• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

เลือกฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจน ให้ดูตามบริเวณ

เลือกฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจน ให้ดูตามบริเวณ

เลือกฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจน ให้ดูตามบริเวณ

เปรียบ Sculptra, Radiesse, จูวีลุค ด้านส่วนผสม ความคงอยู่ และการเลือกตามสภาพผิว

[คอลัมน์ ดร.วีย็องจิน] สูตรฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจนที่ไม่พลาด ความสัมพันธ์ระหว่างส่วนผสมกับความหนาของผิว












ฟิลเลอร์คอลลาเจนบูสเตอร์ (Collagen Booster Filler)

อย่าเพิ่งเชื่อว่า

ของแพงจะต้องดีที่สุดเสมอไป

 

โดย หมอวี ยองจิน (คุณหมอวี ยองจิน) ผู้อำนวยการ Beautystone คลินิก · แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล (SNU)

 

เช็กหัวข้อนี้

ก่อนเริ่มอ่านกันเลย!

 

Q. ฟิลเลอร์คอลลาเจนบูสเตอร์ ตัวไหนๆ ก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอ?

A. จริงๆ แล้วส่วนผสมหลักแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ

และเมื่อส่วนผสมต่างกัน กระบวนการกระตุ้นคอลลาเจน

ความเร็วในการเห็นผล ตลอดจนระยะเวลาผลลัพธ์ก็จะต่างกันไปด้วย

สุดท้ายแล้ว 'เหมาะกับผิวแบบไหน' ก็จะไม่เหมือนกันครับ

 

Q. แล้วควรเลือกโดยอิงจากอะไรดีครับ?

A. แทนที่จะดูแค่เรื่องราคา

  1. คุณสมบัติของส่วนผสม

  2. ความหนาของผิวแต่ละบุคคล

  3. ทิศทางของผลลัพธ์ที่ต้องการ

คุณหมอแนะนำให้ประเมินจาก 3 ปัจจัยนี้เป็นหลักครับ

 

คีย์พอยท์สำคัญของบทความนี้

เปรียบเทียบ Sculptra, Radiesse, จูวีลุค แบบรวบรัดเข้าใจง่าย

โดยคุณหมอผิวหนังชาวเกาหลี

เพื่อเป็น 3 เกณฑ์ในการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผิวคุณ

แก้มยุบใช้สคัลทรา ริ้วรอยเล็กใช้จูเวลุค คู่มือออกแบบตามปัญหาผิวแต่ละแบบ

 

 












ฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจน (Collagen Stimulator) คืออะไร?

ฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจน (Collagen Stimulator) นั้น

ไม่ได้เน้นการเติมเต็มวอลลุ่มให้ฟูขึ้นทันทีหลังฉีดเหมือนฟิลเลอร์ทั่วไป

แต่เป็นการเข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนของตัวเองขึ้นมาใหม่

 

ทำให้เมื่อเวลาผ่านไป

ผิวจะค่อยๆ ยืดหยุ่น เต่งตึง และดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติครับ

 

หากฟิลเลอร์ HA ทั่วไป

ทำงานในรูปแบบ "เติมเข้าไปเท่าไหร่ ก็ฟูขึ้นทันทีเท่านั้น"

ฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจนก็เปรียบเหมือน "การหว่านเมล็ดพันธุ์

เพื่อให้ผิวค่อยๆ ฟื้นฟูและเติมเต็มตัวเองจากภายใน" นั่นเอง

 

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ที่มักจะถูกนำมาเปรียบเทียบกันมากที่สุดในเกาหลี

ก็คือสามตัวท็อปอย่าง Sculptra, Radiesse และ จูวีลุค ครับ

 

ซึ่งทั้งสามแบรนด์นี้ไม่ได้แตกต่างกันแค่ชื่อเท่านั้น

แต่มีส่วนผสมหลักที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

 

คำว่าส่วนผสมต่างกัน ไม่ได้หมายความง่ายๆ แค่ว่า

"ใช้สารคนละตัวทำ" เท่านั้นนะครับ

 

แต่กลไกการเข้าไปกระตุ้นคอลลาเจนนั้นต่างกันโดยสิ้นเชิง

รวมถึงเนื้อสัมผัส ระยะเวลาการคงผลลัพธ์

และประเภทผิวที่เหมาะสมก็แตกต่างกันไปด้วยครับ

เหตุผลที่แท้จริงและวิธีแก้เมื่อรู้สึกว่าฉีดฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจนแล้ว

 

 












ทำไมส่วนผสมที่ต่างกัน

ถึงให้ผลลัพธ์ที่ต่างกัน?

— หัวใจสำคัญของเกณฑ์การเลือก 3 ประการ

มีหลายคนเข้าใจผิดเยอะมากครับ

โดยมักจะคิดว่า "ในเมื่อช่วยกระตุ้นคอลลาเจนเหมือนกัน

สุดท้ายแล้วผลลัพธ์ก็น่าจะ

เหมือนๆ กันไม่ใช่เหรอ?"

