• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

สิวหัวหนองปล่อยไว้แผลเป็นใหญ่ขึ้น มีช่วงที่ควรบีบ

สิวหัวหนองปล่อยไว้แผลเป็นใหญ่ขึ้น มีช่วงที่ควรบีบ

สิวหัวหนองปล่อยไว้แผลเป็นใหญ่ขึ้น มีช่วงที่ควรบีบ

"สิวไม่ควรบีบจะดีสุด" ถูกแค่ครึ่ง สรุปช่วงที่ควรบีบหัวหนอง วิธีที่ถูก และระยะที่ห้ามบีบ ในตารางเดียว

เผยแพร่ -

อัปเดต -

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist

🔗 อ่านบทความอื่นๆ

ทำความรู้จักสิว1.1 รูขุมขนอักเสบ vs สิว

ทางแยกสู่การเกิดรอยแผลเป็น2.1 ระดับความเสี่ยงแผลเป็นตามขนาดและประเภทสิว

วิธีหยุดมันตอนนี้3.2 เจาะลึกเรื่องการฉีดรักษาสิวอักเสบ

การดูแลรอยหลังสิวหาย4.1 PIH·PIE·แผลเป็นหลุม·แผลเป็นนูน

หลายคนบอกว่าห้ามบีบสิวเด็ดขาด ซึ่งนั่นเป็นเรื่องจริงเฉพาะกับสิวระยะลึกอย่างสิวหัวช้าง (nodules หรือ cysts) ครับ แต่สำหรับสิวหนองหัวเหลืองใสๆ ที่อยู่ตรงกลางนั้นเป็นคนละเรื่องกันเลย หากเราไม่ระบายหนองและสารอักเสบข้างในออกให้ทันเวลา มันจะแพร่กระจายไปยังผิวชั้นหนังแท้รอบข้าง ทำให้เกิดรอยสิวนานขึ้น และกลายเป็นแผลเป็นหลุมสิวตื้นๆ ในที่สุด ‘เวลาที่บีบ’ และ ‘วิธีที่บีบ’ จึงเป็นตัวแปรสำคัญที่แท้จริงที่จะตัดสินว่าจะเกิดแผลเป็นหรือไม่ครับ

หลายคนบอกว่าห้ามบีบสิวเด็ดขาด ซึ่งนั่นเป็นเรื่องจริงเฉพาะกับสิวระยะลึกอย่างสิวหัวช้าง (nodules หรือ cysts) ครับ แต่สำหรับสิวหนองหัวเหลืองใสๆ ที่อยู่ตรงกลางนั้นเป็นคนละเรื่องกันเลย หากเราไม่ระบายหนองและสารอักเสบข้างในออกให้ทันเวลา มันจะแพร่กระจายไปยังผิวชั้นหนังแท้รอบข้าง ทำให้เกิดรอยสิวนานขึ้น และกลายเป็นแผลเป็นหลุมสิวตื้นๆ ในที่สุด ‘เวลาที่บีบ’ และ ‘วิธีที่บีบ’ จึงเป็นตัวแปรสำคัญที่แท้จริงที่จะตัดสินว่าจะเกิดแผลเป็นหรือไม่ครับ

 

คำกล่าวที่ว่า "ปล่อยไว้เดี๋ยวก็ยุบเอง" นั้นถูกแค่ครึ่งเดียวครับ

สำหรับสิวหนองเม็ดเล็กๆ ที่อยู่ใกล้ชั้นผิว จะสามารถยุบตัวลงไปได้เองตามธรรมชาติภายในไม่กี่วันครับ แต่ถ้าสิวเริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้นและหนองเริ่มสะสมตัวหนาแน่น แรงดันจะดันผนังรูขุมขนและแพร่กระจายออกไปด้านข้าง ส่งผลให้อาการอักเสบลามไปยังรูขุมขนและผิวชั้นหนังแท้ที่อยู่ข้างเคียง จากสิวหนองเม็ดเดียวอาจกลายเป็นกลุ่มสิวอักเสบเม็ดเล็กๆ ได้ในเวลาเพียงไม่กี่วันครับ

