
ตั้งแต่ตุ่มนูนแข็ง ห้ามบีบเอง แผลเป็นเริ่มตอนนี้
ตั้งแต่ตุ่มนูนแข็ง ห้ามบีบเอง แผลเป็นเริ่มตอนนี้
ตั้งแต่ตุ่มนูนแข็ง ห้ามบีบเอง แผลเป็นเริ่มตอนนี้
แผลเป็นไม่ได้เกิดจากการบีบ แต่ขึ้นกับการอักเสบลงลึกแค่ไหน ดูตารางระดับความเสี่ยงและการดูแลแต่ละขั้น
ตั้งแต่เป็นตุ่มนูนแดง อย่าเพิ่งบีบเองนะคะ แผลเป็นจะเริ่มมาจากตรงนี้แหละ
🔗 อ่านบทความอื่น ๆ
ทำความรู้จักสิว — 1.1 รูขุมขนอักเสบ vs สิว
วิธีหยุดสิวในตอนนี้ — 3.1 ความสำคัญของการกดและระบายหนอง · 3.2 รู้จักกับการฉีดรักษาสิวอย่างถูกวิธี
การดูแลรอยแผลเป็นที่เหลืออยู่ — 4.1 PIH·PIE·รอยแผลเป็นหลุม·รอยแผลเป็นนูน
สิวแต่ละชนิดไม่เหมือนกันนะคะ ถ้าเป็นสิวอุดตันเม็ดเล็ก ๆ เหมือนเม็ดข้าวสาร แค่ระวังตอนบีบก็แทบจะไม่ทิ้งรอยแผลเป็นไว้เลยค่ะ แต่ถ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสิวหัวช้างที่แข็งและอยู่ลึก หรือสิวอักเสบแดงที่มีอาการเจ็บ คอลลาเจนในผิวชั้นหนังแท้* จะเริ่มถูกทำลายและทำให้เกิดแผลเป็นค่ะ ไม่ใช่เพราะการบีบอย่างเดียวที่ทำให้เกิดแผลเป็น แต่ขึ้นอยู่กับว่าอาการอักเสบนั้นลึกลงไปถึงระดับไหนต่างหากค่ะ
สิวแต่ละชนิดไม่เหมือนกันนะคะ ถ้าเป็นสิวอุดตันเม็ดเล็ก ๆ เหมือนเม็ดข้าวสาร แค่ระวังตอนบีบก็แทบจะไม่ทิ้งรอยแผลเป็นไว้เลยค่ะ แต่ถ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสิวหัวช้างที่แข็งและอยู่ลึก หรือสิวอักเสบแดงที่มีอาการเจ็บ คอลลาเจนในผิวชั้นหนังแท้* จะเริ่มถูกทำลายและทำให้เกิดแผลเป็นค่ะ ไม่ใช่เพราะการบีบอย่างเดียวที่ทำให้เกิดแผลเป็น แต่ขึ้นอยู่กับว่าอาการอักเสบนั้นลึกลงไปถึงระดับไหนต่างหากค่ะ
สิวอุดตันและสิวตุ่มแดง เป็นระยะที่ทิ้งไว้แค่รอยดำรอยแดงค่ะ
สิวอุดตันหัวปิด (Whitehead) หรือสิวอุดตันหัวเปิด (Blackhead) เป็นระยะที่ไม่มีการอักเสบ ซึ่งเกิดจากซีบัมอุดตันในรูขุมขน เนื่องจากผิวชั้นหนังแท้แทบจะไม่ได้รับความเสียหาย หากปล่อยไว้เฉย ๆ หรือดูแลด้วยกลุ่มเรตินอยด์ (Retinoid) ก็จะค่อย ๆ ยุบลงโดยไม่ทิ้งแผลเป็นไว้ค่ะ* แต่ถ้าใช้เล็บแกะเกา ผิวชั้นกำพร้าและผิวชั้นหนังแท้ส่วนบนอาจจะถลอก ทำให้เกิดรอยดำ (PIH) หรือรอยแดง (PIE) ตามมาได้ค่ะ
สำหรับสิวตุ่มแดง (Papule) ที่นูนขึ้นมาสีแดง ๆ ก็คล้ายกันค่ะ ถ้าไม่ไปแตะต้องเลยจะเหลือทิ้งไว้แค่รอย และจางลงเมื่อเวลาผ่านไป โอกาสที่จะกลายเป็นแผลเป็นหลุมในระยะนี้ถือว่าต่ำมากค่ะ