 

ถ้าพูดกันตามตรง แม้จุดประสงค์หลักคือการ 'กระตุ้น' คอลลาเจนเหมือนกัน

แต่วิธีการส่งสัญญาณไปกระตุ้นนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ

 

เปรียบเทียบง่ายๆ เหมือนการออกกำลังกาย

เวทเทรนนิ่ง, พิลาทิส และการว่ายน้ำ

ต่างก็ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น แต่ทว่าให้สรีระและกล้ามเนื้อที่สวยงามต่างสไตล์กันครับ

 

เกณฑ์ข้อแรก — คุณสมบัติของส่วนผสม

 

ส่วนผสมหลักของ Sculptra คือ PLLA (Poly-L-Lactic Acid)

 

ซึ่งจะค่อยๆ สลายตัวในร่างกายอย่างช้าๆ พร้อมส่งสัญญาณกระตุ้นการตอบสนอง

แบบ Micro-inflammatory รอบๆ เนื้อเยื่อ

และกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ในกระบวนการนั้น

 

รุ่นนี้จะกระตุ้นค่อนข้างเข้มข้น จึงเห็นการเปลี่ยนแปลงเรื่องวอลลุ่มค่อนข้างชัดเจน

และมักจะเหมาะกับท่านที่มีปัญหา

โครงหน้าโดยรวมเริ่มตอบหรือยุบตัวลงครับ

 

ส่วน Radiesse จะมีส่วนผสมสำคัญคือ

อนุภาคขนาดเล็กของ CaHA (Calcium Hydroxylapatite)

 

ตัวนี้จะให้ทั้งวอลลุ่มที่เห็นได้ค่อนข้างทันทีหลังฉีดในระดับหนึ่ง

ควบคู่ไปกับการกระตุ้นคอลลาเจนในระยะยาว ถือเป็นแบบ Double Effect ครับ

 

สำหรับ จูวีลุค นั้นมีเบสหลักเป็น PDLLA (Poly-D, L-Lactic Acid)

ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นในเรื่องการกระจายตัวได้อย่างนุ่มนวลและสม่ำเสมอ

 

ดังนั้น จึงตอบโจทย์เรื่องการปรับปรุงเนื้อผิว (Skin Texture)

และลดริ้วรอยเล็กๆ (Fine Lines) ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเน้นสร้างวอลลุ่มขนาดใหญ่ครับ

 

เกณฑ์ข้อที่สอง — ความหนาของผิวและความต้องการวอลลุ่ม

 

หากคนไข้ที่ผิวบางมากๆ ไปฉีดตัวที่เน้นการกระตุ้นเข้มข้นสูง

ก็อาจจะทำให้เกิดผลข้างเคียงอย่างเช่น การเกิดตุ่มไตหรือปุ่มนูน (Nodules) ใต้ผิวได้ง่ายขึ้น

 

ในทางตรงกันข้าม หากคนไข้ต้องการเติมวอลลุ่มค่อนข้างเยอะ

แต่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์เนื้อเบาบางเกินไป

ก็อาจจะรู้สึกเหมือน "ไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง" ได้ครับ

 

บริเวณที่โครงสร้างผิวสลายและยุบตัวลง เช่น ขมับ, แก้มตอบ หรือกรอบหน้า

จะเหมาะกับ Sculptra หรือ Radiesse มากกว่า

ขณะที่บริเวณผิวบอบบางและเนียนละเอียด เช่น ใต้ตา, หน้าผาก หรือคอ

การใช้ จูวีลุค จะให้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและดูเรียบเนียนเป็นธรรมชาติมากกว่าครับ

 

เกณฑ์ข้อที่สาม — ทิศทางของผลลัพธ์ที่อยากได้

 

หากโจทย์คือ "หน้าดูตอบและดูโทรม มีอายุเนื่องจากสูญเสียไขมันและวอลลุ่ม"

Sculptra และ Radiesse จะเป็นตัวเลือกอันดับแรกๆ ครับ

แต่หากโจทย์คือ "หน้าไม่ได้ตอบมาก แต่ผิวแห้งกร้าน ดูไม่ยืดหยุ่น ขาดความกระชับ"

กรณีนี้ จูวีลุค จะตอบโจทย์ได้ตรงจุดมากกว่าครับ

 

อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงคนไข้ส่วนใหญ่มักประสบปัญหาทั้งสองแบบคู่กัน

ทำให้หลายๆ เคสประเมินแล้ว

เลือกใช้วิธีฉีดผสมผสานผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละจุดครับ

 

