• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

โทนเนอร์ จำเป็นต้องทาหลังล้างหน้าทุกครั้งไหม?

โทนเนอร์ จำเป็นต้องทาหลังล้างหน้าทุกครั้งไหม?

โทนเนอร์ จำเป็นต้องทาหลังล้างหน้าทุกครั้งไหม?

จำเป็นต้องใช้โทนเนอร์เสมอไปไหม? มาดูหน้าที่ของโทนเนอร์และวิธีเลือกตามสภาพผิวของคุณกันครับ

เคยไหมคะล้างหน้าเสร็จแล้วซับหน้าด้วยผ้าขนหนู กำลังจะหยิบขวดโทนเนอร์ขึ้นมาแล้วแอบชะงักไปแป๊บนึง "ถ้าไม่มีตัวนี้ ขั้นตอนต่อไปมันจะไม่ซึมเหรอ?" พอไปค้นหาขั้นตอนการดูแลผิว (skincare routine) ก็มักจะบอกว่าต้องลงโทนเนอร์ต่อจากล้างหน้าเสมอ แต่จริงๆ แล้วไม่ค่อยมีใครรู้เหตุผลที่แน่ชัดครับ

ตอบแบบสั้นๆ ก็คือ โทนเนอร์เป็นขั้นตอนเสริมที่ช่วยปรับสภาพผิว เพื่อเตรียมผิวให้พร้อมสำหรับการดูดซึมสารบำรุงในขั้นตอนต่อไปครับ หากคุณล้างหน้าและบำรุงผิวได้ดีอยู่แล้ว แม้จะข้ามขั้นตอนนี้ไป ผิวก็ไม่ได้จะแย่ลงในทันที เพียงแต่ในบางสภาพผิวและผลิตภัณฑ์ที่ใช้ โทนเนอร์สามารถช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพได้ ดังนั้นแทนที่จะใช้เพราะ "คนอื่นเขาใช้กัน" การตัดสินใจเลือกโดยอิงจากสภาพผิวของตัวเองจริงๆ จะตอบโจทย์ที่สุดครับ

สิ่งที่คุณจะได้รู้จากบทความนี้

  • หน้าที่ที่แท้จริงของโทนเนอร์คืออะไร

  • ถ้าข้ามขั้นตอนนี้ไป ผิวจะมีความแตกต่างอย่างไรบ้าง

  • ผิวแบบไหนที่ได้ประโยชน์จากโทนเนอร์ และกรณีไหนที่ไม่จำเป็น

  • วิธีเลือกซื้อโทนเนอร์ต้องพิจารณาจากอะไรบ้าง

 

โทนเนอร์มีหน้าที่ดั้งเดิมที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยเฉพาะ

ในอดีตที่ผลิตภัณฑ์ล้างหน้ายังมีฤทธิ์เป็นด่างแก่ หน้าที่แรกของโทนเนอร์คือการรีบปรับคืนค่า pH ของผิวหลังล้างหน้าให้กลับมาเป็นกรดอ่อนๆ โดยเร็ว เพราะการล้างหน้าด้วยสบู่จะทำให้ pH ของผิวพุ่งสูงไปถึง 8-9 และตามหลักการแล้ว ต้องปรับให้กลับมาเป็นกรดอ่อนๆ ที่ 4.5-5.5 สกินแคร์ขั้นตอนต่อไปถึงจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

แต่ปัจจุบันสบู่และโฟมล้างหน้าส่วนใหญ่ถูกพัฒนาให้ออกมาเป็นสูตรกรดอ่อนๆ (mildly acidic) หรือใกล้เคียงกับ pH เป็นกลาง ดังนั้น สมมติฐานที่ว่าจำเป็นต้องใช้โทนเนอร์เพื่อ "ปรับสมดุล pH" เพียงอย่างเดียวจึงเปลี่ยนไปแล้วครับ

คู่มือการล้างหน้าของสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกา (AAD) ก็ยังเน้นย้ำเรื่องการใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าสูตรอ่อนโยนที่ปราศจากแอลกอฮอล์ และการทำความสะอาดโดยไม่ขัดถูรุนแรง หากคลีนเซอร์ในปัจจุบันอ่อนโยนเพียงพออยู่แล้ว เหตุผลที่ว่าโทนเนอร์มีไว้สำหรับ "ฟื้นฟูค่า pH" ก็ดูจะมีน้ำหนักน้อยลงไป

