ผู้อำนวยการ วี ยองจิน คิม กาอึล แห่งคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก

สิวหัวหนองปล่อยไว้แผลเป็นใหญ่ขึ้น มีช่วงที่ควรบีบ

สิวหัวหนองปล่อยไว้แผลเป็นใหญ่ขึ้น มีช่วงที่ควรบีบ

สิวหัวหนองปล่อยไว้แผลเป็นใหญ่ขึ้น มีช่วงที่ควรบีบ

"สิวไม่ควรบีบจะดีสุด" ถูกแค่ครึ่ง สรุปช่วงที่ควรบีบหัวหนอง วิธีที่ถูก และระยะที่ห้ามบีบ ในตารางเดียว

ตุ่มหนอง ถ้าปล่อยทิ้งไว้แผลเป็นจะยิ่งใหญ่ขึ้นนะค๊า มีช่วงเวลาที่ควรบีบต่างหากค่ะ

🔗 ไปยังบทความอื่น

ตัวตนที่แท้จริงของสิว1.1 รูขุมขนอักเสบ vs สิว

ทางแยกสู่การเกิดแผลเป็น2.1 ระดับความเสี่ยงแผลเป็นตามขนาดและประเภท

วิธีหยุดสิวในตอนนี้3.2 ทำความรู้จักกับการฉีดรักษาสิวอักเสบอย่างละเอียด

การดูแลรอยหลังเป็นสิว4.1 PIH·PIE·แผลเป็นหลุม·แผลเป็นนูน

หลายคนบอกว่าสิวห้ามบีบเด็ดขาด สำหรับสิวระยะลึกอย่างสิวหัวช้าง (nodules) หรือสิวซีสต์ (cysts) คำกล่าวนี้ถูกต้องเลยค่ะ แต่สำหรับตุ่มหนอง (pustules) ที่เริ่มมีหัวสีเหลืองตรงกลางนั้นเป็นคนละเรื่องกันเลยค่ะ หากไม่ระบายเอาหนองและสารกระตุ้นการอักเสบด้านในออกให้ทันเวลา มันจะแพร่กระจายไปยังผิวชั้นหนังแท้รอบข้าง ทำให้เกิดรอยแดงรอยดำยาวนาน และในที่สุดก็จะกลายเป็นแผลเป็นหลุมตื้น ๆ ดังนั้น 'จังหวะเวลาในการบีบ' และ 'วิธีการบีบ' จึงเป็นตัวแปรสำคัญที่ตัดสินว่าจะเกิดแผลเป็นหรือไม่ค่ะ

หลายคนบอกว่าสิวห้ามบีบเด็ดขาด สำหรับสิวระยะลึกอย่างสิวหัวช้าง (nodules) หรือสิวซีสต์ (cysts) คำกล่าวนี้ถูกต้องเลยค่ะ แต่สำหรับตุ่มหนอง (pustules) ที่เริ่มมีหัวสีเหลืองตรงกลางนั้นเป็นคนละเรื่องกันเลยค่ะ หากไม่ระบายเอาหนองและสารกระตุ้นการอักเสบด้านในออกให้ทันเวลา มันจะแพร่กระจายไปยังผิวชั้นหนังแท้รอบข้าง ทำให้เกิดรอยแดงรอยดำยาวนาน และในที่สุดก็จะกลายเป็นแผลเป็นหลุมตื้น ๆ ดังนั้น 'จังหวะเวลาในการบีบ' และ 'วิธีการบีบ' จึงเป็นตัวแปรสำคัญที่ตัดสินว่าจะเกิดแผลเป็นหรือไม่ค่ะ

 

คำพูดที่ว่า “ปล่อยไว้เดี๋ยวก็ยุบไปเอง” นั้น ถูกต้องแค่ครึ่งเดียวค่ะ

ตุ่มหนองขนาดเล็กที่อยู่ใกล้ชั้นผิวสามารถยุบและดูดซึมหายไปเองได้ตามธรรมชาติภายในไม่กี่วันค่ะ แต่ถ้าขนาดของมันใหญ่ขึ้นและเริ่มมีหนองสะสมหนาแน่น แรงดันจะดันผนังรูขุมขนและแพร่กระจายออกไปด้านข้าง ส่งผลให้อาการอักเสบลามไปยังรูขุมขนข้างเคียงและผิวชั้นหนังแท้ ตุ่มหนองที่เคยขึ้นแค่จุดเดียวอาจกลายเป็นกลุ่มสิวอักเสบขนาดเล็กภายในเวลาเพียงไม่กี่วันได้เลยค่ะ

