ถ้ากังวลเรื่องทรงก้น ก่อนจะตัดสินใจว่าใช้การออกกำลังกายหรือทำหัตถการดี ต้องดูก่อนว่าย้อยตรงไหนกันแน่
แม้ว่าจะสควอท (squat) วันละ 100 ครั้งในยิมทุกวัน แต่พอถ่ายรูปมุมข้างผ่านกระจกดูแล้ว ลายก้นก็อาจจะไม่ได้ดูกระชับสวยงามอย่างที่คิด บางคนอาจคิดว่าออกกำลังกายน้อยไป เลยพยายามเพิ่มน้ำหนักให้หนักขึ้น ถี่ขึ้น แต่พอถึงจุดหนึ่งก็เริ่มรู้สึกว่าไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง จนทำให้เกิดคำถามขึ้นมาว่า "แค่การออกกำลังกายอย่างเดียวไม่พอรึเปล่านะ"
ขอสรุปให้ฟังก่อนเลยว่า การออกกำลังกายและการทำหัตถการนั้นช่วยดูแลคนละส่วนกันค่ะ การสควอทคือการสร้างกล้ามเนื้อสะโพก (gluteal muscles) ช่วยให้ก้นดูมีรูปทรงขึ้น ส่วนการทำหัตถการจะช่วยปรับความยืดหยุ่นของผิวและตำแหน่งของไขมัน เพื่อดึงกระชับส่วนที่หย่อนคล้อยขึ้นมา ดังนั้น แม้จะเป็นกังวลเรื่อง "ลายก้น" เหมือนกัน แต่ผลลัพธ์จะเหมาะกับแบบไหนนั้นขึ้นอยู่กับสาเหตุของความคล้อยค่ะ
กล้ามเนื้อสะโพก*: เป็นกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ที่ประกอบเป็นสัดส่วนของก้น ประกอบด้วย gluteus maximus, gluteus medius และ gluteus minimus ซึ่งส่วนที่เราสามารถออกกำลังกายเพื่อเพิ่มขนาดได้หลักๆ คือ gluteus maximus ค่ะ
ส่วนที่สควอทช่วยดูแลก็คือกล้ามเนื้อค่ะ
การสควอทคือการออกกำลังกายที่กระตุ้นและสร้างกล้ามเนื้อสะโพก โดยเฉพาะ gluteus maximus หากทำอย่างสม่ำเสมอประมาณ 8 สัปดาห์ ขนาดของกล้ามเนื้อสะโพกจะเพิ่มขึ้น ทำให้ก้นส่วนบนดูอวบอิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่อย่างไรก็ตาม บริเวณที่เกิดการเปลี่ยนแปลงนั้นมีพิกัดที่จำกัด กล้ามเนื้อจะโตขึ้นเฉพาะบริเวณก้นส่วนบนและด้านข้างเท่านั้น ไม่ใช่ก้นส่วนล่างค่ะ
การที่ก้นดูหย่อนคล้อยลงด้านล่าง ส่วนใหญ่แล้วมักไม่ได้เกิดจากกล้ามเนื้อไม่พอ แต่เกิดจากการสูญเสียความยืดหยุ่นของผิวหนังหรือการเคลื่อนที่ของชั้นไขมัน ในกรณีนี้ ต่อให้เราสร้างกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นแค่ไหน ส่วนที่คล้อยลงไปก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม หากอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงจากการสควอท จะต้องทำต่อเนื่อง 6-12 สัปดาห์ และเป็นเรื่องยากที่จะคาดหวังผลลัพธ์ได้ภายในเวลาเพียงแค่เดือนเดียวค่ะ

ส่วนที่การทำหัตถการช่วยดูแลคือ ความยืดหยุ่นของผิวและไขมันค่ะ
หัตถการยกกระชับก้นหย่อนคล้อย สามารถแบ่งออกเป็น 2 แนวทางใหญ่ๆ แนวทางแรกคือการยกกระชับความยืดหยุ่นของผิว โดยมีหัตถการแบบไม่ต้องผ่าตัดอย่าง HIFU body หรือ RF body เป็นตัวชูโรง วิธีนี้เป็นการส่งผ่านความร้อนลงลึกถึงชั้นหนังแท้เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ไลน์ก้นค่อยๆ ยกกระชับขึ้นอย่างนุ่มนวลในช่วงเวลา 1-3 เดือนค่ะ
แนวทางที่สองคือการปรับตำแหน่งของไขมัน หากมีไขมันหย่อนคล้อยบริเวณใต้ก้นเยอะ เราสามารถทำหัตถการสลายไขมันเพื่อลดปริมาตรและทำให้ไลน์ก้นดูคมชัดขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม การทำหัตถการไม่ได้ช่วยสร้างกล้ามเนื้อ ดังนั้นในรายที่มีกล้ามเนื้อสะโพกน้อยเกินไป หลังจากทำหัตถการแล้วก้นก็อาจจะยังดูแบนราบได้อยู่ค่ะ

