
คลินิกบิวตี้สโตน: ราคายกกระชับด้วยไหมตามจำนวน
คลินิกบิวตี้สโตน: ราคายกกระชับด้วยไหมตามจำนวน
คลินิกบิวตี้สโตน: ราคายกกระชับด้วยไหมตามจำนวน
ราคายกกระชับด้วยไหมต่างกันตามชนิด (Mint, Silhouette Soft) และจำนวนเส้น ผลต่างกัน 3 เท่า

ราคาการร้อยไหม,
ทำไมแต่ละคลินิก
ถึงต่างกันขนาดนี้?
คลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด
ผมคือ วียองจินครับ
💡 ก่อนอ่าน
โปรดตรวจสอบก่อน
Q. การร้อยไหมก็แค่เป็นหัตถการที่ใส่ไหมเข้าไปเฉยๆ,
ทำไมราคาถึงต่างกันมากขนาดนี้ครับ?
A. ราคาการร้อยไหมจะแตกต่างกันมากกว่า 3 เท่าในแง่ของผลลัพธ์ เมื่อเทียบกันระหว่าง
ชนิดของไหม เช่น ไหมมินต์·Silhouette Soft และจำนวนเส้นที่ใส่เข้าไป
ราคาสามารถต่างกันได้มากกว่า 2 เท่า
Q. ถ้าแพงกว่า แปลว่าดีกว่าเสมอไหมครับ?
A. ไม่จำเป็นเสมอไปครับ
สิ่งสำคัญคือเลือกไหมที่เหมาะกับ
สภาพผิวและระดับความหย่อนคล้อยของเรา
📌 ประเด็นสำคัญของบทความนี้
การร้อยไหม เช่น ไหมมินต์หรือ Silhouette Soft
ราคาจะแตกต่างกันตามชนิดของไหม
และจำนวนเส้นที่ใส่เข้าไป
ตั้งแต่หลักหลายแสนวอนจนถึงมากกว่าล้านวอน

