
ปรึกษาฟิลเลอร์คาง ทำไมต้องดูใต้ริมฝีปากก่อน?
ปรึกษาฟิลเลอร์คาง ทำไมต้องดูใต้ริมฝีปากก่อน?
ปรึกษาฟิลเลอร์คาง ทำไมต้องดูใต้ริมฝีปากก่อน?
ทำไมฉีดฟิลเลอร์คางต้องแก้ร่องใต้ริมฝีปากด้วย พร้อมหลักการฉีดให้เส้นด้านข้างดูเป็นธรรมชาติ
![[위영진 칼럼] 자연스러운 턱 라인의 비밀: 턱끝필러 시 입술 밑을 함께 보는 이유](https://framerusercontent.com/images/5vO6xn1yVINHa9hkPcHXcN5b8.jpg)
ฟิลเลอร์ปลายคาง
มาปรึกษาเรื่องนี้ แต่
ทำไมถึงเริ่มดูตั้งแต่ใต้ริมฝีปาก
ถึงบอกให้ดูตรงนั้นก่อนล่ะ
ขอพูดสรุปก่อนเลยนะคะ
ถ้าเติมฟิลเลอร์แค่ที่ปลายคาง
แนวข้างอาจดูไม่เป็นธรรมชาติยิ่งขึ้นได้
ในบทความนี้จะอธิบายเหตุผลให้ฟังค่ะ

จริงๆ แล้วดูคล้ายกัน แต่
จุดสำคัญอยู่ที่อื่นต่างหาก
ฟิลเลอร์ปลายคางตามชื่อเลยก็คือ
เติมวอลุ่มที่จุดปลายคาง
เป็นหัตถการที่ช่วยแก้คางสั้นและคางถอย
แต่มีจุดที่หลายคนเข้าใจผิดคือ,
ปลายคางต้องมองเป็น 'พื้นที่' ไม่ใช่แค่ 'จุด'
การปรับรูปปลายคางที่ถูกต้อง
ต้องรวมถึงส่วนเว้าด้านล่างริมฝีปาก
ด้วยถึงจะถือว่าปรับได้ครบ
ของคุณหมอวี ยองจิน
มุมมองสำคัญ
ปลายคางกับใต้ริมฝีปากเป็นโครงสร้างที่เชื่อมต่อกัน
ถ้าเติมฟิลเลอร์แค่ปลายคางจะดูไม่เป็นธรรมชาติ
ต้องปรับส่วนที่ยุบใต้ริมฝีปากไปพร้อมกันด้วย
ถึงจะได้เส้นข้างที่ดูเป็นธรรมชาติ

เดือนที่แล้วมีคนไข้วัยต้น 40 มาปรึกษา
บอกว่าเคยเติมฟิลเลอร์ปลายคางจากคลินิกอื่นมา 2 ครั้ง
ด้านหน้าดูโอเค แต่พอมองจากด้านข้าง
ปลายคางกลับดูยื่นออกมาโดดๆ
แนวใบหน้าด้านข้าง
ริมฝีปากล่าง ส่วนเว้าใต้ริมฝีปาก และปลายคาง
ทั้ง 3 จุดนี้ควรต่อเนื่องกันเป็นเส้นโค้งรูป S ที่นุ่มนวล
ถึงจะได้มุมข้างที่ดูเป็นธรรมชาติ
ดังนั้นถ้าปกติผมใช้ปลายคาง 1.0cc
ผมจะเติมบริเวณที่ยุบใต้ริมฝีปากประมาณ 0.2–0.3cc
แบบวางตื้นๆ
สรุปสำคัญจากคุณหมอวี ยองจิน
ฟิลเลอร์ปลายคางไม่ใช่หัตถการที่ดูแค่ปลายคางอย่างเดียว
ด้านข้างสำคัญกว่าด้านหน้ามาก
ถ้าจะทำให้แนวข้างสวยขึ้น ต้องรวมถึงส่วนยุบใต้ริมฝีปากด้วย
ต้องมองเป็นชุดเดียวกันจึงจะดูเป็นธรรมชาติ

