หัตถการเดียวกันแต่ผลต่างกัน? เช็ก 5 ปัจจัย อายุ สภาพผิว ความเหมาะแต่ละจุด และ Golden Period ที่ดีสุด
ถ้าได้ไปส่องรีวิวยกกระชับ Ulthera จะเห็นเลยครับว่ามีทั้งคนที่บอกว่า "เห็นผลดีงามมาก" กับ "เฉยๆ ไม่ค่อยรู้สึกอะไรเลย" คือเสียงแตกออกเป็นสองฝั่งแบบสุดขั้วเลยใช่ไหมคะ ทั้งที่เป็นหัตถการเดียวกันแท้ๆ แต่ทำไมฝั่งนึงเลิฟ อีกฝั่งนึงกลับรู้สึกเสียดายเงิน สำหรับใครที่กำลังเล็งๆ อยู่ เลยอาจจะเดาไม่ออกเลยว่าถ้าเราไปทำแล้ว ผลลัพธ์จะออกมาเคสด้านไหนกันแน่
> บทความนี้เป็นคอนเทนต์รวบรวมข้อมูลการทำหัตถการจาก Beautystone สาขาฮับจอง (Hapjeong) ครับ
ถ้าตอบแบบสั้นๆ เลยก็คือ ที่รีวิวเสียงแตกขนาดนี้ เป็นเพราะ "ข้อบ่งชี้ (Indication)*" ของแต่ละคนไม่เหมือนกันครับ เพราะ Ulthera ไม่ใช่หัตถการที่ทำปุ๊บแล้วจะดึงผิวให้ยกขึ้นทันทีทันใดในข้ามคืน แต่เป็นการส่งพลังงานไปกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิว เพื่อให้ค่อยๆ ฟื้นฟูและเติมเต็มขึ้นมาอย่างเป็นธรรมชาติ ดังนั้น ผิวของเราจึงต้องยังมีคอลลาเจนที่แอคทีฟพร้อมที่จะตอบสนองต่อการกระตุ้นนั้นด้วย ถึงจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนครับ การรู้ล่วงหน้าว่าผิวแบบไหนที่ทำแล้วปัง หรือผิวแบบไหนที่มีข้อจำกัด จะช่วยลดความรู้สึกเฟลประเภท "ทำแล้วไม่เห็นผลเลย" ไปได้เยอะเลยครับ
*ข้อบ่งชี้ (Indication): หมายถึง สภาพผิวหรือกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการทำหัตถการนั้นๆ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด แม้จะเป็นหัตถการเดียวกัน แต่ผลลัพธ์ระหว่างคนที่ผิวตรงกับข้อบ่งชี้และคนที่ไม่ตรง จะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ
อ่านบทความนี้แล้วคุณจะรู้ว่า
ทำไมรีวิว "ทำแล้วไม่เห็นผล" ถึงเสียงแตกขนาดนี้
เช็กลักษณะของคนที่ทำ Ulthera แล้วเห็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันในแต่ละจุดของใบหน้า
เช็กเกณฑ์สำคัญที่คุณควรรู้ก่อนตัดสินใจทำ
สาเหตุหลักของรีวิว "ทำแล้วไม่เห็นผล" มักมาจาก 3 ข้อนี้ครับ
ถ้าลองเจาะลึกเข้าไปดูในเคสที่รู้สึกว่าทำ Ulthera แล้วไม่เห็นผล ส่วนใหญ่จะแบ่งออกเป็น 3 สาเหตุหลักๆ ครับ ซึ่งคำว่า "ไม่เห็นผล" ของแต่ละคนนั้น มีที่มาที่ไปไม่เหมือนกันเลยนะครับ
ด่วนตัดสินใจเร็วเกินไป — กระบวนการสร้างและสร้างคอลลาเจนใหม่ให้แน่นฟูขึ้น มักจะเริ่มเห็นผลชัดเจนที่สุดในช่วง 2-3 เดือนไปจนถึงครึ่งปีหลังทำครับ ดังนั้น การส่องกระจกแล้วตัดสินใจว่าไม่ได้ผลหลังทำไปแค่ 2 สัปดาห์ จึงถือว่ายังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลลัพธ์ครับ
สภาพผิวไม่ตรงกับข้อบ่งชี้ — เช่น ชั้นผิวแท้ (Dermis) หรือชั้น SMAS* บางเกินไป หรือผิวมีความหย่อนคล้อยมากเกินกว่าที่หัตถการแบบ Non-surgical (ไม่ต้องผ่าตัด) จะดึงไหวครับ
จำนวนไลน์ (Lines/Shots) ที่ทำไม่เพียงพอ — หากจำนวนช็อตน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับพื้นที่บริเวณที่ต้องการรักษา พลังงานที่กระจายตัวลงสู่ผิวจะเจือจาง ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงได้น้อยลงครับ
*SMAS: ชั้นเนื้อเยื่อพังผืดที่คลุมกล้ามเนื้อใบหน้า เป็นโครงสร้างสำคัญที่คอยพยุงให้ผิวหน้าตึงกระชับ และเป็นชั้นหลักที่ต้องโฟกัสเวลาต้องการดึงยกกระชับใบหน้าครับ
สำหรับข้อแรกและข้อที่สาม เรายังสามารถแก้ไขได้ด้วยการอดใจรอเวลา หรือการทำเพิ่มเพื่อเก็บรายละเอียดเพิ่มเติม แต่สำหรับข้อที่สองนั้น เป็นเรื่องที่ต้องกลับไปประเมินสภาพผิวและข้อบ่งชี้กันใหม่อย่างละเอียดตั้งแต่แรกเลยครับ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เคสแบบข้อแรกเจอบ่อยมากจริงๆ ครับ เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น ลองมาดูแผนภาพกราฟแสดงการทำงานของคอลลาเจนที่ค่อยๆ ฟื้นฟูและสร้างตัวขึ้นตามช่วงเวลากันดีกว่าครับ แต่อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงแนวโน้มโดยเฉลี่ยเท่านั้น ผลลัพธ์จริงอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลนะครับ


จะเห็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เมื่อคอลลาเจนใต้ผิวของคุณยังทำงานได้ดี
คนทีทำ Ulthera แล้วได้ผลลัพธ์ที่ปังและชัดเจน มักจะมีจุดร่วมเหมือนกันอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ นั่นก็คือ ผิวยังคงมีพลังในการสร้างคอลลาเจนใหม่ได้ดี และความหย่อนคล้อยยังไม่ถึงขั้นตกลึกมากเกินไป
หลักการทำงานของ Ulthera คือการส่ง พลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงเฉพาะเจาะจง (HIFU)* ลงไปสร้างจุดความร้อนขนาดเล็กในชั้นผิวแท้และชั้น SMAS ซึ่งจะเข้าไปกระตุ้นชวนให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ ส่งผลให้ผิวดูยกกระชับขึ้นตามมา ข้อมูลเชิงการแพทย์ผิววิทยาระบุไว้ชัดเจนว่า พลังงานคลื่นเสียงโฟกัสนี้จะส่งตรงลงลึกถึงชั้นผิวแท้และชั้น SMAS เพื่อไปปลุกเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) และเหนี่ยวนำให้เกิดการสร้างคอลลาเจนรวมถึงเส้นใยอีลาสตินขึ้นมาใหม่ พูดง่ายๆ คือ ใต้ผิวของเราต้องยังมีคอลลาเจนที่พร้อมจะแอคทีฟตอบรับแรงกระตุ้นนั้น ผลลัพธ์จึงจะแสดงออกมาอย่างชัดเจนครับ
*HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound): เทคโนโลยีที่โฟกัสพลังงานลงลึกเฉพาะเจาะจงใต้ชั้นผิวเพื่อสร้างความร้อนจุดเล็กๆ และกระตุ้นโครงสร้างผิวให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ ซึ่งเครื่อง Ulthera ถือเป็นมาตรฐานระดับโกลด์สแตนดาร์ดที่พัฒนามาจากเทคโนโลยีนี้ครับ
เมื่อดูรูปตัดขวางแสดงความลึกของการทำงานแล้ว จะช่วยให้เข้าใจง่ายขึ้นเลยครับว่า ทำไมชั้นผิวแท้และชั้น SMAS ที่แข็งแรงพอ ถึงมีส่วนสำคัญที่ทำให้เห็นผลลัพธ์จากการทำหัตถการนี้อย่างชัดเจน


