร่วมกัน — แนะนำให้จัดลำดับความสำคัญในขั้นตอนการปรึกษาคุณหมอค่ะ |


ลดความคาดหวังที่ว่า 'ทำปุ๊บจะยกฟิตเปรี๊ยะปั๊บ' ลงก่อนนะคะ
ความเข้าใจผิดที่เจอบ่อยที่สุดก็คือ 'ทำเสร็จแล้วหน้าจะยกกระชับขึ้นทันที' จริงๆ แล้ว ผลลัพธ์ที่แท้จริงของ Thermage ไม่ได้เกิดขึ้นทันทีหลังทำเสร็จนะคะ แต่จะค่อยๆ แสดงผลจากการสร้างคอลลาเจนใหม่ (Neocollagenesis) ซึ่งคอลลาเจนใหม่นี้เกิดขึ้นจากการที่ผิวได้รับการกระตุ้นด้วยความร้อนและเริ่มกระบวนการสร้างตัวเองขึ้นมาใหม่ จึงไม่ได้เสร็จสมบูรณ์ภายในไม่กี่วัน แต่จะค่อยๆ สะสมและสร้างตัวขึ้นอย่างช้าๆ ตลอดระยะเวลาหลายเดือนค่ะ
เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น เราสามารถแบ่งขั้นตอนผลลัพธ์ออกเป็น 2 ระยะค่ะ ระยะที่ 1 คือเมื่อความร้อนทำให้คอลลาเจนเดิมหดตัวลง ทำให้รู้สึกตึงกระชับเบาๆ ทันทีหลังทำ และระยะที่ 2 คือช่วงที่เซลล์ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมา ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นและแน่นขึ้นอย่างแท้จริง เหมือนกับที่มักจะอธิบายกันว่า หลังทำทันทีจะเห็นผลประมาณ 35~40% และจะค่อยๆ พัฒนาจนเห็นผลชัดเจนถึง 70~75% ในอีก 3 เดือนข้างหน้า หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงที่ค่อยเป็นค่อยไปตามกาลเวลาค่ะ
ทันทีหลังทำ: รู้สึกตึงๆ กระชับขึ้นเล็กน้อย — หากตัดสินผลลัพธ์แค่ตอนนี้อาจจะทำให้รู้สึกผิดหวังได้ค่ะ
ไม่กี่สัปดาห์ ~ 2 เดือน: เริ่มสังเกตเห็นเนื้อผิวที่ค่อยๆ แน่นและเนียนละเอียดขึ้น
2 ~ 3 เดือน: คอลลาเจนใหม่เริ่มเข้าที่ ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
ดังนั้น แทนที่จะพยายามเช็กผลลัพธ์ในสัปดาห์แรก แนะนำให้เผื่อเวลาไว้สัก 2-3 เดือนเพื่อเฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงอย่างใจเย็นค่ะ การไม่รีบร้อนตัดสินผลลัพธ์จะช่วยให้คุณได้เห็นผลลัพธ์ที่แท้จริงอย่างมีความสุขค่ะ

หากอยู่ในสถานการณ์เหล่านี้ แนะนำให้เลื่อนกำหนดการออกไปก่อนนะคะ
แม้ว่า Thermage จะเป็นทรีตเมนต์ที่แทบไม่มี Downtime (ไม่ต้องพักฟื้น) แต่ก็มีบางสถานการณ์ที่การรอไปก่อนน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าค่ะ การขยับตารางเวลาออกไปเล็กน้อยแทนที่จะฝืนทำ จะช่วยให้คุณสบายใจขึ้นเยอะเลยค่ะ
เมื่อมีงานสำคัญรออยู่ตรงหน้า: แม้ว่ารอยแดงหรืออาการบวมเล็กน้อยหลังทำมักจะยุบลงภายในไม่กี่ชั่วโมงหรือภายใน 1 วัน แต่หากเป็นงานสำคัญที่ต้องถ่ายรูปเยอะๆ การเผื่อเวลาไว้ล่วงหน้าจะทำให้สบายใจที่สุดค่ะ
เมื่อมีแพลนไปซาวน่าหรือออกกำลังกายหนักๆ ภายในไม่กี่วัน: หลังจากทำ ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เพิ่มความร้อนให้กับร่างกายเป็นเวลา 1-2 วัน ดังนั้นหากตรงกับแพลนดังกล่าว แนะนำให้เลื่อนวันทำออกไปก่อนดีกว่าค่ะ
เมื่อต้องการการเปลี่ยนแปลงที่เห็นผลทันตา: เนื่องจากเป็นทรีตเมนต์ที่ต้องใช้เวลาหลายเดือนเพื่อให้คอลลาเจนค่อยๆ สร้างตัว จึงอาจไม่ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ต้องการความเป๊ะแบบเร่งด่วนเพื่อไปงานสำคัญค่ะ
ในทางกลับกัน หากคุณไม่มีข้อจำกัดเหล่านี้และสามารถรอคอยผลลัพธ์อย่างใจเย็นได้ การเริ่มทำตอนนี้เพื่อสะสมเวลาให้คอลลาเจนได้ค่อยๆ สร้างตัวขึ้นมาก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีเยี่ยมเลยค่ะ การแยกแยะเกณฑ์ในการเลื่อนและเกณฑ์ในการเริ่มทำ จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นมากค่ะ