หลายคนคงเคยมีประสบการณ์ที่สิวเห่อขึ้นมาพร้อมกันพรึบพรับ ซึ่งมักจะมีสาเหตุมาจากแบบนี้แหละค่ะ หากเราจับจังหวะเวลาให้ดีตั้งแต่ตุ่มหนองเม็ดแรกเริ่มส่งสัญญาณ เราก็จะสามารถตัดวงจรการแพร่กระจายไปยังบริเวณข้างเคียงได้ค่ะ

“그냥 두면 흡수된다”는 말이 절반만 맞아요

 

 

ถ้าเริ่มเห็นหัวสิวสีเหลือง นั่นคือจังหวะที่บีบได้แล้วค่ะ

ตุ่มหนองสิวจะอยู่ในระยะที่ปลอดภัยเมื่อมันลอยตัวขึ้นมาใกล้ผิวและเห็นหัวสีเหลือง (yellow head) ตรงกลางได้อย่างชัดเจน การที่เห็นหัวสิวชัดเจนหมายความว่าสิ่งสกปรกข้างในได้ลอยขึ้นมาอยู่ใน 'ระดับตื้น' แล้วค่ะ ในตอนนี้เมื่อเราให้แรงกดเบา ๆ แรงกดจะพุ่งออกไปทางด้านบนเท่านั้น

ในทางกลับกัน หากผิวยังเรียบนูน แดง และแข็ง ห้ามบีบเด็ดขาดเลยนะคะ เพราะสิ่งสกปรกยังอยู่ลึกมาก หากบีบจะไม่ยอมออกข้างบน แต่จะถูกดันไปด้านข้างหรือลึกลงไปข้างล่างแทน ซึ่งนี่แหละค่ะคือจุดเริ่มต้นที่พบบ่อยที่สุดของการเกิดแผลเป็นสิว

노란 머리가 보이면 짤 시점이에요

 

 

ทำไมการบีบด้วยมือถึงทำให้แผลเป็นลึกกว่าเดิม

ปลายนิ้วมือของเรามีพื้นที่กว้างและยากต่อการควบคุมทิศทางของแรงกดได้อย่างแม่นยำค่ะ ทันทีที่บีบ แรงกดส่วนหนึ่งจะพุ่งขึ้นข้างบน แต่แรงกดส่วนใหญ่จะพุ่งไปด้านข้างและลึกลงไปในชั้นหนังแท้ หนองและสารอักเสบที่ถูกดันไปรอบ ๆ จะทำให้เกิดการอักเสบใหม่ ส่วนแรงกดที่ถูกดันลงไปข้างล่างจะไปกดทับคอลลาเจนในชั้นหนังแท้* จนทำให้กลายเป็นรอยบุ๋มถาวรได้ค่ะ

ยิ่งถ้าใช้เล็บจิกบีบ ผิวชั้นกำพร้าจะถลอกและทิ้งรอยดำคล้ำ (PIH) ไว้ยาวนานเลยค่ะ ดังนั้นคำล่ำลือที่ว่า 'ไม่บีบเลยจะดีกว่า' หากพูดให้ถูกต้องแม่นยำก็คือ 'ถ้าจะบีบวิธีนี้ สู้ไม่บีบเลยยังดีกว่า' ค่ะ

* คอลลาเจนในชั้นหนังแท้: โปรตีนที่ทอเป็นโครงข่ายคอยพยุงผิวในชั้นหนังแท้ หากพื้นที่ส่วนใดส่วนหนึ่งพังทลายลงพร้อมกันจะยากต่อการฟื้นฟูใหม่ และเมื่อตำแหน่งนั้นแข็งตัวในสภาพที่บุ๋มลงไป ก็จะกลายเป็นแผลเป็นหลุม (atrophic scar) ค่ะ

손으로 짜면 왜 흉이 더 깊어질까

 

 

การเจาะระบายหนองที่คลินิกแตกต่างอย่างไร

การเจาะระบายหนอง Incision & Drainage (I&D)* ที่ใช้ในทางการแพทย์ คือการใช้เข็มขนาดเล็กประมาณ 18G หรือมีดผ่าตัดเบอร์ 11 สะกิดผิวเป็นแผล 'ขนาดเล็กมาก' จากนั้นจึงใช้อุปกรณ์ปลอดเชื้อกดเพื่อระบายหนองออก ซึ่งแตกต่างจากแรงกดจากนิ้วมืออย่างสิ้นเชิง เพราะรูที่เจาะจะทำหน้าที่เป็น 'ทางออกด้านบน' ทำให้อัตราแรงดันที่จะกระจายไปทางด้านข้างและด้านล่างลดลงอย่างมากค่ะ

