ผู้อำนวยการ วี ยองจิน คิม กาอึล แห่งคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก

ฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจน อย่าเชื่อคำที่ว่าของแพงคือของดีเสมอ

ฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจน อย่าเชื่อคำที่ว่าของแพงคือของดีเสมอ

ฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจน อย่าเชื่อคำที่ว่าของแพงคือของดีเสมอ

เปรียบเทียบความแตกต่างของส่วนผสม ระยะเวลาคงอยู่ และเกณฑ์การเลือกตามสภาพผิวของฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจน 3 ชนิด (สคัลป์ทรา, เรเดียส, จูเวลุค) โดยอิงจากประสบการณ์ทางคลินิก

[위영진 칼럼] 콜라겐 자극 필러 실패 없는 공식: 성분과 피부 두께의 상관관계


ฟิลเลอร์บูสเตอร์คอลลาเจน,

อย่าเชื่อว่าของแพงคือของดี

นะครับ


บิวตี้ส์ด็อกเตอร์ วียองจิน · แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล


ก่อนอ่าน

กรุณาตรวจสอบก่อน


Q. ฟิลเลอร์บูสเตอร์คอลลาเจนทั้งหมดไม่ต่างกันหรือเปล่า?

A. ส่วนประกอบต่างกันโดยสิ้นเชิง

เมื่อส่วนประกอบต่างกัน การสร้างคอลลาเจน

วิธีการ ความเร็ว และความคงทนก็จะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

สุดท้ายแล้วจึงขึ้นอยู่กับว่าเหมาะกับผิวแบบไหน


Q. แล้วควรเลือกโดยยึดอะไรเป็นเกณฑ์?

A. ไม่ใช่ราคา

  1. ลักษณะของส่วนประกอบ

  2. ความหนาของผิวของตัวเอง

  3. ทิศทางของการเปลี่ยนแปลงที่ต้องการ

ต้องพิจารณาจาก 3 ข้อนี้


ประเด็นสำคัญของบทความนี้

เปรียบเทียบสกัลตรา เรเดียส และจูเบลุคในครั้งเดียว

พร้อมเกณฑ์การเลือก

3 ข้อที่แพทย์ผิวหนังบอกไว้


꺼진 볼은 스컬트라, 잔주름은 쥬베룩: 피부 고민별 맞춤형 설계 가이드


ฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจนคืออะไร?

ฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจน (Collagen Stimulator) คือ

ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อเติมวอลุ่มทันทีหลังฉีด

แต่เป็นการกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนเอง


เมื่อเวลาผ่านไป

จะค่อย ๆ สร้างความกระชับที่ดูเป็นธรรมชาติ


ถ้าฟิลเลอร์ HA ทั่วไป

เป็นแบบที่เติมเท่าไรก็เห็นผลทันที

ฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจนก็คือการปลูกเมล็ด

แล้วปล่อยให้ผิวค่อย ๆ เติมเต็มตัวเอง


ผลิตภัณฑ์ที่ถูกเปรียบเทียบมากที่สุดในเกาหลีตอนนี้คือ

สกัลตรา เรเดียส และจูเบลุค ทั้งสามตัว


ทั้งสามไม่ใช่แค่ชื่อที่ต่างกัน

แต่ส่วนประกอบต่างกันอย่างสิ้นเชิง


การที่ส่วนประกอบต่างกัน ไม่ได้หมายความเพียงแค่ว่า

วัตถุดิบต่างกันเท่านั้น


กลไกการกระตุ้นคอลลาเจนก็ต่างกันด้วย

ทั้งเนื้อสัมผัส ระยะคงผล

และประเภทผิวที่เหมาะสมก็แตกต่างกัน


콜라겐 필러 시술 후 "효과 없다"고 느끼는 진짜 이유와 해결책


เหตุผลที่เมื่อส่วนประกอบต่างกัน

ผลลัพธ์จึงต่างกัน

— หัวใจของเกณฑ์การเลือก 3 ข้อ

นี่เป็นจุดที่หลายคนเข้าใจผิดกันมาก

เพราะคิดว่า

เมื่อเป็นการกระตุ้นให้สร้างคอลลาเจน ก็

คงเหมือนกันหมดไม่ใช่หรือ


พูดตามตรง แม้กรอบใหญ่ของการกระตุ้นคอลลาเจน

จะเหมือนกัน แต่รูปแบบการกระตุ้นต่างกันอย่างสิ้นเชิง


ถ้าจะเปรียบเทียบ ก็เหมือนการออกกำลังกายแบบเดียวกัน

แต่เวทเทรนนิง พิลาทิส และว่ายน้ำ

ให้ทิศทางการเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่ต่างกัน


เกณฑ์แรก — ลักษณะของส่วนประกอบ


ส่วนประกอบหลักของสกัลตราคือ PLLA (Poly-L-Lactic Acid)