ผลลัพธ์ในแต่ละบริเวณจุดบนใบหน้า แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
แม้จะเป็นใบหน้าเดียวกัน แต่ละจุดก็ให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและมีข้อจำกัดที่แตกต่างกันไปครับ เพราะระดับการซัพพอร์ตของคอลลาเจนและความหนาของชั้นผิวหนังแต่ละส่วนบนใบหน้าของเราไม่เท่ากัน
จากข้อมูลของสมาคมศัลยศาสตร์ผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกา (ASDS) มีข้อมูลระบุว่า เทคโนโลยียกกระชับแบบไม่ต้องผ่าตัด (Non-invasive tightening) เช่น คลื่นอัลตราซาวนด์ จะช่วยกระตุ้นคอลลาเจนอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ชัดเจนในช่วง 3 ถึง 6 เดือน และจำนวนครั้งในการทำที่จำเป็นจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล คีย์เวิร์ดสำคัญคือการเลือกใช้หัวความลึก (Cartridge) ที่แตกต่างกันให้เหมาะสมในแต่ละตำแหน่ง ดังนั้น แม้จะเป็นการทำ Ulthera เหมือนกัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะขึ้นอยู่กับว่าทำบริเวณไหนและใช้เทคนิคอย่างไรเป็นหลักครับ

ที่ Beautystone สาขาฮับจอง เราจะประเมินความเหมาะสมของสภาพผิว (Indication) เป็นอันดับแรกก่อนดีไซน์การรักษาครับ
ที่ Beautystone ฮับจอง ก่อนที่เราจะแนะนำโปรแกรม Ulthera ขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดคือการประเมินสภาพผิวที่แท้จริงและวิเคราะห์ว่าคนไข้เหมาะกับหัตถการนี้หรือไม่ โดยเราจะเช็กทั้งประสิทธิภาพในการสร้างคอลลาเจน ระดับความหย่อนคล้อย และความหนาของเนื้อเยื่อผิวอย่างละเอียด เพื่อกำหนดระดับความลึกและจำนวนช็อตที่เหมาะสมที่สุดในแต่ละจุด แต่อันไหนที่วิเคราะห์แล้วว่าสภาพผิวไม่ตรงจุดหรือทำไปแล้วอาจไม่เห็นผลตามที่คาดหวัง เราจะไม่แนะนำให้ฝืนทำครับ แต่จะช่วยไกด์และมองหาโปรแกรมการบริการตัวเลือกอื่นๆ ที่ตอบโจทย์กว่าร่วมกัน คลินิกของเราตั้งอยู่ใกล้กับสถานีฮับจอง (Hapjeong Station) สามารถเดินมาได้เลย สะดวกมากๆ สำหรับแวะเข้ามาปรึกษาตรวจเช็กสภาพผิวสั้นๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนได้ครับ