วิธีเช็กว่าตัวเราเหมาะกับแนวทางไหนมากกว่ากัน
ลองถ่ายรูปมุมข้างเพื่อเปรียบเทียบก้นส่วนบนกับส่วนล่าง จะช่วยให้ประเมินสภาพผิวของตัวเองได้ง่ายขึ้นค่ะ หากก้นส่วนบนแบนราบและไม่กลมนูน แสดงว่าน่าจะเป็นกลุ่มที่ขาดกล้ามเนื้อสะโพก ในกรณีนี้ การออกกำลังกายแบบเน้นแรงต้าน เช่น สควอท หรือ hip thrust จะสามารถช่วยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ดีค่ะ
ในทางกลับกัน หากก้นส่วนบนค่อนข้างกลมนูนดีอยู่แล้ว แต่ส่วนล่างกลับดูหย่อนคล้อยและรอยต่อระหว่างก้นกับต้นขาดูเบลอๆ ไม่ชัดเจน แสดงว่าน่าจะเป็นกลุ่มที่มีปัญหาเรื่องความยืดหยุ่นของผิวหรือตำแหน่งไขมัน ในกรณีนี้การออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวอาจเห็นผลช้า การทำหัตถการแบบไม่ต้องผ่าตัดหรือหัตถการสลายไขมันจะช่วยจัดระเบียบให้ไลน์ก้นสวยงามขึ้นได้ เนื่องจากกรณีที่สองปัญหานี้ผสมผสานกันเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยที่สุด แนะนำให้เลือกการออกกำลังกายเป็นหลักและใช้การทำหัตถการเป็นตัวช่วยเสริมจะปลอดภัยที่สุดค่ะ

การผสมผสานทั้งสองวิธีควบคู่กันไป
การดูแลไลน์ก้นไม่ได้มีคำตอบตายตัวแค่ทางใดทางหนึ่ง แต่มักจะใช้การออกกำลังกายควบคู่ไปกับการทำหัตถการเพื่อเสริมประสิทธิภาพซึ่งกันและกัน การออกกำลังกายสร้างกล้ามเนื้อสะโพกเป็นเวลา 8-12 สัปดาห์ เพื่อเพิ่มปริมาตรก้น ควบคู่ไปกับการทำหัตถการแบบไม่ต้องผ่าตัด 1-2 ครั้งเพื่อยกกระชับผิว จะช่วยล็อคไลน์ก้นให้สวยได้จากทั้งสองด้าน หากทำแต่หัตถการอย่างเดียวโดยไม่ออกกำลังกาย เมื่อกล้ามเนื้อฝ่อตัวลงก้นก็จะกลับมาหย่อนคล้อยอีกครั้ง และหากออกกำลังกายอย่างเดียวโดยไม่ดูแลผิวที่หย่อนคล้อย ความยืดหยุ่นของผิวก็จะไม่คืนกลับมาอย่างสมบูรณ์ค่ะ
อย่างไรก็ตาม การจะทราบว่าหัตถการแบบไหนที่เหมาะกับผิวของเราจริงๆ จำเป็นต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยโดยตรงจึงจะแม่นยำที่สุด เพราะถึงแม้จะเป็นการทำ RF เหมือนกัน แต่เครื่องแต่ละเครื่องก็มีระดับความลึกและความแรงที่แตกต่างกัน รวมถึงระยะเวลาการพักฟื้นของผิวแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันด้วย บทความนี้เป็นเพียงข้อมูลทั่วไปเพื่อประกอบการตัดสินใจ ส่วนการตัดสินใจทำหัตถการจริง แนะนำให้พิจารณาและปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ได้ประเมินสภาพผิวและพฤติกรรมการออกกำลังกายของคุณโดยตรงจะดีที่สุดค่ะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. ถ้าสควอทวันละ 200 ครั้งทุกวัน จะช่วยแก้ปัญหาก้นหย่อนคล้อยได้โดยไม่ต้องทำหัตถการเลยไหมคะ?
A. หากสาเหตุเกิดจากกล้ามเนื้อสะโพกไม่เพียงพอก็เป็นไปได้ค่ะ แต่ถ้ามีความยืดหยุ่นของผิวที่ลดลงหรือมีการเคลื่อนที่ของชั้นไขมันร่วมด้วย การออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวอาจเอาไม่อยู่ แนะนำให้ลองสังเกตอาการของตัวเองจากการถ่ายรูปมุมข้างก่อนนะคะ
Q. ระหว่าง HIFU body กับ RF body แบบไหนเหมาะกับเรามากกว่ากันคะ?
A. ขึ้นอยู่กับความหนาของผิวและระดับความหย่อนคล้อยค่ะ โดย HIFU จะส่งพลังงานลงไปได้ลึกกว่า ส่วน RF จะทำงานในชั้นผิวที่ตื้นกว่าเล็กน้อย ดังนั้นโปรแกรมที่เหมาะสมจึงแตกต่างกันไปตามสภาพผิวของแต่ละบุคคล แนะนำให้เข้ามารับการปรึกษากับทีมแพทย์เพื่อออกแบบการรักษาที่เหมาะสมที่สุดค่ะ
Q. หลังจากทำหัตถการแล้ว ต้องงดออกกำลังกายไหมคะ?
A. โดยปกติแนะนำให้พักฟื้นประมาณ 1-3 วัน จากนั้นสามารถค่อยๆ กลับมาเริ่มออกกำลังกายแบบค่อยเป็นค่อยไปได้ค่ะ เนื่องจากการออกกำลังกายหนักๆ ทันทีหลังทำหัตถการอาจเป็นการไปสะสมการระคายเคืองให้กับผิวได้ ดังนั้นแนะนำให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ผู้ดูแลอย่างเคร่งครัดนะคะ
บทความที่น่าสนใจ