*ค่า pH ของผิว: ดัชนีที่บ่งบอกค่าความเป็นกรด-ด่างของผิวหนัง ผิวที่มีสุขภาพดีจะมีความเป็นกรดอ่อนๆ (pH 4.5~5.5) ซึ่งเป็นช่วงที่เกราะป้องกันผิว (skin barrier) จะทำงานได้อย่างเสถียรที่สุด

โครงสร้างชั้นผิวและตำแหน่งค่า pH บนผิวโทนเนอร์มีหน้าที่ดั้งเดิมที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยเฉพาะ

 

 

ถ้าข้ามโทนเนอร์ไป ผิวไม่ได้พัง แค่ความรู้สึกหลังทาแตกต่างกัน

การข้ามขั้นตอนโทนเนอร์ไปไม่ได้ทำให้ผิวแย่ลงทันทีครับ หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่การมีหรือไม่มีโทนเนอร์ แต่อยู่ที่ว่าเราจะล็อคเกราะป้องกันความชุ่มชื้น (moisture barrier)* หลังล้างหน้าได้เร็วแค่ไหน เพราะหลังล้างหน้าเสร็จ ผิวจะสูญเสียความชุ่มชื้นอย่างรวดเร็ว แม้ไม่มีโทนเนอร์ แต่ถ้าเรารีบทาครีมบำรุงผิวทันที ก็สามารถชดเชยช่องว่างตรงนี้ได้เพียงพอแล้วครับ

*moisture barrier: เกราะป้องกันผิว (ฟิล์มกักเก็บคาร์บอน/น้ำ) สารอย่างเช่น Ceramide หรือ NMF (สารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ) จะช่วยโอบอุ้มไม่ให้น้ำระเหยออกจากชั้นใต้ผิวหนัง (stratum corneum)

เมื่อข้ามขั้นตอนโทนเนอร์ไป ความแตกต่างที่สาวๆ จะสัมผัสได้จริงหลักๆ มีอยู่ 2 อย่างครับ

 

ผิวประเภทไหนที่ได้ประโยชน์จากโทนเนอร์อย่างแท้จริง

ถ้าส่วนผสมต่างกัน หน้าที่ของโทนเนอร์ก็เปลี่ยนไปครับ โทนเนอร์สูตรเน้นเติมความชุ่มชื้นจะมีส่วนผสมหลักเป็น Hyaluronic Acid หรือ Glycerin ที่จะช่วยเคลือบผิวด้วยน้ำทันทีหลังล้างหน้า นี่คือสาเหตุที่คนผิวแห้งหรือผู้ที่รู้สึกผิวแห้งตึงตามฤดูกาลจะสัมผัสได้ถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน

ส่วนโทนเนอร์ที่มีส่วนผสมของกรดช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่าง AHA หรือ BHA นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งเลยครับ ส่วนผสมเหล่านี้จะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วออกเพื่อให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น ทว่าหากใช้เป็นประจำทุกวัน อาจทำให้เกราะป้องกันผิวบางลงได้ ดังนั้นจึงต้องสังเกตการตอบสนองของผิวและปรับความถี่ในการใช้งานให้เหมาะสมครับ

จากเคล็ดลับการดูแลผิวจากสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกา แพทย์ผิวหนังย้ำว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ "การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กับสภาพผิวของตัวเอง" ซึ่งโทนเนอร์ก็จัดอยู่ในกฎข้อนี้เช่นเดียวกันครับ

ผิวประเภทไหนที่ได้ประโยชน์จากโทนเนอร์อย่างแท้จริง

 

 

ทำไมต้องเป็น Beautystone สาขาฮับจอง?

ที่ Beautystone ฮับจอง (Beautystone Hapjeong) เราให้ความสำคัญกับการ "ประเมินสภาพผิวจริงของคุณก่อนการลงสกินแคร์รูทีน" มากกว่าการจัดสูตรแบบสำเร็จรูปครับ แม้แต่ขั้นตอนกึ่งเลือกได้อย่างโทนเนอร์ เราก็แยกแยะให้ชัดเจนตามประเภทผิวเลยว่าอันไหนจำเป็นต้องใช้จริง หรืออันไหนไม่มีก็ไม่เป็นไร เนื่องจากเราเป็นคลินิกที่ตั้งอยู่ใกล้กับ Mecenatpolis สถานีฮับจองในระยะเดินถึง เราจึงสามารถดูแลใส่ใจรูทีนของคนไข้แต่ละท่านได้อย่างละเอียด และช่วยตัดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นออกไปให้ได้ครับ

ทำไมต้องเป็น Beautystone สาขาฮับจอง?