ความแตกต่างในการฟื้นตัวจะเห็นได้ชัดเจนจากความเสี่ยงในการเกิดแผลเป็นมากกว่าในรูปภาพเสียอีกค่ะ แม้จะเป็นตุ่มหนองเดียวกัน แต่หากระบายออกด้วยการเจาะอย่างถูกสุขอนามัย มักจะจบลงเพียงแค่รอยดำจาง ๆ แต่ถ้าใช้นิ้วมือบีบเค้น โอกาสที่จะกลายเป็นแผลเป็นหลุมลึกขอบชัด (boxcar scar) จะสูงขึ้นมาก ความแตกต่างทางคลินิกนี้ยังเป็นจุดสำคัญที่ได้รับการเน้นย้ำในคู่มือการรักษาทั่วไปของสมาคมกุมารแพทย์และโรคผิวหนังแห่งเกาหลีอีกด้วยค่ะ

* การเจาะระบายหนอง (I&D, Incision and Drainage): หัตถการทางการแพทย์ที่ใช้เข็ม 18G หรือมีดเบอร์ 11 สะกิดเปิดผิวตุ่มหนองหรือสิวซีสต์ขนาดเล็ก แล้วระบายสิ่งสกปรกด้านในออก การเปิดทางออกด้านบนช่วยลดแรงกดที่จะแผ่ซ่านลงด้านล่างและด้านข้าง ช่วยลดความเสียหายต่อชั้นหนังแท้ให้เหลือน้อยที่สุดแม้จะระบายหนองในปริมาณเท่ากันก็ตาม

병원 배농은 무엇이 다른가

 

 

รบกวนจำระยะสิวที่ห้ามบีบเด็ดขาดไว้ด้วยนะค๊า

สิวหัวช้างที่ไม่มีหัวสิวและสิวซีสต์ที่มีอาการเจ็บปวดมาก ห้ามใช้วิธีใด ๆ 'บีบ' มันเด็ดขาดเลยนะคะ เนื่องจากสิ่งสกปรกอุดตันอยู่ลึกมาก ไม่ว่าจะสร้างทางออกอย่างไร แรงกดก็จะกระจายไปด้านข้างและด้านล่างอยู่ดี ในระยะนี้ต้องเริ่มจาก การฉีดยาสเตียรอยด์เฉพาะจุดเพื่อลดการอักเสบก่อน ค่ะ ซึ่งเราจะมาเจาะลึกในบทความถัดไปของซีรีส์นี้นะคะ

สรุปขั้นตอนการรักษาที่เหมาะสมในแต่ละระยะออกมาเป็นตารางได้ดังนี้ค่ะ

ระยะ

บีบด้วยมือ

ระบายหนองที่คลินิก

การรักษาที่เหมาะสม

สิวอุดตัน (comedone)

△ (เฉพาะการกดสิวอย่างถูกสุขอนามัย)

กลุ่มเรตินอยด์ · กรดซาลิไซลิก

ตุ่มหนองตื้น (หัวสีเหลือง)

△ (วิธีการบีบอันตราย)

○ ปลอดภัยที่สุด

ระบายแรงดันออกด้วยอุปกรณ์ปลอดเชื้อ

ตุ่มหนองลึก (ไม่มีหัว)

△ ขึ้นอยู่กับระยะเวลา

ยาปฏิชีวนะชนิดทา external · BPO

สิวหัวช้าง (nodule)

ฉีดยาทราเอมซิโนโลน (Triamcinolone)

สิวซีสต์ (cyst)

เจาะระบายออกหลังจากกรีดสะกิด

ฉีดยา + เจาะระบายหนอง

หัวข้อที่ว่าควรบีบสิวหรือไม่ ไม่ใช่คำถามประเภท 'ควร/ไม่ควร' แบบกำปั้นทุบดินค่ะ แต่มันขึ้นอยู่กับระยะของสิวและวิธีการจัดการ สิวหัวหนองที่มีหัวชัดเจนควรจัดการอย่างถูกสุขอนามัยในเวลาที่เหมาะสม ส่วนสิวหัวช้างและสิวซีสต์ห้ามจับต้องเองและควรได้รับการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพียงเท่านี้ก็สามารถลดความเสี่ยงที่ผิวจะกลายเป็นแผลเป็นหลุมถาวรลงไปได้เยอะมากแล้วค่ะ