หลายคนคงเคยมีประสบการณ์ที่สิวเห่อขึ้นมาพร้อมกันรวดเดียว ซึ่งปัญหานี้มักจะเกิดขึ้นในลักษณะนี้ล่ะครับ หากเราจัดการได้ถูกเวลาตั้งแต่เริ่มเห็นสิวหนองเม็ดแรก ก็จะสามารถหยุดการแพร่กระจายไปยังบริเวณข้างเคียงได้ครับ

คำกล่าวที่ว่า

 

 

เมื่อเห็นหัวเหลืองๆ นั่นคือเวลาที่ควรเจาะบีบแล้วครับ

สิวหนองที่โผล่ขึ้นมาใกล้ชั้นผิวและเริ่มมีหัวเหลือง (yellow head) ปรากฏให้เห็นตรงกลาง คือช่วงเวลาที่ปลอดภัยที่สุดในการบีบออกครับ การที่มีหัวสิวขึ้นมาแปลว่าหนองและสิ่งสกปรกข้างในได้ขึ้นมาอยู่ใน 'ตําแหน่งตื้นๆ' แล้ว เมื่อออกแรงกดเบาๆ แรงกดจะพุ่งออกไปด้านบนเพียงทิศทางเดียวครับ

ในทางกลับกัน หากผิวยังเรียบและเป็นไตแดงแข็งๆ ห้ามบีบเด็ดขาดนะครับ เพราะหัวสิวยังอยู่ลึกมาก หากบีบ สิ่งสกปรกจะไม่ยอมออกไปด้านบน แต่จะถูกดันไปด้านข้างหรือลึกลงไปข้างล่างแทน ซึ่งนี่เป็นสาเหตุส่วนใหญ่ของการเกิดแผลเป็นเลยครับ

เมื่อเห็นหัวเหลืองๆ นั่นคือเวลาที่ควรเจาะบีบแล้วครับ

 

 

ทำไมการบีบด้วยมือถึงทำให้แผลเป็นลึกลงกว่าเดิม?

เนื่องจากนิ้วมือของเรามีพื้นที่กว้างและควบคุมทิศทางของแรงกดได้ยากครับ ทันทีที่บีบ แรงกดบางส่วนจะพุ่งขึ้นด้านบน แต่แรงกดส่วนใหญ่จะพุ่งไปที่ผิวชั้นหนังแท้ด้านข้างและด้านล่าง หนองและสารอักเสบที่ถูกดันไปที่ผิวชั้นหนังแท้ด้านข้างจะกลายเป็นจุดอักเสบใหม่ ส่วนแรงกดที่พุ่งลงสู่ด้านล่างจะไปกดทับคอลลาเจน* ในชั้นหนังแท้จนทำให้ผิวบุ๋มลงไปกลายเป็นหลุมสิวครับ

ยิ่งถ้าใช้เล็บจิกบีบ ผิวชั้นนอกสุดจะถลอกและหลงเหลือรอยดำ (PIH) เป็นสีน้ำตาลยาวนานเลยครับ ดังนั้นคำพูดที่ว่า 'ไม่บีบเลยจะดีกว่า' พูดให้ถูกก็คือ 'ถ้าบีบแบบนี้ สู้ไม่บีบเลยยังจะดีกว่า' นั่นเองครับ

* คอลลาเจนในผิวชั้นหนังแท้: โปรตีนที่ประสานตัวกันเป็นโครงข่ายใต้ชั้นผิวเพื่อค้ำจุนผิวไว้ หากพื้นที่ตรงนี้พังทลายลงพร้อมกันก็ยากที่จะฟื้นฟูกลับมาใหม่ และหากจุดนั้นยุบตัวลงไปถาวรก็จะกลายเป็นแผลเป็นหลุมสิว (atrophic scar) ครับ

ทำไมการบีบด้วยมือถึงทำให้แผลเป็นลึกลงกว่าเดิม?

