ผู้อำนวยการ วี ยองจิน คิม กาอึล แห่งคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก

โบท็อกซ์หมดฤทธิ์เร็วขึ้น เป็นเพราะเริ่มดื้อยาหรือเปล่านะ?

โบท็อกซ์หมดฤทธิ์เร็วขึ้น เป็นเพราะเริ่มดื้อยาหรือเปล่านะ?

โบท็อกซ์หมดฤทธิ์เร็วขึ้น เป็นเพราะเริ่มดื้อยาหรือเปล่านะ?

เมื่อรู้สึกว่าผลลัพธ์อยู่ได้ไม่นาน เป็นเพราะดื้อยาหรือเป็นแค่เรื่องธรรมชาติกันแน่? มาดูวิธีการทำงานของโบท็อกซ์กันค่ะ

หลายคนที่เคยฉีดโบท็อกซ์มักจะถามว่า "รู้สึกเหมือนยาหมดฤทธิ์เร็วกว่าเมื่อก่อนเลยค่ะ หรือว่าดื้อยาแล้วฤทธิ์ยาหมดเร็วขึ้นคะ?" เวลาที่รู้สึกว่าประสิทธิภาพลดลง คำแรกที่แวบเข้ามาในหัวก็คือ 'ดื้อยา' แต่เอ๊ะ... มันเป็นเพราะดื้อยาจริงๆ หรือเปล่านะ?

> บทความนี้เป็นคอนเทนต์ที่รวบรวมข้อมูลการทำหัตถการของ Beautystone สาขาฮับจองค่ะ

ถ้าให้ตอบสั้นๆ การที่โบท็อกซ์หมดฤทธิ์ไปหลังจากผ่านไปไม่กี่เดือน ส่วนใหญ่แล้วไม่ใช่การดื้อยาค่ะ แต่เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เพราะโดยธรรมชาติแล้วเมื่อเวลาผ่านไป กล้ามเนื้อจะค่อยๆ กลับมาทำงานเป็นปกติ ส่วนการ 'ดื้อยา' จริงๆ นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง และไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยอย่างที่คิดค่ะ

อ่านบทความนี้แล้วคุณจะได้รู้เกี่ยวกับ

  • ทำไมโบท็อกซ์ถึงหมดฤทธิ์หลังจากผ่านไปไม่กี่เดือน

  • คำว่า 'ดื้อยา' หมายถึงอะไรกันแน่

  • กลไกการกลับมาทำงานของกล้ามเนื้อหลังหมดฤทธิ์

  • สิ่งที่ต้องเช็กเมื่อรู้สึกว่าโบท็อกซ์หมดฤทธิ์เร็วผิดปกติ

 

การที่โบท็อกซ์หมดฤทธิ์เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วค่ะ

โบท็อกซ์คือหัตถการที่ช่วยลดริ้วรอยโดยการบล็อกสัญญาณประสาทที่สั่งการให้กล้ามเนื้อขยับตัว "โบลดชั่วคราว" คีย์เวิร์ดสำคัญคือคำว่า 'ชั่วคราว' ค่ะ เมื่อเวลาผ่านไป สัญญาณที่เคยถูกบล็อกไว้จะกลับมาเชื่อมต่อกันอีกครั้ง ทำให้ผลลัพธ์ค่อยๆ เลือนหายไปในที่สุด

คู่มือ Botulinum Toxin จากสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกา (AAD) ระบุว่า ผลลัพธ์โดยปกติจะคงอยู่ได้ประมาณ 3-4 เดือน และจะเริ่มเห็นผลภายใน 3-7 วันหลังทำ ดังนั้น การที่โบท็อกซ์สลายตัวไปหลังจากผ่านไปไม่กี่เดือน จึงไม่ใช่ความล้มเหลวในการรักษา แต่เป็นไปตามกระบวนการตามธรรมชาติที่ถูกกำหนดไว้แล้วค่ะ

ดังนั้น หากคุณรู้สึกว่า "พอเข้าเดือนที่ 3-4 แล้วผลลัพธ์เริ่มลดลง" นั่นน่าจะเป็นการทำงานตามปกติของโบท็อกซ์ ไม่ใช่การดื้อยาค่ะ

보톡스가 풀리는 건 원래 그래요

 

 

การ 'ดื้อยา' หมายถึงอะไรกันแน่?