* ผิวชั้นหนังแท้ (Dermis): ชั้นผิวที่อยู่ใต้ผิวชั้นกำพร้า ซึ่งมีคอลลาเจนและเส้นใยอีลาสตินถักทอเป็นตาข่าย จุดนี้แหละค่ะที่เป็นตัวตัดสินว่าจะเกิดแผลเป็นสิวหรือไม่ ถ้าเสียหายแค่ผิวชั้นกำพร้าจะจบแค่ที่รอยดำรอยแดง แต่ถ้าคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ถูกทำลาย ก็จะกลายเป็นแผลเป็นถาวรค่ะ

สิวหัวหนอง วิธีการกดออกคือจุดเปลี่ยนสำคัญค่ะ
สิวหัวหนอง (Pustule) ที่เห็นเป็นหัวสีเหลืองตรงกลาง ข้างในจะมีหนองสะสมอยู่ค่ะ หากหัวสิวโผล่ขึ้นมาบนพื้นผิวแล้ว การใช้เครื่องมือกดสิวที่ผ่านการฆ่าเชื้อเพื่อระบายความดันออกจะช่วยให้ผิวฟื้นตัวเร็วขึ้น แต่ปัญหาคือจะกดยังไงต่างหากค่ะ
ถ้าใช้นิ้วหรือเลียบบีบ หนองจะถูกดันเข้าไปในผิวชั้นหนังแท้ด้านข้าง ทำให้ขอบเขตของการอักเสบกว้างขึ้น ส่งผลให้รอยแผลเป็นยาวนานขึ้นหรือเกิดเป็นแผลเป็นตื้น ๆ ได้ แม้จะเป็นสิวหัวหนองเหมือนกัน แต่ถ้ากดและระบายหนองด้วยวิธีที่สะอาดและถูกหลักอนามัย ความเสี่ยงในการเกิดแผลเป็นจะลดลงอย่างมากเลยค่ะ วิธีการระบายหนองเราจะมาลงลึกกันในบทความถัดไปของซีรีส์นี้นะคะ

ตั้งแต่สิวอักเสบแดงขนาดใหญ่ ผิวชั้นหนังแท้จะเริ่มถูกทำลายแล้วค่ะ
สิวชนิดนี้ (Nodule) จะมีลักษณะนูนแดง แข็งเป็นไตอยู่ใต้ผิวหนัง เป็นก้อนอักเสบที่อยู่ลึก เนื่องจากตำแหน่งอยู่ลึกถึงชั้นหนังแท้ เวลาใช้นิ้วกดผิวบริเวณพื้นผิวจึงไม่ค่อยขยับตาม ตั้งแต่ระยะนี้เป็นต้นไป การอักเสบจะเข้าไปทำลายตาข่ายคอลลาเจนโดยตรงค่ะ
คอลลาเจนที่สูญเสียไปจะไม่สามารถสร้างกลับคืนมาเองได้ทันที ดังนั้น หากปล่อยสิวหนองชนิดนี้ทิ้งไว้ ยิ่งปล่อยไว้นานเท่าไหร่ รอยหลุมก็จะยิ่งลึกขึ้นเท่านั้น หัวใจสำคัญของการลดแผลเป็นไม่ใช่การบีบ แต่คือ 'การทำให้การอักเสบยุบลงให้เร็วที่สุด' ค่ะ สิ่งที่จะช่วยในขั้นตอนนี้ได้ก็คือ การฉีดสารคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroid) ในปริมาณเพียงเล็กน้อยเข้าไปที่รอยโรคโดยตรง ค่ะ

สิวหัวช้างอักเสบรุนแรง มักจะตามมาด้วยแผลเป็นเสมอค่ะ
สิวหัวช้าง (Cyst) คือสภาวะที่หนองและสารอักเสบสะสมอยู่ลึกในชั้นหนังแท้จนเกิดเป็นลักษณะ 'ถุงซิสต์' เวลาสัมผัสจะรู้สึกนิ่ม ๆ เละ ๆ และเจ็บมาก ความดันในถุงซิสต์จะดันผิวชั้นหนังแท้และเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังออกไป ทำให้เกิดการสูญเสียคอลลาเจนได้แม้ว่าจะไม่ได้ไปจับเลยก็ตามค่ะ