ถ้าตัดสินใจจะทำแล้ว แนะนำให้เตรียมคำตอบสำหรับ 3 ข้อนี้ไว้ก่อนนะคะ
หากตัดสินใจที่จะทำแล้ว แทนที่จะไปเลือกหน้างานในวันทำแบบฉุกละหุก การเตรียมข้อมูลและพูดคุยถึง 3 ข้อนี้ในขั้นตอนการปรึกษาก่อนจะช่วยลดความกังวลไปได้เยอะเลยค่ะ ซึ่งได้แก่ บริเวณที่จะทำ, ระดับความเจ็บที่รับได้, และช่วงเวลาที่จะประเมินผลลัพธ์ค่ะ
สิ่งที่ควรเตรียมคำตอบไว้ล่วงหน้า | ทำไมถึงสำคัญ |
|---|---|
บริเวณที่จะทำ | เวลาที่ใช้จะแตกต่างกันไปตามบริเวณที่ทำค่ะ — หากทำทั่วใบหน้าจะใช้เวลาประมาณ 40 นาทีถึง 1 ชั่วโมง |
ระดับความเจ็บที่รับได้ | ในขณะที่ส่งพลังงานความร้อนลงไปจะรู้สึกร้อนๆ วูบวาบ แต่ระหว่างทำจะมีระบบทำความเย็นคอยปกป้องผิวชั้นนอกทำให้อยู่ในระดับที่ทนได้สบายๆ ค่ะ หากเป็นบริเวณที่ใกล้กระดูกหรือเป็นคนผิวบอบบางไวต่อความรู้สึก สามารถแจ้งคุณหมอล่วงหน้าเพื่อปรับระดับพลังงานให้เหมาะสมได้นะคะ |
ช่วงเวลาที่จะประเมินผลลัพธ์ | การตั้งเป้าดูผลลัพธ์ที่ 2-3 เดือนหลังทำ แทนที่จะดูทันทีหลังทำเสร็จ จะช่วยให้ผลลัพธ์ตรงกับความคาดหวังและไม่ทำให้รู้สึกกังวลค่ะ |
สำหรับขั้นตอนการทำทรีตเมนต์ จะเริ่มจากการแปะตารางระบุตำแหน่งลงบนผิว จากนั้นจะเปิดระบบทำความเย็นและเริ่มส่งพลังงานคลื่นวิทยุลงสู่ผิวอย่างเป็นจังหวะต่อเนื่องค่ะ เนื่องจากระบบความเย็นจะช่วยปกป้องผิวชั้นบนไว้ในขณะที่พลังงานความร้อนถูกส่งลงลึกไปในชั้นผิวแท้ จึงช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยได้โดยไม่ต้องทำการผ่าตัดใดๆ เลยค่ะ ระหว่างทำหากรู้สึกไม่สบายผิวหรือร้อนเกินไป ไม่ต้องทนนะคะ สามารถบอกคุณหมอได้ทันทีเพื่อปรับระดับพลังงานให้สบายที่สุดค่ะ