เหตุผลที่ราคาต่างกันจริงๆ —
คือ 'ชนิด' ของไหมและ
'จำนวน' เพียงเท่านั้น
ลองพิมพ์ราคาการร้อยไหมในช่องค้นหา
จะเจอทั้งราคา 300,000 วอน และ 1,500,000 วอน
สำหรับคนที่เห็นครั้งแรกก็ย่อม
สงสัยว่า "ทำไมกันแน่?" ใช่ไหมครับ
เป็นเพราะเครื่องมือไม่เหมือนกัน, ฝีมือแพทย์ต่างกัน,
หรือเป็นแค่การตลาดกันแน่
พูดตรงๆ ก็คือ
แกนหลักของความต่างด้านราคามีแค่ 2 อย่าง
① ใช้ไหมชนิดไหน
② ใส่ไหมกี่เส้น
ไหมที่ใช้ในการร้อยไหมแบ่งหลักๆ ได้เป็น
ไหมมินต์ (MINT) และ Silhouette Soft,
รวมถึงไหม PDO ทั่วไป
ไหม PDO เป็น
วัสดุพื้นฐานที่สุดในกลุ่มไหมละลาย
ในทางกลับกัน ไหมมินต์มีค็อก (ตะขอเล็กๆ)
ติดเรียงแน่นในสองทิศทางบนเส้นไหม
จึงให้แรงดึงยกผิวและ
ระยะเวลาคงอยู่ที่ต่างกันชัดเจน
ส่วน Silhouette Soft มีโคนรูปกรวย
ติดอยู่บนเส้นไหม
จึงให้ความรู้สึกยกกระชับที่แข็งแรงกว่า
จุดที่มักทำให้สับสนก็คือ
แม้จะเป็นไหมแบรนด์เดียวกัน แต่ขึ้นอยู่กับจำนวน
ผลลัพธ์ก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
เช่น แพ็กเกจไหมมินต์ 4 เส้นกับ
แพ็กเกจ 10 เส้น
แม้ชื่อเหมือนกัน แต่ระดับผลลัพธ์ต่างกัน
และแน่นอนว่าต้นทุนวัสดุก็ต่างกัน
จึงหลีกเลี่ยงความต่างของราคาไม่ได้
แต่มีอีกเรื่องที่สำคัญมาก
หลายคนเข้าใจผิดกันว่า
ไหมที่แพงกว่า
ไม่ได้แปลว่าจะเหมาะกับเราที่สุดเสมอไป
หากคนที่หย่อนคล้อยไม่มาก
ใส่ Silhouette Soft ที่แรงมากหลายเส้น
อาจทำให้สีหน้าดูไม่เป็นธรรมชาติ
หรือรู้สึกตึงมากเกินไปได้
ในทางกลับกัน ถ้าคนที่หย่อนคล้อยมาก
ใส่ไหม PDO ที่อ่อนเพียงไม่กี่เส้น
ผลลัพธ์ก็อาจไม่ดีพอ
จนรู้สึกว่า "เสียเงินไปเปล่าๆ" ได้เหมือนกัน
👨⚕️ สรุปสำคัญจากแพทย์ วียองจิน
ราคาการร้อยไหมขึ้นอยู่กับชนิดของไหม
และจำนวนเส้นที่ใส่เข้าไป
แทนที่จะเปรียบเทียบแค่ตัวเลขราคา
ควรเริ่มจากการเข้าใจก่อนว่า
ระดับความหย่อนคล้อยของผิวเรา
และความแรงของการยกกระชับที่ต้องการ
เหมาะกับไหมชนิดใด
แม้ราคาเท่ากัน แต่ถ้าการจัดชุดต่างกัน
ผลลัพธ์อาจต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ถ้าอย่างนั้น ฉัน
ควรใช้ไหมแบบไหน —
ดูตามประเภทจะเป็นแบบนี้ครับ
แต่ละเคสอาจต่างกันนะครับ,
แต่โดยปกติผมจะเข้าหาแบบนี้
คนที่หย่อนคล้อยเล็กน้อย
(ช่วงอายุ 30 ต้นๆ ถึงกลาง 30, เริ่มมีแก้มหย่อน)
กรณีนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ไหมราคาแพง
จำนวนมากๆ ก็ได้ครับ
ไหมกลุ่ม PDO หรือไหมมินต์ในปริมาณน้อย
ก็มักเพียงพอในหลายกรณี
ค่าใช้จ่ายมักอยู่ราว 500,000~800,000 วอน
ก็สามารถแก้ไขได้ในหลายเคส
คนที่หย่อนคล้อยปานกลาง
(ช่วงปลาย 30 ถึง 40 ต้นๆ, ร่องแก้ม·แนวแก้มชัด)
ในระดับนี้จะใช้ไหมมินต์เป็นฐาน
แล้วเพิ่มจำนวนเส้นให้มากขึ้น,
หรือพิจารณา Silhouette Soft ได้ครับ
โดยทั่วไปชุดที่อยู่ราว 800,000~1,400,000 วอน
เป็นโครงสร้างที่ใช้งานจริงค่อนข้างบ่อย
คนที่หย่อนคล้อยชัดเจน
(อายุ 40 กลางขึ้นไป, แนวกรามทรุด)
ในกรณีนี้ ถ้าใส่จำนวนเส้นไม่พอ
ผลลัพธ์จะไม่ค่อยดี
ถ้าไปทาง Silhouette Soft หรือไหมมินต์
ที่จัดเต็มปริมาณสูง
ราคาก็มักจะเกิน 1,500,000 วอนขึ้นไปได้ง่ายๆ
แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะดีกว่าเสมอไป
ยิ่งใส่ไหมมากเท่าไร หลังทำทันที
อาการบวมและความตึงจะยิ่งชัด
และระยะพักฟื้นก็จะนานขึ้นด้วย
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่อยู่ในวัยกลางคนถึงสูงอายุ
ที่มีความหย่อนคล้อยค่อนข้างมากแล้ว
ก็ยังถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่สมเหตุสมผลที่สุด
บางครั้งมีคนที่เคยร้อยไหมจากที่อื่นหลายครั้ง
แต่ยังบอกว่าไม่ค่อยเห็นผล
เมื่อฟังรายละเอียด ส่วนใหญ่
มักเป็นเพราะจำนวนเส้นไม่พอ,
หรือใช้ไหมที่ไม่เหมาะกับ
ระดับความหย่อนคล้อยของตัวเอง
หลังปรับโครงสร้างการรักษาใหม่
หลายคนพอใจหลังทำ 2~3 ครั้ง