5 ข้อที่ควรเช็กกับตัวเองก่อนตัดสินใจทำ
ก่อนเข้าปรึกษาคุณหมอ ลองส่องกระจกแล้วเช็ก 5 ข้อนี้ด้วยตัวเองคร่าวๆ กันก่อนได้นะครับว่าผิวของเราเหมาะกับหัตถการนี้ไหม หากตรงตั้งแต่ 3 ข้อขึ้นไป มีแนวโน้มสูงมากที่จะทำแล้วออกมาสวยปังรุ่งแน่นอนครับ แต่หากตรงไม่ถึง 2 ข้อ แนะนำให้พิจารณาทำร่วมกับหัตถการอื่นๆ หรือมองหาตัวเลือกอื่นควบคู่กันไปจะดีกว่าครับ
หัวข้อเช็กสภาพผิว | คำอธิบายรายละเอียด |
|---|---|
ช่วงอายุ | ช่วงอายุตั้งแต่กลาง 30 ปี ไปจนถึงต้น 50 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่คอลลาเจนและการหย่อนคล้อยยังอยู่ในสมดุลที่เหมาะสมในการกระตุ้นฟื้นฟูได้ดีที่สุดครับ |
ระดับความหย่อนคล้อย | ลองสังเกตดูว่าไม่ใช่แค่จุดใดจุดหนึ่ง แต่กรอบหน้าโดยรวมเริ่มมีความหย่อนคล้อยหรือเบลอไม่ชัดพอดิบพอดีแล้วหรือยัง |
ความหนาของชั้นผิว | เช็กว่าชั้นผิวแท้และไขมันใต้ผิวไม่ได้บางจนเกินไปนัก |
ระยะห่างจากการทำครั้งก่อน | เว้นระยะห่างจากการทำรอบที่แล้วมาอย่างน้อย 1 ปี เพื่อให้เวลาร่างกายได้สร้างและจัดเรียงคอลลาเจนใหม่อย่างเต็มที่หรือยัง |
ความคาดหวังเรื่องเวลา | ไม่ได้หวังว่าหน้าจะเปลี่ยนไปทันทีในเวลาไม่กี่สัปดาห์ แต่มีความเข้าใจและพร้อมที่จะรอดูผลลัพธ์ที่จะค่อยๆ สะสมและดีขึ้นแบบขั้นบันได |
อย่างที่เน้นย้ำไปข้างต้นครับว่า Ulthera จะให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเมื่อผิวมีความพร้อมในการสร้างคอลลาเจน มีผลการศึกษาทางคลินิกรองรับว่า การใช้พลังงานโฟกัสไปที่ชั้น SMAS เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่นั้น จะให้ประสิทธิภาพดีและเห็นผลที่สุดในกลุ่มผู้ช่่วยที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยระดับน้อยถึงปานกลาง หากพบว่าใบหน้ามีปัญหาความหย่อนคล้อยที่หยั่งรากลึกมากแล้ว การทำ Ulthera เพียงอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ และควรพิจารณาแก้ไขร่วมกับหัตถการอื่นๆ ควบคู่กันไปครับ ทั้งนี้ ข้อมูลในบทความนี้มีขึ้นเพื่อให้ข้อมูลในเบื้องต้นเท่านั้น ความเหมาะสมในการทำและโครงสร้างการรักษาที่ตรงจุดที่สุด ควรเข้ามาตรวจประเมินผิวและร่วมปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงจะดีที่สุดครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. ทำครั้งเดียวจบเลยไหมคะ?
A. โดยปกติผลลัพธ์การกระตุ้นคอลลาเจนจะอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือนครับ คนส่วนใหญ่จึงนิยมกลับมาทำซ้ำปีละครั้งเพื่อคงสภาพความกระชับเอาไว้ สำหรับใครที่เพิ่งลองทำเป็นครั้งแรก อาจจะยังกะผลลัพธ์จากรอบแรกได้ยาก แนะนำให้รอดูผลลัพธ์หลังทำไปแล้วสักครึ่งปี จากนั้นค่อยปรึกษาคุณหมอเพื่อแพลนการดูแลในครั้งต่อไปได้เลยครับ
Q. ผ่านไป 8 สัปดาห์แล้วยังไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงเลย ทำอย่างไรดี?
A. ช่วง 8 สัปดาห์เป็นช่วงที่กระบวนการจัดเรียงตัวของคอลลาเจนใหม่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเองครับ โดยทั่วไปแล้วจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วงเดือนที่ 3-6 อย่างไรก็ตาม ก็อาจจะมีโอกาสที่ปริมาณไลน์การทำยังไม่เพียงพอต่อปัญหาผิว แนะนำให้เช็กจำนวนช็อตที่ทำไป และเข้ามาปรึกษาแพทย์เผื่อพิจารณาทำหัตถการเสริมเพิ่มเติมครับ
Q. กรณีไหนที่ทำโปรแกรมยกกระชับตัวอื่น จะเห็นผลดีกว่า Ulthera บ้างครับ?
A. หากมีความหย่อนคล้อยรุนแรงจนถึงขั้นที่อาจจะต้องพึ่งการผ่าตัดดึงหน้า หรือในกรณีที่คนไข้ต้องการเห็นผลลัพธ์ประเภทงานเติมเต็มในทันทีมากกว่าการรอกระบวนการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ การเลือกทำร้อยไหม ฟิลเลอร์ หรือกลุ่ม skin booster ร่วมกับ จูวีลุค หรือ รีจูรัน จะถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์รวดเร็วตรงจุดมากกว่าครับ หากสแกนข้อบ่งชี้แล้วพบว่าผิวของเราไม่ตรงเกณฑ์หลายข้อ แนะนำให้ลองผสมผสานร่วมกับหัตถการอื่นดูนะครับ
Q. ขั้นตอนตอนทำเจ็บมากไหมคะ?
A. เนื่องจากเป็นหัตถการที่ต้องส่งพลังงานความร้อนลงไปกระตุ้นยังชั้นผิวที่ลึกที่สุด จึงมีดีกรีความรู้สึกจี๊ดๆ อุ่นลึก และตึงๆ หน่วงๆ ตลอดการทำครับ ซึ่งระดับความเจ็บที่แต่ละคนสัมผัสได้จะแตกต่างกันไปตามเกณฑ์ความทนทานของส่วนบุคคล แต่ไม่ต้องกังวลไปนะครับ ก่อนเริ่มทำทางคลินิกจะมีการแปะยาชาเพื่อช่วยบรรเทาความเจ็บปวด รวมถึงคุณหมอสามารถปรับแต่งพลังงานในแต่ละจุดบดใบหน้าอย่างเหมาะสมเพื่อช่วยเซฟความสบายของคนไข้ได้ หากกลัวเจ็บเป็นพิเศษสามารถแจ้งคุยกับทีมแพทย์ล่วงหน้าก่อนได้เลยครับ
บทความแนะนำที่น่าสนใจ
ทำไมหนุ่มๆ ถึงห้ามพลาดโปรแกรม Ulthera (แชร์ทริคเด็ดโดย คลินิกย่านฮงแด)
เช็กประสิทธิภาพ Ulthera: แนะนำเทคนิคทำ 300 ช็อตเจาะจงจุด ดีกว่าเน้นกระจายทั่วจริงไหม?
[เจาะลึกผลลัพธ์ Ulthera 300 ช็อต แค่บริเวณโหนกแก้มก็ปังได้ [แนะนำโดยแพทย์เฉพาะทางโซล]](https://beautystone1.com/blog/ulthera-300shots-effect-2)
ส่องผลลัพธ์ Pico Toning ทำกี่ครั้งถึงจะรอยกระฝ้าจางลง? สรุปพัฒนาการเคลียร์ผิวสวยใส 4 สเต็ป