 

คำถามที่พบบ่อย

Q. ตุ่มหนองนี่ควรรีบบีบออกจริง ๆ เหรอคะ?

ควรค่ะ แต่ต้องเลือกการบีบอย่างถูกสุขอนามัยที่คลิกนิกนะคะ ตุ่มหนองหัวตื้นที่มีหัวสีเหลืองชัดเจน หากได้รับการระบายแรงดันออกจะช่วยให้ผิวฟื้นตัวเร็วขึ้นและลดความเสี่ยงในการเกิดแผลเป็นค่ะ อย่างไรก็ตาม หากพยายามเค้นสิวที่บ้านด้วยเล็บหรือนิ้วมือ ผิวชั้นกำพร้าและรูขุมขนอาจฉีกขาด ส่งผลให้เกิดแผลเป็นหนักกว่าเดิม หากคิดว่า 'ต้องระบายออกแล้วละ' แนะนำให้เข้ามาให้คุณหมอดูแลดีกว่าลองทำด้วยตัวเองนะคะ

Q. มีสถานการณ์ไหนที่สามารถบีบเองที่บ้านได้บ้างไหมคะ?

เราไม่แนะนำให้เจาะหรือบีบระบายหนองด้วยตัวเองเลยค่ะ เพราะการระบายเองมักทำให้ชั้นผิวและรอบ ๆ รูขุมขนเกิดแผลฉีกขาดจนเกิดแผลเป็นหลุมตามมา คำตอบที่ดีที่สุดในการลดแผลเป็นไม่ใช่หัวข้อ 'บีบอย่างไรให้ดี' แต่คือ 'การรีบมาพบแพทย์โดยไม่บีบเอง' ค่ะ ในระหว่างนี้ แนะนำให้แปะแผ่นแปะสิวที่สะอาดเพื่อลดปัจจัยกระตุ้นการระคายเคือง และรีบมาเข้ารับการรักษาโดยเร็วที่สุดนะคะ

Q. หากเข้ารับบริการเจาะระบายหนองแล้ว จะยุบภายในกี่วันคะ?

ตุ่มหนองสิวระยะตื้น โดยปกติความแดงและขนาดจะเริ่มยุบตัวลงภายใน 24-48 ชั่วโมงค่ะ แม้ว่ารอยสิว (PIH·PIE) ในบริเวณเดิมอาจจะยังหลงเหลืออยู่อีกประมาณ 1-2 เดือน แต่โอกาสที่จะกลายเป็นแผลเป็นหลุมถาวรนั้นพบน้อยมากค่ะ ส่วนสิวหัวช้างและสิวซีสต์ ลำพังแค่การเจาะระบายอาจไม่เพียงพอ มักจำเป็นต้องใช้วิธีฉีดสิวควบคู่กันไปด้วยค่ะ

 

บทความน่าอ่านเพิ่มเติม

ตุ่มหนอง ถ้าปล่อยทิ้งไว้แผลเป็นจะยิ่งใหญ่ขึ้นนะค๊า มีช่วงเวลาที่ควรบีบต่างหากค่ะ

🔗 ไปยังบทความอื่น

ตัวตนที่แท้จริงของสิว1.1 รูขุมขนอักเสบ vs สิว

ทางแยกสู่การเกิดแผลเป็น2.1 ระดับความเสี่ยงแผลเป็นตามขนาดและประเภท

วิธีหยุดสิวในตอนนี้3.2 ทำความรู้จักกับการฉีดรักษาสิวอักเสบอย่างละเอียด

การดูแลรอยหลังเป็นสิว4.1 PIH·PIE·แผลเป็นหลุม·แผลเป็นนูน

หลายคนบอกว่าสิวห้ามบีบเด็ดขาด สำหรับสิวระยะลึกอย่างสิวหัวช้าง (nodules) หรือสิวซีสต์ (cysts) คำกล่าวนี้ถูกต้องเลยค่ะ แต่สำหรับตุ่มหนอง (pustules) ที่เริ่มมีหัวสีเหลืองตรงกลางนั้นเป็นคนละเรื่องกันเลยค่ะ หากไม่ระบายเอาหนองและสารกระตุ้นการอักเสบด้านในออกให้ทันเวลา มันจะแพร่กระจายไปยังผิวชั้นหนังแท้รอบข้าง ทำให้เกิดรอยแดงรอยดำยาวนาน และในที่สุดก็จะกลายเป็นแผลเป็นหลุมตื้น ๆ ดังนั้น 'จังหวะเวลาในการบีบ' และ 'วิธีการบีบ' จึงเป็นตัวแปรสำคัญที่ตัดสินว่าจะเกิดแผลเป็นหรือไม่ค่ะ