ทำไมควรปรึกษากับ Beautystone สาขาฮับจอง ก่อนเป็นอันดับแรก?
ที่ Beautystone สาขาฮับจอง ก่อนที่เราจะแนะนำ Thermage เราจะร่วมประเมินผิวของคนไข้อย่างละเอียดก่อนว่า ปัญหาที่แท้จริงเกิดจากเรื่องความยืดหยุ่นของผิว หรือเป็นเรื่องของโครงสร้างผิวหย่อนคล้อยกันแน่ เพราะต่อให้ใช้พลังงานความร้อนเหมือนกัน แต่จุดเน้นในการดูแลระหว่างผู้ที่มีกังวลเรื่องริ้วรอยเล็กๆ กับผู้ที่มีกังวลเรื่องแนวกรามคล้อยนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งเราจะช่วยวิเคราะห์ 'ประเภทความหย่อนคล้อยเฉพาะบุคคล' ให้ชัดเจนตั้งแต่ขั้นตอนการปรึกษาเลยค่ะ
เนื่องจากเราเป็นคลินิกขนาดอบอุ่นที่เดินทางสะดวกจากสถานีฮับจอง คุณหมอจึงสามารถดูแลอย่างใกล้ชิด คอยสังเกตการตอบสนองต่อความเจ็บของคนไข้ในแต่ละช็อต และปรับระดับพลังงานอย่างละเอียดละออในทุกขั้นตอนได้ค่ะ การได้พูดคุยร่วมกันเพื่อจัดลำดับความสำคัญของปัญหาผิว ไปจนถึงการกำหนดช่วงเวลาประเมินผลลัพธ์ จะช่วยให้คนไข้รู้สึกสบายใจและมั่นใจตลอดการรักษาค่ะ
ระยะเวลาของผลลัพธ์จะแตกต่างกันไปตามสภาพผิวและการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปจะอยู่ได้ประมาณ 1 ปี และหลังจากนั้นสามารถประเมินอัตราการลดลงของคอลลาเจนเพื่อกำหนดช่วงเวลาในการทำซ้ำได้ค่ะ การทากันแดดอย่างสม่ำเสมอจะช่วยรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้ยาวนานยิ่งขึ้นนะคะ ทั้งนี้ เนื่องจากข้อมูลในบทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แนะนำให้เข้าพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินความเหมาะสมเฉพาะบุคคลก่อนตัดสินใจทำนะคะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ไม่ค่อยมีริ้วรอยเล็กๆ แต่กังวลเรื่องแนวกรามหย่อนคล้อยอย่างเดียว แบบนี้ Thermage ยังตอบโจทย์ไหมคะ?
สำหรับปัญหาความหย่อนคล้อยในชั้นลึกและปัญหาโครงหน้า ทรีตเมนต์ในกลุ่มคลื่นอัลตราซาวนด์ที่สามารถส่งพลังงานลงลึกเฉพาะจุดได้มากกว่า มักจะตอบโจทย์ได้ตรงจุดกว่าค่ะ อย่างไรก็ตาม หลายๆ คนก็มักจะมีทั้งปัญหาความยืดหยุ่นของผิวและความหย่อนคล้อยร่วมกัน ดังนั้น การปรึกษาคุณหมอเพื่อจัดลำดับความสำคัญและวางแผนการรักษาร่วมกันจึงดีที่สุดค่ะ แนะนำให้เข้ามาปรึกษาเพื่อแยกแยะกลุ่มปัญหาก่อนนะคะ
กังวลว่าทำแล้วจะเห็นผลไม่ชัดเจน มีวิธีไหนที่จะช่วยลดความผิดหวังลงได้บ้างคะ?
ความรู้สึกผิดหวังส่วนใหญ่ร้อยละเก้าสิบเกิดจากการรีบตัดสินผลลัพธ์ทันทีหลังทำเสร็จค่ะ เนื่องจาก Thermage ต้องใช้เวลาในการค่อยๆ สร้างคอลลาเจนใหม่ตลอดหลายเดือน การปักหมุดประเมินผลลัพธ์ไว้ที่ 2-3 เดือนหลังทำจะช่วยให้ผลลัพธ์ตรงกับความคาดหวังจริงที่สุดค่ะ การตกลงกับตัวเองล่วงหน้าว่า 'จะดูผลลัพธ์เมื่อไหร่' คือวิธีที่ง่ายที่สุดในการลดความกังวลค่ะ
กำลังจะเข้าพิธีแต่งงานหรือมีงานสำคัญเร็วๆ นี้ สามารถทำได้เลยไหมคะ?
รอยแดงหรืออาการบวมเบาๆ หลังทำมักจะหายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมงหรือ 1 วันค่ะ แต่สำหรับงานสำคัญที่มีการถ่ายรูปภาพนิ่งและวิดีโอ การเผื่อเวลาล่วงหน้าไว้จะเซฟที่สุดค่ะ นอกจากนี้ เนื่องจากผลลัพธ์จะค่อยๆ เผยให้เห็นในเวลาหลายเดือน จึงไม่เหมาะกับการทำแบบเร่งด่วนเพื่อใช้งานทันที แนะนำให้จัดตารางเวลาทำหลังเสร็จงานสำคัญ หรือทำล่วงหน้าก่อนงานหลายๆ เดือนจะดีกว่าค่ะ
ตอนเข้าไปปรึกษาคุณหมอ ควรสอบถามเรื่องอะไรบ้างดีคะ?
แนะนำให้ถามว่า ปัญหาหลักของเราคือเรื่องความยืดหยุ่นหรือความหย่อนคล้อย, ควรทำบริเวณไหนและใช้พลังงานประมาณเท่าไหร่, จะมีวิธีการปรับระดับความเจ็บระหว่างทำอย่างไรบ้าง, และควรประเมินผลลัพธ์ในช่วงเวลาไหนดี การเตรียมคำถามทั้ง 4 ข้อนี้ไว้ล่วงหน้าจะช่วยลดการตัดสินใจแบบฉุกละหุกในวันทำ ทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและสบายใจยิ่งขึ้นค่ะ