สิ่งที่มีประสิทธิภาพที่สุดในระยะสิวซีสต์นี้คือการผสมผสานสองวิธีกระบวนการค่ะ ได้แก่ การเจาะระบายหนองเพื่อลดความดันและเอาสารอักเสบด้านในออก ร่วมกับการฉีด Triamcinolone* เพื่อขจัดอาการอักเสบอย่างรวดเร็ว หากใช้ร่วมกัน ขนาดของสิวจะยุบลงภายในไม่กี่วันค่ะ แต่ในรายที่เป็นลึกและเป็นซ้ำบ่อย ๆ อาจจะต้องพิจารณา ยาทานร่วมด้วย เช่น Isotretinoin ค่ะ
* Triamcinolone: คอร์ติโคสเตียรอยด์เฉพาะที่ การฉีดปริมาณเล็กน้อย (เจือจาง 2.5~5 mg/mL) เข้าไปในสิวอักเสบขนาดใหญ่หรือสิวหัวช้าง จะช่วยลดอาการอักเสบได้ภายใน 24~48 ชั่วโมง แตกต่างจากสเตียรอยด์ชนิดกิน เพราะออกฤทธิ์ 'เฉพาะจุดในรอยโรคเท่านั้น' ผลข้างเคียงจึงจำกัดอยู่เฉพาะบริเวณที่ฉีดค่ะ

หากเกิดเป็นซ้ำ ๆ ที่เดิม รอยดำรอยแดงจะกลายเป็นแผลเป็นถาวร
หากมีสิวหัวหนองหรือสิวอักเสบแดงขนาดใหญ่เกิดซ้ำ ๆ ที่จุดเดิม ผิวชั้นหนังแท้จะได้รับบาดเจ็บอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีเวลาได้ฟื้นตัว ทำให้รอย PIH และ PIE กลายเป็นรอยที่ติดแน่น และสุดท้ายก็จะเปลี่ยนเป็นแผลเป็นหลุมได้ง่ายขึ้นค่ะ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการตัดวงจรไม่ให้สิวอักเสบลึกลงไปตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงสำคัญมากค่ะ
สรุปความเสี่ยงในการเกิดแผลเป็นในแต่ละระยะของสิวได้ตามตารางนี้เลยค่ะ
ระยะสิว | ความลึก | ระดับความเสี่ยงของแผลเป็น | แนวทางการรักษาทางคลินิก |
|---|---|---|---|
สิวอุดตัน (หัวขาว·หัวดำ) | ตื้น (ระดับผิว) | ต่ำมาก | กลุ่มเรตินอยด์·กรดซาลิไซลิก |
สิวตุ่มแดง (เม็ดแดงเล็ก) | ตื้น~ปานกลาง | ต่ำ (เน้นเกิดรอยดำรอยแดง) | ยาปฏิชีวนะเฉพาะที่·BPO |
สิวหัวหนอง (อักเสบมีหนอง) | ปานกลาง | ปานกลาง (ขึ้นอยู่กับวิธีกดสิว) | การเจาะกดและระบายหนองอย่างถูกสุขอนามัย |
สิวอักเสบแดงใหญ่ (แข็ง, ลึก) | ลึก | สูง | ฉีด Triamcinolone + ยาปฏิชีวนะชนิดกิน |
สิวหัวช้าง (ถุงใต้ผิวซีสต์) | ลึกมาก | สูงมาก | ฉีดสิว + ระบายหนอง + พิจารณาใช้ Isotretinoin |
ลองประเมินดูนะคะว่าสิวของเราอยู่ในช่องไหนของตาราง หากเป็นสิวอุดตันหรือสิวตุ่มยาแดง แค่ไม่ไปบีบก็เพียงพอแล้วค่ะ แต่ถ้าเป็นสิวหัวหนองขึ้นไป 'วิธีกดสิวอย่างไร' และ 'จะลดอาการอักเสบให้เร็วที่สุดได้อย่างไร' จะเป็นตัวแปรสำคัญที่แท้จริงในการตัดสินว่าจะเกิดแผลเป็นสิวหรือไม่ค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
