แยกสิวกับรูขุมขนอักเสบจากหัวสิว อาการคัน และตำแหน่งที่ขึ้น ดูแลผิดวิธีอาจทำให้แผลเป็นลึกขึ้นค่ะ
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
📚 เจาะลึกการรักษาสิว · สารบัญซีรีส์
1. ตัวตนที่แท้จริงของสิว
1.1 รูขุมขนอักเสบ vs สิว (บทความปัจจุบัน)
2. ทางแยกสู่อาการเกิดรอยแผลเป็น
3. วิธีหยุดสิวในตอนนี้
4. หยุดสิวด้วยยารักษา
5. การดูแลรักษารอยสิวที่หลงเหลือ
เมื่อมีตุ่มนูนแดงขึ้นบนใบหน้าหรือแผ่นหลัง คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่า "สิวขึ้นซะแล้ว" และเริ่มมองหายาทีแต้มสิวทันที ทว่า ในบรรดาตุ่มแดงที่ดูนูนเป่งคล้ายกันนั้น อาจมี "รูขุมขนอักเสบ" ปะปนอยู่ด้วย แม้ทั้งสองอาการจะดูคล้ายคลึงกันจนเหมือนเป็นญาติกัน แต่จุดเริ่มต้นนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง หากวินิจฉัยและรักษาผิดวิธี อาจทำให้ระยะเวลาการรักษาลากยาวขึ้นและทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้ได้ครับ
ดูเหมือนกันแต่จุดเริ่มต้นต่างกันนะครับ
สิวเริ่มเกิดในบริเวณที่ต่อมไขมันทำงานตื่นตัว เมื่อปากรูขุมขนอุดตันด้วยเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้ว ไขมัน (sebum) จะสะสมอยู่ภายใน และเมื่อแบคทีเรียสิว* (C. acnes) ที่อาศัยอยู่บนผิวตามปกติเจริญเติบโตขึ้น ก็จะลุกลามกลายเป็นอาการอักเสบ ด้วยเหตุนี้ สิวจึงมักขึ้นในบริเวณที่มีต่อมไขมันหนาแน่น เช่น บริเวณ T-zone บนใบหน้า, หลังส่วนบน และกึ่งกลางหน้าอก
ส่วนรูขุมขนอักเสบ* มีจุดเริ่มต้นที่รูขุมขนโดยตรงเลยครับ เมื่อบริเวณปากรูขุมขนอ่อนแอลงจากสิ่งกระตุ้น เช่น การโกนขน, การเสียดสี, เหงื่อ หรือการสวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ไม่ดี แบคทีเรียอย่าง Staphylococcus aureus หรือเชื้อราอย่าง Malassezia จะเข้าไปทำให้เกิดการอักเสบ ดังนั้น รูขุมขนอักเสบจึงสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ที่มีเส้นขนขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหลังส่วนล่าง, แขนขา, หนังศีรษะ, ขาหนีบ ไปจนถึงบริเวณแนวหนวดเคราครับ
* แบคทีเรียสิว (C. acnes): Cutibacterium acnes ซึ่งเป็นเชื้อประจำถิ่นบนผิวหนัง ปกติแล้วจะไม่เป็นอันตราย แต่หากมีการเพิ่มจำนวนมากเกินไปในรูขุมขนที่อุดตันก็จะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ ชื่อเดิมของมันคือ P. acnes ครับ
* รูขุมขนอักเสบ (Folliculitis): อาการอักเสบบริเวณปากรูขุมขน แบ่งออกเป็นชนิดที่เกิดจากแบคทีเรีย (ส่วนใหญ่เกิดจาก Staphylococcus aureus) ชนิดเกิดจากเชื้อรา (Malassezia) และชนิดจากการระคายเคือง โดยยารักษาจะแตกต่างกันไปตามตำแหน่งและสาเหตุครับ

