กำจัดขนบราซิลเลียนวงจรขนสั้น ทำ 6–8 ครั้ง ห่าง 4–6 สัปดาห์ ปรับพลังงานทุกครั้งคือกุญแจผลลัพธ์

เมื่อวันพุธที่แล้ว
มีคนไข้ผู้หญิงวัยประมาณ 20 ปีปลายๆ เข้ามาพบหมอที่ห้องตรวจครับ
เธอเพิ่งจะจบคอร์ส 5 ครั้งมาจากคลินิกอื่น
แต่ก็ยังมีขนเหลืออยู่
เธอก็เลยพร่ำบ่นด้วยความอัดอั้นใจว่า
"ตอนแรกได้ยินมาว่าแค่ 5 ครั้งก็จบแล้ว นี่โดนหลอกรึเปล่านะ"
ถ้าให้พูดกันตามตรง สำหรับบางคนเนี่ย จบที่ 5 ครั้งจริงก็มีครับ
แต่ถ้าเป็นบริเวณบราซิเลียน (Brazilian) เรื่องราวจะเปลี่ยนไปนิดหน่อยครับ

ทำไมถึง
ไม่เหมือนกันล่ะ?
การกำจัดขนบราซิเลียน (Brazilian Hair Removal) หมายถึง
การกำจัดขนทั้งหมดด้านในไลน์ชุดชั้นเรียน รวมถึงหัวหน่าว, แคมใหญ่,
ฝีเย็บ และรอบๆ ทวารหนักครับ
บริเวณนี้ไม่เหมือนกับรักแร้หรือขา เพราะวงจรของเส้นขน
(รอบที่เส้นขนโตและร่วงหล่น)
ค่อนข้างสั้น และความหนาแน่นของรูขุมขนก็สูงมากครับ
ดังนั้น ถึงแม้ว่าจะทำ 6 ครั้งเท่ากัน แต่ผลลัพธ์ที่รู้สึกได้
จะมาช้ากว่าบริเวณอื่นๆ อยู่พอสมควรครับ

แล้วทำไมบางคน
ถึงเห็นผลน้อยกว่าล่ะ?
ด้วยลักษณะของตำแหน่งที่วงจรเส้นขนสั้น จึงจำเป็นต้องทำประมาณ 6-8 ครั้ง
โดยเว้นระยะห่างทุกๆ 4-6 สัปดาห์ครับ
สิ่งสำคัญที่สุดคือ ทุกๆ ครั้งที่ทำ ต้องมีการบันทึกปริมาณขนที่เหลือและการเปลี่ยนแปลงของลักษณะเส้นขน
แล้วปรับระดับพลังงานให้เหมาะสมครับ
เลเซอร์กำจัดขน
จะทำงานเฉพาะกับเส้นขนในระยะเติบโต (anagen) เท่านั้นครับ
เพราะนี่เป็นหลักการที่ว่า เมื่อมีเมลานินในรูขุมขนเพียงพอ
พลังงานแสงก็จะถูกดูดซับเข้าไป
ส่งผลให้รูขุมขนถูกทำลายลงนั่นเองครับ
แต่บริเวณบราซิเลียนเนี่ย
มีสัดส่วนของเส้นขนในระยะเติบโตดนอยู่ที่ประมาณ 30% เท่านั้นครับ
ซึ่งหมายความว่า ขนที่สามารถกำจัดได้ในการทำแต่ละครั้ง
ไม่ถึง 1 ใน 3 ของทั้งหมดนั่นเองครับ
ดังนั้น เราจึงต้องทำทุกๆ 4-6 สัปดาห์
เพื่อรอให้ขนระยะเติบโตรอบใหม่ขึ้นมาก่อน
แล้วค่อยยิงเลเซอร์ซ้ำไปเรื่อยๆ ครับ
ยิ่งทำจำนวนครั้งมากขึ้น เส้นขนก็จะยิ่งบางและสีอ่อนลง
จึงต้องเปลี่ยนความยาวคลื่นหรือช่วยปรับพลังงานให้อ่อนโยนหรือแรงขึ้นอย่างประณีต
หากไม่มีการปรับจูนนี้ ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะลดน้อยลงไปครับ
สรุปประเด็นสำคัญโดย หมอวี ยองจิน
สำหรับบราซิเลียน ถ้าจบที่ 5 ครั้งได้ ถือว่าโชคดีมากครับ
โดยปกติแล้ว 6-8 ครั้งคือความจริงที่เป็นไปได้มากที่สุด
เรื่องที่สำคัญมากกว่าจำนวนครั้ง คือในแต่ละครั้งที่ทำ มีการปรับระดับพลังงาน
ให้เหมาะสมกับสภาพเส้นขนของเราหรือเปล่าครับ