เวลาผมแบ่งในห้องตรวจ
ผมจะแบ่งแบบนี้
ประเภท | ลักษณะ | แนวทาง |
คางถอย + ใต้ริมฝีปากลึก | คางสั้นและส่วนเว้าใต้ริมฝีปากชัดเจน | ทำปลายคาง+ใต้ริมฝีปากพร้อมกัน |
แบบที่สั้นเฉพาะปลายคาง | ใต้ริมฝีปากค่อนข้างแบน ปลายคางถอยอย่างเดียว | เน้นปลายคาง และเสริมใต้ริมฝีปาก |
แบบที่มีแค่ส่วนยุบใต้ริมฝีปาก | ความยาวคางโอเค แต่แนวข้างยุบ | ปรับเฉพาะใต้ริมฝีปากแบบตื้นๆ |
ปลายคาง + ร่องลึกมาก | เป็นร่องลึกตั้งแต่มุมปากไปถึงคาง | พิจารณาเติมแนวมาริโอเนตเพิ่มเติม |
ประมาณ 70% ของคนที่มาปรึกษา
จะอยู่ในประเภทแรก
หลังทำแค่ปลายคางแล้วมุมข้างดูแปลก
จนต้องกลับมาทำใหม่บ่อย
การประเมินไปพร้อมกันตั้งแต่แรกจึงคุ้มค่ากว่า
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้
น่าจะสงสัยเรื่องนี้กันใช่ไหมคะ
Q1. ถ้าเติมฟิลเลอร์ใต้ริมฝีปาก
ตอนยิ้มจะดูแปลกไหม?
ถ้าใช้เนื้อฟิลเลอร์ที่นุ่มและวางตื้นมากๆ
ใช้เพียงเล็กน้อยก็จะไม่ดูเป็นก้อน
โดยทั่วไปจะจบที่ประมาณ 0.2–0.3cc
Q2. อยู่ได้นานแค่ไหน?
ปลายคางโดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 1 ปีถึง 1 ปีครึ่ง
ส่วนใต้ริมฝีปากได้รับอิทธิพลจากการแสดงสีหน้า
มักอยู่ได้ประมาณ 8–12 เดือน
Q3. ตรงไหนช้ำหรือบวมมากกว่ากัน?
ใต้ริมฝีปากอาจมีรอยช้ำเล็กๆ ได้
ปลายคางอยู่ในชั้นลึกจึงช้ำน้อยกว่า
แต่บวมอาจอยู่นานขึ้นอีก 2–3 วัน
หวังว่าบทความวันนี้จะเป็นประโยชน์นะคะ
ขอบคุณค่ะ วี ยองจิน
อ่านเพิ่มเติม
▶Rejuran vs Juvelook อะไรเหมาะกับผิวของฉัน?
▶หน้าแบบถั่วลิสง เติมฟิลเลอร์ขมับได้ไหม? ตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องระยะเวลาและผลข้างเคียงของ Radiesse
▶Juvelook Eye ได้ผลกับใต้ตาคล้ำจริงไหม?
▶Radiesse แบบเห็นผลทันที vs Sculptra แบบค่อยเป็นค่อยไป แบบไหนเหมาะกับฉัน?
![[위영진 칼럼] 자연스러운 턱 라인의 비밀: 턱끝필러 시 입술 밑을 함께 보는 이유](https://framerusercontent.com/images/5vO6xn1yVINHa9hkPcHXcN5b8.jpg)
ฟิลเลอร์ปลายคาง
มาปรึกษาเรื่องนี้ แต่
ทำไมถึงเริ่มดูตั้งแต่ใต้ริมฝีปาก
ถึงบอกให้ดูตรงนั้นก่อนล่ะ
ขอพูดสรุปก่อนเลยนะคะ
ถ้าเติมฟิลเลอร์แค่ที่ปลายคาง
แนวข้างอาจดูไม่เป็นธรรมชาติยิ่งขึ้นได้
ในบทความนี้จะอธิบายเหตุผลให้ฟังค่ะ

จริงๆ แล้วดูคล้ายกัน แต่
จุดสำคัญอยู่ที่อื่นต่างหาก
ฟิลเลอร์ปลายคางตามชื่อเลยก็คือ
เติมวอลุ่มที่จุดปลายคาง
เป็นหัตถการที่ช่วยแก้คางสั้นและคางถอย
แต่มีจุดที่หลายคนเข้าใจผิดคือ,
ปลายคางต้องมองเป็น 'พื้นที่' ไม่ใช่แค่ 'จุด'
การปรับรูปปลายคางที่ถูกต้อง
ต้องรวมถึงส่วนเว้าด้านล่างริมฝีปาก
ด้วยถึงจะถือว่าปรับได้ครบ
ของคุณหมอวี ยองจิน
มุมมองสำคัญ
ปลายคางกับใต้ริมฝีปากเป็นโครงสร้างที่เชื่อมต่อกัน
ถ้าเติมฟิลเลอร์แค่ปลายคางจะดูไม่เป็นธรรมชาติ
ต้องปรับส่วนที่ยุบใต้ริมฝีปากไปพร้อมกันด้วย
ถึงจะได้เส้นข้างที่ดูเป็นธรรมชาติ