คำถามที่พบบ่อย
Q1. ผลของการร้อยไหมอยู่ได้นานแค่ไหนครับ?
A. แล้วแต่ชนิดของไหมครับ,
กลุ่ม PDO โดยทั่วไปอยู่ได้ 6 เดือน~1 ปี,
ส่วนไหมมินต์หรือ Silhouette Soft
มักมองกันที่ประมาณ 1~2 ปี
ทั้งนี้ยังรวมถึงช่วงหลังจากไหมละลายหมดแล้ว
แต่คอลลาเจนยังคงถูกสร้างขึ้น
ทำให้ผลลัพธ์ยังคงอยู่ได้
ในระดับหนึ่งด้วย
ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและพฤติกรรมการใช้ชีวิตของแต่ละคน
จึงแตกต่างกัน
ไม่อาจฟันธงเป็นจำนวนปีตายตัวได้
Q2. หลังร้อยไหมสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีไหมครับ?
A. ส่วนใหญ่สามารถกลับบ้านได้ในวันเดียวกันครับ
แต่หลังทำทันที บริเวณที่ใส่ไหม
อาจยังรู้สึกตึงหรือหนักๆ อยู่
หากมีนัดสำคัญหรือมีกำหนดถ่ายรูป
แนะนำให้เว้นระยะอย่างน้อย 1~2 สัปดาห์
ก่อนเข้ารับการทำครับ
ยิ่งจำนวนเส้นมาก
ระยะพักฟื้นก็จะนานขึ้นเล็กน้อย
Q3. ระหว่างการร้อยไหมกับอัลเทอร่า (HIFU)
ควรเลือกอะไรดีครับ?
A. ทั้งสองอย่างอยู่คนละ 'ชั้น' ของความหย่อนคล้อยครับ
อัลเทอร่าใช้พลังงานความร้อนส่งไปยังชั้น SMAS
เพื่อทำให้เนื้อเยื่อหดตัว,
ส่วนการร้อยไหมคือการสอดไหมเข้าไปทางกายภาพ
เพื่อดึงยกโดยตรง
ถ้าความหย่อนคล้อยยังระยะแรก
อัลเทอร่าอย่างเดียวก็เพียงพอในบางกรณี,
แต่ถ้าความหย่อนคล้อยดำเนินไปมากแล้ว
มักจะมีประสิทธิภาพเมื่อทำร้อยไหมร่วมกันหรือใช้เป็นหลัก
หลายคนก็วางแผนทำทั้งสองอย่างร่วมกันครับ
สิ่งที่เหมาะกับคุณคืออะไร
การให้แพทย์ดูและประเมินโดยตรงจะถูกต้องที่สุด
ขอจบเพียงเท่านี้ครับ วียองจิน
อ่านต่อ
▶เพราะการกำจัดขนด้วย GentelMax มีประสิทธิภาพ แล้วเหตุผลคืออะไรครับ?
▶ไม่ใช่ AI! [บทความ] Jubelek Glam ฟิลเลอร์หัวไหล่ ทำไหล่ตั้งฉาก
▶'เห็นแนวกรามชัดในสายลมฤดูใบไม้ผลิ?' Ulthera Prime vs Onda เลือกแบบไหนที่เหมาะกับฉัน?
▶[บทความโดยแพทย์ วียองจิน] ระยะคงอยู่ของ Jubelek ไม่ใช่โฆษณา แต่ 'ของจริง' เป็นแบบนี้ครับ
▶ผลข้างเคียงของ Shurink? ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ 'แก้มตอบ' และวิธีป้องกันที่แน่นอนที่แพทย์บอกให้คุณ

ราคาการร้อยไหม,
ทำไมแต่ละคลินิก
ถึงต่างกันขนาดนี้?
คลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด
ผมคือ วียองจินครับ
💡 ก่อนอ่าน
โปรดตรวจสอบก่อน
Q. การร้อยไหมก็แค่เป็นหัตถการที่ใส่ไหมเข้าไปเฉยๆ,
ทำไมราคาถึงต่างกันมากขนาดนี้ครับ?
A. ราคาการร้อยไหมจะแตกต่างกันมากกว่า 3 เท่าในแง่ของผลลัพธ์ เมื่อเทียบกันระหว่าง
ชนิดของไหม เช่น ไหมมินต์·Silhouette Soft และจำนวนเส้นที่ใส่เข้าไป
ราคาสามารถต่างกันได้มากกว่า 2 เท่า
Q. ถ้าแพงกว่า แปลว่าดีกว่าเสมอไหมครับ?
A. ไม่จำเป็นเสมอไปครับ
สิ่งสำคัญคือเลือกไหมที่เหมาะกับ
สภาพผิวและระดับความหย่อนคล้อยของเรา
📌 ประเด็นสำคัญของบทความนี้
การร้อยไหม เช่น ไหมมินต์หรือ Silhouette Soft
ราคาจะแตกต่างกันตามชนิดของไหม
และจำนวนเส้นที่ใส่เข้าไป
ตั้งแต่หลักหลายแสนวอนจนถึงมากกว่าล้านวอน

