สิวอุดตันกับรูขุมขนอักเสบดูคล้ายกัน แต่ต้นเหตุต่าง แยกจากอาการคัน บริเวณ หัวสิว วินิจฉัยถูกลดแผลเป็น
🔗 ไปยังบทความอื่น ๆ
ทางแฉกที่ทิ้งรอยแผลเป็นไว้ — 2.1 ระดับความเสี่ยงของแผลเป็นตามขนาดและประเภท
วิธีหยุดตอนนี้ — 3.1 ความสำคัญของการระบายหนอง · 3.2 เจาะลึกเรื่องการฉีดรักษาสิวอักเสบอย่างถูกวิธี
การดูแลรอยแผลที่หลงเหลือ — 4.1 PIH·PIE·แผลเป็นหลุม·แผลเป็นนูน
เมื่อมีตุ่มแดง ๆ ผุดขึ้นมาบนใบหน้าหรือแผ่นหลัง คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่า "อ๊ะ สิวขึ้นซะแล้ว" แล้วก็รีบหาประเภทยาทารักษาสิวมาใช้ทันที แต่รู้ไหมคะว่าในบรรดาตุ่มแดง ๆ นูน ๆ ที่ดูคล้ายกันนั้น อาจจะมี "รูขุมขนอักเสบ" ที่ไม่ใช่สิวปะปนอยู่ด้วย ทั้งสองอาการนี้เหมือนเป็นลูกพี่ลูกน้องกันจนดูคล้ายกันมาก แต่จุดเริ่มต้นนั้นต่างกันอย่างสิ้นเชิง หากรักษาผิดจุด การรักษาจะยืดเยื้อและทิ้งรอยแผลเป็นไว้กวนใจค่ะ
เมื่อมีตุ่มแดง ๆ ผุดขึ้นมาบนใบหน้าหรือแผ่นหลัง คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่า "อ๊ะ สิวขึ้นซะแล้ว" แล้วก็รีบหาประเภทยาทารักษาสิวมาใช้ทันที แต่รู้ไหมคะว่าในบรรดาตุ่มแดง ๆ นูน ๆ ที่ดูคล้ายกันนั้น อาจจะมี "รูขุมขนอักเสบ" ที่ไม่ใช่สิวปะปนอยู่ด้วย ทั้งสองอาการนี้เหมือนเป็นลูกพี่ลูกน้องกันจนดูคล้ายกันมาก แต่จุดเริ่มต้นนั้นต่างกันอย่างสิ้นเชิง หากรักษาผิดจุด การรักษาจะยืดเยื้อและทิ้งรอยแผลเป็นไว้กวนใจค่ะ
ดูเหมือนกันแต่จุดเริ่มต้นต่างกันนะคะ
สิวจะเริ่มต้นในบริเวณที่ต่อมไขมันทำงานตื่นตัวค่ะ เมื่อปากรูขุมขนอุดตันด้วยเซลล์ผิวที่ตายแล้ว น้ำมันหรือซีบัมก็จะสะสมอยู่ข้างใน และเมื่อเชื้อสิว (C. acnes) ที่อาศัยอยู่ตามผิวหนังปกติเกิดการเจริญเติบโตมากเกินไป ก็จะลุกลามายเป็นสิวอักเสบ ดังนั้นสิวจึงมักจะขึ้นในบริเวณที่มีต่อมไขมันหนาแน่น เช่น บริเวณ T-zone ของใบหน้า แผ่นหลังส่วนบน และกึ่งกลางหน้าอกค่ะ
ส่วนรูขุมขนอักเสบ (Folliculitis)* มีจุดเริ่มต้นที่ตัวรูขุมขน หรือก็คือรูเส้นขนโดยตรงเลยค่ะ เมื่อปากรูขุมขนอ่อนแอลงจากการระคายเคือง เช่น การโกน การเสียดสี เหงื่อ หรือเสื้อผ้าที่ไม่ระบายอากาศ เชื้อแบคทีเรียอย่าง Staphylococcus aureus หรือเชื้อราอย่าง Malassezia จะเข้าไปทำให้เกิดการอักเสบ ดังนั้นรูขุมขนอักเสบจึงสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ที่มีขนขึ้น ตั้งแต่หลังส่วนล่าง แขนขา หนังศีรษะ ขาหนีบ ไปจนถึงบริเวณหนวดเคราเยค่ะ
* เชื้อสิว (C. acnes): แบคทีเรียประจำถิ่นบนผิวหนัง Cutibacterium acnes ปกติไม่เป็นอันตราย แต่หากเพิ่มจำนวนมากเกินไปในรูขุมขนที่อุดตันจะทำให้เกิดการอักเสบ ชื่อเดิมคือ P. acnes ค่ะ
* รูขุมขนอักเสบ (Folliculitis): การอักเสบที่ปากรูขุมขน แบ่งออกเป็นชนิดแบคทีเรีย (ส่วนใหญ่เกิดจาก Staphylococcus aureus) ชนิดเชื้อรา (Malassezia) และชนิดระคายเคือง ซึ่งยาที่ใช้รักษาจะแตกต่างกันไปตามตำแหน่งและสาเหตุค่ะ