หลายคนบอกว่าสิวห้ามบีบเด็ดขาด สำหรับสิวระยะลึกอย่างสิวหัวช้าง (nodules) หรือสิวซีสต์ (cysts) คำกล่าวนี้ถูกต้องเลยค่ะ แต่สำหรับตุ่มหนอง (pustules) ที่เริ่มมีหัวสีเหลืองตรงกลางนั้นเป็นคนละเรื่องกันเลยค่ะ หากไม่ระบายเอาหนองและสารกระตุ้นการอักเสบด้านในออกให้ทันเวลา มันจะแพร่กระจายไปยังผิวชั้นหนังแท้รอบข้าง ทำให้เกิดรอยแดงรอยดำยาวนาน และในที่สุดก็จะกลายเป็นแผลเป็นหลุมตื้น ๆ ดังนั้น 'จังหวะเวลาในการบีบ' และ 'วิธีการบีบ' จึงเป็นตัวแปรสำคัญที่ตัดสินว่าจะเกิดแผลเป็นหรือไม่ค่ะ

 

คำพูดที่ว่า “ปล่อยไว้เดี๋ยวก็ยุบไปเอง” นั้น ถูกต้องแค่ครึ่งเดียวค่ะ

ตุ่มหนองขนาดเล็กที่อยู่ใกล้ชั้นผิวสามารถยุบและดูดซึมหายไปเองได้ตามธรรมชาติภายในไม่กี่วันค่ะ แต่ถ้าขนาดของมันใหญ่ขึ้นและเริ่มมีหนองสะสมหนาแน่น แรงดันจะดันผนังรูขุมขนและแพร่กระจายออกไปด้านข้าง ส่งผลให้อาการอักเสบลามไปยังรูขุมขนข้างเคียงและผิวชั้นหนังแท้ ตุ่มหนองที่เคยขึ้นแค่จุดเดียวอาจกลายเป็นกลุ่มสิวอักเสบขนาดเล็กภายในเวลาเพียงไม่กี่วันได้เลยค่ะ

หลายคนคงเคยมีประสบการณ์ที่สิวเห่อขึ้นมาพร้อมกันพรึบพรับ ซึ่งมักจะมีสาเหตุมาจากแบบนี้แหละค่ะ หากเราจับจังหวะเวลาให้ดีตั้งแต่ตุ่มหนองเม็ดแรกเริ่มส่งสัญญาณ เราก็จะสามารถตัดวงจรการแพร่กระจายไปยังบริเวณข้างเคียงได้ค่ะ

“그냥 두면 흡수된다”는 말이 절반만 맞아요

 

 

ถ้าเริ่มเห็นหัวสิวสีเหลือง นั่นคือจังหวะที่บีบได้แล้วค่ะ

ตุ่มหนองสิวจะอยู่ในระยะที่ปลอดภัยเมื่อมันลอยตัวขึ้นมาใกล้ผิวและเห็นหัวสีเหลือง (yellow head) ตรงกลางได้อย่างชัดเจน การที่เห็นหัวสิวชัดเจนหมายความว่าสิ่งสกปรกข้างในได้ลอยขึ้นมาอยู่ใน 'ระดับตื้น' แล้วค่ะ ในตอนนี้เมื่อเราให้แรงกดเบา ๆ แรงกดจะพุ่งออกไปทางด้านบนเท่านั้น

ในทางกลับกัน หากผิวยังเรียบนูน แดง และแข็ง ห้ามบีบเด็ดขาดเลยนะคะ เพราะสิ่งสกปรกยังอยู่ลึกมาก หากบีบจะไม่ยอมออกข้างบน แต่จะถูกดันไปด้านข้างหรือลึกลงไปข้างล่างแทน ซึ่งนี่แหละค่ะคือจุดเริ่มต้นที่พบบ่อยที่สุดของการเกิดแผลเป็นสิว

노란 머리가 보이면 짤 시점이에요

 

 