เหตุผลที่ราคาต่างกันจริงๆ —
คือ 'ชนิด' ของไหมและ
'จำนวน' เพียงเท่านั้น
ลองพิมพ์ราคาการร้อยไหมในช่องค้นหา
จะเจอทั้งราคา 300,000 วอน และ 1,500,000 วอน
สำหรับคนที่เห็นครั้งแรกก็ย่อม
สงสัยว่า "ทำไมกันแน่?" ใช่ไหมครับ
เป็นเพราะเครื่องมือไม่เหมือนกัน, ฝีมือแพทย์ต่างกัน,
หรือเป็นแค่การตลาดกันแน่
พูดตรงๆ ก็คือ
แกนหลักของความต่างด้านราคามีแค่ 2 อย่าง
① ใช้ไหมชนิดไหน
② ใส่ไหมกี่เส้น
ไหมที่ใช้ในการร้อยไหมแบ่งหลักๆ ได้เป็น
ไหมมินต์ (MINT) และ Silhouette Soft,
รวมถึงไหม PDO ทั่วไป
ไหม PDO เป็น
วัสดุพื้นฐานที่สุดในกลุ่มไหมละลาย
ในทางกลับกัน ไหมมินต์มีค็อก (ตะขอเล็กๆ)
ติดเรียงแน่นในสองทิศทางบนเส้นไหม
จึงให้แรงดึงยกผิวและ
ระยะเวลาคงอยู่ที่ต่างกันชัดเจน
ส่วน Silhouette Soft มีโคนรูปกรวย
ติดอยู่บนเส้นไหม
จึงให้ความรู้สึกยกกระชับที่แข็งแรงกว่า
จุดที่มักทำให้สับสนก็คือ
แม้จะเป็นไหมแบรนด์เดียวกัน แต่ขึ้นอยู่กับจำนวน
ผลลัพธ์ก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
เช่น แพ็กเกจไหมมินต์ 4 เส้นกับ
แพ็กเกจ 10 เส้น
แม้ชื่อเหมือนกัน แต่ระดับผลลัพธ์ต่างกัน
และแน่นอนว่าต้นทุนวัสดุก็ต่างกัน
จึงหลีกเลี่ยงความต่างของราคาไม่ได้
แต่มีอีกเรื่องที่สำคัญมาก
หลายคนเข้าใจผิดกันว่า
ไหมที่แพงกว่า
ไม่ได้แปลว่าจะเหมาะกับเราที่สุดเสมอไป
หากคนที่หย่อนคล้อยไม่มาก
ใส่ Silhouette Soft ที่แรงมากหลายเส้น
อาจทำให้สีหน้าดูไม่เป็นธรรมชาติ
หรือรู้สึกตึงมากเกินไปได้
ในทางกลับกัน ถ้าคนที่หย่อนคล้อยมาก
ใส่ไหม PDO ที่อ่อนเพียงไม่กี่เส้น
ผลลัพธ์ก็อาจไม่ดีพอ
จนรู้สึกว่า "เสียเงินไปเปล่าๆ" ได้เหมือนกัน
👨⚕️ สรุปสำคัญจากแพทย์ วียองจิน
ราคาการร้อยไหมขึ้นอยู่กับชนิดของไหม
และจำนวนเส้นที่ใส่เข้าไป
แทนที่จะเปรียบเทียบแค่ตัวเลขราคา
ควรเริ่มจากการเข้าใจก่อนว่า
ระดับความหย่อนคล้อยของผิวเรา
และความแรงของการยกกระชับที่ต้องการ
เหมาะกับไหมชนิดใด
แม้ราคาเท่ากัน แต่ถ้าการจัดชุดต่างกัน
ผลลัพธ์อาจต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ถ้าอย่างนั้น ฉัน
ควรใช้ไหมแบบไหน —
ดูตามประเภทจะเป็นแบบนี้ครับ
แต่ละเคสอาจต่างกันนะครับ,
แต่โดยปกติผมจะเข้าหาแบบนี้
คนที่หย่อนคล้อยเล็กน้อย
(ช่วงอายุ 30 ต้นๆ ถึงกลาง 30, เริ่มมีแก้มหย่อน)
กรณีนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ไหมราคาแพง
จำนวนมากๆ ก็ได้ครับ
ไหมกลุ่ม PDO หรือไหมมินต์ในปริมาณน้อย
ก็มักเพียงพอในหลายกรณี
ค่าใช้จ่ายมักอยู่ราว 500,000~800,000 วอน
ก็สามารถแก้ไขได้ในหลายเคส
คนที่หย่อนคล้อยปานกลาง
(ช่วงปลาย 30 ถึง 40 ต้นๆ, ร่องแก้ม·แนวแก้มชัด)
ในระดับนี้จะใช้ไหมมินต์เป็นฐาน
แล้วเพิ่มจำนวนเส้นให้มากขึ้น,
หรือพิจารณา Silhouette Soft ได้ครับ
โดยทั่วไปชุดที่อยู่ราว 800,000~1,400,000 วอน
เป็นโครงสร้างที่ใช้งานจริงค่อนข้างบ่อย
คนที่หย่อนคล้อยชัดเจน
(อายุ 40 กลางขึ้นไป, แนวกรามทรุด)
ในกรณีนี้ ถ้าใส่จำนวนเส้นไม่พอ
ผลลัพธ์จะไม่ค่อยดี
ถ้าไปทาง Silhouette Soft หรือไหมมินต์
ที่จัดเต็มปริมาณสูง
ราคาก็มักจะเกิน 1,500,000 วอนขึ้นไปได้ง่ายๆ
แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะดีกว่าเสมอไป
ยิ่งใส่ไหมมากเท่าไร หลังทำทันที
อาการบวมและความตึงจะยิ่งชัด
และระยะพักฟื้นก็จะนานขึ้นด้วย
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่อยู่ในวัยกลางคนถึงสูงอายุ
ที่มีความหย่อนคล้อยค่อนข้างมากแล้ว
ก็ยังถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่สมเหตุสมผลที่สุด
บางครั้งมีคนที่เคยร้อยไหมจากที่อื่นหลายครั้ง
แต่ยังบอกว่าไม่ค่อยเห็นผล
เมื่อฟังรายละเอียด ส่วนใหญ่
มักเป็นเพราะจำนวนเส้นไม่พอ,
หรือใช้ไหมที่ไม่เหมาะกับ
ระดับความหย่อนคล้อยของตัวเอง
หลังปรับโครงสร้างการรักษาใหม่
หลายคนพอใจหลังทำ 2~3 ครั้ง