ตารางเปรียบเทียบฟิลเลอร์แต่ละรุ่นอย่างละเอียด

คุณสมบัติ

Sculptra

Radiesse

จูวีลุค

ส่วนผสมหลัก

PLLA

CaHA

PDLLA

กลไกการกระตุ้น

สลายตัวช้าๆ และกระตุ้นคอลลาเจนต่อเนื่อง

เติมวอลลุ่มทันที พร้อมทยอยกระตุ้นคอลลาเจน

สลายตัวได้ไวกว่า และกระตุ้นอย่างนุ่มนวล

ระยะเวลาของผลลัพธ์

ประมาณ 18~24 เดือน

ประมาณ 12~18 เดือน

ประมาณ 12~15 เดือน

บริเวณที่โดดเด่น

ขมับ · แก้มตอบ · กรอบหน้า

แก้ม · คาง · หลังมือ

ใต้ตา · หน้าผาก · ลำคอ

จำนวนครั้งที่แนะนำ

3~4 ครั้ง

1~2 ครั้ง

3~4 ครั้ง

ข้อควรระวัง

โอกาสเกิดปุ่มนูนใต้ผิว / เลี่ยงบริเวณผิวบางมากๆ

ห้ามใช้บริเวณริมฝีปาก และใต้ตา

หากคาดหวังเรื่องวอลลุ่มเยอะๆ อาจยังไม่ตอบโจทย์

 

สรุปข้อคิดสำคัญจาก หมอวี ยองจิน

สำหรับฟิลเลอร์งานผิวกลุ่มกระตุ้นคอลลาเจนทั้ง 3 แบบนี้

ไม่ใช่เรื่องของ "ตัวไหนดีกว่าตัวไหน"

แต่ต้องพิจารณาว่า "ตัวไหนที่เหมาะกับสภาพผิวของเราที่สุด"

เป็นหลักครับ

 

หากลองลิสต์ลำดับความสำคัญจาก ส่วนผสม, ความหนาของผิว ไปจนถึงผลลัพธ์ที่ต้องการตามนี้

ก็จะช่วยให้ตัดสินใจเลือกทำหัตถการได้อย่างคุ้มค่าและไม่ผิดหวังแน่นอนครับ

ข้อเสียและข้อควรระวังของฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจน 3 เรื่องที่ต้องเช็กก่อนทำ

 

 












ข้อจำกัดของฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจน

ที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจทำ

จุดด้อยสําคัญของฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจนคือ

จะไม่ได้เห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงแบบทันตาเห็นครับ

 

เนื่องจากร่างกายต้องใช้เวลาในการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่อย่างน้อย 4~6 สัปดาห์

และในรายของ Sculptra อาจต้องรอผลลัพธ์เต็มที่

นานถึง 3 เดือนขึ้นไปเลยทีเดียวครับ

 

นอกจากนี้ ฝีมือและความชำนาญของแพทย์ผู้ทำการรักษา

มีผลต่อผลลัพธ์หลังทำอย่างมหาศาลครับ

 

ทั้งสัดส่วนการผสม (Dilution Ratio) ระดับความลึกของการฉีด ตลอดจนความเร็วในการเดินยา

ส่งผลให้ยาขวดเดียวกันออกมาได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ

 

บ่อยครั้งที่ปัญหาผลข้างเคียงไม่ได้เกิดจากตัวผลิตภัณฑ์

แต่เป็นเรื่องของเทคนิคการผสมและการดีไซน์การฉีดของแพทย์ครับ

บิวตี้สด็อกเตอร์สแนะนำหลักฟิลเลอร์คอลลาเจนที่ถูกต้อง ความชำนาญที่ลดความกังวลเรื่องก้อนบวม

 

 












คำแนะนำในการเลือกใช้ตามสไตล์ผิวคุณ

 

1. สำหรับผู้ที่มีปัญหาแก้มหรือขมับตอบมากๆ

 

ขอแนะนำ Sculptra เป็นอันดับแรกครับ

เพราะจะให้ผลลัพธ์ที่เสถียรและชัดเจนที่สุด

ในการฟื้นฟูวอลลุ่มโครงสร้างใบหน้าชั้นลึก

 

2. สำหรับผู้ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วควบคู่กัน

 

ขอแนะนำ Radiesse เป็นอันดับแรกครับ

ตอบโจทย์สำหรับคนไข้ที่ไม่ชอบรอนาน

เพราะจะช่วยเติมความฟูกระชับขึ้นมาให้เห็นทันทีระดับหนึ่งหลังทำครับ

 

3. สำหรับผู้ที่มีกังวลเรื่องผิวแห้งกร้าน รูขุมขน และริ้วรอยเล็กๆ

 

ขอแนะนำ จูวีลุค เป็นตัวเลือกหลักครับ

ด้วยคุณสมบัติเด่นที่กระจายตัวเนียนละเอียด

จึงเหมาะเคมีกับผิวบริเวณที่บอบบางและต้องการความละเอียดอ่อนสูง

 

4. สำหรับผู้ที่ต้องการปรับปรุงทั้งวอลลุ่มหน้าละมุนและงานผิวโกลว์สุขภาพดีไปพร้อมกัน

 

แนะนำให้ทำหัตถการแบบผสมผสาน (Combination Treatment)

โดยเลือกใช้ตัวยาที่เหมาะสมแยกกันไปตามแต่ละจุดครับ

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

 

Q1. สามารถฉีดร่วมกับฟิลเลอร์ HA ทั่วไปได้ไหมคะ?