ทำไมการบีบด้วยมือถึงทำให้แผลเป็นลึกกว่าเดิม

ปลายนิ้วมือของเรามีพื้นที่กว้างและยากต่อการควบคุมทิศทางของแรงกดได้อย่างแม่นยำค่ะ ทันทีที่บีบ แรงกดส่วนหนึ่งจะพุ่งขึ้นข้างบน แต่แรงกดส่วนใหญ่จะพุ่งไปด้านข้างและลึกลงไปในชั้นหนังแท้ หนองและสารอักเสบที่ถูกดันไปรอบ ๆ จะทำให้เกิดการอักเสบใหม่ ส่วนแรงกดที่ถูกดันลงไปข้างล่างจะไปกดทับคอลลาเจนในชั้นหนังแท้* จนทำให้กลายเป็นรอยบุ๋มถาวรได้ค่ะ

ยิ่งถ้าใช้เล็บจิกบีบ ผิวชั้นกำพร้าจะถลอกและทิ้งรอยดำคล้ำ (PIH) ไว้ยาวนานเลยค่ะ ดังนั้นคำล่ำลือที่ว่า 'ไม่บีบเลยจะดีกว่า' หากพูดให้ถูกต้องแม่นยำก็คือ 'ถ้าจะบีบวิธีนี้ สู้ไม่บีบเลยยังดีกว่า' ค่ะ

* คอลลาเจนในชั้นหนังแท้: โปรตีนที่ทอเป็นโครงข่ายคอยพยุงผิวในชั้นหนังแท้ หากพื้นที่ส่วนใดส่วนหนึ่งพังทลายลงพร้อมกันจะยากต่อการฟื้นฟูใหม่ และเมื่อตำแหน่งนั้นแข็งตัวในสภาพที่บุ๋มลงไป ก็จะกลายเป็นแผลเป็นหลุม (atrophic scar) ค่ะ

손으로 짜면 왜 흉이 더 깊어질까

 

 

การเจาะระบายหนองที่คลินิกแตกต่างอย่างไร

การเจาะระบายหนอง Incision & Drainage (I&D)* ที่ใช้ในทางการแพทย์ คือการใช้เข็มขนาดเล็กประมาณ 18G หรือมีดผ่าตัดเบอร์ 11 สะกิดผิวเป็นแผล 'ขนาดเล็กมาก' จากนั้นจึงใช้อุปกรณ์ปลอดเชื้อกดเพื่อระบายหนองออก ซึ่งแตกต่างจากแรงกดจากนิ้วมืออย่างสิ้นเชิง เพราะรูที่เจาะจะทำหน้าที่เป็น 'ทางออกด้านบน' ทำให้อัตราแรงดันที่จะกระจายไปทางด้านข้างและด้านล่างลดลงอย่างมากค่ะ

ความแตกต่างในการฟื้นตัวจะเห็นได้ชัดเจนจากความเสี่ยงในการเกิดแผลเป็นมากกว่าในรูปภาพเสียอีกค่ะ แม้จะเป็นตุ่มหนองเดียวกัน แต่หากระบายออกด้วยการเจาะอย่างถูกสุขอนามัย มักจะจบลงเพียงแค่รอยดำจาง ๆ แต่ถ้าใช้นิ้วมือบีบเค้น โอกาสที่จะกลายเป็นแผลเป็นหลุมลึกขอบชัด (boxcar scar) จะสูงขึ้นมาก ความแตกต่างทางคลินิกนี้ยังเป็นจุดสำคัญที่ได้รับการเน้นย้ำในคู่มือการรักษาทั่วไปของสมาคมกุมารแพทย์และโรคผิวหนังแห่งเกาหลีอีกด้วยค่ะ

* การเจาะระบายหนอง (I&D, Incision and Drainage): หัตถการทางการแพทย์ที่ใช้เข็ม 18G หรือมีดเบอร์ 11 สะกิดเปิดผิวตุ่มหนองหรือสิวซีสต์ขนาดเล็ก แล้วระบายสิ่งสกปรกด้านในออก การเปิดทางออกด้านบนช่วยลดแรงกดที่จะแผ่ซ่านลงด้านล่างและด้านข้าง ช่วยลดความเสียหายต่อชั้นหนังแท้ให้เหลือน้อยที่สุดแม้จะระบายหนองในปริมาณเท่ากันก็ตาม

병원 배농은 무엇이 다른가

 

 