คำถามที่พบบ่อย
Q1. ผลของการร้อยไหมอยู่ได้นานแค่ไหนครับ?
A. แล้วแต่ชนิดของไหมครับ,
กลุ่ม PDO โดยทั่วไปอยู่ได้ 6 เดือน~1 ปี,
ส่วนไหมมินต์หรือ Silhouette Soft
มักมองกันที่ประมาณ 1~2 ปี
ทั้งนี้ยังรวมถึงช่วงหลังจากไหมละลายหมดแล้ว
แต่คอลลาเจนยังคงถูกสร้างขึ้น
ทำให้ผลลัพธ์ยังคงอยู่ได้
ในระดับหนึ่งด้วย
ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและพฤติกรรมการใช้ชีวิตของแต่ละคน
จึงแตกต่างกัน
ไม่อาจฟันธงเป็นจำนวนปีตายตัวได้
Q2. หลังร้อยไหมสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีไหมครับ?
A. ส่วนใหญ่สามารถกลับบ้านได้ในวันเดียวกันครับ
แต่หลังทำทันที บริเวณที่ใส่ไหม
อาจยังรู้สึกตึงหรือหนักๆ อยู่
หากมีนัดสำคัญหรือมีกำหนดถ่ายรูป
แนะนำให้เว้นระยะอย่างน้อย 1~2 สัปดาห์
ก่อนเข้ารับการทำครับ
ยิ่งจำนวนเส้นมาก
ระยะพักฟื้นก็จะนานขึ้นเล็กน้อย
Q3. ระหว่างการร้อยไหมกับอัลเทอร่า (HIFU)
ควรเลือกอะไรดีครับ?
A. ทั้งสองอย่างอยู่คนละ 'ชั้น' ของความหย่อนคล้อยครับ
อัลเทอร่าใช้พลังงานความร้อนส่งไปยังชั้น SMAS
เพื่อทำให้เนื้อเยื่อหดตัว,
ส่วนการร้อยไหมคือการสอดไหมเข้าไปทางกายภาพ
เพื่อดึงยกโดยตรง
ถ้าความหย่อนคล้อยยังระยะแรก
อัลเทอร่าอย่างเดียวก็เพียงพอในบางกรณี,
แต่ถ้าความหย่อนคล้อยดำเนินไปมากแล้ว
มักจะมีประสิทธิภาพเมื่อทำร้อยไหมร่วมกันหรือใช้เป็นหลัก
หลายคนก็วางแผนทำทั้งสองอย่างร่วมกันครับ
สิ่งที่เหมาะกับคุณคืออะไร
การให้แพทย์ดูและประเมินโดยตรงจะถูกต้องที่สุด
ขอจบเพียงเท่านี้ครับ วียองจิน
อ่านต่อ
▶เพราะการกำจัดขนด้วย GentelMax มีประสิทธิภาพ แล้วเหตุผลคืออะไรครับ?
▶ไม่ใช่ AI! [บทความ] Jubelek Glam ฟิลเลอร์หัวไหล่ ทำไหล่ตั้งฉาก
▶'เห็นแนวกรามชัดในสายลมฤดูใบไม้ผลิ?' Ulthera Prime vs Onda เลือกแบบไหนที่เหมาะกับฉัน?
▶[บทความโดยแพทย์ วียองจิน] ระยะคงอยู่ของ Jubelek ไม่ใช่โฆษณา แต่ 'ของจริง' เป็นแบบนี้ครับ
▶ผลข้างเคียงของ Shurink? ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ 'แก้มตอบ' และวิธีป้องกันที่แน่นอนที่แพทย์บอกให้คุณ
บทความแนะนำ
บทความแนะนำ
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