เดือนที่แล้วมีคนไข้วัยต้น 40 มาปรึกษา
บอกว่าเคยเติมฟิลเลอร์ปลายคางจากคลินิกอื่นมา 2 ครั้ง
ด้านหน้าดูโอเค แต่พอมองจากด้านข้าง
ปลายคางกลับดูยื่นออกมาโดดๆ
แนวใบหน้าด้านข้าง
ริมฝีปากล่าง ส่วนเว้าใต้ริมฝีปาก และปลายคาง
ทั้ง 3 จุดนี้ควรต่อเนื่องกันเป็นเส้นโค้งรูป S ที่นุ่มนวล
ถึงจะได้มุมข้างที่ดูเป็นธรรมชาติ
ดังนั้นถ้าปกติผมใช้ปลายคาง 1.0cc
ผมจะเติมบริเวณที่ยุบใต้ริมฝีปากประมาณ 0.2–0.3cc
แบบวางตื้นๆ
สรุปสำคัญจากคุณหมอวี ยองจิน
ฟิลเลอร์ปลายคางไม่ใช่หัตถการที่ดูแค่ปลายคางอย่างเดียว
ด้านข้างสำคัญกว่าด้านหน้ามาก
ถ้าจะทำให้แนวข้างสวยขึ้น ต้องรวมถึงส่วนยุบใต้ริมฝีปากด้วย
ต้องมองเป็นชุดเดียวกันจึงจะดูเป็นธรรมชาติ

เวลาผมแบ่งในห้องตรวจ
ผมจะแบ่งแบบนี้
ประเภท | ลักษณะ | แนวทาง |
คางถอย + ใต้ริมฝีปากลึก | คางสั้นและส่วนเว้าใต้ริมฝีปากชัดเจน | ทำปลายคาง+ใต้ริมฝีปากพร้อมกัน |
แบบที่สั้นเฉพาะปลายคาง | ใต้ริมฝีปากค่อนข้างแบน ปลายคางถอยอย่างเดียว | เน้นปลายคาง และเสริมใต้ริมฝีปาก |
แบบที่มีแค่ส่วนยุบใต้ริมฝีปาก | ความยาวคางโอเค แต่แนวข้างยุบ | ปรับเฉพาะใต้ริมฝีปากแบบตื้นๆ |
ปลายคาง + ร่องลึกมาก | เป็นร่องลึกตั้งแต่มุมปากไปถึงคาง | พิจารณาเติมแนวมาริโอเนตเพิ่มเติม |
ประมาณ 70% ของคนที่มาปรึกษา
จะอยู่ในประเภทแรก
หลังทำแค่ปลายคางแล้วมุมข้างดูแปลก
จนต้องกลับมาทำใหม่บ่อย
การประเมินไปพร้อมกันตั้งแต่แรกจึงคุ้มค่ากว่า
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้
น่าจะสงสัยเรื่องนี้กันใช่ไหมคะ
Q1. ถ้าเติมฟิลเลอร์ใต้ริมฝีปาก
ตอนยิ้มจะดูแปลกไหม?
ถ้าใช้เนื้อฟิลเลอร์ที่นุ่มและวางตื้นมากๆ
ใช้เพียงเล็กน้อยก็จะไม่ดูเป็นก้อน
โดยทั่วไปจะจบที่ประมาณ 0.2–0.3cc
Q2. อยู่ได้นานแค่ไหน?
ปลายคางโดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 1 ปีถึง 1 ปีครึ่ง
ส่วนใต้ริมฝีปากได้รับอิทธิพลจากการแสดงสีหน้า
มักอยู่ได้ประมาณ 8–12 เดือน
Q3. ตรงไหนช้ำหรือบวมมากกว่ากัน?
ใต้ริมฝีปากอาจมีรอยช้ำเล็กๆ ได้
ปลายคางอยู่ในชั้นลึกจึงช้ำน้อยกว่า
แต่บวมอาจอยู่นานขึ้นอีก 2–3 วัน
หวังว่าบทความวันนี้จะเป็นประโยชน์นะคะ
ขอบคุณค่ะ วี ยองจิน
อ่านเพิ่มเติม
▶Rejuran vs Juvelook อะไรเหมาะกับผิวของฉัน?
▶หน้าแบบถั่วลิสง เติมฟิลเลอร์ขมับได้ไหม? ตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องระยะเวลาและผลข้างเคียงของ Radiesse
▶Juvelook Eye ได้ผลกับใต้ตาคล้ำจริงไหม?
▶Radiesse แบบเห็นผลทันที vs Sculptra แบบค่อยเป็นค่อยไป แบบไหนเหมาะกับฉัน?
บทความแนะนำ
บทความแนะนำ
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