สามารถทำได้แน่นอนและไม่มีปัญหาครับ

บ่อยครั้งที่คุณหมอจะใช้ฟิลเลอร์ HA เข้าไปเติมจุดที่ตอบมากๆ เพื่อดีไซน์รูปหน้าเร่งด่วนก่อน

จากนั้นค่อยใช้กลุ่มกระตุ้นคอลลาเจนควบคู่เพื่อเน้นความยืดหยุ่นเฟิร์มกระชับในระยะยาวครับ

 

Q2. ยิ่งราคาแพง ผลลัพธ์ยิ่งจึ้งยิ่งดีขึ้นด้วยไหมคะ?

ไม่เสมอไปครับ

เรื่องราคาขึ้นอยู่กับต้นทุนวัตถุดิบและปริมาณซีซีที่ใช้เป็นหลัก สิ่งสำคัญคือการเลือกตัวยา

ที่ตอบโจทย์สภาพผิวเราในตอนนั้นได้ดีที่สุด นั่นแหละครับคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด

 

Q3. ผลข้างเคียงเรื่องการเกิดตุ่มไตหรือการจับตัวเป็นก้อน พบบ่อยไหมคะ?

มีโอกาสเกิดขึ้นได้ แต่ไม่ได้พบบ่อยอย่างที่กังวลกันครับ

ตราบใดที่แพทย์ใช้สัดส่วนผสมที่ถูกต้อง ฉีดในชั้นผิวที่เหมาะสมอย่างแม่นยำ

บวกรวมกับการรักษากฎการนวดหน้า (Post-Massage) ของคนไข้อย่างเคร่งครัด ก็จะช่วยเลี่ยงโอกาสเกิดได้เกือบทั้งหมดครับ

 

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับ K-Beauty สกินบูสเตอร์

สามารถทักแชท LINE หรือโทรปรึกษาทางคลินิกได้เลยนะครับ

ทั้งหมดนี้โดย หมอวี ยองจิน ครับ ขอบคุณครับ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

เจาะลึกฟิลเลอร์ปากฮงแด ยี่ห้อ ราคา และระยะเวลาคงผลลัพธ์ สรุปให้ฟังตามจริงโดยแพทย์เกาหลีจาก SNU

รีจูรัน vs จูวีลุค เลือกสกินบูสเตอร์แบบไหนดี? ให้เหมาะสำหรับผิวคุณ

โครงหน้าทรงลูกแพร์ แก้วตอบ ขมับบุ๋ม แก้ด้วยฟิลเลอร์ขมับได้จริงไหม? เช็กความจริงเรื่องระยะเวลาคงผลลัพธ์และผลข้างเคียงของ Radiesse ที่นี่

จูวีลุค Volume (จูวีลุค @Eye) ช่วยเรื่องถุงใต้ตา คล้ำโทรม ได้ผลจริงแค่ไหน?

เปรียบเทียบช็อตต่อช็อต Radiesse เห็นผลทันที VS Sculptra ค่อยๆ ฟูเป็นธรรมชาติ เลือกตัวไหนที่เหมาะกับเรา?

[คอลัมน์ ดร.วีย็องจิน] สูตรฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจนที่ไม่พลาด ความสัมพันธ์ระหว่างส่วนผสมกับความหนาของผิว












ฟิลเลอร์คอลลาเจนบูสเตอร์ (Collagen Booster Filler)

อย่าเพิ่งเชื่อว่า

ของแพงจะต้องดีที่สุดเสมอไป

 

โดย หมอวี ยองจิน (คุณหมอวี ยองจิน) ผู้อำนวยการ Beautystone คลินิก · แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล (SNU)

 

เช็กหัวข้อนี้

ก่อนเริ่มอ่านกันเลย!