รบกวนจำระยะสิวที่ห้ามบีบเด็ดขาดไว้ด้วยนะค๊า

สิวหัวช้างที่ไม่มีหัวสิวและสิวซีสต์ที่มีอาการเจ็บปวดมาก ห้ามใช้วิธีใด ๆ 'บีบ' มันเด็ดขาดเลยนะคะ เนื่องจากสิ่งสกปรกอุดตันอยู่ลึกมาก ไม่ว่าจะสร้างทางออกอย่างไร แรงกดก็จะกระจายไปด้านข้างและด้านล่างอยู่ดี ในระยะนี้ต้องเริ่มจาก การฉีดยาสเตียรอยด์เฉพาะจุดเพื่อลดการอักเสบก่อน ค่ะ ซึ่งเราจะมาเจาะลึกในบทความถัดไปของซีรีส์นี้นะคะ

สรุปขั้นตอนการรักษาที่เหมาะสมในแต่ละระยะออกมาเป็นตารางได้ดังนี้ค่ะ

ระยะ

บีบด้วยมือ

ระบายหนองที่คลินิก

การรักษาที่เหมาะสม

สิวอุดตัน (comedone)

△ (เฉพาะการกดสิวอย่างถูกสุขอนามัย)

กลุ่มเรตินอยด์ · กรดซาลิไซลิก

ตุ่มหนองตื้น (หัวสีเหลือง)

△ (วิธีการบีบอันตราย)

○ ปลอดภัยที่สุด

ระบายแรงดันออกด้วยอุปกรณ์ปลอดเชื้อ

ตุ่มหนองลึก (ไม่มีหัว)

△ ขึ้นอยู่กับระยะเวลา

ยาปฏิชีวนะชนิดทา external · BPO

สิวหัวช้าง (nodule)

ฉีดยาทราเอมซิโนโลน (Triamcinolone)

สิวซีสต์ (cyst)

เจาะระบายออกหลังจากกรีดสะกิด

ฉีดยา + เจาะระบายหนอง

หัวข้อที่ว่าควรบีบสิวหรือไม่ ไม่ใช่คำถามประเภท 'ควร/ไม่ควร' แบบกำปั้นทุบดินค่ะ แต่มันขึ้นอยู่กับระยะของสิวและวิธีการจัดการ สิวหัวหนองที่มีหัวชัดเจนควรจัดการอย่างถูกสุขอนามัยในเวลาที่เหมาะสม ส่วนสิวหัวช้างและสิวซีสต์ห้ามจับต้องเองและควรได้รับการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพียงเท่านี้ก็สามารถลดความเสี่ยงที่ผิวจะกลายเป็นแผลเป็นหลุมถาวรลงไปได้เยอะมากแล้วค่ะ

 

คำถามที่พบบ่อย

Q. ตุ่มหนองนี่ควรรีบบีบออกจริง ๆ เหรอคะ?

ควรค่ะ แต่ต้องเลือกการบีบอย่างถูกสุขอนามัยที่คลิกนิกนะคะ ตุ่มหนองหัวตื้นที่มีหัวสีเหลืองชัดเจน หากได้รับการระบายแรงดันออกจะช่วยให้ผิวฟื้นตัวเร็วขึ้นและลดความเสี่ยงในการเกิดแผลเป็นค่ะ อย่างไรก็ตาม หากพยายามเค้นสิวที่บ้านด้วยเล็บหรือนิ้วมือ ผิวชั้นกำพร้าและรูขุมขนอาจฉีกขาด ส่งผลให้เกิดแผลเป็นหนักกว่าเดิม หากคิดว่า 'ต้องระบายออกแล้วละ' แนะนำให้เข้ามาให้คุณหมอดูแลดีกว่าลองทำด้วยตัวเองนะคะ

Q. มีสถานการณ์ไหนที่สามารถบีบเองที่บ้านได้บ้างไหมคะ?

เราไม่แนะนำให้เจาะหรือบีบระบายหนองด้วยตัวเองเลยค่ะ เพราะการระบายเองมักทำให้ชั้นผิวและรอบ ๆ รูขุมขนเกิดแผลฉีกขาดจนเกิดแผลเป็นหลุมตามมา คำตอบที่ดีที่สุดในการลดแผลเป็นไม่ใช่หัวข้อ 'บีบอย่างไรให้ดี' แต่คือ 'การรีบมาพบแพทย์โดยไม่บีบเอง' ค่ะ ในระหว่างนี้ แนะนำให้แปะแผ่นแปะสิวที่สะอาดเพื่อลดปัจจัยกระตุ้นการระคายเคือง และรีบมาเข้ารับการรักษาโดยเร็วที่สุดนะคะ