มันจะค่อย ๆ สลายในร่างกายอย่างช้ามาก และกระตุ้นให้เนื้อเยื่อรอบข้าง

เกิดการอักเสบระดับเล็กน้อย

จากกระบวนการนั้นจึงสร้างคอลลาเจนขึ้นมา


เพราะการกระตุ้นค่อนข้างแรง การเปลี่ยนแปลงของความอิ่มฟูจึงชัดเจน

และมักเหมาะกับผู้ที่

ใบหน้าส่วนรวมดูยุบตัวลง


เรเดียสมี CaHA (Calcium Hydroxylapatite)

แบบอนุภาคเล็กเป็นหัวใจสำคัญ


หลังฉีดจะได้วอลุ่มทันทีในระดับหนึ่ง

พร้อมกับมีผลกระตุ้นคอลลาเจนไปพร้อมกันแบบสองทาง


จูเบลุคเป็นฐาน PDLLA (Poly-D,L-Lactic Acid)

มีคุณสมบัติในการกระจายตัวอย่างนุ่มนวลกว่า


ดังนั้นจึงเด่นเรื่องสภาพผิวและ

การปรับริ้วรอยเล็กมากกว่าวอลุ่ม


เกณฑ์ที่สอง — ความหนาของผิวและระดับความต้องการวอลุ่ม


ถ้าคนที่ผิวบางฉีดผลิตภัณฑ์ที่กระตุ้นแรง

อาจเกิดก้อนเล็ก ๆ (nodules) ได้


ในทางกลับกัน ถ้าคนที่ต้องการวอลุ่มมาก

ใช้แต่ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนนุ่ม

อาจรู้สึกว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลง


บริเวณที่ยุบตามโครงสร้าง เช่น ขมับ แก้ม และกรอบหน้า

เหมาะกับสกัลตราหรือเรเดียส

ส่วนบริเวณผิวบาง เช่น ใต้ตา หน้าผาก และคอ

จูเบลุคจะปลอดภัยและดูเป็นธรรมชาติกว่า


เกณฑ์ที่สาม — ทิศทางของการเปลี่ยนแปลงที่ต้องการ


ถ้าคิดว่าใบหน้าดูแก่ลงเพราะวอลุ่มหายไป

สกัลตราและเรเดียสคืออันดับแรก

แต่ถ้าคิดว่าผิวตัวเองแห้งกร้านและขาดความกระชับ

จูเบลุคจะเหมาะกว่า


ในความเป็นจริง หลายกรณีมีทั้งสองอย่างปนกัน

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะ

ผสมใช้ผลิตภัณฑ์ต่างกันในแต่ละบริเวณ


ตารางเปรียบเทียบรายละเอียดแต่ละผลิตภัณฑ์

หัวข้อ

สกัลตรา

เรเดียส

จูเบลุค

สารหลัก

PLLA

CaHA

PDLLA

รูปแบบการกระตุ้น

สลายตัวช้าและกระตุ้นต่อเนื่อง

วอลุ่มทันทีและกระตุ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป

สลายตัวเร็วและกระตุ้นอย่างนุ่มนวล

ระยะคงผล

ประมาณ 18~24 เดือน

ประมาณ 12~18 เดือน

ประมาณ 12~15 เดือน

จุดเด่นของบริเวณ

ขมับ·แก้ม·กรอบหน้า

แก้ม·คาง·หลังมือ

ใต้ตา·หน้าผาก·คอ

จำนวนครั้งที่แนะนำ

3~4 ครั้ง

1~2 ครั้ง

3~4 ครั้ง

ข้อควรระวัง

อาจเกิดก้อน และผิวบาง

จำกัดการใช้บริเวณริมฝีปาก·ใต้ตา

หากคาดหวังเรื่องวอลุ่มอาจไม่ตอบโจทย์


สรุปประเด็นสำคัญจากคุณหมอวี ยองจิน

ฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจนทั้ง 3 ชนิด

ไม่ใช่เรื่องว่าแบบไหนดีกว่ากัน

แต่คือแบบไหนที่เหมาะกับสภาพผิวของเรา

จึงควรเริ่มจากตรงนี้


ถ้าพิจารณาตามลำดับคือ ส่วนประกอบ ความหนาของผิว และทิศทางการเปลี่ยนแปลง