 

 

การกดระบายหนองที่คลินิกแตกต่างอย่างไร?

การระบายหนองโดยแพทย์ผิวหนังที่เรียกว่า Incision and Drainage (I&D)* จะใช้เข็มขนาดเล็กประมาณ 18G หรือใบมีดเบอร์ 11 สะกิดผิวเพื่อเปิดทาง 'ขนาดเล็กมากๆ' จากนั้นจึงใช้อุปกรณ์ปลอดเชื้อค่อยๆ กดระบายหนองออก ซึ่งแตกต่างจากการใช้มือกด เพราะแผลสะกิดนี้จะทำหน้าที่เป็น 'ทางออกด้านบน' ช่วยลดแรงกดที่จะแผ่ออกไปทางด้านข้างและด้านล่างได้อย่างมากครับ

ความแตกต่างในการฟื้นฟูผิวจะเห็นได้ชัดเจนมากในเรื่องของความเสี่ยงที่จะเกิดแผลเป็นหลุมสิวครับ สิวหนองเม็ดเดียวกันถ้าใช้วิธีสะกิดระบายหนองอย่างถูกสุขอนามัย มักจะจบที่การทิ้งรอยดำจางๆ เท่านั้น แต่ถ้าใช้มือเค้นบีบ ก็มีโอกาสสูงมากที่จะกลายเป็นแผลเป็นหลุมสิวประเภท boxcar ตื้นๆ ซึ่งความแตกต่างทางคลินิกนี้ยังได้รับการเน้นย้ำใน คู่มือการรักษาโรคผิวหนังทั่วไปของสมาคมผิวหนังเกาหลี อีกด้วยครับ

* Incision and Drainage (I&D): การรักษาทางคลินิกโดยใช้เข็ม 18G หรือใบมีดเบอร์ 11 สะกิดเปิดแผลขนาดเล็กที่หัวสิวหนองหรือสิวหัวช้าง เพื่อระบายหนองและสารอักเสบออก วิธีนี้ช่วยเปิดทางออกด้านบนเพื่อลดแรงกดดันที่จะพุ่งไปด้านข้างและด้านล่าง จึงช่วยลดความเสียหายของผิวชั้นหนังแท้ให้ได้มากที่สุด แม้จะระบายหนองออกในปริมาณเท่ากันก็ตาม

การกดระบายหนองที่คลินิกแตกต่างอย่างไร?

 

 

อย่าลืมจำระยะสิวที่ "ไม่ควรบีบ" ไว้ด้วยนะ

สิวไตแข็งๆ ไม่มีหัว หรือสิวหัวช้างเม็ดใหญ่ที่ปวดมากๆ ห้าม 'บีบ' ด้วยวิธีใดๆ ทั้งสิ้นนะครับ เพราะหนองและสิ่งอุดตันอยู่ลึกเกินไป ไม่ว่าจะเปิดทางออกแบบไหน แรงกดก็จะถูกดันไปทางด้านข้างและด้านล่างอยู่ดี สิวระยะนี้ต้องเริ่มจาก การฉีดสิวเพื่อลดการอักเสบก่อน ครับ เดี๋ยวรายละเอียดเราจะพูดถึงในบทความถัดไปของซีรีส์นี้นะครับ

สามารถสรุปวิธีดูแลรักษาที่เหมาะสมตามระยะของสิวออกมาได้ตามตารางนี้เลยครับ

ระยะสิว

บีบด้วยมือ

กดระบายหนองที่คลินิก

วิธีรักษาที่เหมาะสม

สิวอุดตัน

△ (เฉพาะการกดอย่างถูกสุขอนามัยเท่านั้น)

กลุ่มเรตินอยด์ / กรดซาลิไซลิก

สิวอักเสบหัวหนองตื้นๆ (หัวเหลือง)