ปกติในห้องตรวจ
หมอจำแนกประเภทแบบนี้ครับ
แม้จะแตกต่างกันไปตามแต่ละเคส
แต่โดยทั่วไปหมอจะแบ่งประเภทเอาไว้ดังนี้ครับ
ประเภท | จำนวนครั้งที่คาดว่าจะได้รับ | ระยะห่าง |
ขนดกและค่อนข้างเส้นใหญ่ | 7~8 ครั้ง | 4 สัปดาห์ |
ปริมาณและลักษณะเส้นขนปานกลาง | ประมาณ 6 ครั้ง | 5 สัปดาห์ |
ขนบางและค่อนข้างสีอ่อน | 5-6 ครั้ง + เมนเทนแนนซ์ | 6 สัปดาห์ |
กรณีที่ฮอร์โมนมีผลกระทบ | 8 ครั้งขึ้นไป + เมนเทนแนนซ์ | 4 สัปดาห์ |
เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน (เช่น การตั้งครรภ์, ยาคุมกำเนิด, วัยทอง เป็นต้น)
รูขุมขนที่เคยหยุดทำงานไปก็จะกลับมาตื่นตัวได้อีกครั้งครับ
ดังนั้น คำว่า "กำจัดขนแบบถาวรตลอดชีวิต"
ถ้าจะพูดตามหลักการที่ถูกต้องเป๊ะๆ อาจจะไม่ใช่ความจริงทั้งหมดเสียทีเดียวครับ
เพียงแต่ว่า ถ้าเราทำอย่างจริงจังในคอร์ส 6-8 ครั้งให้เสร็จสิ้นแล้ว
หลังจากนั้น แค่มารับบริการเพื่อรักษาผลลัพธ์ (Maintenance) เพียงปีละ 1-2 ครั้ง
ก็เพียงพอที่จะมีผิวที่เรียบเนียนเกลี้ยงเกลาได้อย่างง่ายดายครับ
3 คำถามที่พบบ่อยที่สุด
ในห้องตรวจ
Q1. ตอนมีประจำเดือนสามารถทำได้ไหมคะ?
สำหรับบราซิเลียน
หมอไม่แนะนำให้มาทำตอนรอบเดือนมาครับ
ทั้งด้วยเหตุผลด้านสุขอนามัย และผิวพรรณในช่วงนั้นจะค่อนข้างบอบบางเป็นพิเศษ
ทำให้ระดับความทนทานต่อความเจ็บปวดจะต่ำกว่าปกติครับ
Q2. จ่ายแบบรายครั้ง หรือซื้อแบบคอร์สคุ้มกว่าคะ?
หากพูดตรงๆ ซื้อเป็นแพ็กเกจคอร์สจะได้ราคาต่อครั้งที่ถูกกว่าครับ
อย่างไรก็ดี สำหรับคนที่เพิ่งมาครั้งแรก หมอแนะนำให้ลองทำสัก 1-2 ครั้งดูก่อน
และเมื่อเห็นการตอบรับและประสิทธิภาพที่ดีเกิดขึ้น ค่อยตัดสินใจเหมาจ่ายจำนวนครั้งที่เหลือก็ได้ครับ
Q3. หากมีผื่นขึ้นหรือผิวแดง
หลังจากเข้ารับบริการควรทำตัวอย่างไรคะ?
อาการแดงที่เกิดขึ้นทันทีหลังจากรับบริการถือเป็นเรื่องปกติครับ
และจะบรรเทาลงได้เองภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
แต่ทว่า อาการระคายเคือง แสบร้อน หรือตุ่มคล้ายสิวเทียมขึ้นจนล่วงเลยมาถึงวันรุ่งขึ้น
อาจจะเป็นแค่อาการเริ่มต้นของรูขุมขนอักเสบ ซึ่งจำเป็นต้องเข้ามาพบคุญหมอเพื่อรับยาทาครับ
ในวันเข้ารับบริการ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการอบซาวน่า, การออกกำลังกายหักโหม,
และเลี่ยงการสวมใส่ชุดชั้นในที่รัดตึงครับ
ขอจบบทสัมภาษณ์แต่เพียงเท่านี้ หมอวี ยองจิน ครับ
หมดกังวลกับปัญหาบราซิเลียนที่วนเวียนบ่อยๆ สามารถเข้าไปดู 🌊อีเวนต์ดีๆ🌊 ที่เหมาะกับโทนสีผิวของคุณได้เลยครับ
ตรวจสอบ 🌊อีเวนต์ดีๆ🌊 ที่มีให้บริการอยู่ที่ คลินิกบิวตี้สโตน (Beautystone) สาขาฮับจอง
บทความน่าอ่านร่วมกัน
▶สรุปรวบยอดในครั้งเดียว ทั้งผลข้างเคียง, ประสิทธิภาพ และระยะเวลาคงอยู่ ของฟิลเลอร์คาง
▶เลเซอร์หนวดเคราตัวท็อป GentleMax ทำไมแค่เพิ่มจำนวนครั้งถึงไม่ช่วยอะไรเลย
▶ผลข้างเคียงและประสิทธิภาพของฟิลเลอร์ไหล่ เผย 3 กุญแจสำคัญสู่การมีไหล่ตั้งที่สง่างาม