ยกกระชับ
หน้าหย่อนหลังคลอด ทำอัลเทอร่าตอนให้นมได้ไหมคะ
อัลเทอร่าตอนให้นมบุตรปลอดภัยจริงไหม ควรเริ่มช่วงไหนหลังคลอด ดูจากสัญญาณฟื้นตัวของร่างกายค่ะ

ผิว
ลดน้ำหนักแล้วหน้าตอบ เติม Juvelook Volume ได้ไหม
ลดน้ำหนักแล้วแก้มตอบดูโทรม Juvelook Volume ช่วยได้อย่างไร รวมกลไก ผลลัพธ์ และข้อควรระวังค่ะ

ผิว
สูบบุหรี่ทำ Rejuran เห็นผลช้าลงจริงไหม?
คนสูบบุหรี่ทำสกินบูสเตอร์ Rejuran คอลลาเจนฟื้นตัวช้าลงหรือเปล่า และจะดูแลให้ได้ผลดีขึ้นยังไง มาดูกัน

ยกกระชับ
เครียดสะสมจนผิวหย่อนคล้อย RF ช่วยได้จริงไหมคะ
สรุปขอบเขตและข้อจำกัดของ RF ลิฟติ้งต่อผิวหย่อนคล้อยจากความเครียด แยกจากการดูแลชีวิตประจำวันค่ะ

ผิว
มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?
เป็นเบาหวาน ความดัน หรือกินยาละลายลิ่มเลือด ทำหัตถการความงามได้ไหม? มาดูสิ่งที่ต้องบอกคุณหมอกันค่ะ

ยกกระชับ
ซีเคร็ต RF ไมโครนีดเดิ้ล แก้แผลเป็น-รูขุมขนได้ไหม
ซีเคร็ต RF ผสานไมโครนีดเดิ้ลกับคลื่นวิทยุ ดูแลแผลเป็น รูขุมขน และความกระชับด้วยหลักการเดียวกัน