 

 

เลือกซื้อโทนเนอร์แบบนี้ ไม่มีสับสนแน่นอน

หากตัดสินใจที่จะใช้โทนเนอร์ สิ่งแรกที่ต้องสังเกตคือปริมาณแอลกอฮอล์ครับ ถ้าแอลกอฮอล์อยู่ในลำดับแรกๆ ของส่วนผสม อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวได้หลังล้างหน้า สำหรับใครที่มีผิวแพ้ง่าย แนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่เป็นสูตรปราศจากแอลกอฮอล์ (alcohol-free) จะปลอดภัยที่สุดครับ

สำหรับโทนเนอร์ที่มีส่วนผสมผลัดเซลล์ผิว (AHA, BHA, PHA) แทนที่จะเริ่มใช้ทุกวันตั้งแต่แรก แนะนำให้เริ่มใช้อย่างปลอดภัยที่สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งก่อน หากผิวตอบรับได้ดีค่อยๆ เพิ่มความถี่ครับ และก่อนจะทาผลิตภัณฑ์ใหม่ทั่วใบหน้า ควรลองแต้มปริมาณเล็กๆ ที่หลังใบหูหรือใต้ขากรรไกรเพื่อทดสอบอาการแพ้ก่อนนะครับ

ตามงานวิจัยเกี่ยวกับการผลัดเซลล์ผิวและการฟื้นฟูของชั้นขี้ไคล ผิวหนังของเรามีรอบการผลัดเซลล์และการสร้างใหม่ตามธรรมชาติอยู่แล้ว การใช้สารผลัดเซลล์ผิวที่เข้มข้นหรือบ่อยเกินไปอาจเข้าไปรบกวนวงจรนี้ได้ ดังนั้นการรักษาความถี่ที่เหมาะสมกับผิวจึงเป็นเรื่องสำคัญมากครับ*

*AHA: Alpha Hydroxy Acid เช่น Glycolic Acid หรือ Lactic Acid ช่วยละลายเซลล์ผิวเสื่อมสภาพที่เกาะอยู่บริเวณผิวชั้นนอกสุด เผยผิวที่เรียบเนียนขึ้น

บทความนี้จัดทำขึ้นโดยรวบรวมข้อมูลการทำทรีตเมนต์ของ Beautystone สาขาฮับจอง หากคุณประสบปัญหาผิวอักเสบซ้ำๆ หรือมีอาการแพ้ส่วนผสมบางอย่างรุนแรง แนะนำให้ปรึกษากับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเพื่อจัดสกินแคร์รูทีนที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับตัวคุณเองครับ

เลือกซื้อโทนเนอร์แบบนี้ ไม่มีสับสนแน่นอน

 

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q. จำเป็นต้องใช้โทนเนอร์ไหม?

A. ไม่จำเป็นครับ โทนเนอร์เป็นเพียงสกินแคร์ขั้นตอนเสริม จึงไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกคน หากคุณมีขั้นตอนการล้างหน้าและการบำรุงผิวที่ดีอยู่แล้ว การข้ามโทนเนอร์ไปก็ไม่ได้ทำให้ผิวแย่ลงในทันที แต่กรณีคนผิวแห้งหรือผิวแห้งตึงตามฤดูกาล การใช้โทนเนอร์สูตรไฮเดรชั่นเพื่อเติมน้ำให้ผิวก็ถือว่าช่วยได้มากครับ

Q. ถ้าไม่ทาโทนเนอร์ สามารถลงเซรั่มหรือเอสเซนส์เลยได้ไหม?

A. ทาได้แน่นอนครับ แม้จะไม่มีโทนเนอร์ แต่ถ้าทาเซรั่มหรือเอสเซนส์ทันทีหลังล้างหน้าเสร็จ ก็สามารถช่วยกักเก็บและชดเชยการสูญเสียน้ำได้เพียงพอแล้วครับ ทั้งนี้ แนะนำให้ลงสกินแคร์ขั้นตอนต่อไปภายใน 2-3 นาทีหลังล้างหน้าเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดนะครับ

Q. โทนเนอร์ผลัดเซลล์ผิวสามารถใช้ทุกวันได้ไหม?

A. แทนที่จะใช้ทุกวัน แนะนำให้เริ่มที่สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งก่อนเพื่อดูการตอบสนองของผิวครับ หากรู้สึกยิบๆ หรือมีรอยแดง ให้ลดความถี่ลง แต่หากผิวเริ่มชินแล้วค่อยๆ เพิ่มจำนวนครั้ง เพื่อไม่ให้เกราะป้องกันผิวแบกรับภาระมากเกินไปครับ

Q. ควรเทโทนเนอร์ใส่สำลีแล้วเช็ด หรือหยดลงมือแล้วตบเบาๆ ดีกว่ากัน?

A. ดีทั้งสองแบบแต่จุดประสงค์ต่างกันครับ การใช้สำลีเช็ดเบาๆ จะช่วยขจัดสิ่งสกปรก ความมันส่วนเกิน ย้ำผิวสะอาดอีกรอบ ส่วนการเทลงมือแล้วตบเบาๆ จะเน้นเรื่องการป้อนความชุ่มชื้นและลดแรงเสียดทาน สำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย การใช้มือตบเบาๆ จะเกิดการระคายเคืองน้อยกว่าการใช้สำลีครับ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

Secret RF ไมโครนีดเดิลลิฟติ้ง ช่วยแก้ทั้งรอยแผลเป็นและรูขุมขนกว้างได้ในครั้งเดียวครับ

ยกกระชับ

Secret RF ลิฟติ้ง แก้แผลเป็น-รูขุมขนได้ไหมครับ

มาดูกันครับว่า Secret RF ใช้ไมโครนีดเดิลกับ RF อย่างไร และช่วยแผลเป็น รูขุมขน ความกระชับได้อย่างไร

จูเวลุค โวลุ่ม เติมเต็มแก้มตอบและร่องแก้มด้วยคอลลาเจนได้จริงหรือครับ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

จูเวลุค โวลุ่ม เติมแก้มตอบ-ร่องแก้มด้วยคอลลาเจนไหม

มาดูกันครับว่าจูเวลุค โวลุ่มต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร และคอลลาเจนช่วยแก้มตอบ-ร่องแก้มอย่างไร

RE2O สกินบูสเตอร์ใต้ตา แก้ปัญหาร่องลึก ใต้ตาคล้ำ และริ้วรอยได้พร้อมกันจริงหรือครับ

ผิว

RE2O สกินบูสเตอร์ใต้ตา แก้ร่องลึก-คล้ำ-ริ้วรอยครับ

มาดูกันครับว่าใต้ตาคล้ำมีสาเหตุอะไรบ้าง และ RE2O ช่วยเสริมผิวใต้ตาให้หนาขึ้นอย่างไร

ฝ้าและจุดด่างดำปนกัน เลเซอร์โทนนิ่ง พิโค และ IPL ต่างกันอย่างไรตามชนิดเม็ดสี

ผิว

ฝ้า-จุดด่างดำผสมกัน โทนิ่ง,พิโค,IPL ต่างกันยังไงคะ

มาดูกันครับว่าเลเซอร์โทนนิ่ง พิโค IPL จัดการเม็ดสีต่างกันอย่างไร เหมาะกับฝ้า-จุดด่างดำแบบไหน

ถ้าอายุ 40 ปีแล้วเริ่มมองหาการยกกระชับผิวเป็นครั้งแรก ควรเริ่มจาก HIFU หรือคลื่นวิทยุความถี่สูงก่อนดี

ยกกระชับ

อายุ 40 ยกกระชับครั้งแรก เริ่ม HIFU หรือ RF ครับ

มาดูความต่างของ HIFU กับ RF ทั้งความลึก ความรู้สึก และการฟื้นตัว สำหรับวัย 40 ที่เริ่มยกกระชับครับ

Ultherapy PRIME ทำไมต้องลงลึกถึงชั้น SMAS ถึงจะยกกระชับได้จริง?

ยกกระชับ

Ultherapy PRIME ทำไมลงถึงชั้น SMAS ยกกระชับได้?

ทำไมความลึกระดับชั้น SMAS ถึงสำคัญกับการยกกระชับด้วย Ultherapy PRIME พร้อมแนวทางดูแลจากคลินิกโซล

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1