ผิว
หลังจากทำ Thermage แล้ว จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ตั้งแต่เมื่อไหร่ และผลลัพธ์นั้นจะอยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ?
เราได้รวบรวมข้อมูลแบบเจาะลึกมาให้แล้วค่ะ ว่าทำไมหลังทำ Thermage ทันทีถึงยังไม่เห็นผลลัพธ์แบบชัดเจนทันตา และเจาะลึกช่วงเวลาสำคัญในช่วง 2-3 เดือนหลังทำ ซึ่งเป็นช่วงที่คอลลาเจนกำลังถูกกระตุ้นให้สร้างขึ้นใหม่จนเห็นการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจนที่สุด

ผิว
หลังจากฉีด Sculptra แล้ว อีกนานแค่ไหนกว่าจะเห็นผลลัพธ์ผิวฟูดูมีวอลลุ่ม และผลลัพธ์นี้จะอยู่ได้นานเท่าไหร่กันนะ?
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมหลังฉีด Sculptra ทันทีถึงยังไม่ค่อยเห็นความเปลี่ยนแปลง เราได้รวบรวมช่วงเวลาตั้งแต่หลังฉีด ไปจนถึงช่วง 6 สัปดาห์ - 3 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่คอลลาเจนเริ่มสร้างตัวและเห็น volume ค่อยๆ ฟูสวยชัดเจนขึ้นมาฝากกันค่ะ

ผิว
หลังจากทำ Secret RF อาการแดงและคันยิบๆ จะหายไปภายในไม่กี่วันค่ะ แล้วต้องดูแลผิวอย่างไรบ้างคะ?
เรามาดูรีวิวขั้นตอนการฟื้นฟูผิวแบบละเอียดกันค่ะ ว่าทำไมหลังทำ Secret RF ทันทีถึงมีรอยแดง และในแต่ละวันรอยเหล่านั้นจะค่อยๆ ยุบลงอย่างไรบ้าง

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฉีดโบกราม (botox) กี่วันถึงจะเริ่มเห็นผลหน้าเรียวคะ แล้วผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ?
ทำไมฉีด Botox ลดกรามแล้วถึงยังไม่เรียวสวยทันที? เรามาเจาะลึกไทม์ไลน์ช่วง 2-4 สัปดาห์ ซึ่งเป็นช่วงที่กล้ามเนื้อบดเคี้ยวเริ่มหดตัวลงอย่างชัดเจน จนเห็นความเปลี่ยนแปลงของรูปหน้าได้อย่างชัดเจนกันค่ะ

ผิว
ฝ้าแดดและจุดด่างดำทำไมถึงไม่หายไปในการทำเลเซอร์เม็ดสีแค่ครั้งเดียว แถมยังคอยจะกลับขึ้นมาใหม่อยู่เรื่อยๆ กันนะ?
เรามาเจาะลึกกันว่าทำไม ฝ้า ถึงไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ในครั้งเดียวเหมือนจุดด่างดำหรือกระทั่วไป และทำไมการใช้เลเซอร์ที่แรงเกินไปอาจส่งผลเสียทำให้เกิดรอยดำสะท้อนกลับ (rebound pigmentation) แทนค่ะ

ผิว
รักษาฝ้าด้วยการทำ toning ดึงแค่เม็ดสีออก แป๊บเดียวก็กลับมาเป็นอีกแล้ว
เราใช้เลเซอร์ Revlite และ Helios Toning เพื่อลดเม็ดสี พร้อมกับดูแลเส้นเลือดในเคสฝ้าเลือด บำรุงผิวชั้นเดอร์มิสอย่างอ่อนโยนด้วย RF และใช้ Tranexamic acid booster เพื่อกดรากฝ้าให้อยู่หมัด สรุปขั้นตอนการรักษาฝ้าแต่ละประเภทไว้ให้แล้วค่ะ