ผิว
Pico Toning vs Laser Toning: ทำไมดูแค่จำนวนช็อตถึงอาจเสียเปรียบ
พิโกโทนนิ่ง vs เลเซอร์โทนนิ่ง ถ้าเทียบกันแค่จำนวนช็อต คุณอาจเสียเปรียบได้ จุดด่างดำตื้น ๆ เหมาะกับพิโก ส่วนฝ้าเข้มลึกเหมาะกับ Q-switch — เราสรุปให้แล้วว่ามีเกณฑ์อะไรข้อเดียวที่ทำให้เลือกต่างกัน

ยกกระชับ
ระยะเวลาคงผลลัพธ์ของ Shurink: ความแตกต่างระหว่างคนที่อยู่ได้ 6 เดือนกับคนที่อยู่ได้ 9 เดือน
ผลลัพธ์ของชูริงค์ที่อยู่ได้แค่ 6 เดือนกับคนที่อยู่ได้ 9 เดือน ความต่างไม่ได้อยู่ที่จำนวนช็อต แต่อยู่ที่ความลึกในการยิง

ผิว
"ทำเลเซอร์ฝ้าบ่อย ๆ จะหายเร็วขึ้นใช่ไหม?" — คำถามที่ได้รับเมื่อวาน
รอบการทำเลเซอร์ฝ้า: ทำไมเว้น 3 สัปดาห์ถึงช่วยจางได้ดีกว่า 1 สัปดาห์ พร้อมสรุปกลไกที่การทำถี่เกินไปอาจทำให้สีเข้มขึ้น และความแตกต่างของรอบการดูแลฝ้าจากการตั้งครรภ์

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ผลลัพธ์ของฟิลเลอร์ขมับ: ทำไม 1cc ถึงทำให้กรอบหน้าดูเปลี่ยนไป
ฟิลเลอร์ขมับให้ผลลัพธ์ได้ แม้เพียง 1–2cc ก็อาจทำให้ภาพรวมแนวกรามดูเปลี่ยนไปได้ เราจะอธิบายเรื่องอาการบวมในช่วง 72 ชั่วโมงแรก และเกณฑ์ระยะเวลาคงอยู่ของผลลัพธ์ให้เข้าใจกันค่ะ

ยกกระชับ
ผลลัพธ์ของ Shurink 4.5mm และเหตุผลที่คนมีแก้มเยอะกับคนผอมให้ผลต่างกัน
ผลลัพธ์ของชูริงค์ 4.5 มม. ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความลึก แต่ขึ้นอยู่กับความหนาของชั้นไขมันใต้ผิวหนัง เราสรุปไว้ให้แล้วว่าทำไมใบหน้าที่ค่อนข้างผอมถึงเสียเปรียบ และบริเวณไหนที่เห็นผลดี

โครงหน้า&วอลลุ่ม
Sculptra vs Juvelook: ความต่างของตัวยา จำนวนครั้ง และระยะเวลาเห็นผล
ความแตกต่างของสารตั้งต้นระหว่าง Sculptra และ Juvelook คือ PLLA กับ PDLLA ค่ะ/ครับ จำนวนครั้งในการทำและระยะเวลาที่เห็นผลก็แตกต่างกัน ทำให้เกณฑ์ในการเลือกก็ไม่เหมือนกันด้วย
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1
💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้
🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1



![[บิวตี้สโตน] ฟิลเลอร์ใต้ตาคล้ำ: 0.3cc เปลี่ยนผลลัพธ์](https://framerusercontent.com/images/F4Q84TUWgjbZJV6MNheLnWHnaw.jpg?width=1080&height=1080)