การดื้อยาที่แท้จริง คือภาวะที่ร่างกายสร้าง Neutralizing Antibody (แอนติบอดีลบล้างฤทธิ์)* ขึ้นมาต่อต้านโบท็อกซ์ ทำให้ต่อให้ฉีดในปริมาณเท่าเดิมก็แทบจะไม่เห็นผลเลย ทางการแพทย์เรียกภาวะนี้ว่า 'การไม่ตอบสนองระยะที่สอง' (Secondary Non-responsiveness)

*Neutralizing Antibody คือโปรตีนที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อป้องกันสิ่งแปลกปลอม หากร่างกายสร้างขึ้นมาต่อต้านสารโบท็อกซ์ ก็จะทำให้ประสิทธิภาพของโบลดลงได้ค่ะ

จากการศึกษาทางคลินิกเกี่ยวกับแอนติบอดีต่อ Botulinum Toxin พบว่า การเกิดภาวะไม่ตอบสนองระยะที่สองอันเนื่องมาจากแอนติบอดีชนิดนี้ มีความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นเมื่อฉีดบ่อยเกินไป หรือฉีดในปริมาณที่มากเกินไปในครั้งเดียว และการเว้นระยะห่างอย่างน้อย 3 เดือนขึ้นไปถือเป็นวิธีลดความเสี่ยงที่ดี อย่างไรก็ตาม ภาวะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนักในการฉีดเพื่อความงามทั่วไป

สรุปสั้นๆ คือ 'ความรู้สึกเหมือนยาหมดฤทธิ์เร็ว' กับ 'การดื้อยาจริงๆ' เป็นคนละเรื่องกันค่ะ

'내성'은 정확히 뭘 말하는 건가요?

 

 

ทำไมกล้ามเนื้อถึงกลับมาทำงานได้เหมือนเดิม?

เมื่อโบท็อกซ์เข้าไปบล็อกสัญญาณประสาท ร่างกายจะพยายามปรับตัวโดยการยืดแขนงประสาทใหม่ออกมาเพื่อเชื่อมต่อกับกล้ามเนื้ออีกครั้ง กระบวนการนี้เองที่ทำให้การทำงานที่เคยถูกบล็อกไว้ค่อยๆ ฟื้นตัวกลับมา

반복 시술 시 지속 경향 (동물 연구 기준 상대 경향)

จากการศึกษาในสัตว์ทดลองเกี่ยวกับการฟื้นตัวของระบบประสาทส่วนปลายและกล้ามเนื้อ พบว่า หลังจากการฉีดหนึ่งครั้ง การทำงานของกล้ามเนื้อจะฟื้นกลับมาในเวลาประมาณ 10-14 สัปดาห์ และสิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อฉีดซ้ำโดยเว้นระยะห่างที่เหมาะสม ระยะเวลาในการฟื้นตัวกลับยาวนานขึ้น ซึ่งหมายความว่าหากฉีดอย่างถูกต้อง ยิ่งฉีดซ้ำ ผลลัพธ์ก็มีแนวโน้มจะอยู่ได้นานขึ้น ไม่ใช่หมดฤทธิ์เร็วขึ้น ซึ่งตรงข้ามกับความเชื่อที่ว่า 'ดื้อยาเลยหมดฤทธิ์เร็ว' อย่างสิ้นเชิง แต่อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงแนวโน้มจากการศึกษาในสัตว์ทดลอง จึงอาจไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกับระยะเวลาในมนุษย์ได้โดยตรงนะคะ

왜 효과가 돌아오나요?

 

 

ที่ Beautystone สาขาฮับจอง เราประเมินทั้งระยะห่างและปริมาณยาควบคู่กัน

เมื่อ Beautystone สาขาฮับจอง ได้ยินลูกค้ากังวลเรื่อง "โบท็อกซ์หมดฤทธิ์เร็ว" เราจะไม่รีบเพิ่มปริมาณยาทันที แต่จะพิจารณาประวัติการฉีดครั้งก่อนๆ ระยะห่าง ปริมาณที่ใช้ รวมถึงมัดกล้ามเนื้อส่วนที่ฉีดควบคู่กันไป เนื่องจากชั่วโมงการฉีดที่ถี่เกินไปหรือปริมาณยาที่มากเกินไป อาจยิ่งไปเพิ่มความเสี่ยงในการสร้างแอนติบอดีต้านยาได้ค่ะ