จะเข้าใกล้การเลือกที่ไม่เสียดายภายหลังมากขึ้นมาก


콜라겐 자극 필러의 단점과 주의사항: 시술 전 반드시 체크해야 할 3가지


ฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจน

ก็ต้องรู้ข้อเสียไปด้วย

ข้อเสียที่ใหญ่ที่สุดของฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจนคือ

ผลลัพธ์ไม่ได้เห็นทันที


กว่าจะสร้างคอลลาเจนได้ต้องรออย่างน้อย 4~6 สัปดาห์

และในกรณีของสกัลตราอาจต้องรอ

มากกว่า 3 เดือน


นอกจากนี้ ความชำนาญของผู้ฉีดยังมีผลต่อ

ผลลัพธ์อย่างมาก


สัดส่วนการเจือจาง ความลึกที่ฉีด และความเร็วในการฉีด

ทำให้แม้เป็นผลิตภัณฑ์เดียวกัน ผลลัพธ์ก็อาจต่างกันมาก


บ่อยครั้งไม่ใช่ปัญหาของตัวผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว

แต่เป็นปัญหาของการตั้งค่ามากกว่า


뷰티스닥터스가 알려주는 콜라겐 필러 정석: 결절 걱정 줄이는 숙련도의 차이


แนวทางการเลือกตามเคส


1. ผู้ที่แก้ม·ขมับยุบลึก


แนะนำให้เลือกสกัลตราเป็นอันดับแรก

ให้ผลที่มั่นคงที่สุด

ในการฟื้นวอลุ่มเชิงโครงสร้าง


2. ผู้ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงเร็วด้วย


แนะนำให้เลือกเรเดียสเป็นอันดับแรก

ให้ทั้งวอลุ่มที่เห็นได้ทันที

สำหรับคนที่รอไม่ไหว


3. ผู้ที่กังวลเรื่องผิวสัมผัส·ริ้วรอยเล็ก


แนะนำให้เลือกจูเบลุคเป็นอันดับแรก

เหมาะกับบริเวณที่ผิวบาง

และปูผิวได้อย่างนุ่มนวล


4. ผู้ที่ต้องการทั้งวอลุ่มและสภาพผิวที่ดีขึ้น


แนะนำการรักษาแบบผสม

โดยแยกใช้ผลิตภัณฑ์ตามแต่ละบริเวณ


คำถามที่พบบ่อย


Q1. ฉีดร่วมกับฟิลเลอร์ HA ได้ไหม?

ได้ครับ/ค่ะ

สามารถเติมวอลุ่มเร่งด่วนด้วยฟิลเลอร์ HA ก่อน

แล้วค่อยวางแผนความกระชับระยะยาวต่อได้


Q2. ยิ่งแพงยิ่งได้ผลดีกว่าใช่ไหม?

ไม่ใช่ครับ/ค่ะ

ราคาขึ้นอยู่กับต้นทุนและปริมาณเท่านั้น ส่วนผลิตภัณฑ์ที่

เหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง คือคุ้มค่าที่สุด


Q3. ผลข้างเคียงแบบก้อนหรือจับตัวเป็นปุ่มพบบ่อยไหม?

มีโอกาสเกิดได้ แต่ไม่ได้พบว่าบ่อยนัก

หากยึดสัดส่วนการเจือจางและความลึกที่เหมาะสม

พร้อมทำตามกฎการนวดหลังทำอย่างถูกต้อง ก็ป้องกันได้



หากมีข้อสงสัย สามารถติดต่อได้อย่างสบายใจ

ทางคาแชทหรือโทรศัพท์

ขอบคุณครับ/ค่ะ วียองจิน



อ่านต่อ

ค่าใช้จ่ายและระยะคงผลของฟิลเลอร์ริมฝีปากฮงแด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยโซลสรุปให้

รีจูรัน vs จูเบลุค ผิวของเราควรเลือกอะไร?

หน้าแบบถั่วลิสง ฉีดฟิลเลอร์ขมับได้ไหม? ตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องระยะคงผลและผลข้างเคียงของเรเดียส

จูเบลุคอาย มีประสิทธิภาพจริงกับรอยคล้ำใต้ตาไหม?