 

Q. ฟิลเลอร์คอลลาเจนบูสเตอร์ ตัวไหนๆ ก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอ?

A. จริงๆ แล้วส่วนผสมหลักแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ

และเมื่อส่วนผสมต่างกัน กระบวนการกระตุ้นคอลลาเจน

ความเร็วในการเห็นผล ตลอดจนระยะเวลาผลลัพธ์ก็จะต่างกันไปด้วย

สุดท้ายแล้ว 'เหมาะกับผิวแบบไหน' ก็จะไม่เหมือนกันครับ

 

Q. แล้วควรเลือกโดยอิงจากอะไรดีครับ?

A. แทนที่จะดูแค่เรื่องราคา

  1. คุณสมบัติของส่วนผสม

  2. ความหนาของผิวแต่ละบุคคล

  3. ทิศทางของผลลัพธ์ที่ต้องการ

คุณหมอแนะนำให้ประเมินจาก 3 ปัจจัยนี้เป็นหลักครับ

 

คีย์พอยท์สำคัญของบทความนี้

เปรียบเทียบ Sculptra, Radiesse, จูวีลุค แบบรวบรัดเข้าใจง่าย

โดยคุณหมอผิวหนังชาวเกาหลี

เพื่อเป็น 3 เกณฑ์ในการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผิวคุณ

แก้มยุบใช้สคัลทรา ริ้วรอยเล็กใช้จูเวลุค คู่มือออกแบบตามปัญหาผิวแต่ละแบบ

 

 












ฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจน (Collagen Stimulator) คืออะไร?

ฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจน (Collagen Stimulator) นั้น

ไม่ได้เน้นการเติมเต็มวอลลุ่มให้ฟูขึ้นทันทีหลังฉีดเหมือนฟิลเลอร์ทั่วไป

แต่เป็นการเข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนของตัวเองขึ้นมาใหม่

 

ทำให้เมื่อเวลาผ่านไป

ผิวจะค่อยๆ ยืดหยุ่น เต่งตึง และดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติครับ

 

หากฟิลเลอร์ HA ทั่วไป

ทำงานในรูปแบบ "เติมเข้าไปเท่าไหร่ ก็ฟูขึ้นทันทีเท่านั้น"

ฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจนก็เปรียบเหมือน "การหว่านเมล็ดพันธุ์

เพื่อให้ผิวค่อยๆ ฟื้นฟูและเติมเต็มตัวเองจากภายใน" นั่นเอง

 

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ที่มักจะถูกนำมาเปรียบเทียบกันมากที่สุดในเกาหลี

ก็คือสามตัวท็อปอย่าง Sculptra, Radiesse และ จูวีลุค ครับ

 

ซึ่งทั้งสามแบรนด์นี้ไม่ได้แตกต่างกันแค่ชื่อเท่านั้น

แต่มีส่วนผสมหลักที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

 

คำว่าส่วนผสมต่างกัน ไม่ได้หมายความง่ายๆ แค่ว่า

"ใช้สารคนละตัวทำ" เท่านั้นนะครับ

 

แต่กลไกการเข้าไปกระตุ้นคอลลาเจนนั้นต่างกันโดยสิ้นเชิง

รวมถึงเนื้อสัมผัส ระยะเวลาการคงผลลัพธ์

และประเภทผิวที่เหมาะสมก็แตกต่างกันไปด้วยครับ

เหตุผลที่แท้จริงและวิธีแก้เมื่อรู้สึกว่าฉีดฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจนแล้ว

 

 












ทำไมส่วนผสมที่ต่างกัน

ถึงให้ผลลัพธ์ที่ต่างกัน?

— หัวใจสำคัญของเกณฑ์การเลือก 3 ประการ

มีหลายคนเข้าใจผิดเยอะมากครับ

โดยมักจะคิดว่า "ในเมื่อช่วยกระตุ้นคอลลาเจนเหมือนกัน

สุดท้ายแล้วผลลัพธ์ก็น่าจะ

เหมือนๆ กันไม่ใช่เหรอ?"

 

ถ้าพูดกันตามตรง แม้จุดประสงค์หลักคือการ 'กระตุ้น' คอลลาเจนเหมือนกัน

แต่วิธีการส่งสัญญาณไปกระตุ้นนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ

 

เปรียบเทียบง่ายๆ เหมือนการออกกำลังกาย

เวทเทรนนิ่ง, พิลาทิส และการว่ายน้ำ

ต่างก็ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น แต่ทว่าให้สรีระและกล้ามเนื้อที่สวยงามต่างสไตล์กันครับ

 

เกณฑ์ข้อแรก — คุณสมบัติของส่วนผสม

 

ส่วนผสมหลักของ Sculptra คือ PLLA (Poly-L-Lactic Acid)

 

ซึ่งจะค่อยๆ สลายตัวในร่างกายอย่างช้าๆ พร้อมส่งสัญญาณกระตุ้นการตอบสนอง

แบบ Micro-inflammatory รอบๆ เนื้อเยื่อ

และกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ในกระบวนการนั้น

 

รุ่นนี้จะกระตุ้นค่อนข้างเข้มข้น จึงเห็นการเปลี่ยนแปลงเรื่องวอลลุ่มค่อนข้างชัดเจน

และมักจะเหมาะกับท่านที่มีปัญหา

โครงหน้าโดยรวมเริ่มตอบหรือยุบตัวลงครับ

 