Q. แปะแผ่นแปะสิวบนสิวอักเสบแดงขนาดใหญ่ จะช่วยได้ไหมคะ?
หากเป็นสิวหัวหนองที่อยู่ตื้น แผ่นแปะสิวจะช่วยดูดซับของเหลวและช่วยป้องกันการระคายเคืองภายนอกได้ค่ะ แต่สำหรับสิวอักเสบเม็ดใหญ่หรือสิวหัวช้างที่เรียบและไม่มีหัว ความดันและหนองจะอยู่ลึกในชั้นผิว ทำให้การแปะแผ่นแปะสิวอย่างเดียวเอาไม่อยู่ค่ะ หากใช้ไป 2-3 วันแล้วไม่ยุบลง แนะนำให้เข้าพบคุณหมอผิวหนังเพื่อทำการรักษาจะดีที่สุดค่ะ
Q. ถ้าสิวเม็ดใหญ่ไม่ยอมหายไปในไม่กี่วัน จะทิ้งแผลเป็นไว้ไหมคะ?
หากสิวอักเสบแดงใหญ่หรือสิวหัวช้างอยู่ที่เดิมนานกว่า 1 สัปดาห์ โอกาสในการสูญเสียคอลลาเจนใต้ผิวจะยิ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะ ทางที่ดีที่สุดในการป้องกันแผลเป็นสิว คือการพยายามทำให้มันยุบลงด้วยการฉีดรักษาสิวหรือเจาะระบายอย่างถูกวิธีภายในช่วงไม่กี่วันแรกค่ะ
Q. สิวอุดตันธรรมดา ถ้ากดเองจะไม่ทิ้งแผลเป็นใช่ไหมคะ?
การกดหรือเคลียร์สิวอุดตันออกเฉพาะเม็ดสิวอย่างถูกจุดและสะอาดปลอดภัยถือว่าทำได้ค่ะ แต่ถ้าบีบเค้นด้วยเล็บจนผิวช้ำ ผิวชั้นกำพร้าจะถลอกและส่งผลต่อผิวชั้นหนังแท้ ทำให้อาจหลงเหลือรอยดำและรอยแดงเป็นปื้นยาวได้ค่ะ หากอยู่ในระยะสิวอุดตันตุ่มเล็ก ๆ แนะนำว่าไม่ต้องบีบและเลือกใช้กลุ่มเรตินอยด์เพื่อให้มันค่อย ๆ ยุบสลายไปเองจะดีต่อผิวที่สุดค่ะ
บทความที่น่าสนใจ
ตั้งแต่เป็นตุ่มนูนแดง อย่าเพิ่งบีบเองนะคะ แผลเป็นจะเริ่มมาจากตรงนี้แหละ
🔗 อ่านบทความอื่น ๆ
ทำความรู้จักสิว — 1.1 รูขุมขนอักเสบ vs สิว
วิธีหยุดสิวในตอนนี้ — 3.1 ความสำคัญของการกดและระบายหนอง · 3.2 รู้จักกับการฉีดรักษาสิวอย่างถูกวิธี
การดูแลรอยแผลเป็นที่เหลืออยู่ — 4.1 PIH·PIE·รอยแผลเป็นหลุม·รอยแผลเป็นนูน
สิวแต่ละชนิดไม่เหมือนกันนะคะ ถ้าเป็นสิวอุดตันเม็ดเล็ก ๆ เหมือนเม็ดข้าวสาร แค่ระวังตอนบีบก็แทบจะไม่ทิ้งรอยแผลเป็นไว้เลยค่ะ แต่ถ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสิวหัวช้างที่แข็งและอยู่ลึก หรือสิวอักเสบแดงที่มีอาการเจ็บ คอลลาเจนในผิวชั้นหนังแท้* จะเริ่มถูกทำลายและทำให้เกิดแผลเป็นค่ะ ไม่ใช่เพราะการบีบอย่างเดียวที่ทำให้เกิดแผลเป็น แต่ขึ้นอยู่กับว่าอาการอักเสบนั้นลึกลงไปถึงระดับไหนต่างหากค่ะ
