หากใส่ไหมตื้นเกินไป จะเกิดผิวบุ๋มหรือเห็นเส้นไหม คุณหมอจะอธิบายว่าทำไมแค่ปรับความลึกให้ตรงชั้น SMAS ก็ป้องกันและแก้ไขได้เกือบทั้งหมด

Beautystone Clinic สาขาฮงแด
หมอวี ยองจิน ครับ
💡 ก่อนที่จะสไลด์อ่านต่อ
เช็กตรงนี้ก่อนนะครับ
Q. หลังทำร้อยไหมแล้วผิวเป็นคลื่นบุ๋ม หรือ
มองเห็นเส้นไหมโผล่ลอยขึ้นมา
มันคือผลข้างเคียงปกติที่เกิดขึ้นได้ทั่วไปไม่ใช่เหรอครับ?
A. ไม่ใช่ครับ หากร้อยไหมลงไปลึกพอ
และดึงยึดไปในทิศทางของหนังศีรษะ
ปัญหาเหล่านี้เกือบทั้งหมดเป็นเรื่องที่สามารถป้องกันได้ครับ
แต่ที่ยังมีปัญหานี้เกิดขึ้นอยู่ ก็เพราะว่า
ยังมีบางคลินิกที่ใช้วิธีร้อยไหมตื้นเกินไปในชั้นผิวครับ
Q. ถ้าอย่างนั้น ควรมีเกณฑ์ในการเลือกคลินิกอย่างไรดีครับ?
A. แทนที่จะดูแค่แบรนด์ของเส้นไหม
อยากให้ลองถามเรื่องระดับความลึกในการใส่ไหม และเวกเตอร์การออกแบบทิศทางก่อนเป็นอันดับแรกครับ
"เพื่อป้องกันผลข้างเคียงอย่างรอยบุ๋มบนผิวหลังร้อยไหม
หรือรอยเงาของเส้นไหมที่มองทะลุผิว
เราจำเป็นต้องร้อยลงไปให้ลึกหน่อย และร้อยดึงขึ้นไปทางหนังศีรษะ
แต่ก็น่าแปลกใจที่ยังมีสถาบันเสริมความงามบางแห่ง ที่ยังไม่ทำด้วยเทคนิคนี้อยู่นะครับ"
— หมอวี ยองจิน (Beautystone Clinic สาขาฮงแด)