ส่วน Radiesse จะมีส่วนผสมสำคัญคือ

อนุภาคขนาดเล็กของ CaHA (Calcium Hydroxylapatite)

 

ตัวนี้จะให้ทั้งวอลลุ่มที่เห็นได้ค่อนข้างทันทีหลังฉีดในระดับหนึ่ง

ควบคู่ไปกับการกระตุ้นคอลลาเจนในระยะยาว ถือเป็นแบบ Double Effect ครับ

 

สำหรับ จูวีลุค นั้นมีเบสหลักเป็น PDLLA (Poly-D, L-Lactic Acid)

ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นในเรื่องการกระจายตัวได้อย่างนุ่มนวลและสม่ำเสมอ

 

ดังนั้น จึงตอบโจทย์เรื่องการปรับปรุงเนื้อผิว (Skin Texture)

และลดริ้วรอยเล็กๆ (Fine Lines) ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเน้นสร้างวอลลุ่มขนาดใหญ่ครับ

 

เกณฑ์ข้อที่สอง — ความหนาของผิวและความต้องการวอลลุ่ม

 

หากคนไข้ที่ผิวบางมากๆ ไปฉีดตัวที่เน้นการกระตุ้นเข้มข้นสูง

ก็อาจจะทำให้เกิดผลข้างเคียงอย่างเช่น การเกิดตุ่มไตหรือปุ่มนูน (Nodules) ใต้ผิวได้ง่ายขึ้น

 

ในทางตรงกันข้าม หากคนไข้ต้องการเติมวอลลุ่มค่อนข้างเยอะ

แต่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์เนื้อเบาบางเกินไป

ก็อาจจะรู้สึกเหมือน "ไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง" ได้ครับ

 

บริเวณที่โครงสร้างผิวสลายและยุบตัวลง เช่น ขมับ, แก้มตอบ หรือกรอบหน้า

จะเหมาะกับ Sculptra หรือ Radiesse มากกว่า

ขณะที่บริเวณผิวบอบบางและเนียนละเอียด เช่น ใต้ตา, หน้าผาก หรือคอ

การใช้ จูวีลุค จะให้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและดูเรียบเนียนเป็นธรรมชาติมากกว่าครับ

 

เกณฑ์ข้อที่สาม — ทิศทางของผลลัพธ์ที่อยากได้

 

หากโจทย์คือ "หน้าดูตอบและดูโทรม มีอายุเนื่องจากสูญเสียไขมันและวอลลุ่ม"

Sculptra และ Radiesse จะเป็นตัวเลือกอันดับแรกๆ ครับ

แต่หากโจทย์คือ "หน้าไม่ได้ตอบมาก แต่ผิวแห้งกร้าน ดูไม่ยืดหยุ่น ขาดความกระชับ"

กรณีนี้ จูวีลุค จะตอบโจทย์ได้ตรงจุดมากกว่าครับ

 

อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงคนไข้ส่วนใหญ่มักประสบปัญหาทั้งสองแบบคู่กัน

ทำให้หลายๆ เคสประเมินแล้ว

เลือกใช้วิธีฉีดผสมผสานผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละจุดครับ

 

ตารางเปรียบเทียบฟิลเลอร์แต่ละรุ่นอย่างละเอียด

คุณสมบัติ

Sculptra

Radiesse

จูวีลุค

ส่วนผสมหลัก

PLLA

CaHA

PDLLA

กลไกการกระตุ้น

สลายตัวช้าๆ และกระตุ้นคอลลาเจนต่อเนื่อง

เติมวอลลุ่มทันที พร้อมทยอยกระตุ้นคอลลาเจน

สลายตัวได้ไวกว่า และกระตุ้นอย่างนุ่มนวล

ระยะเวลาของผลลัพธ์

ประมาณ 18~24 เดือน

ประมาณ 12~18 เดือน

ประมาณ 12~15 เดือน

บริเวณที่โดดเด่น

ขมับ · แก้มตอบ · กรอบหน้า

แก้ม · คาง · หลังมือ

ใต้ตา · หน้าผาก · ลำคอ

จำนวนครั้งที่แนะนำ

3~4 ครั้ง

1~2 ครั้ง

3~4 ครั้ง

ข้อควรระวัง

โอกาสเกิดปุ่มนูนใต้ผิว / เลี่ยงบริเวณผิวบางมากๆ

ห้ามใช้บริเวณริมฝีปาก และใต้ตา

หากคาดหวังเรื่องวอลลุ่มเยอะๆ อาจยังไม่ตอบโจทย์

 