หากมองเห็น Comedone แสดงว่าเป็นสิวครับ
สัญญาณที่ใช้แยกแยะได้เร็วที่สุดคือสิวอุดตันครับ Comedone* เป็นระยะที่รูขุมขนอุดตันจนมีไขมันสะสม มีลักษณะเป็นตุ่มเม็ดเล็ก ๆ คล้ายเม็ดข้าวฟ่าง เช่น สิวหัวปิด (สิวหัวขาว) หรือสิวหัวเปิด (สิวหัวดำ) สิวเกือบทั้งหมดมักจะเริ่มต้นจาก Comedone เหล่านี้ แล้วจึงพัฒนาไปเป็นตุ่มนูนสีแดง (papule) และตุ่มหนอง (pustule) ในที่สุด
ในรูขุมขนอักเสบจะไม่มี Comedone ครับ แต่จะปรากฏขึ้นมาเป็นตุ่มแดงหรือตุ่มหนองที่มีหัวสีเหลืองตรงกลางตั้งแต่แรก ลองส่องกระจกดูใกล้ ๆ ว่าบริเวณรอบ ๆ ตุ่มแดงนั้นมีเม็ดเหลือง ๆ เล็ก ๆ คล้ายสิวหัวปิดหรือไม่ หากมีแสดงว่าค่อนข้างเอียงไปทางสิว แต่ถ้าไม่มีเลย มีเพียงตุ่มสีแดงผุดขึ้นมาเป็นแพ้ ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นรูขุมขนอักเสบครับ
* Comedone: ระยะที่ไม่อักเสบซึ่งเกิดจากการสะสมของไขมันและเซลล์ผิวเก่าในรูขุมขนที่อุดตัน หากเป็นแบบปิดจะเรียกว่าสิวหัวขาว (สิวหัวขาว) หากสัมผัสอากาศและเปลี่ยนเป็นสีดำเรียกว่าสิวหัวดำ (สิวหัวดำ) เนื่องจากนี่คือจุดเริ่มต้นของการเกิดสิว การดูแลผิวในระยะ Comedone จึงเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันไม่ให้เกิดรอยแผลเป็นครับ
ข้อแตกต่าง | สิว | รูขุมขนอักเสบ |
|---|---|---|
การพบ Comedone | มี (สิวหัวขาว/สิวหัวดำ) | ไม่มี |
บริเวณที่พบบ่อย | T-zone บนใบหน้า, หลังส่วนบน, กึ่งกลางหน้าอก | หลังส่วนล่าง, แขนขา, หนังศีรษะ, ขนบริเวณหนวดเครา |
อาการคัน | โดยทั่วไปไม่มี (มีเพียงอาการเจ็บแปลบ) | พบบ่อย (โดยเฉพาะชนิดที่เกิดจากเชื้อรา) |
สาเหตุหลัก | ต่อมไขมัน/การอุดตันของเซลล์ผิวเก่า, ฮอร์โมน, แบคทีเรียสิว (C. acnes)* | แบคทีเรีย, เชื้อรา, การโกน, การเสียดสีของเหงื่อ |
สัญญานการดีขึ้น | เป็นเรื้อรัง/กลับมาเป็นซ้ำได้อีก | ดีขึ้นใน 1-2 สัปดาห์เมื่อใช้ยาที่ตรงกับอาการ |