เรเดียสเห็นผลทันที vs สกัลตราแบบค่อยเป็นค่อยไป ตัวเลือกไหนเหมาะกับฉัน?

[위영진 칼럼] 콜라겐 자극 필러 실패 없는 공식: 성분과 피부 두께의 상관관계


ฟิลเลอร์บูสเตอร์คอลลาเจน,

อย่าเชื่อว่าของแพงคือของดี

นะครับ


บิวตี้ส์ด็อกเตอร์ วียองจิน · แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล


ก่อนอ่าน

กรุณาตรวจสอบก่อน


Q. ฟิลเลอร์บูสเตอร์คอลลาเจนทั้งหมดไม่ต่างกันหรือเปล่า?

A. ส่วนประกอบต่างกันโดยสิ้นเชิง

เมื่อส่วนประกอบต่างกัน การสร้างคอลลาเจน

วิธีการ ความเร็ว และความคงทนก็จะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

สุดท้ายแล้วจึงขึ้นอยู่กับว่าเหมาะกับผิวแบบไหน


Q. แล้วควรเลือกโดยยึดอะไรเป็นเกณฑ์?

A. ไม่ใช่ราคา

  1. ลักษณะของส่วนประกอบ

  2. ความหนาของผิวของตัวเอง

  3. ทิศทางของการเปลี่ยนแปลงที่ต้องการ

ต้องพิจารณาจาก 3 ข้อนี้


ประเด็นสำคัญของบทความนี้

เปรียบเทียบสกัลตรา เรเดียส และจูเบลุคในครั้งเดียว

พร้อมเกณฑ์การเลือก

3 ข้อที่แพทย์ผิวหนังบอกไว้


꺼진 볼은 스컬트라, 잔주름은 쥬베룩: 피부 고민별 맞춤형 설계 가이드


ฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจนคืออะไร?

ฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจน (Collagen Stimulator) คือ

ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อเติมวอลุ่มทันทีหลังฉีด

แต่เป็นการกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนเอง


เมื่อเวลาผ่านไป

จะค่อย ๆ สร้างความกระชับที่ดูเป็นธรรมชาติ


ถ้าฟิลเลอร์ HA ทั่วไป

เป็นแบบที่เติมเท่าไรก็เห็นผลทันที

ฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจนก็คือการปลูกเมล็ด

แล้วปล่อยให้ผิวค่อย ๆ เติมเต็มตัวเอง


ผลิตภัณฑ์ที่ถูกเปรียบเทียบมากที่สุดในเกาหลีตอนนี้คือ

สกัลตรา เรเดียส และจูเบลุค ทั้งสามตัว


ทั้งสามไม่ใช่แค่ชื่อที่ต่างกัน

แต่ส่วนประกอบต่างกันอย่างสิ้นเชิง


การที่ส่วนประกอบต่างกัน ไม่ได้หมายความเพียงแค่ว่า

วัตถุดิบต่างกันเท่านั้น


กลไกการกระตุ้นคอลลาเจนก็ต่างกันด้วย

ทั้งเนื้อสัมผัส ระยะคงผล

และประเภทผิวที่เหมาะสมก็แตกต่างกัน


콜라겐 필러 시술 후 "효과 없다"고 느끼는 진짜 이유와 해결책


เหตุผลที่เมื่อส่วนประกอบต่างกัน

ผลลัพธ์จึงต่างกัน

— หัวใจของเกณฑ์การเลือก 3 ข้อ

นี่เป็นจุดที่หลายคนเข้าใจผิดกันมาก

เพราะคิดว่า

เมื่อเป็นการกระตุ้นให้สร้างคอลลาเจน ก็

คงเหมือนกันหมดไม่ใช่หรือ


พูดตามตรง แม้กรอบใหญ่ของการกระตุ้นคอลลาเจน

จะเหมือนกัน แต่รูปแบบการกระตุ้นต่างกันอย่างสิ้นเชิง


ถ้าจะเปรียบเทียบ ก็เหมือนการออกกำลังกายแบบเดียวกัน

แต่เวทเทรนนิง พิลาทิส และว่ายน้ำ

ให้ทิศทางการเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่ต่างกัน


เกณฑ์แรก — ลักษณะของส่วนประกอบ


ส่วนประกอบหลักของสกัลตราคือ PLLA (Poly-L-Lactic Acid)