สิวแต่ละชนิดไม่เหมือนกันนะคะ ถ้าเป็นสิวอุดตันเม็ดเล็ก ๆ เหมือนเม็ดข้าวสาร แค่ระวังตอนบีบก็แทบจะไม่ทิ้งรอยแผลเป็นไว้เลยค่ะ แต่ถ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสิวหัวช้างที่แข็งและอยู่ลึก หรือสิวอักเสบแดงที่มีอาการเจ็บ คอลลาเจนในผิวชั้นหนังแท้* จะเริ่มถูกทำลายและทำให้เกิดแผลเป็นค่ะ ไม่ใช่เพราะการบีบอย่างเดียวที่ทำให้เกิดแผลเป็น แต่ขึ้นอยู่กับว่าอาการอักเสบนั้นลึกลงไปถึงระดับไหนต่างหากค่ะ
สิวอุดตันและสิวตุ่มแดง เป็นระยะที่ทิ้งไว้แค่รอยดำรอยแดงค่ะ
สิวอุดตันหัวปิด (Whitehead) หรือสิวอุดตันหัวเปิด (Blackhead) เป็นระยะที่ไม่มีการอักเสบ ซึ่งเกิดจากซีบัมอุดตันในรูขุมขน เนื่องจากผิวชั้นหนังแท้แทบจะไม่ได้รับความเสียหาย หากปล่อยไว้เฉย ๆ หรือดูแลด้วยกลุ่มเรตินอยด์ (Retinoid) ก็จะค่อย ๆ ยุบลงโดยไม่ทิ้งแผลเป็นไว้ค่ะ* แต่ถ้าใช้เล็บแกะเกา ผิวชั้นกำพร้าและผิวชั้นหนังแท้ส่วนบนอาจจะถลอก ทำให้เกิดรอยดำ (PIH) หรือรอยแดง (PIE) ตามมาได้ค่ะ
สำหรับสิวตุ่มแดง (Papule) ที่นูนขึ้นมาสีแดง ๆ ก็คล้ายกันค่ะ ถ้าไม่ไปแตะต้องเลยจะเหลือทิ้งไว้แค่รอย และจางลงเมื่อเวลาผ่านไป โอกาสที่จะกลายเป็นแผลเป็นหลุมในระยะนี้ถือว่าต่ำมากค่ะ
* ผิวชั้นหนังแท้ (Dermis): ชั้นผิวที่อยู่ใต้ผิวชั้นกำพร้า ซึ่งมีคอลลาเจนและเส้นใยอีลาสตินถักทอเป็นตาข่าย จุดนี้แหละค่ะที่เป็นตัวตัดสินว่าจะเกิดแผลเป็นสิวหรือไม่ ถ้าเสียหายแค่ผิวชั้นกำพร้าจะจบแค่ที่รอยดำรอยแดง แต่ถ้าคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ถูกทำลาย ก็จะกลายเป็นแผลเป็นถาวรค่ะ

สิวหัวหนอง วิธีการกดออกคือจุดเปลี่ยนสำคัญค่ะ
สิวหัวหนอง (Pustule) ที่เห็นเป็นหัวสีเหลืองตรงกลาง ข้างในจะมีหนองสะสมอยู่ค่ะ หากหัวสิวโผล่ขึ้นมาบนพื้นผิวแล้ว การใช้เครื่องมือกดสิวที่ผ่านการฆ่าเชื้อเพื่อระบายความดันออกจะช่วยให้ผิวฟื้นตัวเร็วขึ้น แต่ปัญหาคือจะกดยังไงต่างหากค่ะ
ถ้าใช้นิ้วหรือเลียบบีบ หนองจะถูกดันเข้าไปในผิวชั้นหนังแท้ด้านข้าง ทำให้ขอบเขตของการอักเสบกว้างขึ้น ส่งผลให้รอยแผลเป็นยาวนานขึ้นหรือเกิดเป็นแผลเป็นตื้น ๆ ได้ แม้จะเป็นสิวหัวหนองเหมือนกัน แต่ถ้ากดและระบายหนองด้วยวิธีที่สะอาดและถูกหลักอนามัย ความเสี่ยงในการเกิดแผลเป็นจะลดลงอย่างมากเลยค่ะ วิธีการระบายหนองเราจะมาลงลึกกันในบทความถัดไปของซีรีส์นี้นะคะ