อาการคันและตำแหน่งที่พบคือกุญแจสำคัญข้อที่สองครับ
สิวมักจะเน้นที่ความรู้สึกเจ็บเป็นหลักครับ เวลาแตะโดนจะรู้สึกเจ็บ ๆ เสียว ๆ แต่ไม่ค่อยมีอาการคัน ในทางกลับกัน รูขุมขนอักเสบมักจะมีสัญญาณเด่นคืออาการคัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รูขุมขนอักเสบจากเชื้อรา Malassezia มักจะขึ้นมาในลักษณะตุ่มแดงเล็ก ๆ คล้ายเม็ดข้าวฟ่างบริเวณหัวไหล่และหลังส่วนบน และจะยิ่งคันมากขึ้นเมื่อมีเหงื่อออก
ตำแหน่งที่เกิดก็เป็นเบาะแสที่ดีครับ หากตุ่มนูนแดงขึ้นในบริเวณที่มีรูขุมขนมากกว่าต่อมไขมัน เช่น บริเวณขาหนีบ, แขนขาด้านนอก หรือหนังศีรษะ ให้สงสัยว่าเป็นรูขุมขนอักเสบไว้ก่อนสิว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากอาการเกิดขึ้นอย่างฉับพลันหลังจากใช้ใบมีดโกนอันใหม่, หลังสวมใส่เสื้อผ้าเปียกเหงื่อเป็นเวลานานหลังออกกำลังกาย หรือหลังนอนบนเตียงไฟฟ้าประคบร้อน ยิ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าอาจเป็นรูขุมขนอักเสบครับ

การรักษาใช้ยาต่างกัน หากเข้าใจผิดจะเกิดรอยแผลเป็นได้ง่ายครับ
การรักษาสิวจำเป็นต้องควบคุมการอุดตันของรูขุมขนและการไหลเวียนของน้ำมันผิว การใช้กลุ่มสาร Retinoid, Salicylic acid, Benzoyl peroxide, ยาปฏิชีวนะชนิดกิน และ Isotretinoin คือหัวใจหลักของการรักษา ในกรณีนี้ หากให้เฉพาะยาปฏิชีวนะโดยไม่แก้อาการอุดตันในรูขุมขน สิวก็มักจะกลับมาเป็นซ้ำอีกครับ
ส่วนรูขุมขนอักเสบต้อง คัดกรองก่อนว่าเป็นเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อรา แล้วเลือกใช้ยาปฏิชีวนะหรือยาต้านเชื้อราที่เหมาะสม จากเคสคนไข้จริงของหมอ พบได้บ่อยมากที่คนไข้เป็นรูขุมขนอักเสบจากเชื้อราแต่กลับแต้มผลิตภัณฑ์รักษาสิวทั่วไป ทำให้อาการคันและการอักเสบยิ่งลุกลามวงกว้างและทิ้งรอยดำไว้ยาวนาน ในทางตรงกันข้าม การทายาแต้มยาปฏิชีวนะเพียงอย่างเดียวลงบนสิวอักเสบชนิดไม่มีหัว (สิวอักเสบแบบก้อน) ก็อาจทำให้ข้างในอักเสบจนกลายเป็นหลุมสิวลึกในที่สุดเช่นกันครับ
รอยแผลเป็นไม่ได้เกิดจากการกดบีบเท่านั้น แต่ความลึกและระยะเวลาที่มีการอักเสบต่างหากที่เป็นตัวตัดสิน หากวินิจฉัยโรคผิดพลาดและปล่อยให้อักเสบยาวนาน แผลเป็นก็จะสมานลึกและรักษายากขึ้นตามไปด้วย