สรุปข้อคิดสำคัญจาก หมอวี ยองจิน

สำหรับฟิลเลอร์งานผิวกลุ่มกระตุ้นคอลลาเจนทั้ง 3 แบบนี้

ไม่ใช่เรื่องของ "ตัวไหนดีกว่าตัวไหน"

แต่ต้องพิจารณาว่า "ตัวไหนที่เหมาะกับสภาพผิวของเราที่สุด"

เป็นหลักครับ

 

หากลองลิสต์ลำดับความสำคัญจาก ส่วนผสม, ความหนาของผิว ไปจนถึงผลลัพธ์ที่ต้องการตามนี้

ก็จะช่วยให้ตัดสินใจเลือกทำหัตถการได้อย่างคุ้มค่าและไม่ผิดหวังแน่นอนครับ

ข้อเสียและข้อควรระวังของฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจน 3 เรื่องที่ต้องเช็กก่อนทำ

 

 












ข้อจำกัดของฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจน

ที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจทำ

จุดด้อยสําคัญของฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจนคือ

จะไม่ได้เห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงแบบทันตาเห็นครับ

 

เนื่องจากร่างกายต้องใช้เวลาในการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่อย่างน้อย 4~6 สัปดาห์

และในรายของ Sculptra อาจต้องรอผลลัพธ์เต็มที่

นานถึง 3 เดือนขึ้นไปเลยทีเดียวครับ

 

นอกจากนี้ ฝีมือและความชำนาญของแพทย์ผู้ทำการรักษา

มีผลต่อผลลัพธ์หลังทำอย่างมหาศาลครับ

 

ทั้งสัดส่วนการผสม (Dilution Ratio) ระดับความลึกของการฉีด ตลอดจนความเร็วในการเดินยา

ส่งผลให้ยาขวดเดียวกันออกมาได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ

 

บ่อยครั้งที่ปัญหาผลข้างเคียงไม่ได้เกิดจากตัวผลิตภัณฑ์

แต่เป็นเรื่องของเทคนิคการผสมและการดีไซน์การฉีดของแพทย์ครับ

บิวตี้สด็อกเตอร์สแนะนำหลักฟิลเลอร์คอลลาเจนที่ถูกต้อง ความชำนาญที่ลดความกังวลเรื่องก้อนบวม

 

 












คำแนะนำในการเลือกใช้ตามสไตล์ผิวคุณ

 

1. สำหรับผู้ที่มีปัญหาแก้มหรือขมับตอบมากๆ

 

ขอแนะนำ Sculptra เป็นอันดับแรกครับ

เพราะจะให้ผลลัพธ์ที่เสถียรและชัดเจนที่สุด

ในการฟื้นฟูวอลลุ่มโครงสร้างใบหน้าชั้นลึก

 

2. สำหรับผู้ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วควบคู่กัน

 

ขอแนะนำ Radiesse เป็นอันดับแรกครับ

ตอบโจทย์สำหรับคนไข้ที่ไม่ชอบรอนาน

เพราะจะช่วยเติมความฟูกระชับขึ้นมาให้เห็นทันทีระดับหนึ่งหลังทำครับ

 

3. สำหรับผู้ที่มีกังวลเรื่องผิวแห้งกร้าน รูขุมขน และริ้วรอยเล็กๆ

 

ขอแนะนำ จูวีลุค เป็นตัวเลือกหลักครับ

ด้วยคุณสมบัติเด่นที่กระจายตัวเนียนละเอียด

จึงเหมาะเคมีกับผิวบริเวณที่บอบบางและต้องการความละเอียดอ่อนสูง

 

4. สำหรับผู้ที่ต้องการปรับปรุงทั้งวอลลุ่มหน้าละมุนและงานผิวโกลว์สุขภาพดีไปพร้อมกัน

 

แนะนำให้ทำหัตถการแบบผสมผสาน (Combination Treatment)

โดยเลือกใช้ตัวยาที่เหมาะสมแยกกันไปตามแต่ละจุดครับ

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

 

Q1. สามารถฉีดร่วมกับฟิลเลอร์ HA ทั่วไปได้ไหมคะ?

สามารถทำได้แน่นอนและไม่มีปัญหาครับ

บ่อยครั้งที่คุณหมอจะใช้ฟิลเลอร์ HA เข้าไปเติมจุดที่ตอบมากๆ เพื่อดีไซน์รูปหน้าเร่งด่วนก่อน

จากนั้นค่อยใช้กลุ่มกระตุ้นคอลลาเจนควบคู่เพื่อเน้นความยืดหยุ่นเฟิร์มกระชับในระยะยาวครับ

 

Q2. ยิ่งราคาแพง ผลลัพธ์ยิ่งจึ้งยิ่งดีขึ้นด้วยไหมคะ?