△ (วิธีกดค่อนข้างอันตราย)

○ ปลอดภัยที่สุด

ระบายหนองออกด้วยอุปกรณ์ปลอดเชื้อ

สิวหนองลึก (ไม่มีหัว)

△ ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่เหมาะสม

ยาทาฆ่าเชื้อ / BPO

สิวอักเสบแดงเป็นไตแดง (Nodules)

ฉีดยาลดอักเสบ Triamcinolone

สิวหัวช้างเม็ดใหญ่ (Cysts)

สะกิดเจาะระบายหนองออก

ฉีดยา + เจาะระบายหนอง (I&D)

คำถามที่ว่าควรบีบสิวหรือไม่ ไม่ใช่แค่เรื่องของ 'การบีบ/ไม่บีบ' แต่เป็นเรื่องของระยะสิวและวิธีการจัดการครับ สิวหนองที่หัวโผล่แล้วควรกดออกอย่างถูกวิธีและถูกสุขอนามัย ส่วนสิวไตอักเสบแดงและสิวหัวช้าง ห้ามแตะต้องเองเป็นเด็ดขาดและควรมาพบแพทย์นะครับ เพียงแยกแยะเท่านี้ โอกาสที่จะเกิดแผลเป็นหลุมสิวก็จะลดลงไปเยอะมากแล้วครับ

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q. สิวหนองนี่บีบออกจะดีกว่าจริงๆ เหรอคะ?

ใช่ครับ แต่ต้องเน้นย้ำว่าควร 'บีบอย่างถูกหลักสุขอนามัยที่คลินิก' นะครับ สิวหนองที่มีหัวสีเหลืองชัดเจนบนผิว หากได้รับการระบายแรงดันออกจะช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้เร็วขึ้นและช่วยลดโอกาสเกิดแผลเป็นหลุมสิวครับ อย่างไรก็ตาม หากบีบเค้นเองที่บ้านด้วยเล็บหรือนิ้วมือ ผิวหนังและรูขุมขนอาจฉีกขาด ส่งผลให้เกิดแผลเป็นหนักกว่าเดิม หากรู้สึกว่า 'ต้องบีบแล้วล่ะ' แนะนำให้เข้ามาให้คุณหมอช่วยดูแลดีกว่าลองทำเองที่บ้านนะครับ

Q. มีกรณีไหนบ้างที่สามารถกดสิวเองที่บ้านได้ครับ?

ทางเราไม่แนะนำให้กดสิวเองที่บ้านเลยครับ การกดด้วยตัวเองอาจทำให้ผิวรอบรูขุมขนฉีกขาด และทำให้เกิดแผลเป็นแทน คีย์หลักของการลดแผลเป็นไม่ใช่เรื่อง 'จะกดสิวยังไงให้ดี' แต่เป็น 'การไม่บีบเองแล้วรีบมาคลินิก' ครับ ในเบื้องต้น แนะนำให้แปะแผ่นแปะสิวที่สะอาดเพื่อลดการระคายเคืองและสิ่งกระตุ้น แล้วหาเวลาเข้าพบคุณหมอให้เร็วที่สุดนะครับ

Q. ถ้ากดระบายหนองแล้ว จะยุบภายในกี่วันครับ?

สำหรับสิวหนองหัวตื้นๆ อาการบวมแดงมักจะยุบลงภายใน 24-48 ชั่วโมงครับ แม้ว่าอาจจะมีรอยแดงรอยดำ (PIH·PIE) หลงเหลืออยู่ในจุดเดิมประมาณ 1-2 เดือน แต่โอกาสที่จะกลายเป็นแผลเป็นถาวรนั้นมีน้อยมากครับ ส่วนสิวไตอักเสบหรือสิวหัวช้างเม็ดใหญ่นั้น แค่ระบายหนองออกอาจไม่พอ มักต้องใช้การฉีดยาลดอักเสบร่วมด้วยครับ

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1