Q. หากเข้ารับบริการเจาะระบายหนองแล้ว จะยุบภายในกี่วันคะ?

ตุ่มหนองสิวระยะตื้น โดยปกติความแดงและขนาดจะเริ่มยุบตัวลงภายใน 24-48 ชั่วโมงค่ะ แม้ว่ารอยสิว (PIH·PIE) ในบริเวณเดิมอาจจะยังหลงเหลืออยู่อีกประมาณ 1-2 เดือน แต่โอกาสที่จะกลายเป็นแผลเป็นหลุมถาวรนั้นพบน้อยมากค่ะ ส่วนสิวหัวช้างและสิวซีสต์ ลำพังแค่การเจาะระบายอาจไม่เพียงพอ มักจำเป็นต้องใช้วิธีฉีดสิวควบคู่กันไปด้วยค่ะ

 

บทความน่าอ่านเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ถ้าเจลแต้มสิวหรือ Cleartin ไม่ช่วยให้อาการดีขึ้น ถึงเวลาต้องเปลี่ยนแล้วค่ะ

ผิว

ถ้าคุมสิวด้วยยาทาสิวทั่วไปอย่าง Cleartin แล้วยังไม่หาย ดีขึ้น ถึงเวลาต้องเปลี่ยนวิธีรักษาแล้วค่ะ

Salicylic acid, ยาปฏิชีวนะ, Retinoid และ Isotretinoin มีจุดออกฤทธิ์ที่แตกต่างกันนะคะ ตั้งแต่ปัญหาสิวอุดตันไปจนถึงสิวอักเสบชนิดตุ่มแดงและซีสต์ มาดูวิธีการเลือกยาทาและยารับประทานที่เหมาะกับขั้นตอนและสภาพผิวของคุณกันค่ะ

ตุ่มแดงที่คิดว่าเป็นสิว แต่อาจเป็นรูขุมขนอักเสบ (Folliculitis) ซึ่งมีวิธีรักษาที่แตกต่างกัน

ผิว

สิวเม็ดเล็กๆ ที่คิดว่าเป็นสิวธรรมดา ถ้าจริงๆ แล้วเป็น 'รูขุมขนอักเสบ' วิธีรักษาจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยนะคะ

สิวอุดตันกับรูขุมขนอักเสบดูคล้ายกัน แต่ต้นเหตุต่าง แยกจากอาการคัน บริเวณ หัวสิว วินิจฉัยถูกลดแผลเป็น

ถ้าสิวเริ่มเป็นไตหรือเป็นปุ่มนูนแดง (nodule) แล้ว อย่าเพิ่งบีบเองนะคะ เพราะรอยแผลเป็นจะเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนนี้เลยค่ะ

ผิว

ตั้งแต่ตุ่มนูนแข็ง ห้ามบีบเอง แผลเป็นเริ่มตอนนี้

แผลเป็นไม่ได้เกิดจากการบีบ แต่ขึ้นกับการอักเสบลงลึกแค่ไหน ดูตารางระดับความเสี่ยงและการดูแลแต่ละขั้น

ตุ่มหนอง (pustule) ถ้าปล่อยทิ้งไว้แผลเป็นจะยิ่งใหญ่นะคะ จริงๆ แล้วมันมีเวลาที่ควรเจาะออกอยู่ค่ะ

ผิว

สิวหัวหนองปล่อยไว้แผลเป็นใหญ่ขึ้น มีช่วงที่ควรบีบ

"สิวไม่ควรบีบจะดีสุด" ถูกแค่ครึ่ง สรุปช่วงที่ควรบีบหัวหนอง วิธีที่ถูก และระยะที่ห้ามบีบ ในตารางเดียว

การฉีดรักษาสิวอักเสบ จริงๆ แล้วคือหลักการเดียวกับการลดรอยแผลเป็นจากไฟไหม้ค่ะ

ผิว

ยาฉีดสิวอักเสบ ใช้หลักการเดียวกับลดแผลรอยไหม้

ปล่อยตุ่มนูนหรือซีสต์ไว้คิดว่าจะยุบเอง? ช่วงนั้นทำลายคอลลาเจนหนังแท้ สรุปหลักการยาฉีดและข้อจำกัด

รอยสิว รอยดำ รอยแดง และรอยบุ๋มลึก ไม่สามารถรักษาให้หายได้ด้วยการใช้ยาตัวเดียวกัน

ผิว

รอยดำ รอยแดง หลุมสิว รักษาด้วยยาตัวเดียวกันไม่ได้

น้ำตาลคือเมลานิน แดงคือเส้นเลือด บุ๋มคือคอลลาเจนหาย นูนคือเกิน สรุป 4 แบบพร้อมการรักษาขั้นแรก

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1