ดังนั้น การเริ่มขั้นตอนแรกด้วย 'การวินิจฉัยที่ถูกต้อง' จึงสำคัญที่สุดครับ
เมื่อเห็นตุ่มแดงขึ้น อย่าเพิ่งคิดว่า "ต้องรีบทายาสิวก่อน" แต่ลองสังเกตดูสักนิดว่ามี Comedone ไหม มีอาการคันหรือเปล่า และขึ้นที่บริเวณไหน หากเบาะแสต่าง ๆ ชี้ไปทางรูขุมขนอักเสบ ก็ไม่จำเป็นต้องทนใช้ยารักษาสิวต่อไปเฉย ๆ ครับ การเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจและรับการรักษาที่เจาะจงจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการลดการเกิดรอยแผลเป็น
เมื่อระบุโรคได้แน่ชัดแล้ว หลังจากนั้นคุณจะสามารถก้าวไปสู่ขั้นตอนถัดไปได้อย่างเป็นธรรมชาติ เช่น "ควรจะกดสิวไหม หากจะกดต้องกดตอนไหน หรือจะจัดการกับสิวอักเสบไม่มีหัวที่อยู่ลึกได้อย่างไร" หมอจะอธิบายเจาะลึกเรื่องทางแยกที่ทำให้เกิดรอยแผลเป็นตามขนาดและประเภทของสิวในบทความถัดไปของซีรีส์นี้นะครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. รูขุมขนอักเสบใช้เวลากี่วันถึงจะยุบลงครับ?
หากใช้ยาปฏิชีวนะหรือยาต้านเชื้อราอย่างถูกต้อง โดยทั่วไปอาการแดงอักเสบจะทุเลาลงภายใน 1-2 สัปดาห์ครับ อย่างไรก็ตาม หากปัจจัยกระตุ้น (เช่น ใบมีดโกน, เสื้อผ้าอับเหงื่อ, เครื่องสำอางที่อุดตันรูขุมขน) ยังไม่ได้รับการแก้ไข ก็อาจกลับมาเป็นซ้ำได้อีก และรอยแดงรอยดำอาจต้องใช้เวลาจางลงอีกประมาณหนึ่งเดือนครับ
Q. ตุ่มแดงที่แผ่นหลังเป็นสิวหรือรูขุมขนอักเสบกันแน่ครับ?
หลังชิ้นส่วนบนมักเป็นสิว ส่วนหลังชิ้นล่างหรือบริเวณไหล่ด้านนอกมักเป็นรูขุมขนอักเสบครับ หากเป็นตุ่มแดงเล็ก ๆ คล้ายเม็ดข้าวฟ่างร่วมกับอาการคันแบบผุดขึ้นมาเป็นแพ้ มีแนวโน้มสูงที่จะเป็นรูขุมขนอักเสบ แต่หากมีทั้งสิวอุดตัน (Comedone) และตุ่มหนองปะปนกัน มักจะเป็นสิวมากกว่าครับ
Q. ถ้าไม่ได้รับการวินิจฉัย แต่ซื้อยาแต้มสิวมาใช้เองเป็นเวลานานจะเป็นอะไรไหมคะ?
หากสังเกตเห็น Comedone ชัดเจนและมีอาการเจ็บเสียวเล็กน้อย การทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ทาภายนอกคอยดูอาการประมาณ 1-2 สัปดาห์ก็ถือว่าทำได้ครับ แต่ถ้าหากมีอาการคันรุนแรง หรือมีตุ่มเม็ดเล็ก ๆ ผุดขึ้นมาพร้อมกันจำนวนมากในพริบตา หรือใช้ยาทาภายนอกแล้ว 2 สัปดาห์ยังไม่ดีขึ้น ควรเข้ารับการวินิจฉัยใหม่อีกครั้งครับ เพราะยิ่งปล่อยเวลาที่วินิจฉัยผิดพลาดให้ยาวนานขึ้น โอกาสที่จะเกิดจุดด่างดำหรือแผลเป็นถาวรก็จะยิ่งสูงขึ้นไปด้วยครับ
บทความที่แนะนำให้อ่านเพิ่มเติม

ยกกระชับ
แก้มชาตื้อ ๆ หลังทำ Ultherapy Prime ปกติไหม อีกกี่วันหาย?

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฉีด Sculptra แล้วแก้มขึ้นข้างเดียว อีกนานไหมกว่าจะเท่ากัน?

ยกกระชับ
ลด Level พลังงาน Thermage เพราะกลัวเจ็บ ผลลัพธ์จะหายไปด้วยไหม?

ผิว
ขนคุดที่แขน ยิ่งขัดสครับยิ่งแดง เปลี่ยนวิธีดูแลยังไงดี?

ยกกระชับ
หลัง Onda Lifting แล้วสองข้างหน้าลดไม่เท่ากัน — ปกติหรือต้องกังวล?

ผิว
สกินบูสเตอร์หมดฤทธิ์แล้วจริงไหม หลังสองเดือนผิวเริ่มแห้งขึ้น