ยกกระชับ
หลังทำ Sofwave คลำเจอก้อนแข็ง ผิดปกติหรือเปล่า?
คลำเจอก้อนแข็งใต้ผิวหลังทำ Sofwave ไม่ได้แปลว่าผิดปกติเสมอไป มาดูสาเหตุ ระยะเวลาที่ก้อนมักนิ่มลง วิธีดูแลระหว่างรอ และสัญญาณที่ควรกลับไปพบแพทย์

ผิว
ผิวเพิ่งไหม้แดด ทำเลเซอร์ฝ้ากระได้เลยไหม รอนานแค่ไหน?
ผิวที่เพิ่งโดนแดดจัดเปลี่ยนจุดที่พลังงานเลเซอร์ลงไปทำงาน มาดูว่าควรรอนานแค่ไหนก่อนทำเลเซอร์ฝ้ากระ ทำไมต้องรอ และดูยังไงว่าผิวพร้อมแล้ว

ลบรอยสัก
กำลังลบตาตูด้วย Pico laser อยู่ค่ะ แต่ตรงส่วนที่เป็นสีเนื้อกลับคล้ำลงกว่าเดิม เป็นเพราะหมึกสีขาวหรือเปล่าคะ?
อธิบายถึงสิ่งที่คุณต้องเช็คและข้อมูลที่ต้องเตรียมไว้ปรึกษาในการรักษาเซสชันถัดไป เมื่อพยายามลบรอยสักแบบ cover-up แล้วกลับพบว่าสีผิวกลับเข้มขึ้นกว่าเดิม

ผิว
หลังจากทำ Thermage แล้ว สามารถกลับไปเข้าซาวน่า สปาร้อน หรือออกกำลังกายได้ตั้งแต่วันไหนคะ?
เราได้อธิบายรายละเอียดอย่างเจาะลึก โดยแบ่งออกเป็นสองส่วน คือกระบวนการฟื้นฟูผิวที่เกิดขึ้นในชั้นผิวแท้ทันทีหลังทำ Thermage และกระบวนการที่การกระตุ้นด้วยความร้อนทำให้เกิดรอยแดงเป็นเวลานานค่ะ

ผิว
ต่อขนตาอยู่ทำหัตถการรอบดวงตาได้ไหม ถอดเมื่อไหร่ดี
ต่อขนตาอยู่จะทำ HIFU ยกกระชับ สกินบูสเตอร์ หรือเลเซอร์รอบดวงตาได้ไหม มาดูว่าหัตถการไหนต้องถอดขนตาออกก่อน และควรต่อใหม่เมื่อไหร่ดีค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
หากต้องเลือกคอลลาเจน skin booster เพียงอย่างเดียวระหว่าง Radiesse กับ Juvelook จะตัดสินใจเลือกอย่างไรดี?
หากคุณกำลังลังเลระหว่าง Radiesse และ Juvelook เพื่อเป็น คอลลา겐 booster เราได้สรุปตั้งแต่ความแตกต่างของตัวยา ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมฝีมือของแพทย์ผู้ให้บริการจึงเป็นสิ่งสำคัญมาให้แล้วค่ะ