ถ้าเห็น comedone แสดงว่าเป็นสิวค่ะ
สัญญาณที่ช่วยแยกแยะได้เร็วที่สุดคือหัวสิวค่ะ Comedone* คือระยะที่รูขุมขนอุดตันและมีไขมันสะสม มีลักษณะเป็นตุ่มเม็ดเล็ก ๆ เหมือนสิวผดอย่างสิวหัวปิด (Whitehead) หรือสิวหัวเปิด (Blackhead) สิวเกือบทั้งหมดจะเริ่มต้นจาก comedone เหล่านี้ แล้วพัฒนาไปเป็นตุ่มแดง (papule) และตุ่มหนอง (pustule) ในที่สุดค่ะ
แต่รูขุมขนอักเสบจะไม่มี comedone ค่ะ โดยจะปรากฏเป็นตุ่มแดงหรือตุ่มหนองที่มีหัวสีเหลืองตรงกลางตั้งแต่แรกเลย ลองส่องกระจกดูตุ่มแดงใกล้ ๆ ว่ามีสิวหัวปิดเม็ดเล็ก ๆ เหมือนสิวผดอยู่รอบ ๆ ด้วยไหมคะ ถ้ามี... แนวโน้มจะเป็นสิวค่ะ แต่ถ้าไม่มีหัวสิวเลย มีแต่ตุ่มแดง ๆ ผุดขึ้นมาพร้อมกันเยอะ ๆ มีโอกาสสูงมากที่จะเป็นรูขุมขนอักเสบค่ะ
* Comedone: ระยะที่ไม่อักเสบซึ่งเกิดจากการสะสมของซีบัมและเซลล์ผิวเก่าในรูขุมขนอุดตัน ถ้าปิดอยู่จะเป็นสิ้วหัวขาว (Whitehead) ถ้าผ่านการออกซิไดซ์จนเห็นเป็นสีดำจะเป็นสิ้วหัวดำ (Blackhead) เนื่องจากเป็นจุดเริ่มต้นของสิว การดูแลในระยะ comedone นี้จึงเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันแผลเป็นค่ะ
ประเภท | สิว | รูขุมขนอักเสบ |
|---|---|---|
มี comedone ไหม | มี (สิวหัวขาว·สิวหัวดำ) | ไม่มี |
บริเวณที่พบบ่อย | T-zone บนใบหน้า·หลังส่วนบน·กึ่งกลางหน้าอก | หลังส่วนล่าง·แขนขา·หนังศีรษะ·บริเวณหนวดเครา |
อาการคัน | ปกติไม่มี (มีอาการเจ็บจี๊ด ๆ) | พบบ่อย (โดยเฉพาะชนิดเชื้อรา) |
สาเหตุหลัก | การอุดตันของซีบัม/เซลล์ผิวเก๋า·ฮอร์โมน·เชื้อสิว (C. acnes)* | แบคทีเรีย·เชื้อรา·การโกนหนวด·การเสียดสีจากเหงื่อ |
รูปแบบการดีขึ้น | เรื้อรัง·กลับมาเป็นซ้ำได้ง่าย | หายใน 1~2 สัปดาห์เมื่อใช้ยาที่ถูกต้อง |

คันไหม และขึ้นที่ไหน คือเบาะแสข้อที่สองค่ะ
สิวมักจะมาพร้อมความเจ็บปวดค่ะ เวลาสัมผัสจะรู้สึกเจ็บ ๆ ตึง ๆ แต่แทบไม่มีอาการคัน ในทางกลับกัน รูขุมขนอักเสบมักจะมีสัญญาณเด่นคืออาการคันค่ะ โดยเฉพาะรูขุมขนอักเสบจากเชื้อรา Malassezia จะมีตุ่มแดงเล็ก ๆ คล้ายสิวผดผุดขึ้นมาเป็นแพบริเวณไหล่และหลังส่วนบน และจะยิ่งคันมากขึ้นหลังจากเหงื่อออกค่ะ
ตำแหน่งที่เกิดก็เป็นเบาะแสสำคัญค่ะ หากมีตุ่มขึ้นในบริเวณที่มีรูขุมขนมากกว่าต่อมไขมัน เช่น ขาหนีบ แขนขาด้านนอก หรือหนังศีรษะ ให้สงสัยว่าเป็นรูขุมขนอักเสบไว้ก่อนสิวค่ะ นอกจากนี้ หากจู่ ๆ ตุ่มก็เห่อขึ้นมาหลังจากใช้ใบมีดโกนอันใหม่ หลังจากใส่เสื้อผ้าเปียกเหงื่อหลังออกกำลังกายเป็นเวลานาน หรือหลังจากนอนบนแผ่นประคบอุ่นเครื่องใหม่ สัญญาณเหล่านี้จะชี้ไปที่รูขุมขนอักเสบมากกว่าค่ะ