ยกกระชับ
ทำหัตถการในโซล เลือกย่านฮงแดหรือคังนัมดีกว่ากัน — คู่มือสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ทั้งราคาและความสะดวกในการเข้าถึงก็สำคัญนะคะ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือคุณหมอเจ้าของคลินิกเป็นผู้ตรวจและดูแลเองหรือไม่ โดยเฉพาะถ้าไปที่ที่รับคนไข้ต่างชาติ ก็จะช่วยเช็กความแตกต่างทางกายวิภาคได้ด้วย

ยกกระชับ
ผลข้างเคียงของ Ulthera พูดตามตรง แม้แต่ฉันเมื่อ 5 ปีก่อนก็ยังไม่รู้
ผลข้างเคียงของ Ulthera ที่น่ากลัวกว่ารอยช้ำหรืออาการบวม คือมุมปากไม่สมมาตร เพราะความลึก 4.5 มม. จะผ่านใกล้กับแขนงของเส้นประสาท

ผิว
รูขุมขนที่เลเซอร์แก้ไม่ได้ Potenza RF ต่างกันไหม?
เลเซอร์กับไมโครนีดเดิล RF ทำงานกับรูขุมขนคนละแบบ ต่างกันที่ส่งพลังงานไปชั้นผิวหรือชั้นหนังแท้

ผิว
เลือกคลินิกผิวหนังฮงแด ฉันดูก่อนว่า 'หมอตรวจเอง'
คลินิกผิวหนังในฮงแดมีเยอะจนเลือกยาก เราสรุปเหตุผลและวิธีเช็กว่าหมอตรวจเองจริงไหมไว้แล้ว

ยกกระชับ
เลือกคลินิกในมาโพทำ Thermage ให้ได้ผล ควรดูอะไร?
เลือกคลินิกผิวหนังในมาโพ มีเกณฑ์สำคัญกว่าทำเลที่ตั้ง เราสรุปเช็กลิสต์ทำ Thermage ไม่ให้เสียดายทีหลัง

โครงหน้า&วอลลุ่ม
Juvelook ต่างจาก filler ยังไงคะ?
Juvelook, Sculptra, PRP, ฟิลเลอร์ ดูคล้ายกัน แต่ทำงานต่างกัน ความต่าง collagen booster กับ filler
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1
💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้
🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1



![[บิวตี้สโตน] ฟิลเลอร์ใต้ตาคล้ำ: 0.3cc เปลี่ยนผลลัพธ์](https://framerusercontent.com/images/F4Q84TUWgjbZJV6MNheLnWHnaw.jpg?width=1080&height=1080)