ผิวเป็นรอยบุ๋ม
และเห็นเส้นไหมทะลุผิว
ไม่ใช่ปัญหาที่ตัวไหม
แต่เป็นปัญหาเรื่อง 'ความลึก' ครับ
พอเสิร์ชหาข้อมูลเกี่ยวกับผลข้างเคียงของการร้อยไหม
คุณก็น่าจะเคยเห็นรีวิวจำพวก "ผิวปุ่มป่ำแก้มบุ๋ม" "เห็นสีไหมใต้ผิว" "หน้าเบี้ยวไม่เท่ากัน"
ผ่านตากันมาบ้างใช่ไหมครับ
พอได้อ่านรีวิวพวกนั้นแล้ว มันอาจทำให้คุณรู้สึกว่าการร้อยไหม
เป็นหัตถการที่ดูน่ากลัวและเป็นอันตราย
แต่พูดกันอย่างตรงไปตรงมา ปัญหานั้นไม่ได้เกิดจาก
ตัวหัตถการเองเสียเป็นส่วนใหญ่นะครับ
แต่มันมีจุดสำคัญอยู่จุดหนึ่งตรงนี้ครับ
หากใส่เส้นไหมตื้นเกินไป ใกล้กับผิวชั้นบนสุด
เมื่อทำการดึงรั้งไหม
แรงตึงทั้งหมดจะส่งผลกระทบและดันสะท้อนขึ้นมาที่ผิวภายนอกทันที
ส่งผลให้ผิวบริเวณที่โดนดึงรั้ง
บุ๋มลึกเข้าไปข้างใน
หรือเวลาที่แสงตกกระทบในบางมุม ก็จะมีเงาสะท้อน
ทำให้เห็นรูปแนวเส้นไหมปูดออกมาใต้ผิวหนังนั่นเองครับ
ถ้าอธิบายตามหลักกายวิภาคศาสตร์
เส้นไหมควรจะเข้าไปอยู่ในชั้น SMAS — พูดง่ายๆ คือ
ชั้นพังผืดที่คลุมกล้ามเนื้อใต้ผิวหนัง —
หรือลึกลงไปในระดับชั้นไขมันส่วนลึก
เพื่อให้พลังในการยกกระชับนั้นไปดึงโครงสร้างข้างในจริงๆ
ไม่ใช่มาดึงรั้งรอยย่นที่ผิวหนังชั้นนอก
และทิศทางเองก็สำคัญไม่แพ้กันครับ
เมื่อดึงไหมขึ้นไปทางหนังศีรษะ
และล็อคยั้งทิศทางไว้ทางด้านบน
จะทำให้สามารถต้านทานกับแรงโน้มถ่วง
ที่คอยดึงใบหน้าลงมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในทางกลับกัน ถ้าใส่ไหมตื้น และทิศทางสะเปะสะปะคลุมเครือ
ช่วงแรกๆ อาจจะดูเหมือนตึงกระชับขึ้นดี แต่พอผ่านไปได้ไม่กี่เดือน
ผิวหน้าก็จะย้อยกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม หรือที่แย่กว่านั้น
คือทิ้งรอยบุ๋มรอยแยก
และเงาปูดนูนไว้เป็นของแถมให้ช้ำใจครับ
เรื่องนี้ค่อนข้างก้ำกึ่งและสังเกตยากนิดนึงครับ
เพราะถ้าดูเฉพาะรูปหลังทำทันที ทุกเคสก็จะดู
หน้ายกกระชับเรียวสวยเหมือนๆ กันหมด
เพราะถึงจะร้อยตื้น แต่ในขั้นแรกมันก็โดนแรงดึงขึ้นไปอยู่ดี
ความต่างที่แท้จริงจะเริ่มฟ้องให้เห็นชัดที่ 2~4 สัปดาห์หลังทำครับ
👨⚕️ สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน
ผลข้างเคียงยอดฮิตของการร้อยไหม เช่น แก้มตอบบุ๋ม หรือหน้าเป็นคลื่น
โดยส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการใส่ไหมลงไปในผิว
ตื้นเกินไป
เส้นไหมต้องอยู่ในระดับชั้นผิวที่ลึกเพียงพอ (ชั้นไขมันส่วนลึก จนถึงชั้นใกล้พังผืดกล้ามเนื้อ SMAS)
และต้องยึดดึงขึ้นไปในทิศทางของหนังศีรษะ
แรงตึงดึงรั้งจึงจะไม่ปูดนูนสะท้อนขึ้นมาพังผิวชั้นนอก
แต่น่าเสียดายที่ในความเป็นจริง ยังมีหลายคลินิกที่ละเลยหลักการพื้นฐานนี้
ซึ่งนั่นอธิบายได้ว่าทำไมถึงยังมีเคสหลุดจากผลข้างเคียง
โผล่ขึ้นมาในรีวิวพันทิปหรือโซเชียลมีเดียอยู่บ่อยๆ