เพราะยาที่ใช้ต่างกัน หากรักษาผิดจุดจะทิ้งรอยแผลเป็นไว้ค่ะ
การรักษาสิวต้องเน้นจัดการกับการอุดตันของรูขุมขนและการระบายของซีบัมค่ะ โดยมี ยากลุ่มเรตินอยด์, กรดซาลิไซลิก, เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์, ยาปฏิชีวนะแบบทาน และไอโซเทรติโนอิน เป็นกลุ่มยารักษาหลัก หากใช้เฉพาะยาปฏิชีวนะโดยไม่แก้ปัญหาการอุดตันของรูขุมขน สิวก็จะกลับมาเป็นซ้ำได้อีกค่ะ
ส่วนรูขุมขนอักเสบต้อง แยกแยะว่าเป็นเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อรา เพื่อเลือกใช้ยาปฏิชีวนะหรือยาต้านเชื้อรา ให้ตรงจุดค่ะ ในการรักษาทางคลินิกของหมอเองก็เจอเคสบ่อย ๆ ที่คนไข้เป็นรูขุมขนอักเสบจากเชื้อราแต่กลับนำยาทาสิวไปทา ทำให้เกิดอาการคันและอักเสบลุกลามจนทิ้งรอยดำรอยแดงไว้นานเลยค่ะ หรือในทางกลับกัน บางคนเป็นสิวอักเสบเม็ดใหญ่ระดับ nodule แต่กลับทาเฉพาะยาแต้มฆ่าเชื้อทั่วไป ทำให้เกิดหนองอักเสบอยู่ข้างในลึก ๆ จนสุดท้ายกลายเป็นแผลเป็นหลุมลึกที่รักษายากค่ะ
แผลเป็นไม่ได้เกิดจากการบีบอย่างเดียวนะคะ ความลึกและระยะเวลาของการอักเสบต่างหากที่เป็นตัวกำหนด ยิ่งวินิจฉัยผิดและปล่อยให้อักเสบยาวนาน แผลเป็นก็จะยิ่งลึกขึ้นตามไปด้วยค่ะ