ตั้งแต่สิวอักเสบแดงขนาดใหญ่ ผิวชั้นหนังแท้จะเริ่มถูกทำลายแล้วค่ะ
สิวชนิดนี้ (Nodule) จะมีลักษณะนูนแดง แข็งเป็นไตอยู่ใต้ผิวหนัง เป็นก้อนอักเสบที่อยู่ลึก เนื่องจากตำแหน่งอยู่ลึกถึงชั้นหนังแท้ เวลาใช้นิ้วกดผิวบริเวณพื้นผิวจึงไม่ค่อยขยับตาม ตั้งแต่ระยะนี้เป็นต้นไป การอักเสบจะเข้าไปทำลายตาข่ายคอลลาเจนโดยตรงค่ะ
คอลลาเจนที่สูญเสียไปจะไม่สามารถสร้างกลับคืนมาเองได้ทันที ดังนั้น หากปล่อยสิวหนองชนิดนี้ทิ้งไว้ ยิ่งปล่อยไว้นานเท่าไหร่ รอยหลุมก็จะยิ่งลึกขึ้นเท่านั้น หัวใจสำคัญของการลดแผลเป็นไม่ใช่การบีบ แต่คือ 'การทำให้การอักเสบยุบลงให้เร็วที่สุด' ค่ะ สิ่งที่จะช่วยในขั้นตอนนี้ได้ก็คือ การฉีดสารคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroid) ในปริมาณเพียงเล็กน้อยเข้าไปที่รอยโรคโดยตรง ค่ะ

สิวหัวช้างอักเสบรุนแรง มักจะตามมาด้วยแผลเป็นเสมอค่ะ
สิวหัวช้าง (Cyst) คือสภาวะที่หนองและสารอักเสบสะสมอยู่ลึกในชั้นหนังแท้จนเกิดเป็นลักษณะ 'ถุงซิสต์' เวลาสัมผัสจะรู้สึกนิ่ม ๆ เละ ๆ และเจ็บมาก ความดันในถุงซิสต์จะดันผิวชั้นหนังแท้และเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังออกไป ทำให้เกิดการสูญเสียคอลลาเจนได้แม้ว่าจะไม่ได้ไปจับเลยก็ตามค่ะ
สิ่งที่มีประสิทธิภาพที่สุดในระยะสิวซีสต์นี้คือการผสมผสานสองวิธีกระบวนการค่ะ ได้แก่ การเจาะระบายหนองเพื่อลดความดันและเอาสารอักเสบด้านในออก ร่วมกับการฉีด Triamcinolone* เพื่อขจัดอาการอักเสบอย่างรวดเร็ว หากใช้ร่วมกัน ขนาดของสิวจะยุบลงภายในไม่กี่วันค่ะ แต่ในรายที่เป็นลึกและเป็นซ้ำบ่อย ๆ อาจจะต้องพิจารณา ยาทานร่วมด้วย เช่น Isotretinoin ค่ะ
* Triamcinolone: คอร์ติโคสเตียรอยด์เฉพาะที่ การฉีดปริมาณเล็กน้อย (เจือจาง 2.5~5 mg/mL) เข้าไปในสิวอักเสบขนาดใหญ่หรือสิวหัวช้าง จะช่วยลดอาการอักเสบได้ภายใน 24~48 ชั่วโมง แตกต่างจากสเตียรอยด์ชนิดกิน เพราะออกฤทธิ์ 'เฉพาะจุดในรอยโรคเท่านั้น' ผลข้างเคียงจึงจำกัดอยู่เฉพาะบริเวณที่ฉีดค่ะ