มันจะค่อย ๆ สลายในร่างกายอย่างช้ามาก และกระตุ้นให้เนื้อเยื่อรอบข้าง

เกิดการอักเสบระดับเล็กน้อย

จากกระบวนการนั้นจึงสร้างคอลลาเจนขึ้นมา


เพราะการกระตุ้นค่อนข้างแรง การเปลี่ยนแปลงของความอิ่มฟูจึงชัดเจน

และมักเหมาะกับผู้ที่

ใบหน้าส่วนรวมดูยุบตัวลง


เรเดียสมี CaHA (Calcium Hydroxylapatite)

แบบอนุภาคเล็กเป็นหัวใจสำคัญ


หลังฉีดจะได้วอลุ่มทันทีในระดับหนึ่ง

พร้อมกับมีผลกระตุ้นคอลลาเจนไปพร้อมกันแบบสองทาง


จูเบลุคเป็นฐาน PDLLA (Poly-D,L-Lactic Acid)

มีคุณสมบัติในการกระจายตัวอย่างนุ่มนวลกว่า


ดังนั้นจึงเด่นเรื่องสภาพผิวและ

การปรับริ้วรอยเล็กมากกว่าวอลุ่ม


เกณฑ์ที่สอง — ความหนาของผิวและระดับความต้องการวอลุ่ม


ถ้าคนที่ผิวบางฉีดผลิตภัณฑ์ที่กระตุ้นแรง

อาจเกิดก้อนเล็ก ๆ (nodules) ได้


ในทางกลับกัน ถ้าคนที่ต้องการวอลุ่มมาก

ใช้แต่ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนนุ่ม

อาจรู้สึกว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลง


บริเวณที่ยุบตามโครงสร้าง เช่น ขมับ แก้ม และกรอบหน้า

เหมาะกับสกัลตราหรือเรเดียส

ส่วนบริเวณผิวบาง เช่น ใต้ตา หน้าผาก และคอ

จูเบลุคจะปลอดภัยและดูเป็นธรรมชาติกว่า


เกณฑ์ที่สาม — ทิศทางของการเปลี่ยนแปลงที่ต้องการ


ถ้าคิดว่าใบหน้าดูแก่ลงเพราะวอลุ่มหายไป

สกัลตราและเรเดียสคืออันดับแรก

แต่ถ้าคิดว่าผิวตัวเองแห้งกร้านและขาดความกระชับ

จูเบลุคจะเหมาะกว่า


ในความเป็นจริง หลายกรณีมีทั้งสองอย่างปนกัน

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะ

ผสมใช้ผลิตภัณฑ์ต่างกันในแต่ละบริเวณ


ตารางเปรียบเทียบรายละเอียดแต่ละผลิตภัณฑ์

หัวข้อ

สกัลตรา

เรเดียส

จูเบลุค

สารหลัก

PLLA

CaHA

PDLLA

รูปแบบการกระตุ้น

สลายตัวช้าและกระตุ้นต่อเนื่อง

วอลุ่มทันทีและกระตุ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป

สลายตัวเร็วและกระตุ้นอย่างนุ่มนวล

ระยะคงผล

ประมาณ 18~24 เดือน

ประมาณ 12~18 เดือน

ประมาณ 12~15 เดือน

จุดเด่นของบริเวณ

ขมับ·แก้ม·กรอบหน้า

แก้ม·คาง·หลังมือ

ใต้ตา·หน้าผาก·คอ

จำนวนครั้งที่แนะนำ

3~4 ครั้ง

1~2 ครั้ง

3~4 ครั้ง

ข้อควรระวัง

อาจเกิดก้อน และผิวบาง

จำกัดการใช้บริเวณริมฝีปาก·ใต้ตา

หากคาดหวังเรื่องวอลุ่มอาจไม่ตอบโจทย์


สรุปประเด็นสำคัญจากคุณหมอวี ยองจิน

ฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจนทั้ง 3 ชนิด

ไม่ใช่เรื่องว่าแบบไหนดีกว่ากัน

แต่คือแบบไหนที่เหมาะกับสภาพผิวของเรา

จึงควรเริ่มจากตรงนี้


ถ้าพิจารณาตามลำดับคือ ส่วนประกอบ ความหนาของผิว และทิศทางการเปลี่ยนแปลง

จะเข้าใกล้การเลือกที่ไม่เสียดายภายหลังมากขึ้นมาก


콜라겐 자극 필러의 단점과 주의사항: 시술 전 반드시 체크해야 할 3가지


ฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจน

ก็ต้องรู้ข้อเสียไปด้วย

ข้อเสียที่ใหญ่ที่สุดของฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจนคือ

ผลลัพธ์ไม่ได้เห็นทันที


กว่าจะสร้างคอลลาเจนได้ต้องรออย่างน้อย 4~6 สัปดาห์

และในกรณีของสกัลตราอาจต้องรอ

มากกว่า 3 เดือน


นอกจากนี้ ความชำนาญของผู้ฉีดยังมีผลต่อ

ผลลัพธ์อย่างมาก


สัดส่วนการเจือจาง ความลึกที่ฉีด และความเร็วในการฉีด

ทำให้แม้เป็นผลิตภัณฑ์เดียวกัน ผลลัพธ์ก็อาจต่างกันมาก


บ่อยครั้งไม่ใช่ปัญหาของตัวผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว

แต่เป็นปัญหาของการตั้งค่ามากกว่า


뷰티스닥터스가 알려주는 콜라겐 필러 정석: 결절 걱정 줄이는 숙련도의 차이


แนวทางการเลือกตามเคส


1. ผู้ที่แก้ม·ขมับยุบลึก


แนะนำให้เลือกสกัลตราเป็นอันดับแรก

ให้ผลที่มั่นคงที่สุด

ในการฟื้นวอลุ่มเชิงโครงสร้าง


2. ผู้ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงเร็วด้วย


แนะนำให้เลือกเรเดียสเป็นอันดับแรก

ให้ทั้งวอลุ่มที่เห็นได้ทันที

สำหรับคนที่รอไม่ไหว


3. ผู้ที่กังวลเรื่องผิวสัมผัส·ริ้วรอยเล็ก


แนะนำให้เลือกจูเบลุคเป็นอันดับแรก

เหมาะกับบริเวณที่ผิวบาง

และปูผิวได้อย่างนุ่มนวล


4. ผู้ที่ต้องการทั้งวอลุ่มและสภาพผิวที่ดีขึ้น


แนะนำการรักษาแบบผสม

โดยแยกใช้ผลิตภัณฑ์ตามแต่ละบริเวณ


คำถามที่พบบ่อย


Q1. ฉีดร่วมกับฟิลเลอร์ HA ได้ไหม?

ได้ครับ/ค่ะ

สามารถเติมวอลุ่มเร่งด่วนด้วยฟิลเลอร์ HA ก่อน

แล้วค่อยวางแผนความกระชับระยะยาวต่อได้


Q2. ยิ่งแพงยิ่งได้ผลดีกว่าใช่ไหม?

ไม่ใช่ครับ/ค่ะ

ราคาขึ้นอยู่กับต้นทุนและปริมาณเท่านั้น ส่วนผลิตภัณฑ์ที่

เหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง คือคุ้มค่าที่สุด


Q3. ผลข้างเคียงแบบก้อนหรือจับตัวเป็นปุ่มพบบ่อยไหม?

มีโอกาสเกิดได้ แต่ไม่ได้พบว่าบ่อยนัก

หากยึดสัดส่วนการเจือจางและความลึกที่เหมาะสม

พร้อมทำตามกฎการนวดหลังทำอย่างถูกต้อง ก็ป้องกันได้



หากมีข้อสงสัย สามารถติดต่อได้อย่างสบายใจ

ทางคาแชทหรือโทรศัพท์

ขอบคุณครับ/ค่ะ วียองจิน



อ่านต่อ

ค่าใช้จ่ายและระยะคงผลของฟิลเลอร์ริมฝีปากฮงแด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยโซลสรุปให้

รีจูรัน vs จูเบลุค ผิวของเราควรเลือกอะไร?

หน้าแบบถั่วลิสง ฉีดฟิลเลอร์ขมับได้ไหม? ตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องระยะคงผลและผลข้างเคียงของเรเดียส

จูเบลุคอาย มีประสิทธิภาพจริงกับรอยคล้ำใต้ตาไหม?

เรเดียสเห็นผลทันที vs สกัลตราแบบค่อยเป็นค่อยไป ตัวเลือกไหนเหมาะกับฉัน?

บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก
บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก

บทความแนะนำ

บทความแนะนำ

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

Pico Toning vs Laser Toning: ทำไมการเปรียบเทียบแค่จำนวนช็อตถึงอาจทำให้คุณเสียเปรียบ

ผิว

Pico Toning vs Laser Toning: ทำไมดูแค่จำนวนช็อตถึงอาจเสียเปรียบ

พิโกโทนนิ่ง vs เลเซอร์โทนนิ่ง ถ้าเทียบกันแค่จำนวนช็อต คุณอาจเสียเปรียบได้ จุดด่างดำตื้น ๆ เหมาะกับพิโก ส่วนฝ้าเข้มลึกเหมาะกับ Q-switch — เราสรุปให้แล้วว่ามีเกณฑ์อะไรข้อเดียวที่ทำให้เลือกต่างกัน

ทำชูริงค์ 600 ช็อตแล้ว ทำไมถึงหย่อนคล้อยในแค่ 6 เดือน? (การหักหลังของจำนวนช็อต)

ยกกระชับ

ระยะเวลาคงผลลัพธ์ของ Shurink: ความแตกต่างระหว่างคนที่อยู่ได้ 6 เดือนกับคนที่อยู่ได้ 9 เดือน

ผลลัพธ์ของชูริงค์ที่อยู่ได้แค่ 6 เดือนกับคนที่อยู่ได้ 9 เดือน ความต่างไม่ได้อยู่ที่จำนวนช็อต แต่อยู่ที่ความลึกในการยิง

เลเซอร์รักษาฝ้า ถ้าทำทุกสัปดาห์จะหายเร็วขึ้นไหม? (เหตุผลที่บางครั้งกลับยิ่งเข้มขึ้น)

ผิว

"ทำเลเซอร์ฝ้าบ่อย ๆ จะหายเร็วขึ้นใช่ไหม?" — คำถามที่ได้รับเมื่อวาน

รอบการทำเลเซอร์ฝ้า: ทำไมเว้น 3 สัปดาห์ถึงช่วยจางได้ดีกว่า 1 สัปดาห์ พร้อมสรุปกลไกที่การทำถี่เกินไปอาจทำให้สีเข้มขึ้น และความแตกต่างของรอบการดูแลฝ้าจากการตั้งครรภ์

มนต์เสน่ห์ของฟิลเลอร์ขมับ 1cc: ทำไมเติมขมับที่ตอบแล้ว แต่กรอบหน้าถึงยกขึ้น

โครงหน้า&วอลลุ่ม

ผลลัพธ์ของฟิลเลอร์ขมับ: ทำไม 1cc ถึงทำให้กรอบหน้าดูเปลี่ยนไป

ฟิลเลอร์ขมับให้ผลลัพธ์ได้ แม้เพียง 1–2cc ก็อาจทำให้ภาพรวมแนวกรามดูเปลี่ยนไปได้ เราจะอธิบายเรื่องอาการบวมในช่วง 72 ชั่วโมงแรก และเกณฑ์ระยะเวลาคงอยู่ของผลลัพธ์ให้เข้าใจกันค่ะ

Shurink 4.5mm, ลึกไม่ได้แปลว่าดีเสมอไป (คนผอมควรอ่าน)

ยกกระชับ

ผลลัพธ์ของ Shurink 4.5mm และเหตุผลที่คนมีแก้มเยอะกับคนผอมให้ผลต่างกัน

ผลลัพธ์ของชูริงค์ 4.5 มม. ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความลึก แต่ขึ้นอยู่กับความหนาของชั้นไขมันใต้ผิวหนัง เราสรุปไว้ให้แล้วว่าทำไมใบหน้าที่ค่อนข้างผอมถึงเสียเปรียบ และบริเวณไหนที่เห็นผลดี

Sculptra vs Juvelook เปรียบเทียบกันตั้งแต่วัตถุดิบไปจนถึงผลลัพธ์ โดยคุณหมอเจ้าของคลินิกอธิบายให้คุณฟังเอง

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Sculptra vs Juvelook: ความต่างของตัวยา จำนวนครั้ง และระยะเวลาเห็นผล

ความแตกต่างของสารตั้งต้นระหว่าง Sculptra และ Juvelook คือ PLLA กับ PDLLA ค่ะ/ครับ จำนวนครั้งในการทำและระยะเวลาที่เห็นผลก็แตกต่างกัน ทำให้เกณฑ์ในการเลือกก็ไม่เหมือนกันด้วย

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1