"แล้วตัวเราเอง
เป็นเคสประเภทไหน?" —
การเข้าถึงดูแลรักษา
ในแต่ละไทป์จะแตกต่างกันออกไปครับ
นี่เป็นสิ่งที่หลายๆ คนเข้าใจผิดกันเยอะมากครับ
จริงๆ แล้ว การร้อยไหมยกกระชับ
ไม่ได้ใช้วิธีและขั้นตอนเดียวกับคนไข้ทุกคนเสมอไปนะครับ
เพราะทั้งความหนาของผิว, ปริมาณไขมัน, รวมถึงระดับและทิศทางความหย่อนคล้อย
ทำให้ชนิดของไหม ความลึก และเวกเตอร์แรงดึงของทุกเคสต้องถูกดีไซน์ขึ้นให้ต่างกันแบบเคสต่อเคสครับ
① สำหรับผู้ที่มีผิวบางและมีวอลลุ่มน้อย (หน้าตอบ)
ในเคสแบบนี้ มีความเสี่ยงสูงมากที่ไหมจะมองเห็นทะลุออกมานอกผิว
ดังนั้น เราจึงต้องร้อยไหมให้ลึกยิ่งขึ้น
และต้องทำด้วยความละเอียดประณีตขั้นสุดครับ
หากร้อยตื้นไป ผลงานที่ได้แทนที่จะกระชับเรียว
อาจจะสร้างผลข้างเคียงที่เห็นได้ชัดและแก้ยากมาแทนครับ
② สำหรับผู้ที่มีผิวหนาและมีไขมันเยอะ
เนื่องจากผิวหนังหนาพอที่จะรองรับและบังเส้นไหมได้ระดับหนึ่ง
ความเสี่ยงเรื่องไหมจะทะลุหรือมองเห็นเงาปุ่มป่ำจึงค่อนข้างน้อย
แต่เพื่อยกสู้กับแก้มและเหนียงที่มีน้ำหนักไขมันเยอะ
จึงต้องดีไซน์แนวเส้นไหมที่มีแรงยึดเกาะสูงเป็นพิเศษเพื่อพยุงชั้นไขมันไม่ให้ย้อยต่ำลงมาครับ
③ สำหรับผู้ที่มีปัญหาผลข้างเคียงเกิดขึ้นแล้ว
วิธีการรักษาจะแตกต่างกันไปตามแต่ละเคส
แต่โดยทั่วไปแล้ว ผมมักจะแนะนำแนวทางปฏิบัติแบบนี้ครับ
ส่วนใหญ่แล้ว สิ่งที่ดีที่สุดคือการรอคอยเวลา
เพื่อให้เส้นไหมเดิมค่อยๆ สลายตัวไปตามธรรมชาติ
และเมื่อจะทำการแก้ไขร้อยไหมใหม่อีกครั้ง เราจะทำการประเมินเส้นทางไหมเดิม
เพื่อเลี่ยงและส่งไหมใหม่เข้าไปในชั้นผิวที่ลึกขึ้นและทิศทางที่เปลี่ยนไปครับ
บ่อยครั้งที่มีคนไข้แวะมาปรึกษาผมว่า ไปทำที่อื่นมา 3~4 ครั้งแล้วก็ยังแก้มบุ๋มซ้ำๆ ไม่หาย
ซึ่งพอเราปรับเปลี่ยนชั้นผิว (layer) และทิศทางในการใส่ไหมให้ถูกต้อง
ผลลัพธ์ก็ดีขึ้นจนหน้ามือเป็นหลังมือเลยครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. หลังทำร้อยไหมไปนานแค่ไหน
ถึงจะรู้ได้ว่าเกิดผลข้างเคียงหรือติดสปริงผิดพลาดหรือไม่?
A. จุดสังเกตแรกควรดูตอนช่วง 2~4 สัปดาห์แรก
หลังจากที่อาการบวมช้ำหลังทำได้เหี่ยวหายลงไปแล้วครับ
ถ้าในตอนนั้น ผิวหน้าถูกดึงรั้งดูยกกระชับเรียบเนียนสม่ำเสมอกันดี
แปลว่าทำออกมาได้ดีเยี่ยมครับ
แต่ถ้าหากจุดใดจุดหนึ่งเริ่มบุ๋ม หรือเห็นรอยเส้นยาวๆ ผิดคลื่นเนื้อโผล่ขึ้นมา
ก็อาจสันนิษฐานได้ว่าเป็นปัญหาเนื่องจากตำแหน่งการวางไหมที่ไม่ถูกต้องครับ
Q2. เผลอไปร้อยไหมมาแล้ว แล้วตอนนี้หน้าเป็นคลื่นบุ๋ม
พอจะมีวิธีอะไรด่วนๆ แก้ไขได้ทันทีเลยไหมครับ?
A. เรียนตามตรงนะครับ การฝืนใช้วิธีอื่นๆ ไปดึงยื้อแก้ทรง
ในขณะที่เส้นไหมเดิมยังแอคทีฟอยู่เต็มเปี่ยม
อาจทำให้สถานการณ์ผิวแย่และซับซ้อนยิ่งกว่าเดิมได้ครับ
ในส่วนใหญ่แล้ว การรอเวลาประมาณ 3~6 เดือน ให้เส้นไหมเดิมสลายตัวไปบ้าง
แล้วค่อยวางแผนแก้ไข จะปลอดภัย
และได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าในระยะยาวครับ
Q3. ก่อนจรดปลายเข็มร้อยไหม มีคำถามสำคัญอะไร
ที่จำเป็นต้องถามคุณหมอก่อนทำบ้างไหมครับ?
A. แค่ถามประโยคสั้นๆ นี้เลยครับ:
"คุณหมอร้อยไหมลงไปลึกถึงผิวชั้นไหนคะ"
แทนที่จะได้ยินคำตอบกว้างๆ เช่น "ทำลึกอยู่แล้วครับ"
ให้คุณลองประเมินว่าคุณหมอในคลินิกนั้นสามารถอธิบายเป้าหมายความลึกในชั้นไขมันได้ไหม
และมีการใช้เทคนิคดึงรั้งยึดแกนไปทางฝั่งหนังศีรษะหรือไม่
เพื่อความมั่นใจในผลลัพธ์ที่จะได้กลับมาครับ
ติดต่อสอบถามทาง LINE
อยากเช็กว่าหน้าเราเหมาะกับหัตถการร้อยไหมไหม คุณหมอผู้เชี่ยวชาญจะเข้ามาช่วยประเมินไขความกระจ่างให้เองครับ
▶ คลิกคุยปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน LINE ได้เลยที่นี่
ส่งท้ายด้วยความห่วงใย ผม หมอวี ยองจิน ครับ.