หากเกิดเป็นซ้ำ ๆ ที่เดิม รอยดำรอยแดงจะกลายเป็นแผลเป็นถาวร
หากมีสิวหัวหนองหรือสิวอักเสบแดงขนาดใหญ่เกิดซ้ำ ๆ ที่จุดเดิม ผิวชั้นหนังแท้จะได้รับบาดเจ็บอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีเวลาได้ฟื้นตัว ทำให้รอย PIH และ PIE กลายเป็นรอยที่ติดแน่น และสุดท้ายก็จะเปลี่ยนเป็นแผลเป็นหลุมได้ง่ายขึ้นค่ะ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการตัดวงจรไม่ให้สิวอักเสบลึกลงไปตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงสำคัญมากค่ะ
สรุปความเสี่ยงในการเกิดแผลเป็นในแต่ละระยะของสิวได้ตามตารางนี้เลยค่ะ
ระยะสิว | ความลึก | ระดับความเสี่ยงของแผลเป็น | แนวทางการรักษาทางคลินิก |
|---|---|---|---|
สิวอุดตัน (หัวขาว·หัวดำ) | ตื้น (ระดับผิว) | ต่ำมาก | กลุ่มเรตินอยด์·กรดซาลิไซลิก |
สิวตุ่มแดง (เม็ดแดงเล็ก) | ตื้น~ปานกลาง | ต่ำ (เน้นเกิดรอยดำรอยแดง) | ยาปฏิชีวนะเฉพาะที่·BPO |
สิวหัวหนอง (อักเสบมีหนอง) | ปานกลาง | ปานกลาง (ขึ้นอยู่กับวิธีกดสิว) | การเจาะกดและระบายหนองอย่างถูกสุขอนามัย |
สิวอักเสบแดงใหญ่ (แข็ง, ลึก) | ลึก | สูง | ฉีด Triamcinolone + ยาปฏิชีวนะชนิดกิน |
สิวหัวช้าง (ถุงใต้ผิวซีสต์) | ลึกมาก | สูงมาก | ฉีดสิว + ระบายหนอง + พิจารณาใช้ Isotretinoin |
ลองประเมินดูนะคะว่าสิวของเราอยู่ในช่องไหนของตาราง หากเป็นสิวอุดตันหรือสิวตุ่มยาแดง แค่ไม่ไปบีบก็เพียงพอแล้วค่ะ แต่ถ้าเป็นสิวหัวหนองขึ้นไป 'วิธีกดสิวอย่างไร' และ 'จะลดอาการอักเสบให้เร็วที่สุดได้อย่างไร' จะเป็นตัวแปรสำคัญที่แท้จริงในการตัดสินว่าจะเกิดแผลเป็นสิวหรือไม่ค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
Q. แปะแผ่นแปะสิวบนสิวอักเสบแดงขนาดใหญ่ จะช่วยได้ไหมคะ?
หากเป็นสิวหัวหนองที่อยู่ตื้น แผ่นแปะสิวจะช่วยดูดซับของเหลวและช่วยป้องกันการระคายเคืองภายนอกได้ค่ะ แต่สำหรับสิวอักเสบเม็ดใหญ่หรือสิวหัวช้างที่เรียบและไม่มีหัว ความดันและหนองจะอยู่ลึกในชั้นผิว ทำให้การแปะแผ่นแปะสิวอย่างเดียวเอาไม่อยู่ค่ะ หากใช้ไป 2-3 วันแล้วไม่ยุบลง แนะนำให้เข้าพบคุณหมอผิวหนังเพื่อทำการรักษาจะดีที่สุดค่ะ