ยกกระชับ
ตั้งแต่วัย 20 ไปจนถึง 50 ปี ควรเริ่มทำโปรแกรมยกกระชับ (lifting) ตอนไหน และเริ่มจากตัวไหนดีนะ?
จุดเริ่มต้นของการทำ Lifting นั้น ขึ้นอยู่กับสัญญาณเตือนของผิวมากกว่าเลขอายุนะคะ วันนี้เรามาเช็กโรดแมปในแต่ละช่วงวัย พร้อมเกณฑ์ในการเลือกวิธีที่ใช่ และไขข้อข้องใจยอดฮิตกันค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
เมื่อรู้สึกหนักหนังตาและคิ้วดูตก การทำอัลตร้าซาวด์ 리프팅 (lifting) บริเวณหน้าผากและคิ้วจะช่วยได้ไหมคะ?
สำหรับผู้ที่มีปัญหาตาดูหนักและล้าซึ่งมีสาเหตุมาจากคิ้วและหน้าผากหย่อนคล้อย นี่คือข้อมูลสรุปเกี่ยวกับหลักการทำงานของการทำอัลตราซาวด์ยกกระชับ (Ultrasonic Lifting) เคสที่เหมาะกับการทำทรีตเมนต์นี้ รวมถึงสัญญาณการฟื้นฟูของผิวและระยะเวลาที่จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ค่ะ

ยกกระชับ
เมื่อกังวลเรื่องริ้วรอยที่คอและไลน์กรอบคอที่เริ่มหย่อนคล้อย การทำกิ๊ฟติ้งด้วยคลื่นวิทยุ (High-Frequency Lifting) จะช่วยได้อย่างไรบ้างคะ?
คู่มือนี้รวบรวมตั้งแต่สาเหตุของรอยเหี่ยวย่นบริเวณลำคอและกรอบคอที่ดูหย่อนคล้อย ไปจนถึงหลักการทำงานของคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) สำหรับการยกกระชับ รวมถึงการดูแลรักษาตามลักษณะริ้วรอยแต่ละประเภท และสัญญาณแห่งการฟื้นฟูผิวค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
เมื่อเริ่มรู้สึกว่าบริเวณขมับและหน้าผากดูยุบตัวลง Juvelook Volume จะสามารถช่วยเติมเต็มได้อย่างไรบ้างคะ?
คู่มือสรุปสาเหตุของปัญหาขมับและหน้าผากตอบ พร้อมอธิบายหลักการทำงานของ Juvelook Volume ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้ค่อยๆ เติมเต็มผิวอย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึงเกณฑ์ในการพิจารณาว่าเหมาะกับเคสแบบไหน และสัญญาณการฟื้นฟูผิวหลังทำค่ะ

ร่างกาย
ออนดาช่วยเรื่องเซลลูไลท์ได้ไหม ทำงานกับไขมันอย่างไร
ออนดา (ไมโครเวฟ) ทำงานกับไขมันและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอย่างไร เกี่ยวข้องกับเซลลูไลท์แค่ไหนค่ะ

กำจัดขน
รูขุมขนอักเสบหลังกำจัดขนเกิดจากอะไร ดูแลอย่างไร
รูขุมขนอักเสบหลังเลเซอร์กำจัดขนเกิดจากอะไร อาการทั่วไป สัญญาณที่ควรพบแพทย์ และวิธีดูแลค่ะ