ผิว
ฝ้า กระ จุดด่างดำ ต่างกันยังไง? สีน้ำตาลบนหน้าที่ชัดขึ้นในหน้าร้อน
หน้าร้อนทีไรสีน้ำตาลบนหน้าก็ชัดขึ้น มาดูว่าฝ้า กระ จุดด่างดำต่างกันยังไง พร้อมแนวทางดูแลแต่ละแบบ

ผิว
สกินบูสเตอร์ครั้งแรก ต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร ต้องรู้อะไรบ้าง
สกินบูสเตอร์ครั้งแรกต่างจากฟิลเลอร์ยังไง สรุปวิธีออกฤทธิ์ ผลข้างเคียง และสิ่งที่ควรรู้ก่อนทำค่ะ

ยกกระชับ
ทำ Shurink ก่อนงานสำคัญ ควรทำล่วงหน้ากี่วันดี?
อยากทำ Shurink ยกกระชับก่อนวันสำคัญ ควรทำล่วงหน้ากี่วัน มาดูตารางนับถอยหลังและข้อควรระวังกัน

ลบรอยสัก
หลังลบรอยสักด้วยเลเซอร์ ต้องเลี่ยงแดดนานแค่ไหน? ดูแลผิวหน้าร้อน
หลังลบรอยสักหน้าร้อน ควรเลี่ยงแดดนานแค่ไหน สรุปความเสี่ยงรอยดำและวิธีกันแดดแบบเข้าใจง่าย

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ออกกำลังกายมาก วอลลุ่ม Sculptra ยุบเร็วไหม?
วอลลุ่ม Sculptra ค่อย ๆ เพิ่มและอยู่ได้นานต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร การออกกำลังกายและน้ำหนักมีผลไหม

ยกกระชับ
Sofwave กับ Onda เลือกจัดการผิวหย่อนหรือไขมันก่อนดี?
Sofwave เน้นกระชับชั้นผิว Onda เน้นลดไขมัน มาดูกันว่าหน้าหย่อนกับไขมันควรจัดการอันไหนก่อน