Q. ถ้าสิวเม็ดใหญ่ไม่ยอมหายไปในไม่กี่วัน จะทิ้งแผลเป็นไว้ไหมคะ?
หากสิวอักเสบแดงใหญ่หรือสิวหัวช้างอยู่ที่เดิมนานกว่า 1 สัปดาห์ โอกาสในการสูญเสียคอลลาเจนใต้ผิวจะยิ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะ ทางที่ดีที่สุดในการป้องกันแผลเป็นสิว คือการพยายามทำให้มันยุบลงด้วยการฉีดรักษาสิวหรือเจาะระบายอย่างถูกวิธีภายในช่วงไม่กี่วันแรกค่ะ
Q. สิวอุดตันธรรมดา ถ้ากดเองจะไม่ทิ้งแผลเป็นใช่ไหมคะ?
การกดหรือเคลียร์สิวอุดตันออกเฉพาะเม็ดสิวอย่างถูกจุดและสะอาดปลอดภัยถือว่าทำได้ค่ะ แต่ถ้าบีบเค้นด้วยเล็บจนผิวช้ำ ผิวชั้นกำพร้าจะถลอกและส่งผลต่อผิวชั้นหนังแท้ ทำให้อาจหลงเหลือรอยดำและรอยแดงเป็นปื้นยาวได้ค่ะ หากอยู่ในระยะสิวอุดตันตุ่มเล็ก ๆ แนะนำว่าไม่ต้องบีบและเลือกใช้กลุ่มเรตินอยด์เพื่อให้มันค่อย ๆ ยุบสลายไปเองจะดีต่อผิวที่สุดค่ะ
บทความที่น่าสนใจ
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

ผิว
ถ้าคุมสิวด้วยยาทาสิวทั่วไปอย่าง Cleartin แล้วยังไม่หาย ดีขึ้น ถึงเวลาต้องเปลี่ยนวิธีรักษาแล้วค่ะ
Salicylic acid, ยาปฏิชีวนะ, Retinoid และ Isotretinoin มีจุดออกฤทธิ์ที่แตกต่างกันนะคะ ตั้งแต่ปัญหาสิวอุดตันไปจนถึงสิวอักเสบชนิดตุ่มแดงและซีสต์ มาดูวิธีการเลือกยาทาและยารับประทานที่เหมาะกับขั้นตอนและสภาพผิวของคุณกันค่ะ

ผิว
สิวเม็ดเล็กๆ ที่คิดว่าเป็นสิวธรรมดา ถ้าจริงๆ แล้วเป็น 'รูขุมขนอักเสบ' วิธีรักษาจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยนะคะ
สิวอุดตันกับรูขุมขนอักเสบดูคล้ายกัน แต่ต้นเหตุต่าง แยกจากอาการคัน บริเวณ หัวสิว วินิจฉัยถูกลดแผลเป็น

ผิว
ตั้งแต่ตุ่มนูนแข็ง ห้ามบีบเอง แผลเป็นเริ่มตอนนี้
แผลเป็นไม่ได้เกิดจากการบีบ แต่ขึ้นกับการอักเสบลงลึกแค่ไหน ดูตารางระดับความเสี่ยงและการดูแลแต่ละขั้น

ผิว
สิวหัวหนองปล่อยไว้แผลเป็นใหญ่ขึ้น มีช่วงที่ควรบีบ
"สิวไม่ควรบีบจะดีสุด" ถูกแค่ครึ่ง สรุปช่วงที่ควรบีบหัวหนอง วิธีที่ถูก และระยะที่ห้ามบีบ ในตารางเดียว

ผิว
ยาฉีดสิวอักเสบ ใช้หลักการเดียวกับลดแผลรอยไหม้
ปล่อยตุ่มนูนหรือซีสต์ไว้คิดว่าจะยุบเอง? ช่วงนั้นทำลายคอลลาเจนหนังแท้ สรุปหลักการยาฉีดและข้อจำกัด

ผิว
รอยดำ รอยแดง หลุมสิว รักษาด้วยยาตัวเดียวกันไม่ได้
น้ำตาลคือเมลานิน แดงคือเส้นเลือด บุ๋มคือคอลลาเจนหาย นูนคือเกิน สรุป 4 แบบพร้อมการรักษาขั้นแรก
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1
💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้
🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1