ตัวคลินิกตั้งอยู่ใกล้กับสถานี Hapjeong ในระยะเดินถึง ทำให้สะดวกต่อการเข้ามาให้คุณหมอตรวจเช็กประวัติและติดตามผลร่วมกันเพื่อวางแผนในครั้งถัดไป การตรวจสอบระยะห่างก่อนที่จะสรุปว่าเป็น 'อาการดื้อยาหรือไม่' คือจุดต่างที่ทำให้เราดูแลคุณได้อย่างตรงจุดและปลอดภัยยิ่งขึ้น

합정 뷰티스톤은 간격과 용량을 함께 봐요

 

 

สิ่งที่ต้องเช็กเมื่อรู้สึกว่าโบท็อกซ์หมดฤทธิ์เร็ว

แทนที่จะกังวลว่าตัวเองดื้อยาในทันทีเมื่อรู้สึกว่าผลลัพธ์สั้นลง ลองเช็กสิ่งเหล่านี้ก่อนนะคะ จะมีประโยชน์มากเลยค่ะ

  • หากฉีดครั้งสุดท้ายไปเมื่อ 3-4 เดือนก่อน ถือเป็นช่วงเวลาปกติที่ยาจะเริ่มหมดฤทธิ์แล้วค่ะ

  • บริเวณที่มีการขยับและแสดงสีหน้าบ่อยๆ อาจทำให้รู้สึกเหมือนโบท็อกซ์หมดฤทธิ์เร็วกว่าบริเวณอื่น

  • หากตอนแรกมีความคาดหวังไว้สูงมาก ก็อาจทำให้รู้สึกว่าผลลัพธ์ดูลดลงมากกว่าความเป็นจริงได้ค่ะ

หากลองเช็กประเด็นเหล่านี้แล้วนำไปปรึกษากับแพทย์ตอนเข้าพบ จะช่วยให้สามารถประเมินได้อย่างแม่นยำขึ้นว่าสรุปแล้วดื้อยาจริงหรือเป็นเพียงกระบวนการสลายตัวตามธรรมชาติ เนื่องจากบทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป สำหรับระยะห่างและปริมาณยาที่เหมาะสมสำหรับคุณ แนะนำให้ปรึกษากับคุณหมอก่อนทำหัตถการจะดีที่สุดนะคะ

빨리 풀린다고 느낄 때 점검할 점

 

 

คำถามที่พบบ่อย

Q. โบท็อกซ์ดื้อยาได้จริงๆ ไหมคะ?

A. มีโอกาสเกิดขึ้นได้ในรูปแบบของการตอบสนองลดลงเนื่องจากร่างกายสร้างแอนติบอดีค่ะ แต่พบได้ไม่บ่อยนักในการฉีดเพื่อความงาม ความเสี่ยงจะสูงขึ้นเมื่อฉีดถี่เกินไปหรือใช้ปริมาณยาที่มากเกินไป ส่วนกรณีที่รู้สึกว่า 'หมดฤทธิ์เร็ว' ส่วนใหญ่แล้วไม่ใช่การดื้อยาค่ะ

Q. ถ้าผลลัพธ์ลดลงหลังจากฉีดไปได้แค่ 3 เดือน ถือว่าดื้อยาไหมคะ?

A. มีโอกาสสูงมากที่จะไม่ใช่การดื้อยาค่ะ เพราะโดยปกติผลลัพธ์ของโบท็อกซ์จะคงอยู่ได้ประมาณ 3-4 เดือนอยู่แล้ว ดังนั้นการที่ยาเริ่มลดฤทธิ์ลงในช่วงเวลานี้จึงเป็นเรื่องธรรมชาติค่ะ

Q. ยิ่งฉีดบ่อยจะยิ่งอยู่ได้นานขึ้นไหมคะ?

A. การฉีดถี่เกินไปจนระยะห่างแคบอาจเพิ่มความเสี่ยงในการดื้อยาได้ค่ะ โดยปกติแนะนำให้เว้นระยะห่างอย่างน้อย 3 เดือนขึ้นไป การฉีดบ่อยเกินไปจึงไม่ได้แปลว่าจะอยู่ได้นานขึ้นเสมอไปค่ะ

Q. ถ้าหมดฤทธิ์เร็ว แค่เพิ่มปริมาณยา (ยูนิต) ก็พอใช่ไหมคะ?

A. แทนที่จะเพิ่มปริมาณยาทันที แนะนำให้เช็กเรื่องระยะเวลา จุดที่ฉีด และความคาดหวังก่อนดีกว่าค่ะ เพราะการใช้ปริมาณยาที่มากเกินไปอาจเสี่ยงต่อการดื้อยาได้ ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์เพื่อปรับอย่างปลอดภัยจะได้รับการปรับปริมาณยาอย่างปลอดภัยดีที่สุดค่ะ