ดังนั้น กระดุมเม็ดแรกคือ "การวินิจฉัย" ค่ะ
เมื่อเจอดีไซน์ตุ่มแดงขึ้นบนผิว อย่าเพิ่งคิดว่า "ต้องทายาสิวก่อนเลย" นะคะ ลองสังเกตดูก่อนว่ามี comedone ไหม คันหรือเปล่า และขึ้นที่บริเวณไหน หากเบาะแสต่าง ๆ ชี้ไปทางรูขุมขนอักเสบ ไม่ควรฝืนใช้ยาสิวต่อนาน ๆ ค่ะ การเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจรับการวินิจฉัยและรับการรักษาที่ถูกต้องเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยลดการเกิดรอยแผลเป็นได้ค่ะ
เมื่อได้รับการวินิจฉัยที่แน่นอนแล้ว หลังจากนั้นเราจะสามารถตัดสินใจในขั้นตอนต่อไปได้อย่างราบรื่นค่ะ เช่น "ควรบีบออกไหม ถ้าจะกดสิวควรกดช่วงไหนดี หรือจะจัดการกับสิวอักเสบอุดตันลึก ๆ ให้ยุบลงได้อย่างไร" ในบทความถัดไปของซีรีส์นี้ เราจะมาคุยกันต่อถึงเรื่องระดับความเสี่ยงที่จะเกิดแผลเป็นตามขนาดและประเภทต่าง ๆ ค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
Q. รูขุมขนอักเสบปกติกี่วันถึงจะยุบลงคะ?
หากใช้ยาปฏิชีวนะหรือยาต้านเชื้อราตรงตามเกณฑ์อย่างถูกต้อง โดยทั่วไปอาการแดงจะเริ่มดีขึ้นภายใน 1~2 สัปดาห์ค่ะ อย่างไรก็ตาม หากปัจจัยกระตุ้นการระคายเคือง (เช่น ใบมีดโกน เสื้อผ้าอับเหงื่อ หรือเครื่องสำอางที่อุดตันรูขุมขน) ยังคงอยู่ ก็อาจจะกลับมาเป็นซ้ำได้อีก ส่วนรอยแดงรอยดำจะใช้เวลาในการจางลงประมาณหนึ่งเดือนขึ้นไปค่ะ
Q. ตุ่มแดงที่หลังเป็นสิวหรือรูขุมขนอักเสบกันแน่คะ?
แผ่นหลังส่วนบนมักจะเป็นสิวค่ะ ส่วนแผ่นหลังช่วงล่างหรือไหล่ด้านนอกมักจะเป็นรูขุมขนอักเสบ หากมีตุ่มเล็ก ๆ คล้ายสิวผดขึ้นมาพร้อมกันเยอะ ๆ และมีอาการคันร่วมด้วยมักจะเป็นรูขุมขนอักเสบ แต่ถ้ามีหัว comedone และตุ่มหนองปะปนกันมักจะเป็นในกลุ่มของสิวค่ะ
Q. ถ้าไม่ชัวร์ว่าใช่สิวไหม สามารถทายาสิวต่อเนื่องนาน ๆ ได้ไหมคะ?
หากสังเกตเห็น comedone ชัดเจนและรู้สึุกเจ็บจี๊ด ๆ เล็กน้อย สามารถประเมินอาการและลองทายาเฉพาะที่ดูได้ประมาณ 1~2 สัปดาห์ค่ะ แต่หากมีอาการคันอย่างรุนแรง ตุ่มเล็ก ๆ เห่อขึ้นมาอย่างรวดเร็ว หรือทายาไปแล้ว 2 สัปดาห์อาการยังไม่ดีขึ้น ควรได้รับการวินิจฉัยใหม่อย่างถูกต้องค่ะ เพราะยิ่งใช้เวลารักษาผิดจุดนานเท่าไหร่ ความเสี่ยงที่จะเกิดแผลเป็นถาวรก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้นค่ะ
บทความน่าอ่านเพิ่มเติม

ผิว
ถ้าคุมสิวด้วยยาทาสิวทั่วไปอย่าง Cleartin แล้วยังไม่หาย ดีขึ้น ถึงเวลาต้องเปลี่ยนวิธีรักษาแล้วค่ะ
Salicylic acid, ยาปฏิชีวนะ, Retinoid และ Isotretinoin มีจุดออกฤทธิ์ที่แตกต่างกันนะคะ ตั้งแต่ปัญหาสิวอุดตันไปจนถึงสิวอักเสบชนิดตุ่มแดงและซีสต์ มาดูวิธีการเลือกยาทาและยารับประทานที่เหมาะกับขั้นตอนและสภาพผิวของคุณกันค่ะ

ผิว
สิวเม็ดเล็กๆ ที่คิดว่าเป็นสิวธรรมดา ถ้าจริงๆ แล้วเป็น 'รูขุมขนอักเสบ' วิธีรักษาจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยนะคะ
สิวอุดตันกับรูขุมขนอักเสบดูคล้ายกัน แต่ต้นเหตุต่าง แยกจากอาการคัน บริเวณ หัวสิว วินิจฉัยถูกลดแผลเป็น

ผิว
ตั้งแต่ตุ่มนูนแข็ง ห้ามบีบเอง แผลเป็นเริ่มตอนนี้
แผลเป็นไม่ได้เกิดจากการบีบ แต่ขึ้นกับการอักเสบลงลึกแค่ไหน ดูตารางระดับความเสี่ยงและการดูแลแต่ละขั้น

ผิว
สิวหัวหนองปล่อยไว้แผลเป็นใหญ่ขึ้น มีช่วงที่ควรบีบ
"สิวไม่ควรบีบจะดีสุด" ถูกแค่ครึ่ง สรุปช่วงที่ควรบีบหัวหนอง วิธีที่ถูก และระยะที่ห้ามบีบ ในตารางเดียว

ผิว
ยาฉีดสิวอักเสบ ใช้หลักการเดียวกับลดแผลรอยไหม้
ปล่อยตุ่มนูนหรือซีสต์ไว้คิดว่าจะยุบเอง? ช่วงนั้นทำลายคอลลาเจนหนังแท้ สรุปหลักการยาฉีดและข้อจำกัด

ผิว
รอยดำ รอยแดง หลุมสิว รักษาด้วยยาตัวเดียวกันไม่ได้
น้ำตาลคือเมลานิน แดงคือเส้นเลือด บุ๋มคือคอลลาเจนหาย นูนคือเกิน สรุป 4 แบบพร้อมการรักษาขั้นแรก