ไม่เสมอไปครับ

เรื่องราคาขึ้นอยู่กับต้นทุนวัตถุดิบและปริมาณซีซีที่ใช้เป็นหลัก สิ่งสำคัญคือการเลือกตัวยา

ที่ตอบโจทย์สภาพผิวเราในตอนนั้นได้ดีที่สุด นั่นแหละครับคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด

 

Q3. ผลข้างเคียงเรื่องการเกิดตุ่มไตหรือการจับตัวเป็นก้อน พบบ่อยไหมคะ?

มีโอกาสเกิดขึ้นได้ แต่ไม่ได้พบบ่อยอย่างที่กังวลกันครับ

ตราบใดที่แพทย์ใช้สัดส่วนผสมที่ถูกต้อง ฉีดในชั้นผิวที่เหมาะสมอย่างแม่นยำ

บวกรวมกับการรักษากฎการนวดหน้า (Post-Massage) ของคนไข้อย่างเคร่งครัด ก็จะช่วยเลี่ยงโอกาสเกิดได้เกือบทั้งหมดครับ

 

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับ K-Beauty สกินบูสเตอร์

สามารถทักแชท LINE หรือโทรปรึกษาทางคลินิกได้เลยนะครับ

ทั้งหมดนี้โดย หมอวี ยองจิน ครับ ขอบคุณครับ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

เจาะลึกฟิลเลอร์ปากฮงแด ยี่ห้อ ราคา และระยะเวลาคงผลลัพธ์ สรุปให้ฟังตามจริงโดยแพทย์เกาหลีจาก SNU

รีจูรัน vs จูวีลุค เลือกสกินบูสเตอร์แบบไหนดี? ให้เหมาะสำหรับผิวคุณ

โครงหน้าทรงลูกแพร์ แก้วตอบ ขมับบุ๋ม แก้ด้วยฟิลเลอร์ขมับได้จริงไหม? เช็กความจริงเรื่องระยะเวลาคงผลลัพธ์และผลข้างเคียงของ Radiesse ที่นี่

จูวีลุค Volume (จูวีลุค @Eye) ช่วยเรื่องถุงใต้ตา คล้ำโทรม ได้ผลจริงแค่ไหน?

เปรียบเทียบช็อตต่อช็อต Radiesse เห็นผลทันที VS Sculptra ค่อยๆ ฟูเป็นธรรมชาติ เลือกตัวไหนที่เหมาะกับเรา?

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

หน้าหย่อนหลังคลอด ทำอัลเทอร่าตอนให้นมได้ไหมคะ

ยกกระชับ

หน้าหย่อนหลังคลอด ทำอัลเทอร่าตอนให้นมได้ไหมคะ

อัลเทอร่าตอนให้นมบุตรปลอดภัยจริงไหม ควรเริ่มช่วงไหนหลังคลอด ดูจากสัญญาณฟื้นตัวของร่างกายค่ะ

ลดน้ำหนักแล้วหน้าตอบ เติม Juvelook Volume ได้ไหม

ผิว

ลดน้ำหนักแล้วหน้าตอบ เติม Juvelook Volume ได้ไหม

ลดน้ำหนักแล้วแก้มตอบดูโทรม Juvelook Volume ช่วยได้อย่างไร รวมกลไก ผลลัพธ์ และข้อควรระวังค่ะ

สูบบุหรี่ทำ Rejuran เห็นผลช้าลงจริงไหม?

ผิว

สูบบุหรี่ทำ Rejuran เห็นผลช้าลงจริงไหม?

คนสูบบุหรี่ทำสกินบูสเตอร์ Rejuran คอลลาเจนฟื้นตัวช้าลงหรือเปล่า และจะดูแลให้ได้ผลดีขึ้นยังไง มาดูกัน

เครียดสะสมจนผิวหย่อนคล้อย RF ช่วยได้จริงไหมคะ

ยกกระชับ

เครียดสะสมจนผิวหย่อนคล้อย RF ช่วยได้จริงไหมคะ

สรุปขอบเขตและข้อจำกัดของ RF ลิฟติ้งต่อผิวหย่อนคล้อยจากความเครียด แยกจากการดูแลชีวิตประจำวันค่ะ

มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?

ผิว

มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?

เป็นเบาหวาน ความดัน หรือกินยาละลายลิ่มเลือด ทำหัตถการความงามได้ไหม? มาดูสิ่งที่ต้องบอกคุณหมอกันค่ะ

ซีเคร็ต RF ไมโครนีดเดิ้ล แก้แผลเป็น-รูขุมขนได้ไหม

ยกกระชับ

ซีเคร็ต RF ไมโครนีดเดิ้ล แก้แผลเป็น-รูขุมขนได้ไหม

ซีเคร็ต RF ผสานไมโครนีดเดิ้ลกับคลื่นวิทยุ ดูแลแผลเป็น รูขุมขน และความกระชับด้วยหลักการเดียวกัน

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1