 

บทความน่าอ่านเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

กล้ามเนื้อหน้าผาก (Frontalis) ไม่ได้เค่ทำให้เกิดริ้วรอยเท่านั้นนะคะ แต่ยังช่วยพยุงเปิดตาขึ้นด้วยค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม

กล้ามเนื้อหน้าผากไม่ได้แค่ทำให้เกิดริ้วรอยเท่านั้นนะคะ — แต่ยังมีส่วนช่วยในการลืมตาด้วยค่ะ

ทำไมฉีดเท่ากันที่เดียวกันแต่ผลต่างกัน? 2 บทบาทกล้ามเนื้อหน้าผาก รอยย่น + ลืมตา และสัมพันธ์กับมัดอื่น

ฉีดโบท็อกซ์หน้าผากแล้วตาตี่ลง ไม่ใช่เพราะโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (안검하수) นะคะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม

ฉีดโบหน้าผากแล้วตาดูเล็กลง ไม่ใช่หนังตาตกเสมอไป

ไขข้อข้องใจ 'ฉีดโบท็อกซ์หน้าผากแล้วตาดูหนักๆ อึ้งๆ' กลไกการหายไปของกล้ามเนื้อหน้าผากที่ช่วยพยุง และทำไมผลลัพธ์ของแต่ละคนถึงต่างกันขึ้นอยู่กับระดับการพึ่งพากล้ามเนื้อส่วนนี้

ก่อนฉีดโบท็อกซ์หน้าผาก ลองแตะหน้าผากแล้วลืมตาขึ้นดูก่อนนะคะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม

ก่อนฉีด Botox หน้าผาก ลองใช้นิ้วจับหน้าผากแล้วลืมตาขึ้นดูนะคะ

ฉีดโบหน้าผากให้ดีไม่ใช่ลองก่อนถึงรู้ เช็กการใช้กล้ามเนื้อเอง 30 วินาที เพื่อปรับปริมาณ ตำแหน่ง

Dysport เห็นผลเร็วกว่าโบท็อกซ์ทั่วไป แต่ทำไมคนที่มีปัญหาดื้อยาถึงต้องระวังเป็นพิเศษ

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Dysport เห็นผลเร็วกว่า Botox แต่ทำไมคนที่มีภาวะดื้อยา (ดื้อโบ) ถึงต้องพิจารณาอย่างระมัดระวัง

แม้ว่าจะเป็น Botulinum Toxin Type A เหมือนกัน แต่ความแตกต่างของรัศมีการกระจายตัวก็ส่งผลต่อผลลัพธ์การรักษาที่ได้ค่ะ มาดูเกณฑ์การเลือกเข้ารับบริการ Botox vs Dysport ตามระดับการใช้งานของกล้ามเนื้อหน้าผาก (Frontalis) กันเลย

skin botox ไม่ใช่โบท็อกซ์หน้าผากเวอร์ชันที่เบากว่านะคะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Skin botox ไม่ใช่โบท็อกซ์หน้าผากเวอร์ชันเบาๆ นะคะ

ฉีดโบหน้าผากไม่ได้ ก็ทำ Skin Botox ได้ ใช้โบทูลินัมตัวเดียวกระจายน้อยในหนังแท้ กระชับรูขุมขน คุมมัน

30 นาทีหลังฉีด ฟิลเลอร์จมูก หากมีอาการตามสัญญาณเตือนเหล่านี้ ต้องรีบมาพบแพทย์ทันที

โครงหน้า&วอลลุ่ม

30 분 หลังฉีด filler จมูก หากมีอาการตามสัญญาณเตือนนี้ ให้รีบมาพบแพทย์ทันที

เช็กสัญญาณเตือนอันตรายหลังทำ ฟิลเลอร์จมูก ด้วยตัวเอง — หากมีอาการปวดตื้อๆ เป็นจังหวะ, ผิวซีด, มีรอยคล้ำสีม่วงหรือน้ำเงิน, หรือมีตุ่มน้ำพองเล็กๆ ให้รีบติดต่อคลินิกที่ทำทันที ช่วงเวลาทอง (Golden Hours) คือภายใน 4-6 ชั่วโมง

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1